เล่มที่1 บทที่3 เพลิงพิโรธ
“พี่เฉิน เจียงเฉินเทียนเป็คุณชายของสกุลเจียงเชียวนะท่านเองก็รู้ว่าสกุลเจียงมีอำนาจคับฟ้าในเมืองหลงหลินแค่ไหน เื่บางเื่แค่หลับหูหลับตาปล่อยผ่านไปก็หมดเื่แล้วทำไมจะต้องไปมีเื่กับเขาด้วย สุดท้ายแล้วคนที่เสียเปรียบก็เป็พวกเราไม่ใช่หรือ” เสี่ยวเตาเอ่ย ทว่าด้วยรูปร่างที่ใหญ่โตกำยำของเขา คงไม่มีใครคาดคิดได้ว่าคนผู้นี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคำว่าเสี่ยว[1]
“เจียงเฉินเทียนหรือ” จั่วเฉินฉีกยิ้ม
“บางอย่างข้าอาจจะทนได้ แต่บางเื่เ้านั่นก็ทำเกินไปเจียงเฉินเทียนไม่ได้จงใจกลั่นแกล้งข้าแค่วันสองวันเท่านั้น ครั้งนี้พอเห็นว่ามีโอกาสข้ามผ่านประตูั[2]ไปพร้อมกับหลงซินเย่ถึงได้อวดเบ่งขึ้นมาน่ะสิ คงคิดจะรังแกข้าให้ถึงที่สุดกระมัง”
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จู่ๆ ดวงตาของจั่วเฉินก็เป็ประกายขึ้นมาเขากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“หลงซินเย่ไปตำหนักนภาปราณยุทธครั้งนี้จะต้องเลือกผู้ติดตามไปหนึ่งคน ทว่าไม่ได้เจาะจงว่าต้องเป็เจียงเฉินเทียนเสียหน่อยเ้านั่นจะได้โอกาสนั้นหรือเปล่าก็ยังไม่แน่เลยไม่ใช่หรือ”
“แต่ว่า... เจียงเฉินเทียนแข็งแกร่งมาก แถมข้ายังได้ยินว่าสองวันนี้สกุลเจียงตามหาหญ้าโลหิตมาให้เขาด้วยต้นหนึ่งหากมีหญ้าโลหิตช่วย เจียงเฉินเทียนย่อมพัฒนาเป็ระดับหลอมรวมขั้นสี่ได้ในเร็ววันแน่ถ้าเป็อย่างนั้น จะยังมีใคร่ชิงกับเขาได้อีกเล่า” เสี่ยวเตาเอ่ยด้วยความกังวล
“หึระดับหลอมรวมขั้นสี่อย่างนั้นหรือ ระดับหลอมปราณก็แค่ระดับเริ่มต้นเท่านั้นเนื้อแท้แล้วยังแค่หลอมรวมพลังปราณและเืลมอยู่เลย แล้วระดับหลอมรวมขั้นสามหรือขั้นสี่มันจะต่างกันสักแค่ไหนกันเชียว ทำไมจะต้องกลัวด้วยเล่า” จั่วเฉินผ่อนลมหายใจออกมาก่อนจะกล่าวต่อ
“ถึงอย่างไร ข้าจั่วเฉินผู้นี้จะต้องได้สิทธินั้นมาให้ได้”
คำพูดของเสี่ยวเตาได้ย้ำเตือนจั่วเฉิน ใครบ้างจะไม่อยากไปตำหนักนภาปราณยุทธก่อนหน้านี้ที่เขาไม่เคยคิดก็เพราะตัวเองไม่สามารถปลุกพลังได้ ทว่าตอนนี้ไม่ใช่แล้วหลังจากฟื้นตัวกลับมา การปลุกพลังก็ไม่ใช่เื่ยากสำหรับจั่วเฉินอีกต่อไป หากเขาสามารถปลุกพลังได้ภายในเก้าวันนี้ล่ะก็เจียงเฉินเทียนจะนับเป็อะไรได้ แล้วทำไมเขาจะไม่เข้าร่วม่ชิงสิทธิในครั้งนี้เล่า
