ขณะที่กำลังเดินทางไปยังที่พักใหม่ ระหว่างทางพวกเขาก็ได้แวะเดินเที่ยวกันอย่างสนุกสนานได้ลองกินอาหารที่ยังไม่เคยได้กินมาก่อน ได้ัักับบรรยากาศใหม่ๆ สถานที่ใหม่ๆที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
สถานที่เที่ยวของที่นี่ส่วนมากจะเป็หมู่เกาะ และแหล่งธรรมชาติอื่นๆ ยังมีอีกหลายที่ที่พวกเขายังไม่ได้ไปแต่ว่าเวลาก็ไม่มากพอให้เที่ยวได้อย่างทั่วถึง เวลาส่วนใหญ่ก็จะหมดไปกับการถ่ายรูปคู่ระหว่างทิมกับนรินที่ดูจะดี๊ด๊าราวกับคู่รักที่มาเที่ยวเดทกันครั้งแรก จนลืมลูกๆของตัวเอง
ตอนนี้ก็ใกล้ค่ำแล้วพวกเขาก็ได้หารือกันเื่การทานมื้อเย็น นรินนั่งกดโทรศัพท์ดูอยู่นานกว่าจะตัดสินใจเลือกร้านที่อยากไปกินได้ หลังจากที่ได้ทานมื้อเย็นกันจนอิ่มพวกเขาก็เดินทางไปยังที่พักต่อ
กว่าจะเดินทางมาถึงที่พักก็เป็เวลา 2 ทุ่มกว่า ที่พักที่ทิมได้จองเอาไว้ เป็โรงแรมที่ค่อนข้างใหญ่ดูหรูหราพอสมควร เหตุผลที่เลือกมาพักที่นี่ เพราะโรงแรมนี้ตั้งอยู่ในใจกลางเมือง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเหมาะกับการมาพักเป็ครอบครัว
ทุกคนต่างก็ดูเหน็ดเหนื่อยและอ่อนเพลียจากการเที่ยวในตอนบ่าย ด้วยอากาศที่ค่อนข้างร้อนบวกกับเพิ่งทานมื้อใหญ่ไปก่อนหน้านี้ หนังท้องตึง หนังตาก็เริ่มหย่อนตามจนอยากจะใช้เวลาที่เหลือเพื่อพักผ่อน
ทิม : “ที่เที่ยวกลางคืนที่นี่เยอะมากผมอยากจะออกไปเที่ยวอยู่นะริน แต่ตอนนี้เพลียและง่วงมากเลย”
นริน : “พักก่อนเถอะ.. รินก็อยากอาบน้ำนอนจะแย่อยู่ละตอนนี้เหนียวตัวไปหมด”
ทิม : “งั้น..พ่อกับน้ารินขอตัวไปพักก่อนนะ”
มายด์ : “ค่ะ”
ทิมยื่นกุญแจห้องให้กับนที
ทิม : “นี่กุญแจห้องของนทีกับมายด์นะ ทางโรงแรมได้เปิดแอร์เตรียมรอไว้ให้แล้วเข้าไปพักได้เลย”
นที : “ครับอาทิม..”
ทั้ง 4 คน ได้แยกย้ายกันเข้าห้องพัก นทีเปิดประตูห้องเข้าไป ไฟในห้องก็เปิดอัตโนมัติเจอสภาพห้องที่ค่อนข้างโปร่งและกว้าง มีเตียงเดี่ยวตั้งแยกไว้สองเตียงบรรยากาศภายนอกเป็ตัวเมือง ในห้องจึงไม่ได้มีหน้าต่างมากนัก มีระเบียงเล็กๆอยู่ด้านนอกเหมาะสำหรับคนที่อยากออกไปสูบบุหรี่
นที : “งั้นพี่ขอใช้ห้องน้ำก่อนนะอยากอาบน้ำมากเลยตอนนี้”
นทีพูดพร้อมกับหยิบผ้าเช็ดตัวที่ทางโรงแรมได้เตรียมไว้ให้ แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำส่วนมายด์ก็วางกระเป๋าแล้วเดินชมรอบห้อง เธอพยายามมองหาสิ่งผิดปกติภายในห้องโดยเกรงว่า อาจจะมีคนแอบเอากล้องซ่อนไว้ที่ไหนบ้างหรือเปล่ายิ่งพวกคลิปหลุดยิ่งมีออกมาให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ
>>ตื้ดด!ๆ..
