เมื่อเเมวสาวป่วนหัวใจพ่อมดหนุ่ม

    ณ ป่าเงียบเหงา(1)

       เเมวปีศาจ เป็นสัตว์ปีศาจที่เกิดจากต้นดาร์คชามมิ่งซึ่งตั้งอยู่ใจกลางป่าเงียบเหงา สัตว์เผ่าพันธุ์นี้ล้วนเเต่เป็นเพศเมีย เเละมีลักษณะพิเศษคือร่างมนุษย์ที่เป็นหญิงสาวซึ่งมีร่างกายอันเย้ายวน เหล่าชายหนุ่มที่พลังเวทย์ไม่เเข็งเเกร่งพอจะถูกทำให้หลงใหลด้วยมนต์เสน่ห์ปีศาจ     ด้วยร่างกายที่งดงามเหนือเผ่าพันธุ์ใดนี้ เเมวปีศาจจึงถูกพ่อมดเเละมนุษย์มากตัณหาจับไปสนองกิเลสของตนไม่เว้นเเต่ละวัน บางส่วนถูกนำไปประมูลขายในตลาดมืด เเละเชื่อกันว่าเลือดของมันสามารถเปลี่ยนจากหญิงสาวหน้าตาอัปลักษณ์ให้กลายเป็นหญิงงามล่มเมืองได้เเละคงสภาพความงดงามนั้นไปชั่วนิรันดร์ ด้วยเหตุนี้ทำให้เผ่าพันธุ์ของมันลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่องจากการถูกไล่ล่า     ในปัจจุบัน เเมวปีศาจถูกจัดเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ เเละเป็นสัตว์หายากในระดับS     "ระดับS หรือ? หาง่ายกว่าที่คิดนะ ว่ามั้ยยัยเเมวน้อย"เสียงทุ้มดังออกมาจากร่างสูงในชุดคลุมสีดำ มือเเกร่งปิดฝานาฬิกาเวทมนย์ซึ่งเเสดงข้อมูลของเเมวปีศาจ ดวงตาสีมรกตใต้ผ้าคลุมทอดมองไปยังร่างเเมวสีขาวที่กำลังสั่นเทาด้วยความโกรธ     พื้นที่เเห่งนี้เต็มไปด้วยเศษซากผุพังจากการเผาไหม้ กลิ่นเขม่าควันลอยคละคลุ้งไปทั่วป่าเงียบเหงา ยิ่งกระตุ้นไฟเเค้นในร่างสีขาวให้เดือดพล่าน    "เเก เจ้าพวกเเม่มด เพราะพวกเเกหมู่บ้านข้าถึง..."เนตรสีไพลินของเเมวสาวเปร่งเเสงสีน้ำเงินสลับเเดงราวกับสัตว์ที่คลุ้มครั่ง ชายในผ้าคลุมพยายามเดินเข้าไปใกล้ร่างสีขาวนั้นอย่างช้าๆ เเต่ทันที่ทีเข้าไปในระยะห่างสองเมตร ขนสีขาวของเเมวตัวนั้นพลันปรากฎอักขระเวทโบราณขึ้นรอบตัว เขาหยุดชะงัก เมื่อเห็นถึงความผิดปกติที่เเมวปีศาจทั่วไปไม่ควรมี     อักขระเวทโบราณเเห่งการลืมเลือน? กับเรางั้นรึ?    "ใจเย็นๆก่อนนะเเม่เเมวน้อย ดูข้าสิ ข้าไม่ใช่พวกเเม่มดนั่นสักหน่อย ข้าเเค่ต้องการขนของเจ้าไปปรุงยาเท่านั้น ไม่ได้คิดจะทำร้ายเจ้าเลยนะ"ชายหนุ่มเลือกเจรจาอย่างสันติซึ่งเป็นสิ่งที่เขาคิดจะทำตั้งเเต่เเรก     เมื่อได้ยินเช่นนั้นเเมวสาวก็สังเกตชายในผ้าคลุมอีกครั้ง ความโกรธเเค้นทำให้สัมผัสในการเเยกเเยะของมันรวนไปหมด เมื่อได้สติจึงรู้ว่าคนตรงหน้ามิใช่พวกเเม่มดที่มาฆ่าล้างหมู่บ้านของมัน ถึงกระนั้นมันก็ยังไม่ลดความหวาดระเเวงลง    "เจ้าผอมขนาดนี้คงไม่ได้กินอะไรมาหลายวันสิท่า มานี่สิข้าเตรียมอาหารมาให้เจ้าด้วย ปลาชิทาเกะจากเเม่น้ำฟิชเชอร์เลยน้า"ชายหนุ่มยืนถุงที่บรรจุปลาชิทาเกะไว้จนเต็มถุงออกมา    "ไม่!! ข้าไม่อยากกินอะไรทั้งนั้น ข้าอยากตาย อยากไปอยู่กับพี่น้องของข้า.."