ทะลุเวลามาเป็นพ่อค้าระหว่างมิติ

    ตอนที่ 40 โผล่มาที่ตลาดมืด

             จัดการเรื่องข้าวสารและยารักษาโรคได้ตามที่ต้องการแล้วจางหมิงก็ไปที่ร้านขายผ้าเขาซื้อผ้าในสไตล์ของยุค 70 ปีอีกไม่น้อยจ่ายเงินแล้วก็ส่งโลเคชั่นให้กับเจ้าของร้านเพื่อไปส่งของที่โกดัง

             จากนั้นเขาก็ตระเวนหาซื้อของตามรายการที่ได้จดบันทึกเอาไว้ส่วนมากจะเป็นอาหารแห้งและเครื่องปรุง นอกจากอาหารแห้งก็ยังมีอาหารสด อาหารทะเลอีกนิดหน่อยอย่างละสองร้อยชั่งซึ่งส่วนนี้เขาคิดว่าจะนำไปมอบให้กับคุณพ่อของเขาที่อยู่ในช่วงเวลานั้นแม้จะไม่แน่ใจว่าจะพบหรือเปล่า

             ตอนเย็นเขาต้องรีบเดินทางไปที่โกดังเก็บของของตัวเองเพื่อเปิดประตูโกดังให้รถบรรทุกสินค้าเข้าไป

             ทั้งข้าวสาร ยารักษาโรคและผ้ามากมายถูกขนลงจากรถอย่างรวดเร็วเพียงหนึ่งชั่วโมงสินค้าทั้งหมดก็ถูกขนลงจนหมด

             พอส่งรถบรรทุกเกือบสิบคันกลับไปแล้วจางหมิงก็ปิดประตูด้านหน้าและก็ปิดประตูโกดัง

             แล้วเขาก็สื่อสารกับผู้พิทักษ์ของเขา“ผู้พิทักษ์นายเก็บข้าวของทั้งหมดภายในครั้งเดียวเลยได้ไหม”

             “ได้ครับโฮสต์”เสียงเหมือนเด็กเอ่ยรับคำอย่างกระตือรือร้น “เพียงแค่โฮสต์โบกมือหนึ่งครั้งของทั้งหมดจะเข้ามาอยู่ในพื้นที่แหวนมิติทันทีครับ”

             “อ่า ได้ๆๆ ฉันจะทำเดี๋ยวนี้แหละ”ว่าแล้วจางหมิงก็โบกมือหนึ่งครั้งแล้วข้าวของทั้งหมดจำนวนหลายล้านหยวนก็อันตรธานหายไปในทันที“ตอนนั้นทำไมพลังของนายถึงมีๆหายๆล่ะผู้พิทักษ์ ฉันใช้คำสั่งอะไรแทบจะไม่ได้เลย”

             “พลังของผมเพิ่งได้รับการฟื้นฟูนิดหน่อยครับโฮสต์พอใช้ออกไปก็หมดเลยทำตามคำสั่งไม่ได้ แต่ตอนนี้ไม่มีปัญหาแล้วล่ะครับ”

             “เป็นเพราะหินอุกกาบาตที่นายเรียกว่าผลึกพลังงานน่ะเหรอ”

             “ไม่ใช่ครับเป็นเพราะผลึกพลังงานระดับต่ำที่สหายของผมมอบให้มาครับ”

             จางหมิงเหมือนจะคิดอะไรขึ้นมาได้“นายเอาแอปเปิลแห่งปัญญาแลกเปลี่ยนกับเขาหรือเปล่า”

             ผู้พิทักษ์มีสีหน้าลำบากใจนิดหน่อยก่อนจะหัวเราะแห้งๆออกมา พร้อมกับยอมรับชะตากรรม “ต้องขออภัยโฮสต์ด้วยที่ผมทำลงไปโดยพลการแต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ก็ไม่มีทางสื่อสารกับโฮสต์ได้เพราะพลังของผมไม่เพียงพอ”ยิ่งพูดเสียงก็ยิ่งเบาลงเรื่อยๆ

