บทที่ 5
ความรู้สึกแปลกๆ ที่ไม่คุ้นชิน
เมื่อท้องฟ้ามืดลง...หยงหม่าที่ยืนเคาะประตูเรียกผู้เป็นายอยู่หน้าห้องมาได้สักพักแต่ก็ไม่มีเสียงขานรับกลับมา เขาจึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปในห้อง...
แล้วเมื่อเขาก้าวเข้าไปในห้องหยงหม่าก็เห็นผู้เป็นายนอนหลับอยู่บนเตียงข้างเด็กชายที่มาสลบอยู่ที่ข้างเรือนของเขาแม้ว่าเขาจะไม่พอใจที่ผู้เป็นายต้องมาคอยดูแลเด็กที่ไหนก็ไม่รู้...แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้เมื่อผู้เป็นายออกปากจะเป็ผู้ดูแลเด็กคนนี้ด้วยตัวเอง
หยงหม่าเมื่อเห็นผู้เป็นายยังนอนหลับอยู่เขาจึงถอยออกไปจากห้องเพื่อออกไปเตรียมน้ำสำหรับอาบกับสำรับไว้รอผู้เป็นายตื่นและเขายังต้องออกไปเตรียมข้าวต้มกับยาของเด็กคนนั้นเอาไว้ด้วย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เต็มใจทำ...แต่เขาก็ต้องทำตามคำสั่งของผู้เป็นาย
เมื่อเห็นเด็กหนุ่มคนนั้นเดินออกจากห้องไปแล้ว หยางิเซียนจึงลืมตาขึ้นเขารู้สึกตัว...ั้แ่ได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง แต่เขาก็ทำได้เพียงแค่แกล้งหลับต่อไปตอนนี้ในเมื่อเด็กหนุ่มคนนั้นออกจากห้องไปแล้ว เขาจึงกล้าลืมตาขึ้นมามองสำรวจที่ที่เขาอยู่และจ้องมองเด็กชายที่นอนอยู่ข้างตัวเขา
‘นี่ข้ามานอนอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?’
‘แล้วเด็กคนนี้เป็ใคร?’
‘แล้วทำไมเมื่อเช้าเด็กคนนี้ถึงต้องมาดูแลข้าด้วย?’
หยางิเซียนนึกถึงตอนที่อีกฝ่ายทั้งป้อนข้าวป้อนน้ำ และป้อนยาให้กับเขาโดยไม่มีแววตาที่แสดงให้เห็นความรังเกียจหรือดูแคลนก็แปลกใจ...
เพราะั้แ่ที่หยางิเซียนเข้ามาในเมืองหลวงเพื่อตามหามารดาเขาก็ได้รับแต่แววตาที่แสดงให้เห็นถึงความรังเกียจและดูแคลนจากผู้คนที่นี่ แต่ก็มีบ้างที่มีคนใจดีหยิบยื่นอาหารและน้ำมาให้เขาแต่ก็ยังไม่เคยมีใครทำดีกับเขาขนาดนี้มาก่อนเลยสักครั้ง หากดูจากใบหน้าของอีกฝ่าย...คนตรงหน้ามีใบหน้าที่เรียวเล็กติดออกไปทางหวานสักหน่อยริมฝีปากก็มีสีแดงระเรื่อ ส่วนผิวพรรณก็ดูทั้งขาวทั้งซีด...ดั่งคนไม่เคยออกแดดมาก่อนเด็กชายคนนี้คงจะต้องเป็คุณชายตระกูลไหน...สักตระกูลหนึ่งเป็แน่
เสียงเปิดประตูดังขึ้นจากนั้นก็มีกลุ่มคนทยอยเดินเข้ามาพร้อมกับถังน้ำและสำรับอาหารหยางิเซียนจึงรีบหลับตาของตัวเองลงทันที