เสียงสั่นโทรศัพท์ของนทีดังขึ้นมายด์รู้สึกสงสัยและอยากรู้อยากเห็น จึงได้เดินเข้าไปดูที่หน้าจอโทรศัพท์ของนทีซึ่งมีการแจ้งเตือนข้อความเด้งขึ้นมา
//ข้อความที่ยังไม่ได้อ่าน
เบล : อย่าลืมของฝากกูด้วยนะไอ้ที
เบล : ทำไรอยู่วะมึง
เบล : ว่างละคอลหากูด้วย
เบล : คืนนี้กูโทรหานะ
มายด์ยืนอ่านข้อความด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์ลึกๆก็รู้สึกว่าตัวเองเสียมารยาทที่แอบอ่านข้อความส่วนตัวของนที แต่อีกใจก็เกิดความรู้สึกหึงหวง
มายด์ : “เพื่อนหรือเมียวะ! จู้จี้เป็บ้า!”
มายด์เข้ามานั่งที่เตียง กดโทรศัพท์ของตัวเองเลือนดูรูปที่ได้ถ่ายตอนไปเที่ยวด้วยกันวันนี้ เธอเลือกรูปที่ได้ถ่ายคู่กับนทีเป็รูปที่ยืนคู่กัน แล้วทำมือประกบคู่หัวใจ โดยรูปนี้นรินได้เป็คนถ่ายให้หากไม่ใช่คนในครอบครัวหรือคนที่สนิท ก็จะต้องคิดว่าคนในรูปนี้เป็แฟนกันแน่ๆ สีหน้าของทั้งสองตอนที่ถ่ายรูปนี้มันบ่งบอกถึงอาการเขิน
มายด์เลือกรูปดังกล่าวแล้วโพสต์ลงในโซเซียล พิมพ์แคปชั่นว่า “เที่ยววันหยุดนี้ Happy สุดๆ (รูปหัวใจ)” หลังจากที่โพสต์ลงไปก็มีคนแห่เข้ามาคอมเมนต์กันเต็มไปหมด คอมเมนต์ส่วนใหญ่ก็จะเป็คนในโซเซียล ที่ถามไปในแนวที่ว่าเป็รูปคู่กับแฟนหรือเปล่า โดยที่มายด์ก็ไม่ได้เข้าไปตอบคอมเมนต์ใดๆ
หลังจากอาบน้ำเสร็จนทีก็ได้มานั่งที่เตียง พร้อมกับถือผ้าขนหนูมาเช็ดผมตัวเองที่กำลังเปียกอยู่ มายด์แอบจ้องมองดูนทีตอนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆเธอสังเกตเห็นหุ่นที่แน่นและฟิตเปรี๊ยะของเขา นึกสงสัยว่านทีไปแอบปั้นหุ่นมาตอนไหนถึงได้ดูน่ากัดน่าฟัดขนาดนี้ พี่ชายคนนี้แอบซ่อนรูปเหมือนกันนะเนี้ย
นทีใส่กางเกงขาสั้นสีขาวตัวบางที่แนบไปกับเนื้อตัวที่กำลังหมาดๆอยู่ มายด์แอบจ้องมองที่เป้าของเขาเห็นได้ชัดว่าเขาใส่กางเกงในสีดำ เพราะมันตัดกับสีกางเกงข้างนอกอย่างเห็นได้ชัดแถมตรงเป้ายังมีความตุงอยู่หน่อยๆ มายด์เห็นแล้วก็รู้สึกใจเต้นแรง
“เชี่ยแล้ว! ทำไมกูเป็คนแบบนี้วะเนี้ย!?”
มายด์นึกบ่นกับตัวเองในใจ แล้วจากนั้นเธอก็ได้ลุกไปหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าไปอาบน้ำต่อจากนที นทีหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เปิดอ่านข้อความเห็นข้อความที่เบลส่งมาแล้วยังไม่ได้ตอบ ก็เลยติดต่อกลับโดยการวิดีโอคอลไปหา
นที : “ไงมึง.. พอดีกูเพิ่งถึงที่พักอาบน้ำเสร็จเมื่อกี้เอง แล้วก็โทรหามึงเนี่ย”
เบล : “เออ.. อย่าลืมของฝากกูนะ ถ้ารอบนี้ลืมอีกกูงอนจริงด้วย!”
นที : “กูไม่ลืมหรอกน่ะพรุ่งนี้กูไปเดินตลาดจะหาซื้อไปให้”
เบล : “เออๆ.. แล้ววันนี้เที่ยวสนุกมั้ย?”