             จางหมิงหัวเราะออกมาแผ่วเบา“ไม่ต้องขออภัยหรอกน่า ถ้าไม่มีนายฉันก็ไม่ได้มีชีวิตที่ดีขึ้นแบบนี้อะไรที่นายว่าดีก็ทำไปเถอะ ว่าแต่แอปเปิลแห่งปัญญานี่ขายได้ราคาดีไหม”

             “ดีครับโฮสต์เอาเข้าโรงประมูลยิ่งได้ราคาสูง”

             “อืมถ้าอย่างนั้นตอนนี้ยังมีเหลือเยอะไหม” เขาตรวจสอบลิ้นชักมิติในห้องเก็บสมบัติแล้วแต่ไม่เจอแอปเปิลแห่งปัญญาเลย คาดว่าผู้พิทักษ์ของเขาคงจะเก็บเอาไว้เป็นแน่

             “เหลืออยู่เกือบสองหมื่นลูกครับโฮสต์”

             “มันออกผลทุกๆสิบวันใช่ไหม”

             “ใช่ครับโฮสต์”

             “ถ้าอย่างนั้นนายก็ส่งเข้าโรงประมูล หรือไม่ก็นำไปขายให้กับคนรู้จักได้เลยนะไม่ต้องเก็บไว้เยอะฉันกินแค่วันละลูกยังไงก็กินไม่หมดหรอกได้ผลึกพลังงานมาแล้วนายจะได้ดูดซับเพิ่มพลังให้ตัวเองและมิติแห่งนี้ด้วย”

             ผู้พิทักษ์ได้ฟังคำพูดของโฮสต์ที่เขารักและเอ็นดูแล้วก็ถึงกับน้ำตาคลอหน่วย “ดะ ได้ครับโฮสต์ ผมจะจัดการให้เรียบร้อยภายในสามวันแล้วจะรายงานผลนะครับ ส่วนผลผลิตที่เก็บได้ครั้งต่อๆไปผมจะรายงานให้โฮสต์ทราบเป็นระยะๆนะครับ”

             “อืม ทำตามที่นายเห็นสมควรเถอะเอาล่ะวันนี้ก็พักที่นี่ก็แล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยออกตระเวนหาซื้อของอีกครั้ง”ว่าแล้วเขาก็เข้าไปในพื้นที่แหวนมิติของตัวเอง จากนั้นก็ไปแช่ตัวที่บ่อน้ำพุร้อนอย่างสบายใจ

             ทางด้านของผู้พิทักษ์ร่างสูงก็คอยดูแลเจ้านายของเขาไม่ห่างเพราะหลังจากการขยายของพื้นที่พลังต่างๆภายในแหวนมิติก็ยังไม่ค่อยเสถียรเท่าไหร่

             “ผู้พิทักษ์นายยังอยู่ไหม”จางหมิงที่เอนตัวพิงกับขอบบ่อพร้อมกับหลับตาพริ้มเอ่ยถามผู้พิทักษ์ของตน

             “ผมอยู่ที่นี่ตลอดครับโฮสต์”

             “นายคิดว่าการไปยังปี 1972 เป็นเวลาสิบวันของฉันในครั้งนี้จะสามารถช่วยผู้คนได้เยอะไหม” น้ำเสียงของเขาฟังดูเลื่อนลอยไร้จุดหมาย

             “อาจจะยังไม่ได้หรอกครับโฮสต์แต่ก็จะมีบางคนที่คุณสามารถช่วยเหลือได้ครับ”

             “ก็มันเป็นการเดินทางไปที่นั่นครั้งแรกนี่นะเอาล่ะ ไม่ว่าจะยังไงก็ช่างแต่ฉันก็มีข้าวของมากพอแล้วจะเอาออกมาตอนไหนก็ได้ทั้งนั้น”

