ตอนที่ 20 เหลียนนั่วมาถึงตระกูลเดอร์เร็ตแล้ว (2)
“อืม” เหลียนนั่วไม่ใช่คนโง่ เขาย่อมรู้ว่าสิ่งไหนดีหรือไม่ดีกับตนเอง เพราะได้รับการเตือนสติจากนายพลเดอร์เร็ต เหลียนนั่วจึงสามารถเผชิญหน้ากับสถานการณ์ปัจจุบันของตัวเองได้อย่างจริงจังเป็ครั้งแรก
แม้เขาจะมีความทรงจำเกี่ยวกับเ้าของร่างเดิม แต่ก็ยากจะรับประกันว่า เขาจะไม่ถูกจับได้ว่าไม่ใช่เ้าของร่างเดิมในวันหนึ่ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ที่เขาได้กลายเป็ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็ชายารัชทายาท หากมีคนพบว่าเขาไม่ใช่เหลียนนั่วตัวจริง แต่เป็ิญญาดวงหนึ่งจากโลก คาดว่าตามกฎของที่นี่ เขาจะต้องถูกจับไปชำแหละ แทนที่จะถูกจับไปคุมขังที่ดาวนักโทษอีกครั้งอย่างแน่นอน
ไม่ได้การ เขาจะต้องเร่งฝึกฝนทักษะต่างๆ ให้ถึงระดับเดียวกันกับตอนอยู่ในยุควันสิ้นโลกโดยเร็วที่สุด แล้วจากนั้น...ก็สะบัดก้นจากไป แน่นอนว่าก่อนจากไป เขาจะต้องตั้งท้องก่อน ไม่เช่นนั้นเดินทางตัวคนเดียวต้องเหงามากแน่
แล้วร่างกายของป๋ายโยวล่ะ จะทำอย่างไรดี
เหลียนนั่วครุ่นคิดอย่างละเอียดรอบคอบอีกครั้ง ตอนตั้งครรภ์ ต้องพาลูกพร้อมกับจับป๋ายโยวไปด้วย
คิดได้เช่นนี้ เหลียนนั่วจึงตัดสินใจร่างแผนการระยะยาวเกี่ยวกับการใช้ชีวิตบนโลกต่างดาวนี้อย่างตั้งอกตั้งใจ
ในตอนที่เขากำลังครุ่นคิด รถก็มาถึงหน้าคฤหาสน์
คนในบ้านหลักของตระกูลเดอร์เร็ตมาถึงกันหมดแล้ว นี่เป็คำสั่งล่วงหน้าของท่านนายพล ว่าวันนี้ในตระกูลมีเื่ที่อยากจะหารือกัน
เมื่อผู้คนในห้องโถงเห็นนายพลเดอร์เร็ตกับเด็กหนุ่มร่างเล็กใบหน้าเหลืองจัดคนหนึ่งเดินเข้ามา ต่างก็พากันประหลาดใจ ดวงตาสีดำขลับของเด็กหนุ่มที่มีกลิ่นอายแปลกประหลาดกำลังมองสำรวจโดยรอบอย่างอยากรู้อยากเห็น เขาอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงกีฬาสีดำ ทั้งยังสวมเสื้อกันลมสีดำกับหมวก
แม้ว่ากลิ่นอายของคนยากจนข้นแค้นจะถูกชะล้างออกไปแล้ว แต่ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็มองไม่ออกว่าเด็กคนนี้มีคุณสมบัติอะไร จึงได้เดินเข้ามาที่นี่พร้อมกับนายพล
ใช่แล้ว พร้อมกัน เหลียนนั่วไม่รู้จักการให้เกียรติผู้อื่น เนื่องจากในโลกยุควันสิ้นโลกนั้น ทุกคนต่างทุ่มเทกำลังต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด การเคารพคนสูงวัยและเอ็นดูเด็กจึงนับเป็เื่ไร้สาระ
แน่นอนว่าเขารับรู้ถึงสายตาของทุกคนที่จับจ้องมาที่เขา
เขาไม่ใช่คนอ่อนไหว คนที่ไม่มีความรู้สึกใดต่อความตายนั้นจะสนใจสายตาคนอื่นได้อย่างไร เขาจึงยังมองดูนั่นดูนี่ ปล่อยให้คนอื่นจับจ้องมาที่ตนได้ตามใจชอบ