นที : “สนุกนะ แต่โคตรร้อนเลยว่ะ แดดวันนี้แรงมาก”
เบล : “แต่น้องมึงดูมีความสุขเนาะ!?”
นที //ทำหน้างงๆ
: “ทำไมวะ?”
เบล : “เอ้า!ก็เห็นโพสต์ยิ้มหน้าระรื่นกันอย่างนั้น”
นที : “โพสต์อะไรวะ!?”
เบล : “ก็โพสต์ของน้องมึงไง!”
นทีรู้สึกสงสัย เลยกดเข้าไปดูในแอพโซเซียล ก็ได้เห็นโพสต์ที่มายด์ได้ลงเอาไว้
นที : “อ๋อ.. ตอนนั้นเห็นวิวมันสวยดีแม่กูก็เลยอยากถ่ายเก็บไว้ให้”
เบลทำหน้าเบะปากมองบน นทีเห็นก็หัวเราะ
นที : “อะไรมึง? ไม่พอใจอะไรห๊ะ?”
เบล : “แหม่ๆ.. อย่างกะถ่ายรูปกับแฟนเลยเนาะ”
//มองค้อน
นที : “แฟนบ้าอะไร? มึงก็รู้อยู่ว่ากูกับมายด์เป็พี่น้องกัน”
เบล : “พี่น้องท้องชนกันหรือวะ?”
นที : “เห้ย!ๆพูดดีๆนะไอ้เบล! น้องเขาเสียหายนะมึง”
เบล : “โห..ขนาดพี่น้องกันยังถ่ายออกมาหวานขนาดนี้ นี่ถ้าเป็แฟนกันมึงไม่จูบปากโชว์เลยรึไง!?”
นที : “กูก็ถ่ายปกติป่าววะเพื่อน!”
เบล : “ไม่ปกติโว้ย! กูกับมึงยังไม่เคยถ่ายรูปคู่หวานขนาดนี้มาก่อนเลย!!”
นที : “เอ้า!? ก็เราเป็เพื่อนกันนี่จะไปถ่ายหวานๆได้ไงวะ!?”
เบลหน้านิ่ง เหมือนตัวเองกำลังเสียหน้านทีเองก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังทำอะไรบางอย่างผิดพลาดไป
........
นที : “เอ่อ..ก็ตอนที่ถ่ายกูก็ไม่รู้จะทำท่าอะไร แม่กูก็บอกให้ทำท่าสวยๆจู่ๆก็นึกท่านี้ได้ขึ้นมาซะงั้น ฮ่าาๆ..”
//ขำแห้ง
เบล : “อืม เื่ขอมึงขอโทษที่เพื่อนอย่างกูเข้าไปเสือกละกัน”
นที : “อ่าว.. เห้ย ไม่ใช่แบบนั้น..”
เบลมีท่าทีที่น้อยใจ คิ้วตก สีหน้าดูไม่ดี ดูเหมือนว่าเธอกำลังงอนอยู่จริงๆซึ่งพักหลังมานี้ นทีเองก็สังเกตได้ว่า เธอมักจะน้อยใจอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะตอนที่รู้ว่าเขาอยู่กับมายด์นทีเองก็เริ่มรู้สึกไม่สบายใจ เลยพยายามหาเื่อื่นคุย
นที : “เออ..พอดีว่างานโปรเจคของกูมันมีปัญหานิดหน่อยว่ะ ตัวเลขมันไม่ลงตัวว่าจะให้มึงช่วยดูให้หน่อย..”
เบล //ถอนหายใจ
: “เออๆ ส่งของมึงมาละกันถ้าว่างละกูจะช่วยดูให้”
นที : “ขอบใจมากเพื่อนกูจะซื้ออาหารทะเลของที่นี่ไปฝากมึงเยอะๆเลย”
//ยิ้ม
นทีพยายามพูดเอาใจเบล แต่ก็ดูเหมือนว่าเธอจะยังน้อยใจอยู่
เบล : “แล้วมึงจะกลับวันไหน?”
นที : “อีกสองวันก็กลับละ”
เบล : “แล้วมึงพักกับใคร?”
นที : “น้องกูไง..”
เบล : “อะไรนะ!? อีกแล้วเหรอ!!”
เบลพูดออกมาเสียงดัง
นที : “เออ.. ค่าที่พักแถวนี้แพงจะตายมึงก็น่าจะรู้”
เบล : “แต่มึงกับน้องเขาก็ไม่ใช่พี่น้องกันจริงๆนะโว้ย!อยู่ด้วยกันสองต่อสองแบบนั้น”
: “กูว่ามันไม่ควรเปล่าวะไอ้ที!?”
