ปีที่ 7 ในรัชศกกวางเหอ
เมืองเยี่ยเฉิง
"ฟ้าครามสิ้นแล้ว ฟ้าเหลืองขึ้นแทน ปีเจียจื่อเวียนมา ใต้ฟ้ารุ่งเรือง!"*[1]
"ฆ่า!"
สิ้นเสียงกู่ร้องก้องกังวาน ทหารฏโพกผ้าเหลืองนับไม่ถ้วนก็โถมเข้าใส่กำแพงเมืองราวกับคลื่นซัด
หยางเจายืนอยู่บนหอคอยกำแพงเมือง มองลงไปเบื้องล่างด้วยความหวาดเกรง มือที่ถือดาบสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
การข้ามมิติมายังยุคปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ซึ่งเป็โลกแห่งสามก๊ก และกลายเป็เพียงชาวบ้านธรรมดานั้น เขาก็คิดว่าตนเองโชคร้ายมากพอแล้ว ทว่าสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าคือเขาย้ายร่างมาได้ไม่ถึงครึ่งเดือน ก็ต้องมาเจอกับเหตุการณ์ฏโพกผ้าเหลือง
กองฏโพกผ้าเหลืองเพิ่งจะกวาดล้างพื้นที่แถบเมืองตองกุ๋น*[2] ไปจนราบคาบ และยามนี้กำลังเคลื่อนทัพเข้าบุกตีเมืองเยี่ยเฉิง
ทหารกองกำลังป้องกันเมืองมีอยู่เพียงสองหมื่นเศษ ในขณะที่กองฏโพกผ้าเหลืองระดมพลมาร่วมโจมตีกว่าแปดหมื่นนาย หวังเฟิน ผู้ตรวจการแคว้นจึงสั่งเกณฑ์ชายฉกรรจ์ภายในเมืองทั้งหมดเข้าประจำการในกองทัพ เพื่อร่วมปกป้องเมืองเยี่ยเฉิง และหยางเจาผู้โชคร้ายก็ถูกกวาดต้อนมากลายเป็พลทหารตัวเล็ก ๆ ในกองทัพป้องกันเมืองแห่งนี้
ฝึกซ้อมยังไม่ทันถึงสองวัน กองทัพฏโพกผ้าเหลืองก็ยกพลมาประชิดติดกำแพงเมืองด้วยกระบวนทัพอันเกรียงไกร ในเวลานี้ กองกำลังป้องกันเมืองเยี่ยเฉิงทั้งหมดเมื่อรวมเข้ากับทหารเกณฑ์ใหม่ ก็มีกำลังพลเพียงสามหมื่นกว่านายเท่านั้น หยางเจาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องแบกสังขารขึ้นหอคอยเมืองเพื่อเข้าร่วมรบ ตัวเขาที่เพิ่งข้ามมิติมาย่อมไม่รู้ว่าควรจะรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไรดี
ในใจของเขาตอนนี้มีเพียงความปรารถนาเดียวคือ อยากจะข้ามมิติกลับไปโลกเดิมใจจะขาด
[ตรวจพบผู้ข้ามมิติ ระบบทำการผูกมัดเสร็จสิ้น]
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ท่านได้รับแพ็กเกจของขวัญสำหรับมือใหม่ ‘พลังเทพแต่กำเนิด’ ระบบได้ผสานพลังเข้ากับร่างของโฮสต์เรียบร้อยแล้ว]
เสียงกลไกดังขึ้นในหัวของหยางเจา ทันใดนั้น กระแสความอบอุ่นสายหนึ่งก็แผ่ซ่านไปทั่วร่าง
เขารับรู้ได้ชัดเจนว่าพละกำลังในร่างกายกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง มัดกล้ามเนื้อหนาแน่นขึ้น ทั่วทั้งร่างเปลี่ยนไปราวกับได้รับการผลัดกระดูกขัดเกลาใหม่
"ระบบ!" หยางเจาตื่นเต้นจนแทบหลั่งน้ำตา
ทว่ายังไม่ทันได้ดูรายละเอียดของระบบ เงาร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาตรงหน้า
ทหารโพกผ้าเหลืองนายหนึ่งปีนขึ้นมาตามบันไดลิง และหันมาเห็นหยางเจาที่กำลังยืนเหม่อลอยอยู่พอดี
"ไปตายซะ!" ทหารโพกผ้าเหลืองมีแววตาดุร้าย ตวัดดาบฟันลงมาอย่างสุดแรง
"เวรเอ๊ย!" หยางเจาได้สติ ยกดาบขึ้นต้านทานตามสัญชาตญาณ
ผลจากพลังเทพแต่กำเนิดสำแดงฤทธิ์ เขาเบี่ยงรับการโจมตีของศัตรูได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะตวัดดาบในมือสวนกลับฟันฉับลงไปทันที
หยาดเืสาดกระเซ็นเปรอะใบหน้าของหยางเจา
ฆ่าคนแล้ว! นี่เป็การฆ่าคนครั้งแรกในชีวิตของเขา!
