หากจะกล่าวว่าอนุว่านถูกตระกูลหวังข้างบ้านรับเลี้ยงโดยเข้าใจผิด มู่อวี่ซีก็เปรียบเสมือนคุณหนูที่เติบโตมาในตระกูลใกล้ชิดอย่างตระกูลหลี่
แม้จะได้รับใบหน้าอันงดงามมาจากอนุว่าน ทำให้นางดูทรงเสน่ห์เย้ายวนอย่างง่ายดาย ทว่าความรอบรู้ที่กว้างขวางและบุคลิกสง่างามของนางก็ได้ลบล้างร่องรอยของความเ้าชู้ไร้ราคาบนใบหน้าของนางไปหมดสิ้น
อีกทั้งนางยังใส่ใจเื่การแต่งกายเป็อย่างมาก
นางสวมอาภรณ์สีขาวซึ่งเปล่งประกายเสน่ห์อันบริสุทธิ์ มู่อวิ๋นฮวาคิดในใจว่าอีกฝ่ายพยายามทำตัวนอบน้อมถ่อมตน ทว่าท้ายที่สุดแล้วความชื่นชอบในสีดำและสีขาวในยุคสมัยนี้ก็ไม่ได้ลึกซึ้งอย่างที่คิด
นานนับพันปีแล้วที่สีแดงเป็สีแห่งการเฉลิมฉลอง ในขณะที่ชุดไว้ทุกข์คือสีดำและสีขาวโดยไม่มีเหตุผลมาอธิบาย
แม้ชุดของมู่อวี่ซีจะเป็สีขาว ทว่าบนนั้นปักลวดลายต้นไผ่ ใบหญ้า และเถาวัลย์สีเขียวอย่างวิจิตรบรรจง ผิดกับดอกโบตั๋นและดอกบัวที่ดูฉูดฉาด รายละเอียดประณีตเหล่านี้กลับโดดเด่นกว่ามาก
เพื่อให้เข้ากับลวดลายเถาวัลย์ นางจึงบรรจงเลือกเสื้อคลุมผ้าไหมสีเขียวไผ่
เป็การผสมผสานที่กลมกลืนของสีเขียวได้อย่างชาญฉลาด อาจดูธรรมดาในแวบแรก แต่กลับเผยให้เห็นแิอันแยบยลเมื่อพินิจมองอย่างใกล้ชิด
มู่อวิ๋นฮวาไม่เชื่อว่าสตรีที่จัดการภาพลักษณ์ของตนอย่างพิถีพิถันั้แ่หัวจดเท้าจะเป็อย่างอื่นไปได้ นอกจากคนเหลี่ยมจัดมากเล่ห์
อีกฝ่ายด่วนตราหน้าว่านางเป็คนโง่ และยังแก้ตัวกับองค์รัชทายาทแทนนาง หึ พวกนางสนิทกันขนาดนั้นหรือ คุ้นเคยกันขนาดนั้นหรือ มู่อวี่ซีจำเป็ต้องทำถึงขนาดนั้นเพื่อตามเช็ดตามล้างวีรกรรมของนางจริงหรือ
มู่อวิ๋นฮวายังไม่มีปัญญาจัดการเื่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ ไหนเลยอีกฝ่ายจะกล้ารับหน้าที่นี้
ดูท่ามู่อวี่ซีจะห่างไกลจากคำว่าไร้เล่ห์เหลี่ยม บางทีอาจเฉลียวฉลาดกว่ามารดาตัวเองด้วยซ้ำ
มู่อวี่ซีย่อกายลงเพื่อขออภัยตามคำกล่าวของเ้าตัว ทว่าในวินาทีถัดมา องค์รัชทายาทก็จับแขนนางไว้ให้หยุดการกระทำดังกล่าว
“เหตุใดเ้าต้องขออภัยต่อข้า นางไม่คู่ควรกับความเมตตาของเ้า!” องค์ชายรัชทายาทไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน ทว่ามู่อวี่ซียังทำความเคารพจนเสร็จสิ้นพร้อมรอยยิ้มหนักแน่นก่อนจะลุกขึ้น “ไม่ว่านางจะผิดอย่างไร นางก็ยังเป็น้องสาวของข้า ข้อเท็จจริงนั้นในใจข้าไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”
“เ้า...” องค์ชายรัชทายาทคล้ายยังมีบางอย่างจะพูด หากแต่รอยยิ้มที่เปล่งประกายบนใบหน้าของมู่อวี่ซีทำให้เขาไม่สามารถหลุดผรุสวาจาใด ๆ ออกมา สุดท้ายจึงได้แต่ถอนหายใจและยอมรับว่า “เ้ามักใจดีเสมอ”
“ฝ่าา คำสรรเสริญเช่นนี้เป็การชื่นชมหญิงสาวผู้ต่ำต้อยผู้นี้เกินไปเพคะ”
ผู้คนโดยรอบที่คุกเข่าอยู่เงียบ ๆ แทบไม่กล้าหายใจ แต่หูของพวกเขายังเงี่ยฟังบทสนทนาระหว่างบุตรสาวคนโตของตระกูลมู่กับองค์ชายรัชทายาท พวกเขาสบตากันไปมา มันเต็มไปด้วยความคาดเดาและสื่อสารกันอย่างเงียบ ๆ
ฉันทามติที่รู้กันดีแสดงออกอย่างชัดเจน องค์ชายรัชทายาทดูจะโปรดปรานคุณหนูมู่อวี่ซีมากทีเดียว ไม่แปลกใจเลยหากตำแหน่งชายาองค์รัชทายาทอันเป็ที่ปรารถนาจะตกเป็ของนาง!