             “ครับโฮสต์”ผู้พิทักษ์ร่างสูงมองโฮสต์ของเขาด้วยสายตาเปล่งประกายบางสิ่งบางอย่างได้เริ่มก่อตัวขึ้นมาในใจโฮสต์ของเขาแล้วสินะ

     

             วันต่อมาจางหมิงก็เดินทางออกจากโกดังตั้งแต่เช้าทั้งวันเขาตระเวนซื้อข้าวของมากมายรวมถึงได้เดินทางไปซื้อผลไม้จากสวนของเกษตรกรด้วยเขาซื้อมาอย่างละสองพันชั่งซึ่งก็จ่ายเงินออกไปอีกนับล้านหยวนแต่เขาก็ไม่แม้แต่จะกระพริบตาเพราะตอนนี้มีเงินในบัญชีของเขาจำนวนมหาศาลเลย

             รถบรรทุกผลไม้ห้าคันเดินทางมาถึงโกดังในตอนหัวค่ำพวกเขาเร่งขนตะกร้าผลไม้ลงอย่างขะมักเขม้น ใช้เวลาสองชั่วโมงก็เดินทางกลับไป

             จางหมิงเก็บผลไม้ทั้งหมดเข้าไปในแหวนมิติจากนั้นก็ตามเข้าไป พอเขาไปตรวจสอบที่ห้องสมบัติตรงลิ้นชักผลไม้ก็เห็นว่าตะกร้าผลไม้ทั้งหมดถูกจัดวางเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ

             “แหวนมิตินี่สามารถอัพเกรดได้อีกไหมผู้พิทักษ์”

             “ได้ครับโฮสต์แต่การอัพเกรดครั้งต่อไปต้องใช้ผลึกพลังงานระดับสวรรค์มากถึงหนึ่งร้อยก้อนผมก็เลยยังไม่อัพเกรดมิติอีกครับ”

             “หนึ่งร้อยก้อนเลยเหรอ อืมถ้าหาผลึกพวกนี้ไม่ได้ก็ไม่มีผลึกเอาไว้ใช้ในการเดินทางสินะ”

             “เป็นเช่นนั้นครับโฮสต์”

             ชายหนุ่มครุ่นคิดอะไรบางอย่างแล้วก็หันไปทางเงาร่างสูงของผู้พิทักษ์ “ถ้าอย่างนั้นการแลกเปลี่ยนแอปเปิลแห่งปัญญานอกจากผลึกพลังงานระดับต่ำแล้ว ยังแลกเปลี่ยนเป็นอะไรได้อีก”

             “หยดน้ำทิพย์ครับโฮสต์”

             “หยดน้ำทิพย์มันมีประโยชน์อะไรบ้างล่ะ”

             “ใช้แลกเปลี่ยนและเอาไว้ดูดซับพลังไม่ต่างจากผลึกพลังงานครับแต่ถ้าสำหรับโฮสต์แล้วน้ำทิพย์นี่มีประโยชน์หลายอย่างเลยล่ะครับอย่างเช่นช่วยฟื้นฟูร่างกาย ทำให้อ่อนเยาว์ ใช้ในการปรุงยาช่วยเร่งการเจริญเติบของพืชผักธรรมดาทั่วไปได้ครับแต่ไม่ได้ผลกับเมล็ดพันธุ์ที่โฮสต์ได้มาจากยุคอนาคตครับ”

             “อ้อแล้วถ้าฉันเจือจางหยดน้ำทิพย์กับน้ำแร่หรือน้ำธรรมดาล่ะจะได้ไหมผู้พิทักษ์”

             “ได้แน่นอนครับแต่ผลลัพธ์ก็จะแตกต่างกันไปแล้วแต่อัตราส่วนที่ใช้เจือจางครับ”

