“พี่แพรวช่วยดูน้ำใสอยู่แล้วกั้งไปทำงานได้ค่ะ คุณแม่ไม่ต้องเป็ห่วงกั้ง”
คุณกาญจนาถอนใจพลางมองลูกสาวั้แ่กลับมาบ้าน กัญญาภัคก็อยากตั้งใจทำงานให้ดี นางเข้าใจลูกกัญญาภัคอยากชดเชยที่เคยทำให้บิดามารดาอับอายครั้งที่หนีงานแต่งเมื่อกลับมาจึงอยากตั้งใจบริหารกิจการให้ดี ตอนที่กัญญาภัคหนีงานแต่งงานไปนั้นกิจการกำลังแย่
เมื่อกลับมาจึง้าสานต่อนางไม่คิดว่าเป็ความผิดของกัญญาภัคทั้งหมดเพราะถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก ลูกสาวจึงหนีไปกัญญาภัคตอนนั้นถูกบิดากดดันอย่างหนัก นางสงสารลูกที่ไม่ใช่เซฟโซนให้แต่กลายเป็แรงผลักดันให้ลูกหนีไป
“คุณแม่คะตอนนี้รีสอร์ตของเราเริ่มมีลูกค้ามากขึ้น กั้งไม่อยากให้สะดุดค่ะ กั้งจะตั้งใจบริหารรีสอร์ตของเราให้เป็ที่รู้จักมากขึ้นให้ได้เราจะได้มีเงินไปคืนให้นายหัวอาชว์ บ้านเราเอาเงินเขามาเยอะแล้ว กั้งเกรงใจ” จากที่พันดารารีสอร์ตขาดสภาพคล่องในตอนแรกหากแต่นายหัวอาชว์สามีของกานดาวีร์นั้นได้ยื่นมือมาช่วยเลยทำให้รอดวิกฤตอย่างหวุดหวิด
“ดีสิ แม่ก็อยากใช้เงินคืนนายหัวอาชว์เขา”คุณกาญจนาพูดอย่างเกรงใจลูกเขย
“คุณแม่เชื่อใจกั้งนะคะว่ากั้งบริหารรีสอร์ตได้”
“ทางนี้แม่จะช่วยดูแลน้ำใสอีกแรงกั้งจะได้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง ตั้งใจทำงานให้ดี”
กัญญาภัครู้สึกว่าชีวิตตอนนี้สมบูรณ์แบบที่สุดแล้วบิดามารดาที่รักและเข้าใจเธอ ให้อภัยในสิ่งที่เธอทำผิดพลาด แถมมีลูกสาวที่น่ารักหนึ่งคนเธอจะทำให้ท่านทั้งสองภูมิใจในตัวเธอ จะไม่ทำให้ผิดหวังเสียใจเหมือนที่แล้วมาอีกคนเราทำผิดได้แต่ต้องสำนึกและสำนึกได้แล้วก็จะต้องไม่ทำผิดซ้ำกัญญาภัคเลือกที่จะให้อภัยตัวเองแล้วเดินหน้าต่ออย่างมุ่งมั่น ไม่อยากให้เื่ในอดีตเข้ามารบกวนจิตใจอีก
ห้องทำงานภายในโรงแรมเดอะสกาย โรงแรมหรูระดับเจ็ดดาว สร้างขึ้นเพื่อให้เทียบเท่ากับสาขาใหญ่ที่ภูเก็ตโดยการบริหารของคณินเขากำลังปูทางให้ที่นี่คือแดน์ของการพักผ่อนไม่ต่างจากการได้ไปเกาะฮาวายเขามีโรงแรมบนพื้นแผ่นดินใหญ่และยังเซอร์วิสให้นักเดินทางที่มาพักผ่อนได้ล่องเรือยอชต์ไปเที่ยวยังเกาะต่างๆ
แต่ว่าตอนนี้เขาต้องพักเื่งานก่อนเพราะเื่ของผู้หญิงคนนั้น คนที่มีบางสิ่งบางอย่างที่เขาอยากได้
ความจริงที่เขาสมควรร่วมรับรู้ด้วยเธอไม่ควรปิดบังเขา ไม่ว่าด้วยเหตุผลไหน เพราะเขาไม่ใช่คนไร้ความรับผิดชอบคณินไล่อ่านตัวหนังสือที่เรียงรายอยู่บนกระดาษพร้อมรูปถ่ายที่แนบติดมาด้วย