หรือถึงคราวตระกูลมู่จะได้ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดแล้ว
แม้แต่อนุว่านที่สีหน้าซีดเผือดเมื่อครู่ยังดูกลับกลายเปล่งประกายราวกับได้ชีวิตใหม่ นางเงยหน้าขึ้น แววตาเคียดแค้นของนางจ้องเขม็งไปยังมู่อวิ๋นฮวาที่โดดเด่นอยู่ท่ามกลางฝูงชน รอยยิ้มเ้าเล่ห์ปรากฏที่มุมปากของอนุว่าน
“ฮึ รอดูไปเถอะ” นางคิด “ข้าหลี่ว่านไม่มีทางยอมเป็เพียงนางอนุตลอดไปหรอก!”
เมื่อไรที่ซีเอ๋อร์ได้ครองตำแหน่งชายาองค์รัชทายาท หลี่ว่านก็จะได้รับเกียรติขึ้นเป็ฮูหยินของตระกูล ปกครองคฤหาสน์ตระกูลมู่ในฐานะฮูหยินโดยไม่มีใครโต้แย้ง
สายตาของอนุว่านรุนแรงจนไม่อาจละเลยได้ แม้แต่มู่อวิ๋นฮวาผู้เฉยเมยยังไม่อาจแสร้งทำเป็ไม่รู้ไม่เห็น เพียงแวบเดียวก็พอจะมองเห็นความกระตือรือร้นในสายตาของอนุว่าน ส่วนสาเหตุของความกระตือรือร้นนั้นก็ไม่ยากเกินคาดเดา
มู่อวิ๋นฮวากลอกตาขณะกล่าวคำพูดกับอนุว่านในใจ ‘ฝันไปเถอะ!’
อนุว่านรับรู้ความนัยที่แฝงอยู่ในถ้อยคำของมู่อวิ๋นฮวาได้โดยเร็ว ‘ฝันไปเถอะ! ฝันกลางวัน!’
นังเด็กชั่วผู้นี้กล้าเยาะเย้ยเชียวหรือว่าความปรารถนาของนางนั้นเลื่อนลอย!
อนุว่านมั่นใจว่านังเด็กชั่วมู่อวิ๋นฮวาจงใจกลั่นแกล้ง นางปักใจเชื่อว่าเหตุการณ์ในวันนี้อีกฝ่ายล้วนเป็ผู้บงการ!
มันคือกับดักที่วางไว้เพื่อนางโดยเฉพาะ!
อนุว่านเดือดดาลเต็มที นางอยากฉีกหน้ากากของมู่อวิ๋นฮวาออกดูว่ามีผู้ใดแฝงตัวอยู่ข้างใต้!
ต้องไม่ใช่มู่อวิ๋นฮวาอย่างแน่นอน อย่างน้อยก็ไม่ใช่มู่อวิ๋นฮวาผู้โง่เขลาในอดีต!
บางคนอาจแสร้งทำได้ชั่วคราว แต่ไม่มีทางเล่นละครตบตามาได้ตลอดสิบหกปีโดยไม่พลั้งพลาด!
เมื่อนึกถึงการเข้าสู่จวนิอ๋องและวิวาห์ผีของมู่อวิ๋นฮวา อนุว่านก็เชื่อมั่นว่าหญิงสาวผู้นี้ถูกิญญาเข้าสิง มีบางอย่างผิดปกติ ผิดปกติโดยสิ้นเชิง!
