(จบ) รู้ตัวอีกทีวาฬน้อยผู้นี้ก็กลายเป็นที่รักของเหล่ามนุษย์แล้ว

    บทที่ 50 เสียงปริศนา

    บทที่ 50 เสียงปริศนา


    เดิมทีเยี่ยนลี่เฉิงไม่คิดจะไปกินข้าวกับอิงอิงน้อยด้วยกันในตอนเที่ยง แต่กลัวว่าถ้าเธอไม่เจอเขาแล้วจะผิดหวัง


    หากเขาไม่ไปที่นั่นตอนเที่ยง อิงอิงน้อยก็อาจหลับแล้วตกเตียงไปเอง ขนาดเปลี่ยนเป็นเตียงใหญ่แล้วอิงอิงน้อยก็อาจจะกลิ้งตกเพราะพลิกตัวแรง เว้นแต่ว่าห้องรับรองจะมีเตียงแค่หลังเดียวที่ด้านทั้งสี่ด้านชิดติดกับผนัง ถึงจะรับประกันความปลอดภัยของเธอได้


    หลังจากทบทวนอยู่หลายครั้ง เยี่ยนลี่เฉิงก็หยิบมื้อเที่ยงที่ป้าหวงทำมาให้และตรงไปที่ฝั่งโรงเรียนอนุบาลอยู่ดี


    ฉินอิงอิงรออยู่ในห้องรับรองนานแล้ว


    เมื่อได้ยินเสียงประตูห้องรับรองเปิดออก เธอก็ลุกขึ้นยืนและวิ่งตรงมาทันที


    “พี่ลี่เฉิง!”


    พอเยี่ยนลี่เฉิงเปิดประตูก็เห็นอิงอิงน้อยก้าวขาสั้นวิ่งดุ๊กดิ๊ก ๆ มาหาตน


    ความเขินอายที่ทำให้ใบหน้าแดงจนทำอะไรไม่ถูก ความรู้สึกพวกนั้นเด็กชายโยนทิ้งไปหมดแล้ว


    นี่คืออิงอิงน้อยของเขา อิงอิงน้อยที่เพิ่งอายุสามขวบครึ่ง


    เธอไม่เข้าใจเรื่องความแตกต่างระหว่างชายหญิงก็ไม่เป็นไร เขาสอนเธออย่างค่อยเป็นค่อยไปได้


    พวกเขายังเด็ก ยังมีเวลาเรียนรู้อีกเยอะ

    เยี่ยนลี่เฉิงรีบร้อนนั่งยอง ๆ วางข้าวกล่องในมือไว้ที่พื้นข้าง ๆ จากนั้นก็กางแขนรอให้อิงอิงน้อยโผเข้าสู่อ้อมกอด


    เจ้าก้อนแป้งตัวเล็กนุ่มนิ่ม แถมยังมีกลิ่นแป้งเด็กอ่อน ๆ เยี่ยนลี่เฉิงกอดเธอไว้ในอกด้วยความพึงพอใจ


    “อิงอิงน้อยคิดถึงพี่ลี่เฉิงแล้วเหรอ?”


    ฉินอิงอิงร้อง ‘ฮึ’ อย่างน้อยใจ “พี่ลี่เฉิงไม่ชอบอิงอิงน้อยแล้วใช่ไหม?”


    เยี่ยนลี่เฉิงรู้สึกอธิบายไม่ถูก มือหนึ่งหยิบกล่องข้าวขึ้นมา อีกมืออุ้มอิงอิงน้อยไปนั่งบนโต๊ะข้าง ๆ


    “ทำไมถึงพูดแบบนี้ล่ะ?”