เบลพูดด้วยสีหน้าหงุดหงิด
นที : “เื่การจองห้องอาทิมเขาเป็คนจัดการให้และเขาก็ไม่อยากให้ลูกนอนห้องคนเดียว”
: “แล้วการที่ผู้ชายกับผู้หญิงพักอยู่ห้องเดียวกัน มันก็ไม่ได้แปลว่าจะต้องมีเื่แบบนั้นเสมอไปรึเปล่าวะ!?”
เบล : “กูมั่นใจนะไอ้ที ว่าคนอย่างมึงไม่กล้าปล้ำใครแน่ๆ”
: “แต่.. เอาตรงๆนะไอ้ทีกูว่าน้องมึงไม่ได้คิดกับมึงแค่พี่น้องว่ะ!”
นที : “ใจเย็นๆไอ้เบลกูว่ามึงคิดมากไปละ”
เบล : “กูไม่ได้คิดมากเลยโว้ย! เซนส์กูมันบอกแบบนั้น”
นที : “เซนส์บ้าเซนส์บออะไรของมึง”
ทันใดนั้นเอง มายด์ก็เดินออกมาจากห้องน้ำ เข้ามาหยิบแปรงสีฟันจากในกระเป๋า
เบล : “กูว่าน้องมึงแอบชอบมึงอยู่นะไอ้ที!!”
เสียงเบลดังออกมาจากโทรศัพท์ จนมายด์ก็ได้ยินไปด้วย นทีทำหน้าเลิ่กลั่กจากนั้นก็รีบปิดเสียงลำโพง แล้วหยิบหูฟังมาใส่แทน
นที : “เลิกพูดเพ้อเจ้อได้แล้วมึง!”
นทีพูดด้วยเสียงกระซิบ แล้วเดินออกไปคุยที่ระเบียง มายด์มองตามพร้อมกับยิ้มเบาๆที่มุมปากจากนั้นก็เดินกลับเข้าไปที่ห้องน้ำ
“ให้ตายเถอะ แค่ลองโพสต์ดูเล่นๆไม่คิดว่าพี่เขาจะโทรมาฟ้องจริงๆ”
“ป่านนี้คงชักดิ้นชักงอไปแล้วมั้ง?”
มายด์คิดในใจพร้อมกับขำออกมา
……………………..
หลังจากที่อาบน้ำเสร็จ มายด์ก็ได้เดินมานั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งพร้อมกับลูบเช็ดผมตัวเองที่กำลังเปียกด้วยผ้าขนหนู เธอหันไปมองที่มุมระเบียงก็ยังคงเห็นนทีกำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่
“โหว..คุยกันเป็ชั่วโมงเลยเหรอไงวะ!?”
“คิดถึงกันมากรึไง!?”
“แต่เธอสวยออกขนาดนั้นพี่นทีจะไม่อยากได้เธอเป็แฟนจริงๆเหรอ?”
“ขนาดกูยังอิจฉาใบหน้ากับหุ่นนางแบบของพี่เขาเลย”
มายด์นึกพร้อมกับก้มมองที่หน้าอกไซซ์มินิของตัวเอง
“หรือว่าพี่นทีตาไม่ถึงเองวะ!?”
“ดันมาชอบผู้หญิงนมเล็กอย่างกูซะได้?”
“อุ๊ย!!?”
มายด์ยิ้มเขินอยู่คนเดียวในห้องขณะที่กำลังเช็ดผมตัวเองไปด้วย นทีเดินเข้ามาในห้อง เห็นเธอนั่งยิ้มอยู่ เลยนึกเอะใจ
นที : “ยิ้มอะไรเนี้ย?”
มายด์ //หันมามอง
: “ปะ..เปล่า..แค่นึกเื่ตลกขึ้นได้เฉยๆ”
นที : “อ้อเหรอ..”
//มองอย่างสงสัย
มายด์ : “คุยโทรศัพท์เสร็จแล้วเหรอ?”
นที : “อื้อ..”
มายด์ : “มีเื่อะไรหรือเปล่าคะ? ดูสีหน้าไม่ค่อยสบายใจนะ”
นที : “อ๋อ.. ไม่มีอะไรหรอกคุยเื่โปรเจคกันน่ะ..”
มายด์ //มองตาแข็ง
: “นี่พี่!หนูไม่ใช่เด็กอมมือนะ คิดว่าจะกลบเกลื่อนเื่ที่หนูได้ยินได้เหรอ?”