จินเฟยเทียนงัวเงียตื่นขึ้นมานั่งบนเตียงหลังจากได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวภายในห้องแล้วเขาก็เห็นกลุ่มคนทยอยพากันยกของเข้ามาไว้ในห้อง และเพียงไม่นานเขาก็เห็นคนกลุ่มนั้นทยอยพากันเดินออกไปจากห้องเหลือทิ้งไว้เพียงหยงหม่าที่กำลังจัดวางสำรับให้เขาอยู่
หยงหม่าเงยหน้าขึ้นมาจากสำรับก็เห็นว่ายามนี้ผู้เป็นายของเขาได้ตื่นแล้ว และตอนนี้อีกฝ่ายก็กำลังมองมาทางเขาเขาจึงเดินเข้าไปหาผู้เป็นายพร้อมกับยื่นถุงเงินที่มีขนาดเท่ากันทั้งสองใบให้ผู้เป็นายทันที
“คุณชายใหญ่ขอรับ นี่เป็เงินที่คุณชายใหญ่ให้บ่าวนำไปแบ่งขอรับ”
จินเฟยเทียนแม้จะยังงัวเงียแต่ก็ยื่นมือไปหยิบถุงเงินมาหนึ่งถุง “อาหม่า เงินที่ข้าให้เ้าจงเก็บติดตัวเอาไว้ให้ดี ห้ามทำหายเป็อันขาด”
“ขอรับ ขอบคุณขอรับคุณชายใหญ่” หยงหม่านำเงินที่ได้มาเก็บไว้ในเสื้อแล้วสัญญากับตัวเองว่า...หากไม่จำเป็จริงๆ เขาจะไม่นำเงินถุงนี้ออกมาใช้
“คุณชายใหญ่ขอรับ คุณชายใหญ่จะอาบน้ำก่อนหรือจะรับสำรับก่อนดีขอรับ บ่าวมีให้องครักษ์ช่วยยกน้ำมาเตรียมไว้ให้คุณชายใหญ่เรียบร้อยแล้วขอรับส่วนสำรับอาหารก็เตรียมใกล้จะเสร็จแล้วขอรับ”
“งั้นข้าขออาบน้ำก่อนแล้วค่อยมากินข้าว ขอบใจเ้ามากนะอาหม่า”
หยงหม่าได้ยินดังนั้นจึงก้าวเข้าไปหาหวังจะช่วยปรนนิบัติผู้เป็นายตอนอาบน้ำดังเช่นที่เคยทำ
จินเฟยเทียนเห็นหยงหม่าขยับเข้ามาใกล้ตนแล้วพยายามที่จะเอื้อมมือมาช่วยเขาปลดชุดเขาจึงรีบร้องห้ามคนตรงหน้าทันที เนื่องจากเขาไม่ชินกับการมีใครมาช่วยเขาอาบน้ำ
“อาหม่า! ไม่เป็ไร เ้าไปเตรียมสำรับต่อเถอะ เสร็จแล้วก็ไปพักได้เลยนะ”
“คุณชายใหญ่ขอรับ ให้บ่าวอยู่ดูแลคุณชายใหญ่จนเข้านอนก่อน แล้วบ่าวค่อยกลับออกไปพักก็ได้นะขอรับ”
“อาหม่า พรุ่งนี้เราต้องออกเดินทางกันแล้ว หากเ้ามาคอยดูแลข้าแล้วเมื่อไหร่ตัวเ้าจะได้พักผ่อน เ้าควรเก็บแรงไว้ดูแลข้าเวลาเดินทางวันพรุ่งนี้ดีหรือไม่?”
“ขอรับ” หยงหม่าแม้จะอยากอยู่ต่อ แต่เมื่อผู้เป็นายสั่ง...เขาก็ได้แต่หันกลับมาเตรียมสำรับต่อจนเสร็จจากนั้นก็ถอยออกไปจากห้องแต่โดยดี
เมื่อเห็นหยงหม่าออกจากห้องไปแล้วจินเฟยเทียนจึงลุกขึ้นบิดตัวไล่ความเมื่อยล้าออกจากร่างกายแต่เมื่อเอี้ยวตัวกลับไปมองที่เตียง ก็ให้ใ! เพราะเด็กชายตัวน้อยที่คิดว่ากำลังนอนหลับอยู่กลับตื่น...แล้วนอนมองมาที่ตัวเขา
“อ้าว! เ้าตื่นแล้วหรือเด็กน้อย”
“เ้าเป็อย่างไรบ้าง?”
