ตอนที่ 13 : ปลายกระบี่อาบโลหิตและิญญาแค้นใต้ธรณี
เสียงลมหวีดหวิวพัดผ่านยอดไม้ดุจเสียงโหยหวนของดวงิญญาอวิ๋นเซียวยืนตระหง่านอยู่หน้าโพรงถ้ำมืดมิดเบื้องหน้าราวกับรูปสลักหินที่ไร้ความสะท้านะเื ทว่าภายใต้ความนิ่งสงบนั้นกระแสปราณในร่างของเขากลับปั่นป่วนดุจคลื่นลมในมหาสมุทรพลังจากการดูดกลืนหินิญญายังคงแผ่ซ่านไปตามเส้นชีพจรที่กรีดร้องด้วยความเ็ปทุกหยาดโลหิตที่ไหลเวียนเปรียบดั่งหลอมเหลวด้วยเปลวอัคคีที่ไม่อาจควบคุมได้โดยง่าย
"พวกสุนัขรับใช้ที่ไร้ค่า..." อวิ๋นเซียวพึมพำน้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในยามราตรี ทว่าแฝงไว้ด้วยไอสังหารที่เย็นะเื
จากเงามืดของพงไพรร่างของชายฉกรรจ์สิบคนในอาภรณ์ศิษย์นอกสำนักตระกูลอวิ๋นค่อยๆ ปรากฏกายขึ้นแต่ละคนถือคบไฟที่เปลวเพลิงเต้นระบำอย่างเริงร่าแสงสีส้มสาดส่องกระทบใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยามและอำมหิตชายผู้เป็หัวหน้ากลุ่มมีรอยแผลเป็พาดผ่านดวงตาซ้าย มันก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าวพลางหัวเราะเสียงแหลมสูง
"อวิ๋นเซียว! เ้าคิดว่าตนเองจะหนีรอดไปได้ไกลเพียงใด? ผู้าุโสั่งการชัดเจน หากเ้าไม่ตายในถ้ำก็จงตายด้วยมือของพวกข้าเสียที่นี่!"
อวิ๋นเซียวไม่ตอบโต้ด้วยวาจาเขากระชับกระบี่เหล็กในมือจนแน่น เส้นเืที่หลังมือปูดโปนร่างกายของเขาแม้จะบอบช้ำทว่าจิติญญาแห่งการต่อสู้กลับคมกริบดุจกระบี่ที่ผ่านการเจียระไนจากก้นบึ้งของขุมนรก
"เ้ากำลังห่วงเื่ปากท้องของตนเองเกินไปแล้วนะเ้าหนู"เสียงของหลิงทงกระซิบแ่เบาในห้วงจิต "ปราณในร่างเ้ายังไม่เสถียร หากใช้ 'ฝ่ามือสยบฟ้า' อีกครั้งเส้นชีพจรหลักของเ้าอาจแตกสลายก่อนที่จะได้สังหารพวกมันหมด"
"ไม่มีทางเลือกอื่น"อวิ๋นเซียวตอบกลับในใจ "หากวันนี้ข้าพ่ายแพ้ความลับเื่เจดีย์หมื่นวิถีจะตกไปอยู่ในมือของคนตระกูลอวิ๋นความตายเป็เพียงสิ่งเดียวที่ข้าจะมอบให้พวกมันเพื่อเป็ค่าตอบแทน"
สิ้นคำกล่าว อวิ๋นเซียวก็ชิงลงมือก่อน!ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไปดุจลูกธนูที่หลุดจากคันศรความเร็วของเขาในยามนี้รวดเร็วกว่าปกติถึงสามส่วนกระบี่ในมือวาดเป็เส้นโค้งสีเงินท่ามกลางความมืดมิดราวกับสายฟ้าฟาดในคืนพายุคลั่ง
"ฉัวะ!"