นที //ยิ้มแหยๆ
: “เออ..ก็..ก็ตามที่ได้ยินนั่นแหละ”
มายด์ยื่นไดร์เป่าผมให้กับนที นทีมองอย่างงงๆ
นที : “อะไร? พี่ไม่ใช้ผมพี่แห้งแล้ว”
มายด์ : “หนูไม่ได้จะให้พี่ใช้!แต่จะวานให้พี่ช่วยเป่าผมให้หนูหน่อย!”
นที //หัวเราะ
: “อ๋อๆ.. ได้ๆฮ่าาๆ”
นทียืนเป่าผมให้กับมายด์ วันนี้รู้สึกว่าตัวเธอจะหอมฉุยเป็พิเศษแถมยังใส่กางเกงขาสั้นจนมองเห็นขาอ่อน ยืนมองจากมุมนี้ลอดสายตาไปที่คอเสื้อของเธอแล้ว เห็นได้ชัดว่า คืนนี้เธอไม่ได้ใส่ชุดชั้นในมองเห็นร่องเนินอกของเธอได้ชัดเจนมาก นทีเห็นแล้วก็รู้สึกใจสั่น
นทีสางผมให้กับมายด์เบาๆ จนเธอรู้สึกเคลิ้มตาม ผมของเธอเริ่มแห้งแล้วนทีสังเกตเห็นรอยแดงอ่อนๆ ที่ติดอยู่ตามซอกคอของเธอ ไล่ลึกลงไปในคอเสื้อ แล้วภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก็ค่อยๆทยอยกลับคืนมา
มายด์ : “พี่จำเื่เมื่อคืนได้มั้ย?”
นทีสะดุ้งใ ที่จู่ๆเธอก็ถามเื่นี้ขึ้นมาในขณะที่ตัวเขาเองก็กำลังคิดอยู่เหมือนกัน
นที : “ห๊ะ!?”
: “เอ่อ.. เื่อะไรเหรอ?”
มายด์เงยหน้ามองนที
มายด์ : “หนูว่าพี่รู้นะว่าหนูหมายถึงเื่อะไร?”
นทีหลบตามายด์ พร้อมกับใบหน้าที่แดงฉ่ำเขาแสดงอาการเขินออกมาอย่างเห็นได้ชัด
มายด์ : “อะไรเนี้ย!? ถึงกับไม่กล้าจ้องตาหนูเลยเหรอ?”
: “หนูว่าพี่ขี้อายยิ่งกว่าหนูอีกนะเนี้ย!”
//หัวเราะ
นทีมองหันซ้ายหันขวาตัวบิดไปบิดมา หน้าตาอมยิ้ม การแสดงออกของเขามันบ่งบอกว่าเขากำลังอยู่ต่อหน้าคนที่แอบชอบอยู่จริงๆ ซึ่งั้แ่โตมานี้เขายังไม่เคยมีอาการเขินออกหน้าออกตาขนาดนี้มาก่อนมายด์เห็นก็รู้สึกว่าเขาเป็ผู้ชายที่น่ารักดี ยิ่งได้เห็นอาการเขินอายขนาดนี้ยิ่งทำให้เธออยากจะรุกหนักเข้าไปอีก
มายด์ : “คอหนูช้ำหมดแล้วเนี้ยเมื่อคืนพี่ดูดแรงมาก”
มายด์พูดพร้อมกับแสดงสีหน้าเขินอาย นทีได้ยินแล้วถึงกับกลืนน้ำลายไปอึกใหญ่
นที : “เออ.. คือว่า..ขอโทษที่ทำให้เป็รอยนะ..”
: “แหะๆ..”
ตอนนี้จังหวะหัวใจของนทีเริ่มเต้นแรงขึ้น การพูดเื่แบบนี้ในบรรยากาศแบบนี้ แล้วอยู่ด้วยกันสองต่อสองแบบนี้เดาไม่ออกว่าคืนนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
มายด์ : “อะไร!? หนูไม่ได้้าคำขอโทษซะหน่อย”
: “ก็แค่บอกให้รู้เฉยๆ ว่ามันเป็รอย ตอนเช้าหนูเลยเอาแป้งทากลบทับไป”
: “ดีนะที่ตอนไปเที่ยว ไม่ได้มีใครสังเกตเห็น”
นที : “พี่ขอโทษจริงๆ.. ไม่คิดว่ามันจะเป็รอยชัดขนาดนี้”
: “งั้นคราวหลังพี่ไม่ทำแล้ว..”
