บทที่10 ข้าจะฟ้องท่านอาจารย์
สายลมอ่อนพัดโชยมวลหมู่พฤกษาไหวตามลม ณ ลานฝึกยุทธ์ของสำนักเหนือ์ เหล่าศิษย์ทั้งหลายที่กำลังรับฟังการสอนจากฉินซูอยู่นั้น เมื่อได้ยินสิ่งที่อาจารย์ผู้สอนพวกเขาเอ่ยออกมานั้นทุกคนก็ต่างยินดีปรีดาเป็อย่างยิ่ง
สำหรับเหล่าศิษย์ในสำนัก เ้าสำนักในสายตาของพวกเขานั้นคือเสาหลักหนึ่งเดียวของเมืองนี้และเป็ทั้งแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเองรวมไปจนถึงเป็ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของพวกเขา
ในเมืองเมฆาคราม มีคำกล่าวไว้ว่า เ้าสำนักอยู่เมืองก็คงอยู่ คำนี้ผู้คนในเมืองได้เริ่มพูดกันหลังจากที่หลินตงกำจัดสำนักเมฆาครามและเริ่มปกครองเมือง
พูดได้ว่าชายหนุ่มเป็ที่ยอมรับของชาวเมืองไม่ว่าจะด้วยพลังยุทธ์ที่แข็งแกร่งหรือจะเป็ความจิตใจดีที่มีต่อชาวเมือง
หลังจากที่ชายหนุ่มออกไปสยบเมืองที่ภายนอก ฉินซูก็ได้รวมศิษย์ทั้งหมดมารับการฝึกสอนจากนางและเล่าเื่ที่เ้าสำนักของพวกเขานั้นออกไปทำเื่อันตรายด้านนอก
เหล่าศิษย์ที่ได้ฟังเื่ราวจึงรู้สึกซาบซึ้งใจที่เ้าสำนักของพวกเขานั้นคิดถึงการฝึกฝนของพวกตนในอนาคตถึงกับต้องออกไปด้านนอกเพื่อรวบรวมคนจากเมืองอื่นๆกลับมา คิดถึงตรงนี้เหล่าศิษย์ของสำนักก็อดที่จะเป็ห่วงเ้าสำนักของพวกตนไม่ได้
แต่ในตอนนี้อาจารย์เบื้องหน้าพวกเขาได้เอ่ยถึงการกลับมาของเ้าสำนักออกมาแล้ว และเมื่อดูจากสายตาที่ปีติยินดีของอาจารย์เบื้องหน้าพวกเขา การกลับมาของเ้าสำนักในครั้งนี้คงมีเื่ดีๆตามมาแน่นอน
“วันนี้พวกเ้ากลับไปพักผ่อนได้แล้ว อย่าลืมทบทวนสิ่งที่ข้าสอนไปในวันนี้ด้วยล่ะ พรุ่งนี้ท่านเ้าสำนักอาจจะมาดูความก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์ของพวกเ้าพวกเ้าก็อย่าทำให้ท่านเ้าสำนักผิดหวังล่ะ”
“ตัวข้ามีเื่ต้องปรึกษากับท่านเ้าสำนักวันนี้จบการสอนแต่เพียงเท่านี้”
เหล่าศิษย์ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ได้ทำความเคารพฉินซูและแยกย้ายกันไปด้วยอารมณ์ที่ตื่นเต้น “พรุ่งนี้จะต้องทำให้ท่านเ้าสำนักออกปากชมข้าให้ได้” เหล่าศิษย์ทั้งหลายต่างมีความคิดเช่นนี้
ภายในเรือนพักแห่งหนึ่งของสำนักเหนือ์ หญิงสาวในชุดคลุมสีดำพร้อมผ้าปิดหน้าที่กำลังฝึกฝนลมปราณอยู่ ในตอนนี้ดวงตาที่ปิดอยู่คู่นั้นก็เปิดขึ้น
และในเวลานี้เองเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงของฉินซู “แม่นางจ้าว ท่านเ้าสำนักของข้ากลับมาแล้ว รบกวนท่านเตรียมตัวให้พร้อมระหว่างนี้ข้าขอไปรายงานเื่ของท่านแก่เ้าสำนักเสียก่อน”
ณ ห้องประชุมของสำนักเหนือ์ ในเวลานี้มีผู้คนอยู่20คน หนึ่งในนั้นคือชายหนุ่มเ้าสำนักเหนือ์ที่นั่งอยู่หัวโต๊ะประชุม สองด้านซ้ายขวาของชายหนุ่มแบ่งออกเป็คนของสำนักพันศาสตราและสำนักลิขิตฟ้า
ทางด้านสำนักพันศาสตราส่งจอมยุทธ์มา5คนเป็จอมยุทธ์ระดับ6 สองคนและอีกสามคนคือจอมยุทธ์ระดับ5 ทางด้านสำนักลิขิตฟ้าเนื่องด้วยเหตุผลของสำนักที่ต้องใช้จอมยุทธ์จำนวนมากในการทำนายโชคชะตาของผู้คนต่างๆที่เข้ามา
