เพล้ง!!!
“ไป๋หลิงฉี!” หลินซูลี่ปล่อยถ้วยชามในมือลงพื้นด้วยความตกใจ ทำไมเขามาอยู่ที่นี่ได้ เหตุการณ์ในอดีตกำลังจะกลับมาหรือ
“คุณเป็นอะไรไปซูลี่” ซ่งจื่อหยวนวิ่งเข้ามาหาคู่หมั้น
หลินซูลี่เกาะแขนซ่งจื่อหยวนไว้แน่น “อดีตมันกำลังจะกลับมาค่ะจื่อหยวน คนๆ นั้นเขามาอยู่ที่นี่แล้ว”
“คุณกำลังพูดอะไร ใจเย็นๆ ก่อน คุณไม่สบายใช่ไหม พวกเราเข้าไปหลังร้านกันก่อนเถอะนะ” ซ่งจื่อหยวนพอจะเข้าใจอะไรบางอย่าง แต่เขาไม่อยากทำท่าทางให้คนอื่นสงสัย “พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ ผมฝากหน้าร้านด้วยนะครับ ซูลี่เหมือนจะไม่สบาย ผมจะพาเธอเข้าไปพักข้างในก่อน”
ซ่งจื่อหยวนรีบพาหลินซูลี่เข้าไปห้องพักด้านใน โดยที่ไม่ได้สนใจเรื่องวุ่นวายหน้าร้านอีก
“จื่อหยวนคะ คนๆ นั้นเขาอยู่ที่นี่แล้วค่ะ” หลินซูลี่ยังพูดประโยคเดิมซ้ำๆ
“ไม่ต้องกลัว คุณกำลังพูดถึงใครอยู่” ซ่งจื่อหยวนกอดคู่หมั้นไว้
หลินซูลี่กอดตอบและพยายามหายใจเข้าลึกๆ ใช้เวลาอยู่นานกว่าที่เธอจะปรับอารมณ์ของตัวเองได้ “ไป๋หลิงฉีค่ะ ไปหลิงฉีเขาอยู่ที่นี่แล้ว”
“คนไหนคือไป๋หลิงฉี แล้วเขาเป็นใครหรือ”
“ผู้ชายคนที่ตะโกนค้านไม่ให้อาเฉียวกับซินเยว่คบกันยังไงล่ะคะ เขาชื่อไป๋หลิงฉี เขาเป็นสามีในอดีตของฉันค่ะ”
“แล้วทำไมคุณถึงต้องกลัวเขามากขนาดนั้น คุณบอกว่าเขาไม่เคยทำร้ายคุณไม่ใช่หรือ”
“เขาไม่เคยทำร้ายฉันหรอกค่ะ แต่ที่ฉันกลัวก็เพราะฉันคิดว่าอดีตมันกำลังจะกลับมาแล้ว ฉันหมายถึงว่าตอนนี้ต้องมีคนจ้องจะทำร้ายฉันอยู่แน่ๆ เลยค่ะ คุณจำได้ไหมที่ฉันเคยเล่าให้คุณฟัง ฉันถูกจัดฉากให้ไปนอนกับเขาที่โรงแรม จนสุดท้ายฉันกับเขาต้องได้แต่งงานกัน และชีวิตฉันก็พังอย่างไม่เป็นท่า”
“ผมจำได้สิ และคุณยังสงสัยว่าจะมีคนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อยู่หลายคน”
“แม่เลี้ยง เว่ยฉิง เฮ่าจง และซินเยว่ ฉันเคยสงสัยพวกเขาทั้งหมด และตอนนี้ฉันก็รู้แล้วว่าคนที่ไป๋หลิงฉี่หลงรักมาตลอดคือใคร”
“แต่ตอนนี้ซินเยว่ก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีแล้วนะ หรือว่าคุณยังไม่เชื่อใจเธออย่างนั้นหรือ”
“ไม่ใช่ว่าฉันไม่เชื่อใจซินเยว่ค่ะ แต่เพราะฉันทำให้ซินเยว่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต และยังเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นฉันกลัวว่าเหตุการณ์ที่ฉันถูกจัดฉากจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งฉันกลัวว่ามันจะร้ายแรงถึงชีวิตของฉันค่ะ”
“ผมสัญญาว่าผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณได้ และต่อไปนี้ถ้าไม่ใช่ผม คุณก็ห้ามออกไปไหนกับใครเด็ดขาด คุณเข้าใจที่ผมพูดใช่ไหมซูลี่”
“ฉันเข้าใจค่ะ นอกจากคุณแล้วฉันก็จะไม่ออกไปไหนกับใคร” หลินซูลี่กอดซ่งจื่อหยวนไว้ “แต่คุณก็ต้องรับปากฉันด้วยว่าถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับฉันจริงๆ คุณอย่าใจร้อน ขอให้คุณรอฉันเท่านั้น เพราะคุณอย่าลืมว่าฉันยังมีมิติให้เข้าไปซ่อนตัวได้ ฉันจะไม่ปล่อยให้ตัวเองได้รับอันตราย และฉันสัญญาว่าฉันจะกลับมาหาคุณอย่างปลอดภัย”
“ผม...” ซ่งจื่อหยวนพูดไม่ออก เขาจะรับปากว่าจะอยู่เฉยๆ ได้ยังไงถ้าเกิดเรื่องขึ้นกับเธอ
หลินซูลี่ก็เหมือนจะเดาความคิดของชายหนุ่มได้ “ฉันรู้ว่าที่คุณไม่ยอมรับปากก็เพราะคุณเป็นห่วงฉัน แต่คุณลองนึกดูว่าถ้าคุณผลีผลามทำอะไรลงไปจนเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นกับคุณ แล้วต่อไปฉันจะอยู่ได้ยังไงล่ะคะ คุณเชื่อใจฉันสักครั้งไม่ได้หรือ ฉันสัญญาว่าฉันจะกลับมาอย่างปลอดภัย”
“ผมไม่มีทางเลือกอื่นแล้วใช่ไหมซูลี่” ซ่งจื่อหยวนพูดอย่างจนใจ “ตกลงครับ ผมจะรอคุณเท่าที่ผมจะรอได้ก็แล้วกัน”
เพียะ!