“แล้วตอนนี้รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่?”
เมื่อเอ่ยถามจบจินเฟยเทียนก็เอื้อมมือไปััหน้าผากของหยางิเซียนโดยไม่รอฟังคำตอบ
“อืม...เด็กน้อยตัวเ้าไม่ร้อนแล้วนะ น่าจะใกล้หายแล้วล่ะ”
หยางิเซียนลุกขึ้นนั่งแล้วพยายามจะกล่าวขอบคุณเด็กชายตรงหน้าแต่เสียงที่เปล่งออกมาก็ยังคงแหบแห้งเหมือนเดิม
จินเฟยเทียนเห็นดังนั้นจึงช่วยรินน้ำแล้วส่งให้เด็กชายบนเตียงดื่ม
“เด็กน้อยเสียงเ้ายังคงแหบแห้งอยู่เลย ข้าว่าเ้าพยายามอย่าเพิ่งใช้เสียงเลยนะ” จินเฟยเทียนพูดจบ ก็เห็นเด็กชายพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย เขาจึงยิ้มให้ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบหัวเด็กชายด้วยความเอ็นดู
หยางิเซียนเมื่อได้รับรอยยิ้มจากคนตรงหน้าแล้วยังโดนอีกฝ่ายลูบหัวของตัวเองอีก จึงทำให้เขาเผลอจ้องมองคนตรงหน้า...อย่างคนโง่งม
ส่วนจินเฟยเทียนก็ยังคงกล่าวต่อไปโดยไม่ได้หันมาสนใจปฏิกิริยาตอบสนองของเด็กชายตรงหน้าเลย
“เด็กน้อยเ้าหิวข้าวแล้วหรือไม่? หรือเ้าจะไปอาบน้ำก่อน?แต่...เ้าเพิ่งฟื้นตัวจากไข้ เ้าก็คงยังอาบน้ำไม่ได้งั้นข้าเช็ดตัวให้เ้าก่อนดีกว่า...แล้วค่อยให้เ้ากินข้าวกินยา” จินเฟยเทียนพูดเองตอบเอง แล้วจะลุกออกจากเตียงเพื่อไปเตรียมของ แต่ก็ถูกหยางิเซียนเอื้อมมือมาดึงชายเสื้อของเขาเอาไว้เสียก่อน
หยางิเซียนเมื่อได้ยินที่เด็กชายตรงหน้าพูดเขาก็พยายามจะเอ่ยโต้แย้ง แต่ด้วยเสียงที่ออกมากลับแหบแห้งไม่เป็คำ เขาจึงทำได้เพียงแต่ส่ายหน้า...แต่คนตรงหน้ากลับไม่ยอมมองมาที่เขาเลย
“เด็กน้อย...ตอนนี้ร่างกายของเ้ามีแต่เหงื่อ ยังไงเ้าก็ต้องเช็ดตัวเปลี่ยนชุดเ้าจะได้รู้สึกสบายตัวขึ้น หรือว่า...เ้าอายข้า”จินเฟยเทียนเมื่อเห็นหยางิเซียนพยายามปฏิเสธในสิ่งที่เขาจะทำให้เขาจึงพยายามอธิบายและสังเกตปฏิกิริยาของเด็กชายตรงหน้าไปด้วย แล้วเขาก็ได้เห็นแก้มของเด็กชายที่เริ่มแดงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆดูแล้วมันไม่น่าจะเกิดจากพิษไข้
หยางิเซียนเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ก้มหน้าลงจนแทบจะติดเตียง
‘หึๆ เด็กคนนี้ขี้อายด้วยแฮะ’
