เมื่อถึงค่ำคืนที่เป็การฉลองการแต่งงานของ อีธาน และ วทัญญา ซึ่งจะมีเพียง อีธาน, วทัญญา และบอดี้การ์ดของ อีธาน เท่านั้นที่รู้ ส่วน อรษา และเพื่อนคนอื่นที่มาร่วมงาน รู้แค่เพียงว่ามาเลี้ยงฉลองกันเฉยๆ
“ญา เธอเป็อะไรอ่ะ ดูสีหน้าเธอไม่ดีเลยนะ เหมือนไม่ค่อยสบายใจยังไงไม่รู้” อรษา ที่ได้รับเชิญมาปาร์ตี้ในครั้งนี้ เอ่ยถามเพื่อนของตนขึ้นอย่างเป็ห่วง เมื่อเห็นสีหน้าที่ดูไม่ดีของเพื่อน
“สีหน้าฉันมันฟ้องขนาดนั้นเลยเหรอ?” วทัญญา เอ่ยถามเพื่อนของตนกลับพร้อมกับยกมือเรียวเล็กขึ้นลูบแก้ม
“ก็เออนะสิ หน้างี้บอกบุญไม่รับเลย ดูเศร้ามากเลย ถึงเธอจะใส่หน้ากากเป็สิบๆ ชั้น ฉันก็ยังเห็นอยู่ดีย่ะ เพราะฉันเพื่อนเธอนะ ลืมไปแล้วหรือ?” อรษา กล่าวขึ้นด้วยความเป็ห่วงเพื่อน และดูออกว่าเพื่อนในตอนนี้ไม่ได้มีความสุขเอาเสียเลย
“ฉันยังไม่พร้อมที่ได้พูดออกมาจริงๆ อร ถ้าฉันพร้อมเมื่อไร ฉันสัญญาว่าจะพูดกับเธอเป็คนแรก โอเคมั้ยอร?” วทัญญา เอ่ยบอกเพื่อนด้วยความเศร้าสร้อยอย่างไม่ปิดบัง
“โอเค! ถ้าเธอไม่อยากพูดในตอนนี้ก็ไม่เป็ไรนะ ฉันเป็เพื่อนเธอและจะคอยเป็กำลังใจ และคอยช่วยเธอเสมอ จำเอาไว้นะญา” อรษา เอ่ยบอกเพื่อนด้วยความจริงใจ
“ขอบคุณนะอร” วทัญญา เอ่ยขอบคุณเพื่อนด้วยความซาบซึ้งใจเป็อย่างยิ่ง
“มาๆ ชนแก้วกัน ฉันอยากเมาวันนี้” วทัญญา เอ่ยบอกเพื่อนขึ้น อย่าง้าอย่างนั้นจริงๆ
“จะบ้าแล้วเหรอญา ถ้าเธอเมาแล้ว คุณอีธาน จะมองเธอยังไงล่ะ” อรษา เป็ห่วงภาพพจน์ของเพื่อน กลัวว่าคนอื่นจะมองไม่ดี โดยเฉพาะ อีธาน ด้วยแล้ว
“มองยังไงก็ช่างเขาเถอะ ฉันไม่แคร์อะไรอีกแล้ว” วทัญญา กล่าวพร้อมกับยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้วเลย
“เห้ย! เบาๆ ญา ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล เธอค่อยๆ ดื่มก็ได้” อรษา กล่าวเตือนเพื่อนด้วยความเป็ห่วง ก็รู้หรอกว่าตอนนี้สภาพจิตใจของเพื่อนดูจะไม่เป็ปกติ แต่เธอก็เป็ห่วงนี่ จึงต้องปราบเพื่อนไว้
“ไม่เป็ไรหรอก ถ้าเมาคุณอีธานก็พาฉันกลับได้อยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก ฮ่าๆๆ” วทัญญา กล่าวไปก็หัวเราะไป ทั้งที่ไม่มีอะไรที่น่าหัวเราะเลยสักนิด
"เอ้าๆ.. ก็เอาที่สบายใจเลยแล้วกัน ถ้าคุณอีธานไม่พาเธอกลับ ฉันก็จะพาเธอกลับได้ไม่ต้องห่วง อยากเมาก็เมาไปเลยเพื่อน” อรษา กล่าวขึ้นอย่างไม่รู้จะทำยังไงต่อดี จึงจำยอมตามที่เพื่อนว่ามานั้นอย่างเสียไม่ได้