    ฉินอิงอิงเบ้ปาก “เมื่อเช้าพี่ลี่เฉิงไม่พูดกับอิงอิงว่าเจอกันตอนเที่ยง อิงอิงคิดว่าวันนี้พี่ลี่เฉิงจะไม่มากินข้าวเที่ยงและไม่มานอนกลางวันกับอิงอิงแล้ว”


    เยี่ยนลี่เฉิงนิ่งไปสักพักและรีบร้อนขอโทษ


    “พี่ไม่ดีเอง พี่ลี่เฉิงขอโทษนะ ขอโทษจริง ๆ”


    เด็กน้อยที่เพิ่งมองเขาด้วยอารมณ์หดหู่ยิ้มแย้มด้วยความดีใจ


    “ไม่เป็นไรค่ะ แค่พี่ลี่เฉิงมา อิงอิงก็ดีใจแล้ว”


    ฉินอิงอิงดีใจมาก พี่ชายผู้ให้อาหารไม่ได้ไม่ชอบเธอ แถมยังเอาของอร่อย ๆ มาอีก


    “กินข้าวกัน ๆ!”


    เยี่ยนลี่เฉิงวางเธอลงบนโซฟา เปิดกล่องเก็บความร้อนแล้วจัดวางอาหารทีละกล่อง ๆ


    อาหารในกล่องเก็บความร้อนห้ากล่อง เป็นของอิงอิงน้อยสี่กล่อง

    เยี่ยนลี่เฉิงยังคงเคยชิน เขากินไปพลางเฝ้าสังเกตอิงอิงน้อยไปพลาง


    ความเคยชินนี้ก่อกำเนิดขึ้นโดยที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้

    เด็กชายก็แค่กลัวว่าอิงอิงน้อยจะรู้สึกไม่สบายเพราะกินเยอะเกิน เขาจะได้สังเกตเห็นได้อย่างทันท่วงที


    พอกินข้าวเสร็จ เยี่ยนลี่เฉิงก็ชงนมแก้วใหญ่ให้อิงอิงน้อยหนึ่งแก้ว


    ผลคืออิงอิงน้อยกอดขวดนมและหลับไป


    ปากเล็กยังคงคาบจุกนม แต่หัวน้อย ๆ ผงกทีละนิดตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ดูแล้วน่ารักมาก


    เยี่ยนลี่เฉิงไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี เขารีบจัดเตียงและเดินไปอุ้มอิงอิงน้อยขึ้นมา


    เด็กชายยังไม่กล้าเก็บขวดนมไปก่อนก็เลยอุ้มฉินอิงอิงขึ้นมาทั้ง ๆ ที่ขวดนมยังคาปาก


    เมื่อวางอิงอิงน้อยลงดีแล้วถึงได้พบว่าขวดนมตกไปอยู่บนเตียง เขาอดหัวเราะไม่ได้


    คงเพราะตื่นเช้าเกินไป ตอนนี้ก็เลยง่วงมากละมั้ง

    เยี่ยนลี่เฉิงลูบใบหน้าเล็กของเธอและพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรักใคร่เอ็นดู “อิงอิงน้อยที่น่ารัก ฝันดีนะ”


    เมื่อห่มผ้าให้อิงอิงน้อยแล้ว เยี่ยนลี่เฉิงก็เก็บกล่องข้าวบนโต๊ะ

    ขณะเก็บเสร็จ เขาเงยหน้าขึ้นมองและก็เห็นว่าอิงอิงน้อยกำลังกลิ้งมาจากด้านในสุดของเตียงมาด้านนอกสุด ขาเล็ก ๆ ข้างหนึ่งยื่นออกมานอกเตียงด้วย


    “อิงอิง!” เยี่ยนลี่เฉิงรีบร้อนวิ่งไปหาทันที


    แต่ที่จริงแล้วฉินอิงอิงนั้นหลับไม่สนิท


    เสียงประหลาดที่ดังขึ้นเป็นระยะ ดังขึ้นมาอีกครั้ง


    “อิงอิงน้อย หญิงชายแตกต่างกัน เธอห้ามเข้ามาตอนพี่ลี่เฉิงอาบน้ำอีกแล้วนะ”


    “อิงอิงน้อย เธออายุสามขวบครึ่งแล้ว เป็นเด็กผู้หญิงด้วย พยายามนอนหลับด้วยตัวเองนะ”


    ฉินอิงอิงยิ่งฟังก็ยิ่งไม่สบอารมณ์

    เธออยากทำอะไรก็ทำได้มาโดยตลอด ทำไมต้องฟังคนอื่นด้วย

    ไม่ใช่พ่อผู้ให้อาหารกับพี่ชายผู้ให้อาหารของเธอซะหน่อย มีสิทธิ์อะไร?