นทีหลุดพูดคำว่า “คราวหลัง”ออกมา การพูดแบบนี้มันบ่งบอกเป็นัยว่า.. จะต้องมีครั้งถัดไปอีกแน่ๆมายด์ได้ยินก็ถึงกับใจเต้น เนื้อตัวเริ่มจะร้อนผ่าว ทั้งที่ในห้องเปิดแอร์ค่อนข้างเย็น
มายด์ : “หนูก็ไม่ได้จะบอกให้พี่เลิกทำซะหน่อย”
: “แต่แค่ต้องทำตรงส่วนที่มันไม่โผล่ออกมานอกเสื้อผ้า”
มายด์พูดพร้อมกับก้มหน้ายิ้มตัวบิดด้วยความเขินอายบางทีเธอก็ไม่คาดคิดว่าตัวเองจะกล้าพูดเื่แบบนี้ออกมาได้แต่ความรู้สึกกดดันที่อยู่ภายใน มันผลักดันให้ต้องพูดออกมา ตอนนี้นทีใจเต้นแรงมากเริ่มทำตัวไม่ถูก
นที : “เอ่อ..เมื่อคืน..มายด์เมามากเลยนะ.. จำได้เหรอว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง?”
นทีถามด้วยความประหม่า โดยเกรงว่าบางคำพูดอาจจะดูเป็การล่วงละเมิดต่อเธอเขา้าความแน่ใจว่า เธอรู้สึกมีความ้าต่อเขาจริงๆ ไม่ใช่เพียงเพราะอาการมึนเมาหรือความคึกคะนองเพราะนทีเอง ก็ไม่อยากยื้อความรู้สึกของตัวเองเอาไว้เหมือนกัน
มายด์ : “หนูจำได้ทุกเสี้ยววินาทีเลยล่ะ”
: “ถ้าเมื่อคืนพ่อไม่เข้ามาที่บ้านพัก ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง”
ทั้งคู่มองหน้ากัน แล้วต่างก็หลบตากันด้วยความเขินอายนทีพยายามหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติของตัวเองเพราะตอนนี้น้องชายของเขามันเริ่มจะผงาดขึ้นมาแล้ว ในหัวมันเต็มไปด้วยภาพของเขากับเธอนอนเปลือยอยู่ด้วยกันบนเตียง
นที : “อ่ะ เป่าเสร็จละ..”
นทียื่นไดร์เป่าผมคืนให้กับมายด์
นที : “เออ..พี่ว่าจะแวะลงไปร้านสะดวกซื้อสักหน่อยอ่ะ..”
: “มายด์จะเอาอะไรมั้ย?”
มายด์ : “คะ!?”
มายด์มองอย่างงงๆ รู้สึกว่าเหมือนกำลังถูกขัดจังหวะ
มายด์ : “เออ.. เปล่าค่ะ ไม่เอาอะไร..”
นที : “งั้น.. เดี๋ยวพี่มานะ..”
//ยิ้ม
มายด์ : “ค่ะ”
…………………………..
มายด์ค้นกระเป๋าหาที่ชาร์จแบตโทรศัพท์ของตัวเอง แต่ก็หาไม่เจอเธอจึงพยายามหาดูจนทั่ว แต่ก็ไม่พบ เลยคิดได้ว่านทีอาจจะเป็คนเก็บสายชาร์จของเธอไปตอนที่พักอยู่ในรีสอร์ตก็ได้เพราะว่าทั้งสองใช้สายชาร์จยี่ห้อเดียวกัน จึงอาจจะทำให้เผลอสับเปลี่ยนของกันไป
มายด์จึงลองไปค้นที่กระเป๋าของนทีดูเผื่อว่าอาจจะเจอสายชาร์จของเธอ เธอลองค้นอยู่สักพัก ก็ปรากฏว่าเจอจริงด้วยเพราะในช่องกระเป๋ามีสายชาร์จอยู่สองอัน แต่สิ่งที่เซอร์ไพรส์กว่าคือ..มีถุงยางอนามัยอยู่ 3 กล่องที่ยังไม่ได้แกะใช้ อยู่ในกระเป๋าของนทีด้วยมายด์เห็นก็รู้สึกใ เพราะการมาเที่ยวกับครอบครัวครั้งนี้นทีจะพกถุงยางมาด้วยทำไม เพราะก็ไม่ได้เห็นว่าเขาจะแอบออกไปเที่ยวที่ไหนคนเดียว
มายด์ : “เขินผู้หญิงออกขนาดนั้น แต่แอบพกถุงยางไว้ด้วยเหรอวะ?”