จึงส่งจอมยุทธ์มาเพียง4 คนแต่ทั้งหมดนั้นคือจอมยุทธ์ระดับ6 ซึ่งแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
หลังจากที่ทุกคนมาถึงห้องประชุมได้ไม่นาน สตรีรูปร่างสูงโปร่งพร้อมใบหน้าที่งดงามน่าเอ็นดู ได้เดินเข้ามาในห้องประชุมแห่งนี้
เหล่าจอมยุทธ์หนุ่มไม่ว่าจะเป็จอมยุทธ์ของสำนักพันศาสตราก็ดีหรือจะสำนักลิขิตฟ้าก็ดีไม่มีผู้ได้ละสายตาไปจากนางได้ ความงามระดับนี้เห็นทีคงจะมีแต่ธิดาศักดิ์สิทธิ์ของสามสำนักใหญ่เท่านั้นที่จะเทียบกับสตรีเบื้องหน้าพวกเขาได้
แต่เมื่อเห็นสตรีผู้นี้หยุดยืนอยู่ข้างๆชายหนุ่มหัวโต๊ะพวกเขาทุกคนก็ต่างได้สติกลับคืนมา “อ่า…นี่ข้าคิดอะไรของข้ากันนี่ความงามระดับนี้แม่นางคนนั้นคงจะเป็คู่บำเพ็ญของเ้าสำนักผู้นี้เป็แน่แท้”
ความคิดนี้ปรากฏขึ้นในหัวของเหล่าจอมยุทธ์ในห้องนี้ทุกคนไม่เว้นแม้แต่จอมยุทธ์หญิงที่นั่งอยู่ด้วย
ในตอนนี้เองเสียงของสตรีเบื้องหน้าก็ดังขึ้น นางหันไปทำความเคารพหลินตง “ยินดีต้อนรับกลับสำนักเ้าค่ะ” จากนั้นนางจึงหันกลับไปแนะนำตัวกับเหล่าจอมยุทธ์ภายในห้องประชุมแห่งนี้
“ตัวข้ามีนามว่า ฉินซู เป็อาจารย์อยู่ในสำนักแห่งนี้และเป็ศิษย์อาจารย์เดียวกับท่านเ้าสำนัก”
สิ้นเสียงเหล่าจอมยุทธ์ทั้งหลายต่างมองมาที่สตรีผู้นี้ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมไม่น้อย เดิมทีพวกเขาแค่คิดว่าสตรีผู้นี้เป็เพียงแค่ผู้ฝึกบำเพ็ญคู่กับเ้าสำนักเท่านั้น
แต่พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าสตรีผู้นี้จะมีอาจารย์คนเดียวกับเ้าสำนักของที่นี่ด้วย
จากที่พวกเขาได้ยินมาจากเหล่าผู้าุโที่เล่าถึงเื่ราวความแข็งแกร่งของหลินตงที่สยบหม่าฉือได้และภาพนิมิตการทำนายของเจียงเป่าสิ่งเหล่านี้ทำให้พวกเขานั้นไม่อาจจินตนาการความแข็งแกร่งของชายหนุ่มได้เลย
และสตรีเบื้องหน้าพวกเขาในตอนนี้ก็มีอาจารย์คนเดียวกันกับบุรุษที่อยู่ข้างๆกัน สิ่งนี้ทำให้พวกเขาประเมินความสามารถของสตรีผู้นี้สูงกว่าเดิม
ไม่รอให้เหล่าจอมยุทธ์คิดมากไปกว่านี้ เสียงของสตรีเบื้องหน้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง “เนื่องจากพวกท่านเดินทางกันมาหลายวันพวกเราค่อยมาประชุมกันอีกทีในวันพรุ่งนี้เถิดอีกอย่างท่านเ้าสำนักยังมีเื่สำคัญที่ต้องไปจัดการก่อน”
“ข้าจะให้เหล่าศิษย์พาพวกท่านไปยังที่พักเอง” พูดจบฉินซูจึงเรียกศิษย์ที่นางพามารอไว้ั้แ่แรกให้เข้ามา พร้อมพาเหล่าจอมยุทธ์ไปยังที่พัก
เหล่าจอมยุทธที่เห็นว่าชายหนุ่มมีเื่ที่ต้องไปจัดการก่อน จึงไม่ติดใจอันใดและตามเหล่าศิษย์ไปยังที่พักของพวกตน ยังไงเสียพวกเขาก็ต้องอยู่ที่สำนักนี้อีกหลายปี
หลังจากที่ทุกคนออกไปหมดแล้ว เวลานี้ก็เหลือเพียงหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรี “ฉินซูเ้าว่ามีเื่ที่ข้าจะต้องจัดการมันคือเื่ใดงั้นรึ”
