
องครักษ์นำขบวนองค์หญิงตัวปลอมแม่นมกับนางกำนัลออกเดินทางมาได้แค่เพียงวันเดียวพอพลบค่ำก็พบกับกองกำลังส่วนหนึ่ง ไม่แจ้งว่า้าอะไร เพราะได้รับคำสั่งมาว่าต้องฆ่าให้หมดทุกคนเท่านั้น องครักษ์ที่พอจะทราบเื่อยู่แล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ก็รีบหนีโดยไม่ได้สนใจจะให้ความช่วยเหลือใคร แค่หนีให้พ้นจากสถานการณ์นี้ก็ถือว่ารอดแล้ว มีเพียงองค์หญิงตัวปลอมแม่นม นางกำนัล และองครักษ์บางส่วนเท่านั้นที่ตาย องครักษ์ที่หนีรอดก็ไปรวมตัวกับกลุ่มแม่นมของฮองเฮา กับองค์หญิงตัวจริงที่ชายแดน
องครักษ์ที่ได้รับคำสั่งให้ฆ่าก็จัดการกับศพของทุกคนโดยเอาไปโยนทิ้งไว้ในป่าลึก เพื่อให้เป็อาหารของสัตว์ป่า ส่วนทรัพย์สินของฮองเอาพวกเขาก็นำกลับไปคืนให้องค์ฮ่องเต้ องครักษ์พบว่ามีทรัพย์สินแค่เพียงส่วนน้อยเท่านั้น ส่วนใหญ่จะเป็เพียงผืนผ้า แทบทุกหีบจะมีผ้าอยู่เกือบเต็มทุกหีบ เมื่อนำกลับไปมอบคืนให้กับองค์ฮ่องเต้พระองค์ก็แปลกพระทัยไม่น้อยว่าจะให้ผ้าไปทำไมมากมาย ในเมื่อเด็กยังเล็กไม่สามารถเอาไปใช้ได้ แต่ก็ไม่สามารถเอาข้อสงสัยนี้ไปสอบถามกับฮองเฮา ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้กับตัวเอง แต่ก็ทรงสบายพระทัยที่ทรงกำจัดตัวกาลกิณีให้ตกตายไปจากแคว้นของพระองค์ได้แล้ว หลังจากนี้แคว้นของพระองค์จะได้มีแต่ความเจริญรุ่งเรืองสืบไป หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยฮ่องเต้ก็นั่งตรวจฎีกาต่อเหมือนกับว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
แม่นมของฮองเฮาตัดสินใจพาพระธิดาไป๋เหมยฮวาหลบหนีออกไปพักอยู่ที่แคว้นเจี๋ย เพราะเป็แคว้นที่เพิ่งก่อตั้งใหม่ เป็การรวมตัวกันขององค์ชายสามแคว้นจ้าวกับองค์หญิงของแคว้นเย่ว์หลังจากที่ทั้งสองพระองค์ทรงอภิเษกสมรสกัน มีเสียงเล่าลือกันว่างานอภิเสกสมรสของทั้งสองพระองค์ยิ่งใหญ่อลังการสมพระเกียรติใครที่ได้เห็นต่างก็ชื่นชมในพระบารมีของทั้งสองพระองค์กันทุกคน ทั้งสองพระองค์ได้รับการสรรเสริญว่าเป็คู่์สรรค์สร้าง ทรงงามสง่าเหมาะสมกันดั่งกิ่งทองใบหยก ประชาชนต่างแซ่ซ้องสรรเสริญว่าองค์ฮ่องเต้และฮองเฮาของแคว้นเจี๋ยเป็ผู้ที่มีพระบุญญาธิการถึงขนาดมีสัตว์ในพันธสัญญาเป็ัดำ และเสือขาว ซึ่งแคว้นอื่น ๆ ไม่มี ทั้งสองพระองค์ทรงมีพระเมตตาต่ออาณาประชาราษฎร์ เต็มเปี่ยมไปด้วยพระปรีชาสามารถในหลากหลายด้าน