หยางเจารู้สึกประหลาดใจที่ตนเองไม่มีอาการขยะแขยงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน เืในกายกลับพลุ่งพล่านด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ
[สังหารศัตรู 1 ราย ค่าประสบการณ์ +1]
[ระดับเพิ่มขึ้นเป็ lv1]
เสียงจากระบบดังขึ้นอีกครั้ง หน้าต่างแผงควบคุมพลันปรากฏขึ้นตรงหน้า
ด้านล่างหน้าต่างระบบ มีข้อความอธิบายสั้น ๆ ปรากฏอยู่
[แต้มทักษะใช้สำหรับเพิ่มระดับทักษะ ทุกครั้งที่ระบบอัปเลเวล โฮสต์จะได้รับแต้มทักษะ 1 แต้ม]
[ค่าประสบการณ์สัมพันธ์กับจำนวนศัตรูที่สังหาร เมื่อระดับของระบบเพิ่มขึ้น จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งโดยรวมของโฮสต์และเสริมพลังเทพให้แข็งแกร่งขึ้น]
ขอเพียงสังหารศัตรูก็จะอัปเลเวล และการอัปเลเวลก็ช่วยให้แข็งแกร่งขึ้น
หยางเจาอ่านรายละเอียดจบ ในใจก็เกิดความปิตียินดีเป็ล้นพ้น
ข้ามมิติมาสู่ยุคปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ซ้ำยังมีระบบคอยหนุนหลัง แน่นอนว่าต้องควบม้าถืออาวุธ ตะลุยสังหารเพื่อสถาปนาผืนแผ่นดินของตนเองขึ้นมาให้ได้
เช่นนั้น ความพยายามจะเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้
แข็งแกร่งขึ้นด้วยการหลั่งเืสังหารศัตรู
'เพิ่มแต้มวิชาดาบ' หยางเจาสั่งการในใจแ่เบา
แสงสว่างวาบผ่านหน้าต่างระบบ
ตัวอักษรด้านหลังวิชาดาบ จากคำว่า ‘ยังไม่เริ่มต้น’ แปรเปลี่ยนเป็ ‘ระดับเริ่มต้น’ ในทันที
ประจวบเหมาะในเวลานั้น ทหารโพกผ้าเหลืองอีกนายก็ปีนผ่านบันไดลิงขึ้นมาบนกำแพงเมือง
"ตาย!" แววตาของหยางเจาแปรเปลี่ยนเป็เ็าและดุดัน
ทักษะการใช้ดาบสังหารศัตรูหลั่งไหลเข้ามาในหัว ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็กระบวนท่าสังหารที่เฉียบคม
ทหารโพกผ้าเหลืองที่เพิ่งปีนขึ้นมา จึงถูกเขาตวัดดาบฟันคอขาดกระเด็นสิ้นชีพลงอย่างง่ายดาย
[สังหารศัตรู 1 ราย ค่าประสบการณ์ +1]
"พวกฏโพกผ้าเหลืองบุกขึ้นมาบนกำแพงเมืองแล้ว!"
ในตอนนั้นเอง หยางเจาได้ยินเสียงร้องะโด้วยความตื่นตระหนกดังมาจากทหารรอบข้าง
ประตูทางทิศใต้ของเมืองเยี่ยเฉิงมีประตูเมืองอยู่สามแห่ง ซึ่งประตูที่พวกของหยางเจาประจำการอยู่คือประตูเฟิ่งหยาง
ทหารป้องกันประตูเมืองแห่งนี้มีเพียงสี่พันนาย
ทว่ากองฏโพกผ้าเหลืองที่บุกเข้ามามีจำนวนกว่าหนึ่งหมื่นนาย
กำลังพลต่างกันมากเกินไป ศัตรูเพิ่งเริ่มเปิดฉากบุกโจมตี บนหอคอยเหนือประตูเฟิ่งหยางก็เริ่มมีเค้าลางว่าจะเพลี่ยงพล้ำ
เหล่าทหารป้องกันประตูเฟิ่งหยางต่างพากันตื่นตระหนก เมื่อเห็นทหารโพกผ้าเหลืองปีนขึ้นมามากขึ้นเรื่อย ๆ พวกเขาก็กระพือความกลัว จิตใจแตกซ่านไร้ความสามัคคี จึงยากจะตอบโต้ ทำได้เพียงแกว่งดาบพลางถอยร่นไปเื้ั
ยามเมื่อควบถอยหนี บันไดลิงจึงไร้ผู้คุม ส่งผลให้กองทัพศัตรูเบื้องล่างปีนขึ้นมาสมทบได้มากขึ้น
หยางเจามองเห็นศัตรูมากมายเ่าั้ ั์ตาของเขาก็ทอประกายเจิดจ้า แทนที่จะหวาดกลัว ในใจกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
คนพวกนี้ทั้งหมดคือค่าประสบการณ์ชั้นเลิศที่จะช่วยให้เขาอัปเลเวล คิดได้ดังนั้นเขาก็กระชับดาบหัวแหวนในมือพุ่งเข้าใส่กลุ่มศัตรูทันที
"เ้าคิดจะทำอะไร? อย่าพุ่งเข้าไปรนหาที่ตายนะ!"