มายด์ลองหยิบกล่องถุงยางขึ้นมาดู ยังมีสภาพที่ใหม่มากเหมือนว่าเพิ่งจะซื้อมาไม่นาน แล้วเธอก็เจอกับใบเสร็จค่าสินค้าอยู่ในกระเป๋าด้วยด้วยความสงสัย เธอก็หยิบมาดู เห็นว่าเป็ใบเสร็จจากร้านสะดวกซื้อในรีสอร์ตที่พักกันมาเมื่อคืนนทีได้ซื้อเบียร์กับถุงยางอนามัยอีกสามกล่องมาด้วย
ด้วยความฉงนมายด์จึงลองปะติดปะต่อเื่ดู แล้วเธอก็อมยิ้ม
มายด์ : “อย่าบอกนะ!.. นี่กะซื้อมาใช้กับเราเหรอเนี้ย!?”
: “แถมยังซื้อมาคละไซซ์กันอีก.. แสดงว่า..”
: “ยังไม่รู้ไซซ์ของตัวเองสินะ!?”
//หัวเราะ
มายด์พูดกับตัวเองด้วยสีหน้าที่เขินอายถึงแม้ว่านทีจะไม่ค่อยแสดงท่าทีที่จะเป็ฝ่ายรุกเข้าหาเธอก่อนก็ตามแต่เขาก็รอบคอบและเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงจนเธอเองก็ลืมนึกถึงเื่การป้องกันไว้ด้วยเหมือนกัน
จากนั้นไม่นานนทีก็ได้กลับเข้ามาในห้อง พร้อมกับหิ้วถุงที่เต็มไปด้วยขนมจุกจิก ที่เขามักจะเห็นมายด์ชอบซื้อมาทานอยู่บ่อยครั้ง
นที : “พี่ซื้อขนมมาฝากด้วย กินมั้ย?”
มายด์เห็นก็ตาลุกวาว พร้อมกับยิ้มหน้าบานออกมา
มายด์ : “เห้ยย!! พี่รู้ได้ไงเนี้ย หนูชอบกินขนมพวกนี้มากก..”
นที : “จะไม่รู้ได้ไงก็เห็นชอบซื้อแต่ขนมพวกนี้ตลอด”
มายด์ : “แฮ่.. ช่างสังเกตเหมือนกันนะเนี้ย!”
//ยิ้ม
มายด์เข้ามาแกะถุงขนมที่นทีซื้อมา เธอนั่งกินอย่างเอร็ดอร่อย ยิ้มหน้าชื่นตาบานอย่างมีความสุข
มายด์ : “พี่ไม่กินด้วยกันเหรอ อร่อยนะ?”
มายด์พูดพร้อมกับขนมที่อยู่เต็มปาก
นที : “ไม่อ่ะ พี่แปรงฟันแล้วไม่อยากกิน”
มายด์ : “กินเสร็จค่อยแปรงใหม่ก็ได้นี่ค่ะ”
//ยิ้มแป้น
นที : “ไม่เอาอ่ะ.. มายด์กินเถอะพี่ตั้งใจซื้อมาให้น่ะแหละ”
มายด์ : “ว้าว..พี่นทีเป็พี่ชายที่ใจดีที่สุดเลย..”
//หัวเราะ
นทีแอบขำออกมา เพราะเขาจำได้ว่า เวลาที่เธอได้กินขนมพวกนี้ทีไรเธอก็จะอารมณ์ดีขึ้นมาผิดหูผิดตา มันเป็มุมที่เขามองว่าเธอน่ารักเหมือนเด็กที่เวลาน้อยใจหรืออารมณ์ไม่ดี พอได้กินขนมหวาน ก็จะเปลี่ยนเป็อารมณ์ดีได้อย่างง่ายดายและเวลาที่ได้เห็นรอยยิ้มที่มีความสุขของเธอมันก็พลอยทำให้เขารู้สึกมีความสุขตามไปด้วย
หลังจากที่นั่งทานขนมจนเสร็จมายด์ก็ได้เข้าไปแปรงฟันในห้องน้ำ นทีมองดูถุงขนมที่เธอกินปรากฏกว่าเธอกินคนเดียวจนหมด ขนมที่ซื้อมา 6 ถุง หมดไปภายในเวลาอันรวดเร็ว
“ยัยนี่มีกระเพาะสำรองสำหรับกินขนมหรือไงวะเนี้ย!?”
นทีนึกในใจ
……………..