“ท่านเ้าสำนักคือว่า….” ไม่ทันที่ฉินซูจะได้พูดอันใดต่อ หลินตงก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “ฉินซูเ้าและข้าฝึกฝนกับซินแสเฒ่ามาตั้งหลายร้อยปีเหตุใดยามอยู่กับข้าจึงเรียกข้าว่าเ้าสำนักอีกเล่าเราสามคนก็เปรียบเสมือนครอบครัวเดียวกัน”
“โปรดเรียกข้าเช่นเดิมเถิด”
“เ้าค่ะท่านหลินตง” หญิงสาวตอบกลับชายหนุ่มด้วยสีหน้ารู้สึกผิด ชายหนุ่มที่เห็นสีหน้าของหญิงสาวเป็เช่นนี้ก็อดทอดถอนใจไม่ได้
ตัวเขาจะไม่รู้ได้อย่างไร ว่าหญิงสาวผู้นี้ยังยึดติดกับสถานะของตัวเองในกาลก่อนอยู่ นี่จึงทำให้นางปฏิบัติต่อเขาและซินแสเฒ่าดั่งผู้มีพระคุณทั้งๆที่ข้าและซินแสเฒ่าคิดกับนางเสมือนครอบครัว
“ชั่งเถิด ที่เ้าเรียกข้าเช่นนั้นข้าก็พอจะรู้เหตุผลอยู่หรอก เ้าอย่าได้ดูถูกตัวเองยามนี้เ้าไม่ใช่สาวใช้ตระกูลจ้าวอีกต่อไปแล้ว”
“และเ้าก็ยังเป็ศิษย์ของซินแสเฒ่าจอมยุทธ์ผู้ที่อยู่ระดับใดก็ไม่อาจทราบตัวเ้าในตอนนี้มีค่ามากกว่าที่เ้าคิด แม้แต่อ้ายฉิงยังมองเ้าเสมือนน้องสาวมิใช่สาวใช้แต่อย่างใด”
หญิงสาวที่โดนชายหนุ่มสั่งสอน บัดนี้นางได้ก้มหัวลงต่ำดวงตาของนางเริ่มมีน้ำตาคลอ สภาพของนางในตอนนี้ไม่ต่างจากสตรีทั่วไปที่โดนสามีตำหนิเลยแม้แต่น้อย
นางในตอนนี้ไม่มีเค้าโครงของจอมยุทธ์ระดับ5เหลืออยู่เลย ใบหน้าที่งดงามน่าเอ็นดูยามนี้กำลังกลั้นน้ำตามิให้ไหลออกมา
หากเหล่าจอมยุทธ์หนุ่มที่ออกไปเมื่อครู่เห็นฉากนี้ พวกเขาคงเข้าไปต่อสู้กับชายหนุ่มโดยไม่สนอันใดเป็แน่แท้
เมื่อเห็นหญิงสาวเป็เช่นนี้ชายหนุ่มถึงกับรู้สึกผิดที่ดุนาง “ข้าควรทำเช่นไรดี” สิ้นความคิด ฝ่ามือของชายหนุ่มได้ยื่นออกไปลูบศีรษะของหญิงสาวตรงหน้า “ข้าขอโทษที่ดุเ้านะฉินซู”
เมื่อััได้ว่ามือของชายตรงหน้ามาลูบศีรษะของนาง ใบหน้าที่กลั้นน้ำตาของนางนั้นพลันแดงระเรื่อขึ้นมาแต่แล้วความรู้สึกน้อยใจที่โดนดุก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง ครานี้น้ำตาของหญิงสาวที่กลั้นไว้ในคราแรกบัดนี้ได้ไหลตกลงสู่พื้นพร้อมกับเสียงสะอื้นของหญิงสาว
“นะ…นี่ข้าทำอันใดผิดงั้นรึ” ชายหนุ่มในตอนนี้ก็สับสนเป็อย่างมากเหตุใดข้าขอโทษนาง แล้วนางถึงร้องไห้ออกมากัน “นะ..นี่ฉินซู”
ไม่รอให้ชายหนุ่มได้เอ่ยอันใดอีก มือเรียวยาวอันขาวผ่องของหญิงสาวได้ปัดมือของชายหนุ่มออกจากศีรษะของนาง “ทะ…ท่านรังแกข้า หากวันใดข้าพบท่านอาจารย์ข้าจะให้ท่านอาจารย์ลงโทษท่านแน่”
เอ่ยเสร็จนางพลันหันหลังแล้ววิ่งหนีออกจากห้องประชุมแห่งนี้
แต่ก่อนที่ตัวหญิงสาวจะออกไปเสียงของนางก็ดังขึ้น “อีกครึ่งชั่วยามเชิญท่านมาที่เรือนพักหลังสำนัก” สิ้นเสียงร่างของนางก็ได้ออกจากห้องประชุมแห่งนี้เป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ชายหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่นั้นก็ได้แต่ปล่อยให้นางวิ่งหนีไป “เฮ้อ ข้าละไม่เข้าใจนางเลยเสียจริงชายหนุ่มได้แต่บ่นพึมพำกับตัวเอง”
จากผู้เขียน:ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามผลงานของกระผมมานะขอรับ
ติดตามฉบับนิยายเสียงได้ที่ Novel time studio