ทรงช่วยกันก่อตั้งแคว้นเจี๋ยได้ไม่นาน แต่กลับช่วยให้ราษฎรมีกินมีใช้ไม่อดไม่อยาก บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็แคว้นที่มีการจัดการด้านเศรษฐกิจเป็อย่างดี มีระบบการบริหารจัดการบ้านเมืองแตกต่างจากทุกแคว้น จะมีการแบ่งที่ดินจัดสรรให้ราษฎรเพาะปลูกโดยทางหน่วยงานราชการจะเป็ผู้กำหนดว่าจะต้องเพาะปลูกอย่างไร มีการเรียกจัดเก็บภาษีอย่างเป็ระบบเดียวกันทั่วทั้งแคว้น จัดให้มีการลงทะเบียนอาชีพแต่ละอาชีพ โดยจะมีศูนย์ฝึกสอนวิชาชีพในแต่ละหัวเมืองใหญ่ มีโรงเรียนที่รับทั้งเด็กชายและเด็กหญิงโดยไม่จำกัดจำนวนตั้งอยู่ในทุกหัวเมืองใหญ่ และมีสถานพยาบาลที่จะรองรับคนเจ็บคนป่วยไม่ว่าจะเป็คนจนหรือคนรวยก็จะได้รับบริการในแบบเดียวกัน มีธนาคารเอาไว้รองรับบริการรับฝาก-ถอนเงินกระจายอยู่ทั้งแคว้น ไม่ว่าจะเป็ศูนย์ฝึกวิชาชีพ หรือโรงเรียน ธนาคาร และสถานพยาบาลต่างก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานต่างๆ ที่องค์ฮ่องเต้จัดตั้งขึ้นเพื่อควบคุมดูแลบริหารจัดการให้เป็มาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งแคว้น แคว้นเจี๋ยจึงจัดว่าเป็แคว้นตัวอย่างที่ร่ำรวยมากที่สุดแคว้นหนึ่งในบรรดาแคว้นทั้งสี่ ไม่ได้ร่ำรวยเฉพาะกษัตริย์ ขุนนาง หรือพ่อค้า แต่ประชาชนก็มีสภาพความเป็อยู่ดีด้วยกันทุกครัวเรือน
ณ โลกยุคปัจจุบัน
(ถ้าท่านใดงง ตรงส่วนนี้แนะนำให้ไปอ่านเยว่ชิงบทที่1 - 7 นะคะ ฟรีไม่เสียเงินค่ะ ถ้าอ่านแล้วยังงงตรงไหน คอมเม้นท์ถามเอาไว้ก็ได้นะจ๊ะ เดี๋ยวเราจะเข้ามาตอบให้นะคะ)
หลังจากที่เย่ชิงเซียนได้ให้กำเนิด ซือหลง ซือเทียน และซือเฟิง ในปีต่อมาเธอก็ยังให้กำเนิดลูกสาวที่น่ารักออกมาอีกหนึ่งคน คนนี้ซือหลางให้ชื่อว่า ซือเซียน
ซือเซียนจะมีนิสัยแตกต่างจากพี่ชายทั้งสาม เป็เด็กที่เลี้ยงง่าย ไม่เคยร้องไห้งอแง จะเรียกว่าเลี้ยงง่ายที่สุด ในจำนวนเด็กทั้งสี่คนเลยก็ว่าได้ ซือเซียนเป็เด็กที่มีคุณลักษณะคล้ายกับเย่ชิงเซียนมากๆ คือจะมีกลิ่นกายหอมอ่อน ๆ มีสัญลักษณ์กลางหน้าผากเป็รูปดาวเก้าแฉก ท่านปู่บอกว่าสัญลักษณ์ของซือเซียนก็เป็มิติที่สามารถเชื่อมต่อกับมิติของเย่ชิงเซียนได้เช่นกัน (ที่จริงแล้วดาวเก้าแฉกก็คืออาวุธของเทพบุปผาที่ไท่ซ่านเหล่ากุงฝังเอาไว้ให้บนหน้าผากนั่นเอง)
ซือหลางกับเย่ชิงเซียนให้ ซือหลง ซือเทียน ซือเฟิง และซือเซียนเข้าเรียนในโรงเรียนนานาชาติ เพื่อให้เด็กทั้งสี่ได้เรียนรู้ถึงความแตกต่างของวัฒนธรรม และเก่งทางด้านภาษา เพื่อจะได้นำกลับไปใช้พัฒนาที่แคว้นเจี๋ยและแคว้นจ้าวในอนาคตได้