เวลาผ่านไปจนเริ่มดึกนทีได้เผลอหลับไปก่อนแล้ว แต่มายด์ยังคงนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียงของเธอแอร์ในห้องเปิดเย็นจนเธอต้องเอาผ้าห่มมาคลุมที่ตัว ถึงแม้จะมาเที่ยวใน่วันหยุดเพื่อพักผ่อนสมองจากการเรียน แต่เธอก็ยังคงพกหนังสือเรียนติดกระเป๋ามาด้วยจนการอ่านหนังสือมันกลายเป็นิสัยส่วนตัวกับงานอดิเรกของเธอ
นทีสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยอากาศที่หนาวเย็นเพราะเขาเผลอหลับไปโดยที่ไม่ได้ห่มผ้าหันมองดูเห็นมายด์กำลังนั่งพิงเตียงนอนอ่านหนังสืออยู่เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูนาฬิกา ตอนนี้เป็เวลา 5 ทุ่มกว่าแล้ว กำลังจะนอนต่อแต่ก็รู้สึกปวดฉี่ จึงได้ลุกไปเข้าห้องน้ำ
หลังจากเข้าห้องน้ำเสร็จนทีก็ได้เข้ามานอนที่เตียงต่อ แล้วก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาห่ม หันไปมองดูที่มายด์อีกรอบตอนนี้คิ้วของเธอแทบจะชนกันอยู่แล้ว สีหน้าที่ดูเคร่งเครียดและจริงจังนั้นทำให้นทีรู้สึกเหนื่อยใจแทนไปด้วย
นที //หาวออกมา
: “อ่านอะไรอยู่เหรอ?”
นทีพูดด้วยเสียงงัวเงีย
มายด์ : “อ่านเคมีอยู่ค่ะ”
นที : “มาเที่ยวทั้งทียังพกหนังสือเรียนมาอ่านอีกเหรอเนี้ย?”
มายด์ : “พอดีว่ามายด์อ่อนวิชานี้อ่ะก็เลยต้องทบทวนบ่อยๆ”
นทีรู้สึกสับสนกับคำว่า “อ่อน” ของเธอ เพราะจากที่เคยเห็นผลการเรียนที่ผ่านมาของเธอ มันก็เป็เลข 4ทุกวิชา
นที : “ขยันจริงๆนะยัยน้องสาว..พี่ล่ะภูมิใจแทนอาทิมจริงๆ”
มายด์จ้องสายตามาที่นที เธอรู้สึกตงิดๆ กับคำพูดที่ว่า ภูมิใจแทนพ่อของเธอจากนั้นเธอก็วางหนังสือลง นทีรู้สึกว่า กำลังโดนรังสีอำมหิตแผ่พุ่งเข้ามาที่ตัวเขา
นที : “เอ่อ.. ไม่อ่านต่อแล้วเหรอ?”
//ยิ้มแหยๆ
มายด์ : “หนูอ่านเพราะอยากจะเข้าใจไม่ได้อ่านเพราะอยากจะให้ใครภูมิใจซะหน่อย!”
นทีกลืนน้ำลายอึกใหญ่
นที : “ใจเย็นๆก่อนสิ..หงุดหงิดง่ายจัง”
นทีคิดว่ามายด์จะปรับความเข้าใจกับพ่อของเธอได้แล้วแท้ๆ แต่ดูเหมือนว่าพูดคำของเขามันดันแทงใจดำของเธอ สีหน้าบึ้งตึงของเธอ ทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
“อารมณ์เหวี่ยงง่ายจังเลยนะยัยน้องคนนี้คาดเดาอะไรไม่ถูกเลย”
นทีบ่นในใจ เห็นสีหน้างอแงของมายด์ ก็เลยคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างไม่อย่างงั้นตัวเขาเองก็จะพลอยนอนไม่หลับไปด้วย
นที : “มานอนเตียงพี่ม่ะ..”
มายด์รีบหันหน้าควับด้วยความใ
มายด์ : “ห๊ะ!?”
อาการใของเธอ ทำให้นทีสะดุ้งตามไปด้วยไม่รู้ว่าจะยิ่งทำให้เธอโกรธขึ้นหรือเปล่า แต่ก็ลองเสี่ยงพูดไปดูก่อน
นที : “มานอนด้วยกันมั้ย?”
นทีเปิดผ้าห่มของเขาออก เพื่อเป็การเชิญชวนให้มายด์เข้ามานอนด้วยกันมายด์มองแล้วก็อมยิ้ม แล้วเธอก็ไม่รอช้า ลุกออกมาจากเตียงนอนของตัวเองแล้วก็เข้ามานอนเบียดบนเตียงกับนที