ประวัติส่วนตัวของกัญญาภัคคนสวยที่สาปให้เขาหลงใหลอาลัยอาวรณ์ไม่ยอมลืม ทั้งที่ผ่านมานานเกือบปีแล้ว เขายังติดใจความเร่าร้อนและพอใจมากที่ได้เป็คนแรกของเธอด้วย
ประวัติของหญิงสาวทำให้เขารู้ว่าตัวเองเข้าใจผิดไปหมดกัญญาภัค เลิศรพี ลูกสาวคนโตของพลชาติ เลิศรพี เ้าของพันดารารีสอร์ต เธออายุยี่สิบเจ็ดปีมีน้องสาวหนึ่งคนชื่อกานดาวีร์ ธุรกิจรีสอร์ตของเธอไม่ดีนักประสบผลขาดทุนติดต่อมาห้าปี ข้อมูลทุกอย่างที่ได้มาทำให้คณินทั้งอึดอัดหายใจไม่ออก และดีใจผสมปนเปกันหมด เขาเคยคิดจะจีบเป็แฟนแต่ตอนนี้คงเป็แฟนกันไม่ได้แล้วเมื่อมีน้ำใส งานนี้ต้องข้ามขั้นจีบเป็ภรรยาเลยสินะ
เด็กทารกหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักคนนั้นคือลูกสาวเขาอย่างไม่ต้องสงสัย
“ขอบใจนายนะรุจน์ที่ทำให้ฉันได้รู้ความจริงหลายอย่างถ้านายไม่เจอคุณกั้ง ฉันคงไม่รู้ว่าตัวเองมีลูกสาว”
“นายหัว้าตรวจดีเอ็นเอไหมครับ”
“ไม่ต้องตรวจ ฉันแน่ใจว่าน้ำใสเป็ลูกสาวฉันแน่ๆหน้าตาโขกกันมาขนาดนั้น” คณินตอบใบหน้าเปื้อนยิ้มเมื่อคิดถึงแม่หนูตัวกลมที่เขาเรียกว่าลูกสาวได้เต็มปาก
“แล้วนายหัวจะทำยังไงต่อครับคุณกั้งไม่ได้มาเรียกร้องอะไร แสดงว่าไม่อยากให้นายหัวรู้ ถ้าไม่บังเอิญเจอเธอคงปิดบังเื่นี้ไปจนวันตาย และนายหัวคงไม่รู้ว่า มีคุณหนูตัวน้อยด้วย”
คณินปั่นป่วนในใจอย่างบอกไม่ถูกเขาคิดอย่างที่รุจน์คิด กัญญาภัคไม่ใช่คนสิ้นไร้ไม้ตอกจนต้องมาขอความช่วยเหลือจากเขาแม้พันดารารีสอร์ตจะไม่ได้ทำกำไรให้ก็ตามแต่ก็พอมีเงิน แต่จะเลี้ยงดูลูกคนเดียวได้อย่างไร ในสภาพที่ตัวเองก็ไม่พร้อมธุรกิจอยู่ใน่ฟื้นตัวต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างมากกว่าจะมั่นคง
“คุณกั้งไม่ได้อยากให้ฉันเป็พ่อของลูกแต่ความจริงก็คือความจริง เมื่อน้ำใสคือลูกสาวของฉันคุณกั้งจะปฏิเสธความจริงเื่นี้ไม่ได้ และต้องยอมให้ฉันมีส่วนร่วมในการเลี้ยงดูน้ำใส”
“แต่ผมคิดว่าคุณกั้งคงไม่ยอมง่ายๆเพราะถ้าอยากให้นายหัวร่วมเลี้ยงดูดูแลเธอกับคุณหนูน้ำใสคงบอกนานแล้ว” รุจน์ย้ำสิ่งที่คณินก็รู้อยู่เต็มอก
ดวงตาคมกริบหรี่มองคนสนิทมันฉลาดแต่บางครั้งความฉลาดต้องรู้จักดูกาลเทศะด้วยไม่ใช่คิดจะพูดอะไรก็พูดหมั่นไส้มันเหลือเกิน “น้ำใสจะต้องมีพ่อ และฉันคือพ่อของน้ำใส”