เสียงเนื้อหนังถูกคมเหล็กกรีดดังขึ้นหนึ่งครั้งพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนของศิษย์ตระกูลอวิ๋นคนหนึ่งที่ล้มลงในทันทีโลหิตสีแดงฉานสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนพื้นดินที่เต็มไปด้วยตะไคร่น้ำการเคลื่อนไหวของอวิ๋นเซียวในตอนนี้ไร้ซึ่งความเมตตา ทุกย่างก้าวคือการปิดฉากชีวิตทุกการตวัดกระบี่คือความสูญเสีย
"มันบ้าไปแล้ว! รุมมัน! อย่าให้มันตั้งตัวได้!"หัวหน้ากลุ่มแผดเสียงะโด้วยความตื่นตระหนกมันชักดาบใหญ่ขึ้นแล้วพุ่งเข้าหาอวิ๋นเซียวจากด้านหลัง
อวิ๋นเซียวััได้ถึงแรงลมที่ปะทะจากด้านหลังเขาไม่หันไปมอง แต่ใช้แรงส่งจากการพลิกตัวหมุนกายเตะสกัดขาศัตรูพร้อมกับแทงกระบี่เข้าที่จุดตายใต้ซี่โครงของมันอย่างแม่นยำทุกท่วงท่าเปี่ยมด้วยความชำนาญที่เหนือล้ำกว่าวัยราวกับเขามีประสบการณ์ผ่านสมรภูมิมาแล้วนับสิบปี
ทว่า ในขณะที่เขากำลังจัดการกับศัตรูคนสุดท้ายแรงสั่นะเืจากใต้พื้นดินที่เขาััได้ก่อนหน้านี้กลับรุนแรงขึ้น!คราวนี้มันไม่ใช่เพียงแรงสั่นธรรมดา แต่กำแพงดินที่ปากถ้ำอาถรรพ์กลับปริแตกออกเผยให้เห็นรอยแยกสีดำสนิทที่แผ่ไอเย็นเยียบจนลมหายใจกลายเป็ไอแข็ง
"ระวัง!" หลิงทงร้องเตือนอย่างตื่นตระหนก"มีบางอย่างกำลังตื่นขึ้น!"
ทันใดนั้นแรงดึงดูดมหาศาลก็พุ่งออกมาจากโพรงถ้ำ มันฉุดกระชากเศษดิน ก้อนหินและแม้แต่ร่างของเหล่าศิษย์ตระกูลอวิ๋นที่เหลืออยู่ให้ปลิวว่อนเข้าไปในความมืดมิดนั้นเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังระงมก่อนจะดับวูบลงราวกับถูกกลืนกินโดยสิ่งมีชีวิตขนาดั์
อวิ๋นเซียวปักกระบี่ลงกับพื้นดินเพื่อยึดร่างตนเองไว้ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่เื้ัม่านพลังนั้น—มันไม่ใช่สัตว์อสูรแต่มันคือโครงกระดูกของยอดฝีมือโบราณที่ยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่ท่ามกลางเปลวไฟสีม่วงที่ไร้ความร้อนแต่กลับแผ่ซ่านอำนาจกดขี่ที่ทำให้ดวงิญญาของผู้ที่พบเห็นต้องสั่นสะท้าน
"ิญญาแค้น..." อวิ๋นเซียวพึมพำ ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัดเมื่อรู้ตัวว่าการตัดสินใจครั้งนี้ได้นำพาเขามาพบกับสมบัติที่มาพร้อมกับความตาย
เขามองดูศัตรูที่เหลืออยู่ไม่กี่คนถูกกระชากหายเข้าไปในหลุมดำด้วยสายตาเ็าก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับความมืดมิดในถ้ำด้วยความมุ่งมั่นที่แรงกล้ากว่าเดิมในฐานะผู้ถือครองเจดีย์หมื่นวิถี เขาไม่อาจถอยหลังกลับไปสู่ความไร้ค่าได้อีกต่อไปไม่ว่าสิ่งที่รอเขาอยู่ข้างในจะเป็ปีศาจหรือพระเ้าเขาก็พร้อมที่จะหลอมรวมมันให้กลายเป็พลังแห่งโชคชะตาของเขาแต่เพียงผู้เดียว
"มาดูกันว่า เปลวอัคคีในเถ้าถ่านนี้จะสามารถเผาผลาญได้แม้กระทั่งิญญาที่ดับสูญไปนับหมื่นปีหรือไม่!"
อวิ๋นเซียวตัดสินใจก้าวเท้าเข้าสู่ความมืดมิดนั้นโดยไร้ซึ่งความลังเลทิ้งไว้เพียงเสียงหยดน้ำที่กระทบพื้นหินดุจนาฬิกาทรายที่กำลังนับถอยหลังสู่การอุบัติของยอดคนแห่งยุคสมัยใหม่