             จางหมิงดีดนิ้วดังเปาะ “ดีเลยถ้านายเอาแอปเปิลแห่งปัญญาไปประมูลหรือเอาไปขายให้คนรู้จักก็แลกเปลี่ยนเป็นหยดน้ำทิพย์มาด้วยนะ”

             “ครับโฮสต์”

     

             จางหมิงไม่ได้เดินทางออกไปไหน รอจนถึงวันนัดส่งเนื้อพี่ต้วนก็ได้โทรหาเขาตั้งแต่เช้า พวกเขาจะขนเนื้อทั้งหมดมาส่งที่โกดังตอนแปดโมงเช้า

             ชายหนุ่มกินข้าวเช้าอยู่ในแหวนมิติ พอใกล้จะถึงเวลานัดเขาจึงออกไปยืนรออยู่หน้าโกดัง ไม่นานก็เห็นรถขนสินค้าตู้ทึบวิ่งเข้ามาห้าคันคนขับคันแรกก็คือพี่ต้วนนั่นเอง

             “ไงเสี่ยวจาง”พี่ต้วนร้องทักจางหมิงอย่างเป็นกันเองและยิ่งเป็นกันเองยิ่งขึ้นเมื่อเขาคิดว่าอีกไม่นานเงินก้อนที่เหลือก็จะถูกโอนเข้าบัญชีคราวนี้แหละเขาจะได้หาเวลาไปเที่ยวพักผ่อนอย่างจริงจังเสียที

             “ได้มาครบไหมครับพี่ต้วน”

             “ฉันเป็นใครล่ะ พี่ต้วนของนายเชียวนะต้องได้เนื้อทุกอย่างมาครบอยู่แล้วล่ะ”

             “ดีครับขับเข้าไปได้เลยครับผมเปิดประตูโกดังเอาไว้แล้ว”

             “ได้ๆๆ นายก็รีบเดินตามมาล่ะเสี่ยวจาง”

             ชายหนุ่มพยักหน้าน้อยๆก่อนจะรอทักทายพี่เติ้ง จากนั้นก็เดินเข้าไปในโกดัง

             พวกเขามาพร้อมกับลูกมืออีกห้าคนทุกคนต่างช่วยกันขนถุงเนื้อลงอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพราะค่าจ้างครั้งนี้ได้ไม่น้อยเลย

             “ไข่ไก่กับไข่เป็ดได้มาเยอะไหมครับพี่เติ้ง”

             “อืม ได้มาเยอะเลยเสี่ยวจางไข่เป็ดได้มาสี่พันห้าร้อยชั่ง ส่วนไข่เป็ดมากหน่อยได้มาหกพันชั่ง”

             “ดีเลยครับ”

             ใช้เวลาขนของและพูดคุยกันต่ออีกหลายชั่วโมงพี่ต้วนกับพี่เติ้งและลูกมือทั้งห้าคนก็เดินกลับจางหมิงยืนมองเนื้อมากมายหลายตันยิ้มๆ

             “ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนฉันก็ไม่กังวลแล้วว่าจะอดตาย ฮึ!นอกจากนี้ยังเอาไปขายได้อีกด้วย สถานะทางการเงินของยุคปัจจุบันไม่น่าเป็นห่วงแล้วแต่ยุคอื่นๆนี่สิคงต้องเร่งสะสมให้มีมากเหมือนกัน” ว่าแล้วเขาก็โบกมือหนึ่งครั้งเนื้อสัตว์ทั้งหลายและไข่มากมายก็ถูกเก็บเข้าไปในแหวนมิติ

             “โฮสต์ครับอย่าลืมว่าคุณต้องกลับไปที่หมู่บ้านชิงสุ่ยนะครับ”

             “จริงด้วย!ตอนนี้กี่โมงแล้ว อ่า บ่ายโมงแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็นั่งรถไฟความเร็วสูงไปก็แล้วกัน”จบคำพูดนี้ชายหนุ่มก็เรียกแท็กซี่เพื่อให้ไปส่งเขาที่สถานีรถไฟ

             ใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมงจึงมาถึงเมืองมณฑลและยังต้องจ้างรถให้ไปส่งที่หมู่บ้านอีกต่อซึ่งจ่ายแพงมากเขาคิดว่าในยุคปัจจุบันนี้เขาคงต้องซื้อรถยนต์เอาไว้ใช้สักคันรอให้กลับมาก่อนก็แล้วกัน ทุกอย่างจะได้รับการแก้ไข

             เขามาถึงหมู่บ้านชิงสุ่ยในตอนเกือบสี่ทุ่มเดินขึ้นเขามาอีกก็ใช้เวลาสิบกว่านาทีพอเดินเข้ามาในตัวบ้านได้เขาก็เห็นว่าทุกอย่างยังเหมือนเดิม เหมือนก่อนที่เขาจะเดินทางไปปักกิ่ง

             แต่ถึงจะเหมือนเดิมอย่างไรเขาก็เห็นว่ามีร่องรอยของการทำความสะอาด แสดงว่าภรรยาของลุงหลี่มาจัดการเรื่องนี้เอาเถอะถ้าไม่อยากให้เขารู้ เขาก็จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไรก็แล้วกัน

             “การเดินทางจะเริ่มตอนเที่ยงคืนครับโฮสต์ครั้งนี้ให้คุณไปนอนที่ห้องของตัวเองนะครับ”ผู้พิทักษ์ร่างสูงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงของเด็กน้อยซึ่งตอนนี้เขาเริ่มจะทำใจยอมรับได้แล้ว

             “ยังพอมีเวลาเหลืออยู่บ้างก่อนจะนอนขอฉันสำรวจห้องของคุณพ่อคุณแม่สักหน่อยนะ”

             “ได้ครับโฮสต์”

             จางหมิงไปที่ห้องนอนของพ่อกับแม่ ไม่รู้อะไรดลใจทำให้เข้าก้มลงไปส่องดูที่ใต้เตียงและเขาก็พบว่ามีของที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนวางอยู่ตรงนั้น

             “กล่องไม้นี่เพิ่งถูกเพิ่มเข้ามาแน่ๆไหนดูสิข้างในจะมีอะไร” เขาลากกล่องไม้ออกมาอย่างง่ายดาย

             “หืม พอออกมาแล้วก็ขยายใหญ่แบบนี้เลยเหรอหึหึ ชีวิตของฉันนับวันจะไม่เหมือนคนธรรมดาแล้ว” พูดจบเขาก็เปิดฝากล่องไม้ออก“ว้าว!! หินอุกกาบาตเต็มกล่องเลย”

             จางหมิงยกกล่องไม้ขึ้นมาอย่างง่ายดายจากนั้นเขาก็เดินกลับห้องนอนของตัวเอง แล้วก็นับหินอุกกาบาตที่คาดว่าจะเป็นผลึกพลังงานระดับสวรรค์

             “มีทั้งหมดเจ็ดสิบก้อนผู้พิทักษ์หินพวกนี้ใช่ผลึกพลังงานระดับสวรรค์ไหม”

             “มะ ไม่ใช่ครับโฮสต์”

             “น่าเสียดายจังถ้าอย่างนั้นพวกมันก็เป็นแค่หินอุกกาบาตธรรมดาน่ะสิ”

             “ไม่ใช่แบบนั้นครับโฮสต์มันคือผลึกพลังงานระดับจักรวาลที่หายสาบสูญไปนานหลายล้านปีแล้วทางที่ดีโฮสต์ควรเก็บมันเข้ามาในแหวนมิติทันทีครับ”

             “เผือกร้อนสินะ เก็บก็เก็บ!!” ชายหนุ่มส่งกล่องไม้เข้าไปในแหวนมิติของตนเองทันที“ให้นายเก็บเอาไว้รวมกับแอปเปิลแห่งปัญญานะผู้พิทักษ์”

             “ได้ครับโฮสต์”