    “เธอเป็นใครกันแน่ อยู่ที่ไหน?”


    ตึง!


    ไม่พูดอะไรอีกแล้ว

    ฉินอิงอิงที่โกรธเคืองเดินย่ำตรงไป


    เยี่ยนลี่เฉิงเพิ่งจะนอนลง เตรียมหยิบหนังสืออ่านนอกเวลาที่วางอยู่ตรงนี้มาอ่าน ผลคือถูกน่องของอิงอิงน้อยเตะกระเด็น


    หลังจากที่เตะเขาเสร็จ ปากเล็ก ๆ ก็พูดพึมพำได้ยินไม่ชัดเจนนัก เขาเลยยิ้มอย่างช่วยไม่ได้


    ฉินอิงอิงเพิ่งจะหลับลึก เสียงน่ารำคาญนั่นก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง


    “อิงอิงน้อย เธอต้องหลับเองได้แล้วนะ!”


    ฉินอิงอิงทำปากยื่นและร้องฮึอย่างเย็นชา


    “ไม่เอา! อิงอิงไม่ยอม! อิงอิงจะนอนกับพี่ลี่เฉิง!”


    ประโยคนี้ชัดเจนมาก เสียงเล็กแหลมฟังดูดุดัน เยี่ยนลี่เฉิงที่ได้ยินตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและรู้สึกแปลกอยู่เล็กน้อย


    “อิงอิงน้อย เป็นอะไรไป?”

    ฉินอิงอิงอยากจะฟ้องพี่ชายใจจะขาด ผลคือพอเปิดปากออกมา สมองของเธอก็ว่างเปล่าทันที

    “อิงอิงน้อย?”


    ฉินอิงอิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นและเห็นพี่ชายผู้ให้อาหารมองเธอด้วยความเป็นห่วง


    “พี่ลี่เฉิง!” เธอร้องตะโกน โน้มหัวเล็ก ๆ เข้าสู่อ้อมอกกว้างของอีกฝ่ายแล้วนอนหลับอย่างสบายต่อไป


    เยี่ยนลี่เฉิงงุนงง “...”


    แต่เขาจะทำอะไรได้อีก


    เขาทำได้เพียงลูบผมของอิงอิงน้อยอย่างแผ่วเบา จากนั้นก็ห่มผ้าห่มให้เธออย่างดี


    มองเธอเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างเงียบ ๆ อีกครั้ง จากนั้นก็ยิ้มบางอย่างอดไม่ได้


    เป็นปีศาจอิงอิงน้อยจริง ๆ!


    จากนั้นฉินอิงอิงก็หลับยาวจนพี่ชายผู้ให้อาหารเรียกเธอให้ตื่น เธอรู้สึกว่าหลับไม่เต็มอิ่ม ง่วงจนลืมตาไม่ขึ้น


    เยี่ยนลี่เฉิงหยิบเนื้ออบแห้งออกมาหนึ่งถุง “อิงอิงน้อย กินเนื้ออบแห้งสิ”


    เด็กกินจุแสนน่ารักบริสุทธิ์ลืมตาขึ้นทันที พอได้เห็นเนื้ออบแห้งฉินอิงอิงก็มีชีวิตชีวาขึ้นมา


    “ขอบคุณค่ะ พี่ลี่เฉิง!”