นายสิบแห่งหน่วยของหยางเจา เห็นพลทหารในสังกัดวิ่งพุ่งเข้าหาศัตรู ก็ใะโเตือนหวังดึงตัวไว้ ทว่าไม่ทันเสียแล้ว
"ฆ่า!"
หยางเจาตวัดดาบฟันลงไป ศัตรูทรุดลงจมกองเืทันที
[สังหารศัตรู 1 ราย ค่าประสบการณ์ +1]
[สังหารศัตรู 1 ราย ค่าประสบการณ์ +1]
...
[ระดับเพิ่มขึ้นเป็ lv2]
หลังจากสังหารศัตรูไปห้าคนติดต่อกัน เสียงแจ้งเตือนอัปเลเวลจากระบบก็ดังขึ้น พละกำลังและพลังเทพแต่กำเนิดได้รับการยกระดับ มวลพลังขุมใหม่พุ่งออกจากมัดกล้ามเนื้อแล่นไปทั่วร่าง
ความเหนื่อยล้าที่มีก่อนหน้านี้มลายหายไปในพริบตา พลังวังชาราวกับไม่มีวันหมดสิ้น เดือดพล่านอยู่ภายในจนต้องรีบปลดปล่อยออกผ่านการเข่นฆ่า
'เพิ่มแต้มวิชาดาบ!' หยางเจาสั่งในใจ ก่อนจะะโลั่น "ฆ่าพวกมันต่อ!"
หลังจากวิชาดาบอยู่ในระดับเริ่มต้นแล้ว การเพิ่มแต้มครั้งนี้ช่วยยกระดับทักษะดาบของเขาขึ้นสู่ระดับเริ่มต้น ขั้นต้น
หลังจากหยุดชะงักไปเสี้ยววินาที หยางเจาตวัดดาบฟันใส่ศัตรูรอบข้างอย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็เพียงระดับเริ่มต้น ขั้นต้น แต่ก็เพียงพอช่วยให้เขารับมือการรุมโจมตีของศัตรูหลายคนพร้อมกันได้อย่างสบาย ๆ อีกทั้งยังหาช่องตวัดดาบสวนกลับปลิดชีพศัตรูเพิ่มได้อีกราย
ศพของทหารโพกผ้าเหลืองที่นอนระเนระนาดอยู่แทบเท้าเขายามนี้ มีจำนวนมากกว่าสิบร่างแล้ว
"พลทหารผู้นี้ เหตุใดจึงดุดันยิ่งนัก!"
เหล่าทหารร่วมรบที่กำลังป้องกันเมืองอยู่รอบข้าง เมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า ต่างพากันตกตะลึง
แม้กระทั่งตัวนายสิบที่เคยะโห้ามหยางเจาเมื่อครู่ ก็ยังสับสนจนเริ่มสงสัยในตัวเอง คิดไม่ถึงเลยว่าในกลุ่มพลทหารใต้บังคับบัญชาจะมีคนแกร่งกล้าปะปนอยู่ด้วยเช่นนี้!
"รีบตามเขาไปฆ่าศัตรูเร็ว!"
"ฆ่ามัน!"
เปี๋ยปู้ซือหม่า*[3] คนหนึ่งแผดเสียงสั่งการ
ความฮึกเหิมส่งต่อถึงกันได้ ยามเมื่อเห็นความกล้าหาญของหยางเจา ขวัญกำลังใจของเหล่านักรบป้องกันเมืองที่เคยพังทลายพลันลุกโชนขึ้นมาทันที พวกเขาพากันกู่ร้อง ติดตามอยู่เื้ัเปี๋ยปู้ซือหม่า พุ่งเข้าสมทบหยางเจา เพื่อร่วมกันไล่ล่าสังหารทหารโพกผ้าเหลืองบนหอคอยกำแพงเมืองให้สิ้นซาก
[1] ฟ้าครามสิ้นแล้ว ฟ้าเหลืองขึ้นแทน ปีเจียจื่อเวียนมา ใต้ฟ้ารุ่งเรือง เป็คำขวัญปลุกใจของกลุ่มฏโพกผ้าเหลือง อธิบายความได้ว่า ราชวงศ์ฮั่นสิ้นสุดลงแล้ว ยุคแห่งความรุ่งเรืองใหม่กำลังจะมาถึง ขอให้ปีนี้เป็ปีแห่งความโชคดีและสันติสุขของแผ่นดิน
[2] เมืองตองกุ๋น ภาษาจีนกลางเรียกว่า เมืองตงจวิ้น เป็หัวเมืองโบราณของจีนที่มีบทบาทสำคัญั้แ่ยุครณรัฐจนถึงราชวงศ์สุย ในวรรณกรรมสามก๊ก
[3] เปี๋ยปู้ซือหม่า เป็ตำแหน่งนายทหารระดับสูงที่คุมกองกำลังแยกอิสระ