ผู้คนก้าวขึ้นที่สูง สายน้ำไหลรินลงที่ต่ำ จั่วเฉินเองก็เป็เช่นกันการขลุกอยู่ในสำนักสลายดาราเล็กๆ เช่นนี้จะมีความก้าวหน้าได้อย่างไร หากสามารถเข้าตำหนักนภาปราณยุทธที่เป็ขุมอำนาจใหญ่ได้ ไม่ว่าจะเป็การรักษาขาของอาเล็กหรือการฝึกฝนเฉพาะตัวก็ล้วนมีโอกาสมากขึ้น
หลังจากโบกมือห้ามเสี่ยวเตาที่กำลังจะเกลี้ยกล่อมเขาแล้วจั่วเฉินก็กระดิกนิ้วเป็เชิงเรียกอีกฝ่าย
“เสี่ยวเตาเ้าลองมาประมือกับข้าหน่อยสิ”
“ได้เลย!” เสี่ยวเตาพยักหน้าตอบรับแทบจะทันที เดิมทีเขาก็เป็คู่ซ้อมให้จั่วเฉินประจำ
หลังจากที่จั่วเฉินก้าวเท้าออกไปก้าวหนึ่ง พื้นดินพลันเกิดเสียงเขาตั้งสมาธิ โคจรพลังปราณให้เืลมไหลเวียน พริบตาถัดมา เขาก็ชกหมัดออกไปทางเสี่ยวเตาอย่างรุนแรง
เสี่ยวเตายกสองมือประนมเข้าด้วยกันที่ด้านหน้าเพื่อขัดขวางการโจมตีทว่าเพียงครู่เดียว เนื้อตัวที่เต็มไปด้วยไขมันของเขาก็ต้องสั่นสะท้าน เนื่องจากเขาเซถลาไปด้านหลังหลายสิบก้าวก่อนจะหงายหลังล้มลงไป
“เป็ไปได้อย่างไร!?”เสี่ยวเตาเบิกตาโพลง “ปกติข้าต้านหมัดพี่ได้อย่างน้อยสามหมัดเลยนะ”
“ไม่มีอะไรที่เป็ไปไม่ได้หรอก เสี่ยวเตา ร่างกายของข้าฟื้นตัวกลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์แล้วพละกำลังก็เพิ่มขึ้นสามร้อยกว่าจิน หลังจากนี้ ข้าเองก็จะสามารถปลุกพลังและเริ่มฝึกฝนได้เจียงเฉินเทียนอยากจัดการข้าอย่างนั้นหรือ เหอะ ข้าเองก็อยากหาเื่เขาอยู่เหมือนกัน”จั่วเฉินพูดยิ้มๆ ก่อนจะยื่นมือไปดึงเสี่ยวเตาให้ลุกขึ้น
“ฮ่าๆพี่เฉิน หากท่านสามารถปลุกพลังได้ก็ดีแล้ว” เสี่ยวเตายิ้มซื่อ เขาพูดไม่ค่อยเก่งทว่าในใจก็รู้สึกยินดีไปกับจั่วเฉิน
“เสี่ยวเตา ทุกครึ่งปี ทางสำนักจะมอบยาลูกกลอนเืัให้พวกเราเม็ดหนึ่งใช่หรือไม่ ตอนนี้ใกล้ถึงเวลารับของ่ครึ่งปีหลังแล้วหรือยัง” จั่วเฉินถาม
แม้ตอนนี้เขาจะมีโอกาสปลุกพลัง ทว่าจั่วเฉินก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าตนเองจะทำสำเร็จได้ในครั้งเดียวแต่หากมียาลูกกลอนเืัแล้วล่ะก็ จะสามารถเร่งเืลมในร่างให้พุ่งสูงถึงขีดสุดได้ในระยะเวลาสั้นๆซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการปลุกพลังให้สำเร็จได้มากขึ้น
“อื้อ สามารถขอรับได้แล้ว”เสี่ยวเตาพยักหน้า “ถ้าพี่เฉิน้า เอาส่วนของข้าไปด้วยก็ได้”
“ไม่ต้อง ข้าแค่เอามาปลุกพลังเท่านั้น เ้าเก็บไว้เถอะ” จั่วเฉินโบกมือปฏิเสธเขายอมรับการช่วยเหลือต่างๆ ในชีวิตประจำวันจากเสี่ยวเตาได้ทว่าไม่อาจเอาเปรียบทรัพยากรฝึกฝนของเพื่อนพ้องได้
...