ความคิดนี้หยั่งรากลึกในจิตใจของนาง เติบโตอย่างไม่อาจควบคุมได้เสมือนวัชพืชป่า หากไม่ใช่เพราะคำสั่งขององค์ชายรัชทายาทที่ตรัสให้ ‘ลุกขึ้น’ นางก็อาจสูญสิ้นสติและเปิดโปงมู่อวิ๋นฮวาในทันที!
นางกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ... ทว่าไม่อาจรีบร้อนเนื่องจากนางยังไม่พบหลักฐานใด ๆ
เมื่อนางเรียกปรมาจารย์เต๋าจากอารามชิงเทียนมาแล้ว นางจะบังคับให้มู่อวิ๋นฮวาเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงให้จงได้!
“แม่นม ลุกขึ้นเถิด” มู่อวิ๋นฮวาตั้งท่าจะช่วยประคองแม่นมของตนให้ลุกขึ้น ก็ได้ยินองค์ชายรัชทายาทกล่าวกับตนเสียก่อน “มู่อวิ๋นฮวา เ้าเป็คนแรกที่ไม่คุกเข่าเมื่อเห็นเรา!”
แต่นางคงไม่ใช่คนสุดท้าย... มู่อวิ๋นฮวาเหลือบมองด้านข้างแล้วอดกลั้นคำโต้แย้งไว้ในใจ
“วันนี้อวี่ซีไกล่เกลี่ยให้เ้า เราจึงไว้ชีวิตเ้า คนไร้ค่าไร้ยางอายอย่างเ้าไม่คู่ควรเป็น้องสาวของนาง การมีลูกสาวอย่างเ้านับเป็ความโชคร้ายของตระกูลมู่อย่างแท้จริง”
ถ้อยคำขององค์ชายรัชทายาทแทงใจดำอนุว่านอย่างจัง นางรอถ้อยคำนี้มานานแสนนานแล้ว!
“ฝ่าา หม่อมฉันคุกเข่าด้วยความซาบซึ้งยิ่งนัก” อนุว่านกล่าวพร้อมกับลุกขึ้นยืนและปล่อยมือแม่เฒ่ารับใช้ นางเอ่ยเสียงสั่นด้วยความตื้นตัน “ฝ่าา คุณหนูใหญ่ต้องทนทุกข์ทรมานมากมายเพราะคุณหนูรอง... ในสถานการณ์เช่นนี้... ฮือ... มีเพียงฝ่าาเท่านั้นที่ตรัสแทนนาง ฝ่าาตรัสเช่นนี้ แม้หม่อมฉันต้องตาย หม่อมฉันก็ไม่ทำให้บรรพบุรุษของตระกูลมู่ต้องอับอายแล้ว”
“คนผู้นี้คือใคร” องค์ชายรัชทายาทมักหมกมุ่นอยู่กับราชกิจของตน จึงจำอนุว่านไม่ได้ แม้นางจะเป็มารดาของมู่อวี่ซีแต่ก็ไม่มีคุณค่าให้จดจำนัก
“ฝ่าา สตรีผู้นี้คือ... ท่านแม่ของหม่อมฉัน” มู่อวี่ซีแนะนำก่อนจะชะงักในจังหวะอันเหมาะเจาะ ท่าทีลังเลเพียงเล็กน้อยนั้นเพียงพอจะทำให้องค์ชายรัชทายาทรู้ว่าหญิงตรงหน้าพระองค์คือมารดาของมู่อวี่ซี
เมื่อรู้เช่นนั้นองค์ชายรัชทายาทจึงไม่ได้ทรงวางท่า แต่ยังรักษาอาการไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของพระองค์ พระองค์ทรงเป็รัชทายาทแห่งราชบัลลังก์ เหตุใดต้องเอาใจผู้อื่น
“ไม่ต้องกังวล พิธีสมรสของิอ๋องได้รับการจัดการโดยเสด็จพ่อของเรา หากมู่อวิ๋นฮวากล้าขัดขวางพิธีในครั้งนี้ จงรู้ไว้ว่าเป็การกระทำของนางแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลมู่... เสด็จพ่อยังไม่ได้จัดการกับนาง เนื่องจากทรงคำนึงถึงการปฏิบัติหน้าที่ของอาจารย์เต๋ามู่ในพื้นที่ห่างไกลจากเมืองหลวง แต่เมื่อไรที่เขากลับมาละก็ เหอะ...” ถ้อยคำละเว้นไว้นั้นชัดเจนแก่ทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้น ชะตากรรมของนางถูกกำหนดไว้แล้ว
ใบหน้าของอนุว่านสว่างไสวด้วยความลิงโลด นางไม่คาดคิดมาก่อนว่าเหตุการณ์จะพลิกผันเช่นนี้