“พี่เยี่ยนอิง ทำไมพี่ถึงทำตัวอย่างนี้ พี่ไปมีอะไรกับคนอื่นได้ยังไง” ไป๋หลิงฉีนั่งรอพี่สาวที่บ้านอย่างโมโห เมื่อเห็นเธอเดินเข้ามาเขาก็ลงมือกับเธออย่างไม่เกรงใจ
“หลิงฉี! แกกล้าตบหน้าฉันหรือ ฉันเป็นพี่สาวของแกนะ” ไป๋เยี่ยนอิงกุมแก้มตัวเองไว้อย่างไม่อยากจะเชื่อ
“พี่สาวแล้วยังไง ผมทำได้มากกว่านี้อีก ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ไปทำผิดจนเหวินเฉียวต้องถอนหมั้น ป่านนี้ผมกับซินเยว่คงได้คบกันไปแล้ว พี่ทำให้เรื่องของผมผิดพลาดไปหมด พี่รู้ไหมว่าผมจ่ายเงินไปให้คนบ้านฟางมากมายเท่าไหร่กว่าที่พวกเขาจะยอมตกลงยกซินเยว่ให้ผม”
“ซินเยว่ ซินเยว่ แกเลิกพูดชื่อนี้ให้ฉันได้ยินสักที” ไป๋เยี่ยนอิงตะโกนกลับ “นังนั่นมันมีดีอะไรนักหนาแกถึงได้หลงมันนัก เหวินเฉียวก็เหมือนกัน เขาคงไม่รู้ตัวเลยมั้งว่าที่ผ่านมาเขาสนใจนังนั่นมากขนาดไหน ฉันเป็นคู่หมั้นของเขาแท้ๆ แต่เขากลับไม่เคยรู้ความชอบของฉันเลย แต่เรื่องของนังนั่นเขารู้ทุกอย่าง”
“แต่ถึงพี่จะอิจฉาซินเยว่ พี่ก็ควรจะบอกกับเหวินเฉียวไปตรงๆ สิ ไม่ใช่พี่เลือกที่จะนอกใจเขาอย่างนี้”
“หลิงฉี แกอยากได้นังซินเยว่มาเป็นของแกมากใช่ไหม” ไปเยี่ยนอิงพยายามข่มอารมณ์
“ใช่ ผมอยากได้เธอมาเป็นของผม แต่ตอนนี้พี่ทำให้ทุกอย่างมันพังไปหมดแล้ว”
“ถ้าฉันช่วยให้แกได้นังซินเยว่ แล้วแกจะช่วยฉันให้ได้ตัวนังซูลี่มาได้ไหมล่ะ ถ้าแกรับปาก พวกเราก็ร่วมมือกันได้”
“พี่ลองเล่าแผนการของพี่ให้ผมฟัง” ไป๋หลิงฉีก็พยายามระงับอารมณ์ของตัวเองลงเช่นกัน
เหตุการณ์ที่หน้ามหาวิทยาลัยทำให้ไป๋เยี่ยนอิงได้รับความอับอายมาก ข่าวของเธอแพร่ไปทั่วทั้งมหาวิทยาลัยอย่างรวดเร็ว เฉินเฮ่าจงก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ไม่ต่างกัน ยิ่งเขารู้ว่าไป๋เยี่ยนอิงถอนหมั้นกับเหวินเฉียวแล้ว ความสนใจในตัวเธอก็หมดลง เฉินเฮ่าจงบอกเลิกเธอทันที แต่ไปเยี่ยนอิงไม่ยอม เธอร้องไห้อ้อนวอนขอทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เฉินเฮ่าจงทิ้งเธอไป
เฉินเฮ่าจงยื่นข้อเสนอให้ไป๋เยี่ยนอิงว่าให้เธอไปพาหลินซูลี่มาพบเขาให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนขอแค่เธอทำสำเร็จ เฉินเฮ่าจงก็จะยอมคบกับเธอต่อ และในอนาคตก็อาจจะแต่งงานกับเธอด้วย