นายพลเดอร์เร็ตขมวดคิ้วมุ่นอีกครั้ง เด็กที่ไร้มารยาทและไม่รู้กฎระเบียบแบบนี้ ไม่เหมาะกับองค์รัชทายาทเลยจริงๆ
“เขาชื่อเหลียนนั่ว เหลียนนั่ว เดอร์เร็ต” นายพลเดอร์เร็ตแนะนำอย่างเคร่งขรึม “และเขาก็เป็สาเหตุสำคัญของการที่ฉันเรียกทุกคนมาหารือกันในวันนี้”
ลำพังชื่อเหลียนนั่วนั้น สำหรับทุกคนแล้วไม่ดึงดูดความสนใจเลยสักนิด แต่ชื่อเหลียนนั่ว เดอร์เร็ตกลับมีแรงดึงดูดมหาศาล รวมทั้งการที่เขาเดินเข้ามาพร้อมนายพลเดอร์เร็ตด้วย
ชั่วเวลานั้น สมาชิกของตระกูลเดอร์เร็ตซึ่งอยู่ในห้องโถงต่างพากันคาดเดาไปต่างๆ นานา
แม้จะมีการคาดเดาไปมากมายหลายอย่าง แต่การคาดเดาส่วนใหญ่ก็คือเหลียนนั่ว เดอร์เร็ตผู้นี้จะใช่ลูกนอกสมรสของนายพลเดอร์เร็ตหรือเปล่านะ
มีคนเอ่ยเื่นี้ด้วยน้ำเสียงติดตลก “คุณปู่ใหญ่ นี่คงไม่ใช่คุณอาเล็กของผมหรอกนะ”
น้ำเสียงเอ้อระเหยนั้น ฟังดูเหิมเกริมเล็กน้อย เหลียนนั่วมองตามเสียงไปก็เห็นเด็กหนุ่มร่างเพรียวบางคนหนึ่ง ผมสั้นยุ่งเหยิง แต่ก็ยุ่งเหยิงอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โครงหน้าเขาดูนุ่มนวลและงดงามมาก แต่ท่าทางของเขากลับไม่มีความงดงามเลยสักนิด ทั้งยังให้ความรู้สึกแบบหนุ่มเสเพลอยู่เล็กน้อย
ที่หูซ้ายของเขาสวมต่างหูพลอยสีแดงซึ่งแดงฉานราวกับโลหิต
เหลียนนั่วตาเป็ประกาย เขาชอบต่างหูอันนี้
ิ่ข่าหรี่ตาและมองสำรวจเหลียนนั่วอย่างเปิดเผย ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มจางๆ ประดับอยู่ แต่รอยยิ้มนี้กลับไปไม่ถึงดวงตา
“แกน่ะ หุบปากซะ” นายพลเดอร์เร็ตเอ็ดอย่างน่าเกรงขาม “เหลียนนั่วคือหลานชายของญาติห่างๆ จากตระกูลย่อย ปู่ของเขาที่เสียชีวิตไปหลายปีแล้วมีความสัมพันธ์ที่ดีกับฉัน ตอนนี้พ่อแม่เขาเสียชีวิตแล้วทั้งคู่ ฉันจึงรับเขามา และจากนี้เขาจะเป็คุณชายตระกูลเดอร์เร็ตของเรา”
นายพลเดอร์เร็ตให้ความสำคัญกับมิตรภาพมาก นี่เป็สิ่งที่คนทั้งตระกูลต่างรู้ดี ดังนั้นสำหรับคนในบ้านหลักแล้ว การรับหลานชายของญาติห่างๆ จากตระกูลย่อยที่มีมิตรภาพอันยาวนานเข้ามาอยู่ร่วมกัน เป็เื่ที่ทุกคนสามารถยอมรับได้อย่างรวดเร็ว
ก็แค่ลูกของญาติห่างๆ จากตระกูลย่อยคนหนึ่ง สำหรับตระกูลเดอร์เร็ตแล้ว นี่ก็แค่การเลี้ยงแมลงหวี่เพิ่มขึ้นอีกตัว ทุกคนจึงไม่ได้ถือสา
“เ้ารอง” หลังแนะนำเหลียนนั่วเสร็จ ท่านนายพลเดอร์เร็ตก็หันไปกล่าวกับลูกชายคนที่สอง “ต่อจากนี้ให้เหลียนนั่วได้รับการดูแลภายใต้ชื่อของแก ให้เขาเป็ลูกบุญธรรมของแก”
“ครับคุณพ่อ” ซีจ้าน เดอร์เร็ตขานรับ