ถ้าเป็วันธรรมดาเด็กๆ จะอาศัยอยู่ที่บ้านของคุณปู่คุณย่าในยุคปัจจุบัน แต่ก็จะได้เจอกับบิดา มารดาในมิติทุกวันใน่เวลาก่อนเข้านอน โดยจะเข้ามิติของซือเซียนเพื่อไปหาบิดามารดาซึ่งจะเข้ามารออยู่ก่อนแล้ว ที่บิดามารดาไม่ไปรับที่บ้านของคุณปู่คุณย่าเพราะไม่อยากเกิดความวุ่นวาย จึงนัดเจอกับเด็กๆ ภายในมิติ
ซือหลางกับเย่ชิงเซียนจะมารับเด็กทั้งสี่กลับแคว้นเจี๋ย ก็ต่อเมื่อเป็วันหยุด และจะไปแคว้นจ้าว หรือแคว้นเย่ว์ก็ต่อเมื่อ เด็กๆ มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวันเท่านั้น
“ซือหลง ซือเทียน ซือเฟิง ซือเซียน เก็บของเสร็จหรือยังลูก วันนี้ต้องกลับไปที่โรงเรียนแล้วนะลูก” เย่ชิงเซียนเรียกเด็กๆ ที่กำลังง่วนอยู่กับการเก็บสิ่งของ ของตนเอง
“เรียบร้อยแล้วครับคุณแม่” ซือหลง ซือเทียน ซือเฟิง
“เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะคุณแม่” ซือเซียน
เด็กทั้งสี่วิ่งเอาของบางส่วนขึ้นไปเก็บไว้บนรถอย่างรวดเร็ว บางส่วนก็เอาเก็บไว้ในแหวนมิติ และไม่ลืมที่จะวิ่งมาหอมแก้มของคุณพ่อคุณแม่คนละฟอดสองฟอดอย่างประจบเอาใจ แหวนมิติที่แต่ละคนได้รับมาจากมารดาจะเป็เพียงแหวนทองเรียบๆ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับตัวของเด็กๆ ั้แ่สมัยที่เข้าโรงเรียนในครั้งแรก ด้านในแหวนมิติของแต่ละคนก็จะมีพวกของใช้ส่วนตัว อาวุธประจำตัวของแต่ละคน (ซือหลงมีกระบี่ ซือเทียนมีธนู ซือเฟิงมีดาบ ซือเซียนมีพู่กัน) เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ยารักษาโรคที่จำเป็ อาหารและของว่าง ที่แต่ละคนชอบเก็บเอาไว้ ส่วนสัตว์ประจำตัวของแต่ละคนก็ยังคงฝากเอาไว้ในมิติของมารดา (ซือหลงมีัทอง ซือเทียนมีกิเลนเพลิง ซือเฟิงมีพยัคฆ์ทมิฬ ซือเซียนมีหงส์ไฟ)
ปีนี้ซือหลง ซือเทียน ซือเฟิง อายุครบสิบปี ส่วนซือเซียนก็เก้าปีแล้ว เด็กทั้งสี่เป็เด็กฉลาดหัวไวเรียนรู้เร็ว จนคุณครูที่โรงเรียนต่างก็เอ่ยปากชม ซือหลางจะให้ลูกเรียนหนังสือเหมือนเด็กทั่วไปในวันปกติ แต่เขากับเย่ชิงเซียนจะสอนวรยุทธ์ อักขระ การปรุงยา ให้กับเด็กๆ ภายในมิติใน่เวลาก่อนเข้านอนตอนกลางคืน โดยเด็กๆ จะเข้าไปในมิติของซือเซียน เพื่อที่จะเจอกับบิดาและมารดาที่กำลังรอพวกเขาอยู่ในทุกๆ วัน และเพื่อเป็การไม่ให้เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์