หลังจากที่พาอาเล็กกลับเข้าไปพักผ่อนในห้องแล้ว จั่วเฉินก็เดินนำเสี่ยวเตาออกจากเรือนตรงไปทางหอเก็บรักษายาลูกกลอนของสำนัก
จั่วเฉินไม่ค่อยมาที่นี่เท่าไรนัก เพราะเขาเป็เพียงศิษย์ธรรมดาจึงไม่ได้มีเงินเหลือเฟือมาซื้อยาลูกกลอนเพิ่ม ทว่านี่ไม่เหมือนกัน ยาลูกกลอนเืันับเป็สวัสดิการที่ศิษย์ทุกคนจะได้รับจึงไม่แปลกหากเขาจะมาใช้สิทธิของตนเอง ซึ่งเื่ในครั้งนี้นับว่าสำคัญมาก เพราะมันเกี่ยวพันถึงการปลุกพลังที่สมบูรณ์ของเขา
“ผู้าุโหลี่ ข้ามาขอรับยาลูกกลอนเืัในส่วนของข้า” จั่วเฉินกล่าวออกมาทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในหอเก็บรักษา
“ยาลูกกลอนเืัหรือ”
ผู้เฒ่าที่นั่งอยู่หลังโต๊ะเงยหน้าขึ้นมามองก่อนจะยื่นยาลูกกลอนเืัในส่วนของเสี่ยวเตาให้ ทว่าเมื่อเห็นว่าเป็จั่วเฉินแล้วสีหน้าของผู้าุโหลี่พลันมืดลงทันที เขาเอ่ยอออกมาอย่างเ็า
“ยาลูกกลอนเืัของเ้ามีคนรับไปแล้ว เ้ากลับไปเถอะ”
“ท่านว่าอย่างไรนะ มีคนรับไปแล้วหรือ” จั่วเฉินถามพลางขมวดคิ้ว “ท่านเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าผู้าุโหลี่?”
ยาลูกกลอนแบบเดียวกันนี้ ทางสำนักจะมอบให้เพียงคนละหนึ่งเม็ดเท่านั้นและแต่ละคนจะต้องมาเบิกรับด้วยตัวเอง ไม่มีทางที่จะถูกผู้อื่นเบิกผิดไปแน่ นอกเสียจากว่าจะมีคนปลอมตัวและเบิกเอาไปสองเม็ด
“เ้ากล้าสงสัยในความยุติธรรมของข้าหรือ กลับไปเถอะ ส่วนของเ้าถูกเบิกไปแล้ว” ผู้าุโหลี่มองจั่วเฉินอย่างไม่สบอารมณ์
ดวงตาของจั่วเฉินพลันเข้มขึ้น สายตาฉายแววโกรธเกรี้ยวอย่างรุนแรง
ยาลูกกลอนเืัเป็สิ่งสำคัญที่จะช่วยเร่งให้เขาปลุกพลังได้สำเร็จโดยเร็วใครกันที่มันกล้ารับไปแทน นั่นเท่ากับเป็การขัดขวางเส้นทางการฝึกฝนของเขา
“ยาลูกกลอนนี่ต้องให้เ้าตัวมาเบิกรับเอง ผู้อื่นไม่สามารถรับแทนกันได้ผู้าุโหลี่มอบให้คนอื่นเช่นนี้ ไม่เป็การผิดกฎสำนักหรอกหรือ” จั่วเฉินจ้องเขม็ง
“กฎหรือ เ้าก็แค่คนไร้ค่าที่ปลุกพลังไม่ได้ มีสิทธิอะไรมาพูดเื่กฎกับข้า ยาลูกกลอนเืันั้นไร้ค่าต่อเ้า ทว่ายังมีประโยชน์กับศิษย์คนอื่นๆ เช่นนั้นไม่สู้มอบให้ศิษย์ที่มีพร์ดีกว่าหรือหากเ้าคิดว่าตัวเองมีความสามารถ ก็ไปทวงส่วนของเ้าคืนจากเจียงเฉินเทียนเองก็แล้วกัน”ผู้าุโหลี่เย้ยหยัน ไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของจั่วเฉินแม้แต่น้อย
ตัวเขาเป็หนึ่งในเก้าผู้าุโ แถมยังเป็ถึงผู้คุมหอเก็บรักษายาลูกกลอนซึ่งนับว่าเป็สถานที่สำคัญ แน่นอนว่าเขาต้องมีสถานะในสำนักสูงพอสมควร เมื่อต้องเผชิญหน้ากับจั่วเฉินศิษย์ไร้ประโยชน์ที่แม้แต่ปลุกพลังก็ยังทำไม่ได้ เขาจึงไม่มีความเกรงกลัวเลยสักนิดหากไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะเป็เื่ใหญ่ล่ะก็ เกรงว่าคงจะจับจั่วเฉินโยนออกไปข้างนอกแล้วเป็แน่
“หึ ศิษย์ที่มีพร์อย่างนั้นหรือ เจียงเฉินเทียนนั่นน่ะหรือ” จั่วเฉินโมโหมากจนถึงกับหลุดขำออกมา แต่เขาก็ไม่ได้เสียเวลาต่อล้อต่อเถียงด้วย แล้วเลือกที่จะหมุนตัวเตรียมจากไป
ทว่ายังไม่ทันที่จะออกไปด้านนอก จั่วเฉินก็หันขวับกลับมา
“หวังว่าผู้าุโหลี่จะไม่เสียใจกับเื่ในวันนี้”
…
เมื่อออกมาจากหอเก็บรักษายาลูกกลอนแล้วจั่วเฉินได้แต่กำหมัดทั้งสองข้างพร้อมกับเอ่ยเสียงเหี้ยมออกมา
“เจียงเฉินเทียน คุณชายอย่างข้าจะฆ่าเ้า!”