“ขอบใจนะอร” วทัญญา เอ่ยขึ้นพร้อมมองมาที่ อรษา ด้วยความซาบซึ้งใจอีกครั้ง
“ไม่ต้องมองฉันอย่างนั้นหรอกย่ะ เดี๋ยวฉันก็ดราม่าหรอก” อรษา เอ่ยบอกเพื่อน
“เอ้าๆ ดื่ม” วทัญญา ยกแก้วขึ้นมาชนกับเพื่อน
“เอ้าดื่มก็ดื่ม” อรษา เอ่ยบอกคนกำลังจะเมา ซึ่งคนที่บอกชนแก้วนั้น ได้ยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นดื่มจนหมดแก้วเลยทีเดียว
“ญา ทำไมดื่มเยอะขนาดนี้ล่ะ” อีธาน ซึ่งเดินผละออกจากกลุ่มเพื่อนของตนเดินเข้ามาหาเ้าสาวลับๆ หมาดๆ ของเขา พร้อมกับเข้าโอบกอดร่างบางไว้อย่างหวงแหน แล้วเอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็ห่วงเป็ใย
“เยอะที่หน่ายย.. แค่นิดเดียวเอง ยางไม่เมาสักหน่อย” วทัญญา กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงยานๆ ที่ดูไม่เป็ปกติเอาเสียเลย
“เสียงยาวอย่างกับอะไรแล้ว ยังจะว่าไม่ได้เมาอีกหรือหึ!” อีธาน เอ่ยบอกขึ้น อย่างเอ็นดูคนตัวเล็กในอ้อมกอด
“ครายว่าญามาว ม่ายด้ายมาว เลยสักหน่อย” วทัญญา เถียงข้างๆ คูๆ ทั้งที่เสียงงี้ไปแล้ว ไม่เป็ปกติเหมือนเดิมแล้ว
“ญาคงเมาแล้วละ ถ้ายังไงผมคงต้องขอตัวกลับก่อนแล้ว” อีธาน กล่าวบอกลาเพื่อนทุกคนรวมทั้ง อรษา ด้วย
“โอเคค่ะ ฝากดูแลญาด้วยแล้วกันนะคะ สงสัยจะเมามากแล้วนั้น” อรษา เอ่ยบอกกับ อีธาน พร้อมกับมองดูร่างของเพื่อนที่ตอนนี้เมาไม่เป็ท่าเลย
“ผมต้องดูแลอยู่แล้วล่ะครับ รับรองได้” อีธาน เอ่ยรับปาก จากนั้นก็ประคอง วทัญญา เดินออกจากร้าน เพื่อไปขึ้นรถที่บอดี้การ์ดของตนได้ขับมารอรับอยู่ที่หน้าผับเรียบร้อยแล้ว
“ญา ที่รัก คุณเป็อะไร ทำไมดื่มจนเมาได้ขนาดนี้” อีธาน เอ่ยถามคนตัวเล็ก เมื่อได้พาขึ้นไปนั่งอยู่เบาะหลังของรถยนต์คันหรูของตนเรียบร้อยแล้ว
“หือๆๆ!..” วทัญญา ไม่พูดไม่จาอะไรออกมา แต่ได้ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก เหมือน้าที่จะระบายความในใจออกมาด้วยหยาดน้ำตายังไงยังงั้น
“ชูว์.. ชูว์.. อย่าร้องไห้นะคนดี ผมอยู่นี้แล้ว” อีธาน เอ่ยปลอบประโลม แต่ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย ว่าหญิงสาวร้องไห้หนักมากเพราะอะไร และเพราะใคร
วทัญญา ร้องไห้จนหนำใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย ดังนั้น อีธาน จึงไม่รู้เลยว่า วทัญญา ร้องไห้ออกมานั้น มีความอัดอั้นในใจอะไรกันแน่ ซึ่งเมื่อหญิงสาวได้ร้องไห้ออกมาจนหนำใจแล้ว ก็หลับใหลไปตลอดการเดินทางกลับบ้าน
๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