ไป๋เยี่ยนอิงมีความหวังจากข้อเสนอนั้นทันที เธอรู้ดีว่าเฉินเฮ่าจงเคยผ่านผู้หญิงมามากมายขนาดไหน ดูจากบทรักที่เขาแสดงกับเธอก็รู้ถึงประสบการณ์ของเขาแล้ว หากจะรวมหลินซูลี่เข้ามาด้วยอีกคนเธอก็ไม่ถือ เพราะเธอเชื่อที่เขารับปากว่าเขาจะแต่งงานกับเธอ และในเมื่อเธอไม่แคร์ที่จะทำลายหลินซูลี่ เธอก็อยากจะทำลายฟางซินเยว่ด้วยเหมือนกัน และคนที่จะช่วยเธอได้ก็คือไป๋หลิงฉี น้องชายตัวดีของเธอนั่นเอง
“ฉันจะล่อให้ฟางซินเยว่กับหลินซูลี่ออกมาด้วยกัน จากนั้นฉันจะพาหลินซูลี่ไป ส่วนนายจะพาฟางซินเยว่ไปทำอะไรก็เรื่องของนาย”
“พี่จะพาสองคนนั้นออกมาจากร้านของพวกเธอได้ยังไง ผมสังเกตมาหลายวันแล้ว คนที่ชื่อซ่งจื่อหยวนตามติดพวกเธอไม่ห่าง แม้แต่เหวินเฉียวก็เดินไปส่งฟางซินเยว่ที่หอพักทุกวัน ผมคิดว่าโอกาสที่เราจะลงมือมีน้อยมากเลยนะ”
“มีน้อยก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสนี่ ฉันจะเป็นคนล่อสองคนนั้นออกมาเอง นายแค่เตรียมตัวไว้ให้ดี รอฉันให้สัญญาณเมื่อไหร่พวกเราก็ลงมือได้ทันทีเลย”
ไป๋เยี่ยนอิงและไป๋หลิงฉีนั่งปรึกษาแผนการกันต่ออีกยาว และทั้งคู่ต่างก็มุ่งมั่นที่จะทำแผนการนี้ให้สำเร็จ จากนั้นไป๋เยี่ยนอิงก็จะได้คบกับเฉินเฮ่าจงต่อ ส่วนไป๋หลิงฉีก็จะได้สาวในดวงใจมาเชยชม
“ซินเยว่ ตอนนี้พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้อนุญาตให้ฉันกับเธอคบกันแล้วนะ แล้วทำไมเธอยังทำตัวห่างเหินกับฉันอยู่อีกล่ะ” เหวินเฉียวพูดกับฟางซินเยว่อย่างทนไม่ไหว เขาเปิดเผยความรู้สึกที่มีต่อเธอมาสักพักแล้ว และวันที่เขาไปขออนุญาตคบกับเธอ เขาก็ไม่เห็นว่าเธอจะปฏิเสธ แต่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงยังเฉยเมยกับเขาอยู่
“เหวินเฉียว นายไปขออนุญาตพี่ใหญ่ แล้วนายเคยถามฉันสักคำหรือยัง ฉันบอกตามตรงนะว่าตอนนี้ฉันไม่รู้จริงๆ ว่านายคิดยังไงถึงอยากมาคบกับฉัน หรือว่านายยังรู้สึกผิดที่วันนั้นนายพูดจากับฉันแรงไป ถ้าเป็นอย่างนั้นนายก็ไม่ต้องห่วงหรอก เพราะฉันไม่รู้สึกเสียใจกับคำพูดนั้นอีกแล้ว ในเมื่อทุกอย่างมันคือเรื่องจริง ฉันก็ต้องยอมรับกับการกระทำในอดีตของฉันให้ได้สิ”
“เธอยังโกรธฉันเรื่องนี้อยู่จริงๆ สินะ” เหวินเฉียวหันมาจ้องหน้าฟางซินเยว่ตรงๆ “ฉันขอโทษที่วันนั้นฉันพูดไม่ดีกับเธอ แต่ตอนนั้นที่ฉันโกรธมันไม่ใช่เพราะเธอพูดจาไม่ดีถึงเยี่ยนอิงหรอกนะ แต่ฉันกลัวว่าเธอจะกลับไปเป็นคนไม่ดีเหมือนในอดีตต่างหาก”
“ก็แสดงว่านายยังไม่เชื่อใจฉันมากพอ แล้วอย่างนี้เราจะคบกันได้จริงหรือ ฉันไม่อยากถูกนายเกลียด เราควรหยุดแค่นี้ดีกว่าไหม”
เหวินเฉียวหยุดคำพูดของเธอด้วยจูบที่นุ่มนวลและจริงใจ และมันยังเป็นเหมือนคำสัญญาของเขาที่กำลังมอบให้เธอ