    เยี่ยนลี่เฉิงลูบหัวของเธออย่างรักใคร่เอ็นดู “กินช้า ๆ หน่อย ยังมีเวลาอยู่”


    อิงอิงน้อยกินเนื้ออบแห้งที่อยู่ในมือจนหมด จากนั้นเยี่ยนลี่เฉิงก็ใส่รองเท้าให้เธอ พาเธอไปล้างหน้าและจัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อยและออกจากประตูไปพร้อมกัน


    เยี่ยนลี่เฉิงกลับไปที่อาคารเรียนมัธยม ส่วนฉินอิงอิงไปที่ห้องเรียนชั้นอนุบาลหนึ่ง


    หม่าฮ่าวรออยู่ที่ประตูหน้าห้องเรียนนานแล้ว เมื่อเห็นเธอเดินมาก็รีบร้อนลากเธอเข้าไปในห้อง


    “อิงอิงน้อย ฉันเอาคากิตุ๋นน้ำแดงมาให้เธอล่ะ”


    ฉินอิงอิงกลืนน้ำลาย รู้สึกว่าตัวเองกินหัวหมูเข้าไปได้ทั้งหัว!


    “ขอบคุณนะหม่าฮ่าว!”


    น่าเสียดายที่เธอคุมตัวเองไม่อยู่จนกินเนื้ออบแห้งหมดไปแล้ว ไม่อย่างนั้นเธอจะแบ่งให้เพื่อนบ้าง


    “พรุ่งนี้ฉันจะเอาเนื้ออบแห้งมาให้นะ”


    หม่าฮ่าวยิ้มและโบกมือ “ไม่ต้อง ๆ แค่ฉันได้ให้เธอก็พอแล้ว”


    เมื่อเดินไปถึงที่ของเขา หม่าฮ่าวก็เอากล่องแบบใช้แล้วทิ้งที่ใส่คากิตุ๋นน้ำแดงออกมาจากกระเป๋านักเรียนมันมีเนื้ออยู่สองชิ้นใหญ่


    “เดิมทีต้องให้พี่ลู่ฉีหนึ่งชิ้นแต่ตอนเที่ยงเขาบอกว่าเขาไม่กินให้เก็บไว้ให้เธอ เนื้อก็เลยอยู่นี่หมดเลย”


    ฉินอิงอิงดีอกดีใจจนมึนงงไปหมด “พี่ลู่ฉีใจดีจังเลย หม่าฮ่าว นายก็ดีมากถึงมากที่สุดเหมือนกัน!”

    ขณะนี้ยังไม่เริ่มเรียน เด็กบางคนยังล้างหน้าแปรงฟันอยู่ ฉินอิงอิงกับหม่าฮ่าวนั่งอยู่หลังห้อง เด็กหญิงเคี้ยวคากิเสียงดังจ๊อบแจ๊บ


    ครูหลี่เห็นเข้าก็นิ่งไปเลย


    คากิมาจากไหนน่ะ?


    เธอจำได้ว่าอาหารกลางวันเป็นซี่โครงหมูตุ๋น เนื้ออกไก่ตุ๋นกับมะเขือเทศ ผัดถั่วงอก ซุปเต้าหู้เลือดหมูที่กินพร้อมกับข้าวผัดจีน


    หม่าฮ่าวระแวง “อิงอิงน้อย แย่แล้ว ครูหลี่เห็นแล้ว”


    ฉินอิงอิงไม่รู้เหตุผล แต่เห็นหม่าฮ่าวรีบร้อนแบบนี้ เธอก็เร่งความเร็วขึ้นไปอีก


    ตอนที่ครูหลี่เดินเข้ามา คากิทั้งสองก็อยู่ในท้องของฉินอิงอิงเรียบร้อยแล้ว


    ปากลูกวาฬน้อยเปรอะไปด้วยคราบมัน แถมยังเรอออกมาอีก


    ครูหลี่ “...”


    นี่คิดจะทำลายหลักฐานสินะ… 

    คล้ายกับเรื่อง(จบ) รู้ตัวอีกทีวาฬน้อยผู้นี้ก็กลายเป็นที่รักของเหล่ามนุษย์แล้ว ที่คุณอ่าน