เ้าเจียงเฉินเทียนตอแยเขาไม่เลิก กระทั่งยาลูกกลอนของเขาก็ยังคิดจะแย่งแต่ที่น่าเจ็บใจไปกว่านั้น คือการที่ผู้าุโหลี่เป็ถึงผู้าุโของสำนักแท้ๆ กลับช่วยเหลือเจียงเฉินเทียนทำเื่ชั่วๆ
เดิมทีจั่วเฉินตั้งใจจะรอต่อไปอีกเก้าวัน แล้วค่อยจัดการเจียงเฉินเทียนในการต่อสู้่ชิงสิทธิการเป็ผู้ติดตามทว่าตอนนี้ ความโกรธของของเขานั้นรุนแรงเกินขีดจำกัดเสียแล้ว
ศึกในอีกเก้าวันอย่างนั้นหรือ ไม่...ข้าไม่รอแล้ว!
“ข้าจะปลุกพลัง ปลุกเดี๋ยวนี้เลยขอแค่ปลุกพลังสำเร็จก็จะก้าวเข้าสู่ระดับหลอมรวมขั้นหนึ่ง กลายเป็ผู้ฝึกยุทธที่แท้จริงเช่นนั้นข้าก็จะมีกำลังจัดการได้ทุกอย่าง รวมทั้งเอาชนะเ้าเจียงเฉินเทียนนั่นด้วย!” จั่วเฉินตั้งปณิธานในใจอย่างแรงกล้า
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พี่เฉิน ท่านเอาส่วนของข้าไปเถอะ” เสี่ยวเตาล้วงเอายาลูกกลอนเืัของตัวเองออกมา
“เก็บไว้เสี่ยวเตา ข้าขอรับเพียงความหวังดีของเ้าก็พอ ยานี่ก็แค่ช่วยเร่งให้ข้าปลุกพลังได้เร็วขึ้นต่อให้ไม่มีมัน อย่างมากข้าก็แค่ทำได้ช้ากว่าเดิมสองวันเท่านั้น” จั่วเฉินดันมือเสี่ยวเตาออกพร้อมกับส่ายหน้าปฏิเสธเขารู้ดีว่าเสี่ยวเตาเป็เด็กกำพร้า กว่าจะฝึกฝนได้จึงไม่ง่ายเช่นกัน
“ท่านรับไปเถอะอยู่กับท่านคงจะเกิดประโยชน์มากกว่า” เสี่ยวเตากลับยืนยันอย่างเด็ดเดี่ยว
ระหว่างที่คนทั้งคู่เกี่ยงกันอยู่นั้น ที่ด้านหลังก็มีศิษย์ในสำนักหลายคนเดินผ่านมาเมื่อเห็นว่าเป็จั่วเฉินแล้ว ศิษย์เ่าั้ก็พากันเอ่ยเย้นหยัน
“อายุตั้งสิบหกปีแล้ว ยังไม่สามารถปลุกพลังได้อีก หากเป็ข้า คงรีบไสหัวออกจากสำนักไปนานแล้ว”
“ฮ่าๆ ถูกต้อง เ้ามาเบิกยาลูกกลอนหรืออย่างไร แบบนี้มันสิ้นเปลืองทรัพยากรชัดๆ”
“ครั้งนี้เ้าตัวไร้ค่าคงต้องผิดหวังกลับไปเสียแล้ว ข้าว่านะทรัพยากรของคนไร้ค่าเช่นนี้ ทางสำนักไม่ควรมอบให้ถึงจะถูก รวบรวมไว้สนับสนุนพี่เจียงเฉินเทียนที่เป็อัจฉริยะเสียดีกว่า”
เมื่อได้ยินคำพูดเ่าั้ จั่วเฉินกับเสี่ยวเตาก็หันหน้ามาพร้อมกันจึงได้เห็นว่ามีศิษย์ร่วมสำนักสี่คนเดินออกมาจากหอเก็บรักษายาลูกกลอน