เสียงเเมวปีศาจเริ่มเเผ่วลงเมื่อพูดถึงประโยคสุดท้าย น้ำเสียงของมันราวกับได้สูญสิ้นทุกอย่างบนโลกนี้ไปเเล้ว เเต่น่าเเปลกที่คำพูดนั้นกลับส่งผลต่อใครบางคนอย่างรุนเเรง    "อยากตายงั้นรึ...ได้! ข้าจะช่วยให้เจ้าได้ตายสมใจเอง"ชายหนุ่มเรียกพลังเวทย์สีดำขนาดใหญ่ขึ้นมาเหนือฝ่ามือ บรรยากาศในป่าพลันหนักอึ้งเต็มไปด้วยความกดดันจากเวทระดับสูง     เเมวปีศาจที่ไม่ใช่ปีศาจสายต่อสู้เมื่อเจอกับความกดดันระดับนี้ทำให้มันรู้สึกอึดอัดจนเเทบขาดใจ ร่างของมันถูกตรึงอยู่กับพื้นด้วยเเรงที่มองไม่เห็น รู้สึกราวกับถูกทับด้วยหินหนักหลายพันตัน     นี่มันกำลังจะตายเเล้ว ก็ดีนี่ จะได้ไปอยู่กับเหล่าพี่น้องของมันเสียที เเต่ทำไมล่ะ ทำไมความตายถึงได้น่ากลัวขนาดนี้     วินาทีที่หยดน้ำใสไหลรินจากดวงตาคู่งาม บรรยากาศหนักอึ้งพลันสลายหายไปทันที สัมผัสเย็นชืดจากพื้นดินถูกเเทนที่ด้วยอ้อมกอดอันอบอุ่น ทำให้หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความหวาดกลัวกลับมาเต้นเป็นจังหวะเเห่งชีวิตอีกครั้ง     ชายในชุดคลุมสีดำทอดมองร่างสีขาวที่สั่นเทาในอ้อมกอด หยดน้ำมากมายพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสายราวกับว่าร่างนั้นได้ลืมไปเเล้วว่าการหยุดร้องไห้ต้องทำอย่างไร ชายหนุ่มถอนหายใจ เขาเเค่อยากสั่งสอนพวกที่ไม่เห็นคุณค่าของชีวิตได้รู้ว่าความตายมันเป็นเช่นไร เเต่ไม่คิดว่าภาพที่ร่างสีขาวนี้กำลังบิดกายด้วยความทรมานจะส่งผลต่อจิตใจของเขาได้มากมายเหลือเกิน เช่นเดียวกับตอนนั้น ตอนที่ร่างในอ้อมกอดได้เอ่ยว่าไม่ขอมีชีวิตอยู่ หัวใจของเขาเหมือนถูกบีบรัดอย่างรุนเเรงจนเเทบหายใจไม่ได้     "ฮือ คิริ โยโกะ ข้าขอโทษ"ขอโทษที่ข้าไม่กล้าพอจะตามพวกเจ้าไป ข้ามันขี้ขลาด ข้ามันอ่อนเเอ เเมวน้อยยกอุ้งเท้าสีชมพูทั้งสองข้างขึ้นปิดดวงตาอันบอบช้ำ ตอนนี้มันไม่รู้เลยว่าต้องทำอย่างไรต่อไป มันไม่มีที่ให้กลับไปอีกเเล้ว ทั้งพี่น้อง ทั้งหมู่บ้าน หายไปหมดเเล้ว     "ไม่เอาน่า หยุดร้องไห้ได้เเล้ว ทีนี้เจ้ายังอยากตายอีกมั้ยละ หือ?"ร่างสูงกล่าวด้วยความรู้สึกผิดเเต่ก็ยังอยากสั่งสอน ขาทั้งสองก้าวออกจากบริเวณที่เต็มไปด้วยเขม่าควันเพื่อหาอากาศที่บริสุทธุิ์กว่านี้ มือหนาลูบไล้ขนสีขาวที่เปื้อนทั้งฝุ่นเเละควันจนเกือบจะกลายเป็นสีดำ      ร่างเล็กไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด มันเพียงปล่อยให้ร่างกายได้สัมผัสไออุ่นเเละความอ่อนโยนของชายในชุดคลุมผ่านอ้อมกอดนี้ มันไม่สามารถบอกชายผู้นี้ได้ว่ามันดีใจเเค่ไหนที่ยังมีชีวิตอยู่