             “เอาล่ะ ฉันเองก็คงต้องนอนแล้วจะได้เริ่มต้นการเดินทางเสียที” เขาเดินไปล้มตัวลงนอนบนเตียงของตัวเองจากนั้นก็หลับไปอย่างรวดเร็ว

     

             ไม่รู้ว่าจางหมิงหลับไปนานแค่ไหนเขาตื่นขึ้นมาก็เพราะได้ยินเสียงเรียกจากผู้พิทักษ์ของตัวเอง

             “ที่นี่มันคือที่ไหนล่ะเนี่ยทำไมคนถึงเยอะแบบนี้ ปิดหน้าปิดตาอย่างมิดชิดเสียด้วย”เขาขยี้หัวตาพลางก็ก้มมองสำรวจตัวเองไปด้วย ก็เห็นว่าสวมเสื้อผ้าแบบยุคสมัยนี้

             “โฮสต์ครับ โปรดระมัดระวังตัวด้วยนะครับเพราะที่นี่คือตลาดมืดของยุค 70 ครับ”

             “ตลาดมืดอย่างนั้นเหรอ”จางหมิงเอ่ยออกมาเสียงแผ่ว เอาล่ะสิโผล่มาครั้งแรกก็มาที่ตลาดมืดเลย

             “ใช่แล้วครับโฮสต์เองก็ควรหาผ้ามาปิดหน้าตาเอาไว้ด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้นจะเป็นปัญหาในภายหลัง”

             “นายกำชับแบบนี้แสดงว่ามีเจ้าหน้าที่ปะปนกับคนในตลาดมืดแห่งนี้อย่างนั้นเหรอ”

             “เรื่องนี้มันแน่นอนอยู่แล้วครับโฮสต์”

             จางหมิงเร่งเดินหาตรอกเล็กๆเพื่อนำเอาผ้ามาคลุมปิดหน้าตาเอาไว้

             “ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลนายรีบเตือนฉันเลยนะ ฉันจะเดินดูตลาดมืดแห่งนี้เสียหน่อย”

             “ได้ครับโฮสต์”

             ชายหนุ่มเดินออกจากตรอกแล้วก็เดินปะปนไปกับคนมากมายที่เดินหาซื้อสินค้า เขาเดินไปได้สักพักก็หาที่นั่งพักเพื่อหาข้อมูล

             และเขาก็เลือกนั่งลงข้างๆคุณตาคนหนึ่งที่นำเอาผักป่ามาขายแม้อีกฝ่ายจะใช้ผ้าคลุมหน้าตาเอาไว้ แต่ก็รู้ว่าอายุมากแล้ว

             “นายจะเอาของมาขายเหรอ”เสียงแหบพร่าชรากระซิบถามเสียงเบา

             “ก็อยากจะเอามาขายอยู่หรอกครับคุณตา แต่วันนี้ผมไม่ได้เอาอะไรมาเลย”

             คุณตาส่งผักป่าให้กับลูกค้าแล้วก็รับเงินมาก่อนจะหันมาพูดกับจางหมิงต่อ “เพิ่งมาอยู่ที่เมืองมณฑลแห่งนี้เหรอนายมาจากชนบทใช่ไหม ระวังด้วยล่ะเจ้าหน้าที่เข้มงวดมากเลยนะถ้านายหลบหนีออกจากหมู่บ้านมาโดยไม่มีใบแนะนำตัวล่ะก็ ยิ่งต้องระวังให้มาก”

             จางหมิงเพิ่งรู้ว่าที่นี่คือตลาดมืดของเมืองมณฑลก็รู้สึกตื่นเต้นอยู่หน่อยๆมิน่าล่ะสถานที่แห่งนี้ถึงได้กว้างใหญ่กว่าที่เขาคาดเอาไว้

    คล้ายกับเรื่องทะลุเวลามาเป็นพ่อค้าระหว่างมิติ ที่คุณอ่าน