จั่วเฉินคุ้นเคยกับคนทั้งสี่นี้ดีทีเดียว พวกเขาก็เหมือนกับเจียงเฉินเทียนล้วนแต่เป็ลูกหลานสกุลเจียงแห่งเมืองหลงหลิน หนึ่งในนั้นมีนามว่าเจียงเฉินไห่ ซึ่งเป็น้องชายแท้ๆของเจียงเฉินเทียน
ปกติแล้ว หากจั่วเฉินบังเอิญพบเห็นลูกหลานเหล่าสกุลใหญ่ก็มักจะหาทางหลบเลี่ยงออกไปทว่าวันนี้เขากลับไม่อยากทำเช่นนั้นแล้ว
“เสี่ยวเตา ข้าคงไม่ต้องใช้ยาลูกกลอนเืัของเ้า มีคนนำมาประเคนให้ข้าถึงที่แล้วล่ะ”จู่ๆ จั่วเฉินก็ฉีกยิ้ม
“หมายความว่าอย่างไร” เสี่ยวเตาเบิกตาก่อนจะเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
“ไม่มีอะไร ข้าก็แค่จะปล้น” จั่วเฉินเอ่ยเสียงราบเรียบ ก่อนที่พริบตาถัดมาจะพุ่งตัวออกไปขวางหน้าศิษย์ทั้งสี่คนนั้น
“ลูกหลานสกุลเจียงหรือ ก็ดีเริ่มจากพวกเ้าก่อนก็แล้วกัน” จั่วเฉินจ้องไปที่คนผู้หนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงเย็น
“เจียงเฉินไห่ เ้านี่ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้าเสียจริง ดูท่าเ้าจะมั่นใจเหลือเกินนะคิดว่าอาศัยสกุลเจียงแล้วจะสามารถทำตัวกร่างในสำนักได้หรือ วันนี้คุณชายอย่างข้าขอลั่นวาจา จงมอบยาลูกกลอนเืัของเ้ามาเสีย ไม่เช่นนั้นเ้าก็ต้องทิ้งนิ้วไว้ให้ข้าข้างหนึ่งจึงจะจากไปได้”
พอเห็นท่าทางของจั่วเฉินแล้ว คนสกุลเจียงทั้งสี่ต่างก็มองหน้ากันก่อนจะะเิหัวเราะออกมา
“ข้าได้ยินไม่ผิดใช่หรือไม่ จั่วเฉินเ้าคิดจะแย่งยาลูกกลอนของพวกข้าหรือ อย่าบอกนะว่าเ้าอยากได้มากจนเสียสติไปแล้ว ข้าว่าเ้าไตร่ตรองให้ดีๆ เถอะว่าเ้าจะถูกพี่ชายข้าจัดการอย่างไร” เจียงเฉินไห่เอ่ย
“แม้ร่างกายเ้าจะแข็งแกร่ง แต่ถึงอย่างไรก็เป็เพียงคนธรรมดาคิดจะท้าดวลกับพวกเราทั้งสี่เพียงลำพังหรือ ฮ่าๆ...”อีกคนเย้ยหยันผสมโรง
----------
[1] เสี่ยว แปลว่า เล็ก
[2] ข้ามผ่านประตูั คือการพัฒนาตัวเอง ตำนานจีนบันทึกไว้ว่าเหล่าสัตว์น้ำหากสามารถข้ามผ่านประตูัไปได้ ก็จะกลายเป็ั จึงเป็การเปรียบเปรยว่า หากข้ามผ่านประตูัได้ จะถือเป็การพัฒนาตัวเองไปอีกขั้น