“เด็กน้อย...เ้าจะอายข้าทำไม! เราเป็บุรุษเหมือนกันอีกอย่างเมื่อเช้าข้าก็เป็คนเช็ดตัวเปลี่ยนชุดให้กับเ้าดังนั้นก็ไม่มีอะไรต้องอายข้าแล้ว!” กล่าวเย้าแหย่เด็กชายจบก็ต้องกลั้นขำเมื่อเห็นเด็กชายตรงหน้าตัวแข็งทื่อเป็ท่อนไม้ไปเรียบร้อยแล้ว
จินเฟยเทียนลุกขึ้นไปเตรียมของสำหรับเช็ดตัวและเตรียมชุดใหม่ให้กับหยางิเซียนจากนั้นเขาจึงเดินกลับมานั่งที่เตียง แล้วเขาก็ได้เห็นว่าเด็กชายบนเตียงยังคงก้มหน้าลงไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาเลยสักนิด
จินเฟยเทียนจึงวางของที่เตรียมมาไว้ข้างเตียงแล้วนำผ้าสะอาดไปชุบน้ำก่อนจะนำมาเช็ดตามหน้าตาและเนื้อตัวของเด็กชาย จากนั้นก็จัดการเปลี่ยนชุดให้หยางิเซียนโดยที่เ้าตัวมีอาการขัดขืนบ้างเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็ให้ความร่วมมือจนผ่านไปได้ด้วยดี
“เด็กน้อย เ้ากินข้าวกินยาเองไหวหรือไม่?”
หยางิเซียนพยักหน้ารับทั้งที่ยังคงก้มหน้าอยู่แบบนั้น จินเฟยเทียนจึงลุกไปยกข้าวต้มกับยามาให้เด็กชายบนเตียง
หยางิเซียนรับชามข้าวต้มจากจินเฟยเทียนมาตักกินเมื่อเห็นเด็กชายสามารถกินข้าวเองได้ จินเฟยเทียนจึงคิดจะลุกไปอาบน้ำ
“เด็กน้อย...กินข้าวกินยาให้หมดนะ ข้าขอไปอาบน้ำก่อนเดี๋ยวจะกลับมาดูแลเ้าใหม่” พูดจบจินเฟยเทียนก็เอื้อมมือไปลูบหัวหยางิเซียนอย่างอดไม่ได้ก่อนที่จะพาตัวเองลุกจากเตียงไปอาบน้ำ
เนื่องจากก่อนที่จินเฟยเทียนจะมาอยู่ณ ที่แห่งนี้ และก่อนที่เขาจะสูญเสียน้องชายไป เขามักชอบลูบหัว และบีบแก้มน้องชายของเขาแล้วเมื่อมาเห็นเด็กชายตรงหน้ายามนี้มันก็ทำให้เขาอดที่จะคิดถึงน้องชายของตัวเองขึ้นมาไม่ได้แล้วด้วยแววตาของหยางิเซียนยามนี้ช่างดูไร้เดียงสาและน่าเอ็นดูยิ่งนัก...มันช่างทำให้เขาอดที่จะคันไม้คันมือขึ้นมาไม่ได้จริงๆ
หยางิเซียนเมื่อเห็นเด็กชายลุกออกจากเตียงไปแล้วเขาจึงเงยหน้าขึ้นมามองตามหลังคนที่เพิ่งลูบหัวตัวเองไป
‘เด็กคนนี้ทำไมถึงเรียกข้าว่าเด็กน้อยทุกคำ? ทั้งที่ตัวเอง...อายุก็น่าจะห่างจากข้าไม่ถึงปีแล้วทำไมเด็กคนนี้ถึงต้องยิ้มให้ข้าด้วยล่ะ? แล้วไหนจะทั้งแววตาคำพูด และการกระทำของเ้าตัว...ที่คอยดูแลข้าแบบนั้นอีก เด็กคนนี้ทำแบบนี้ไปทำไม?’
หยางิเซียนที่ไม่เคยได้รับการกระทำที่ออกมาจากใจแบบนี้จากผู้ใดมาก่อนเพราะั้แ่จำความได้ มารดาจะดูแลเขา ลูบหัวเขา หรือโอบกอดเขาก็ต่อเมื่อบิดากลับเรือนเท่านั้นส่วนบิดาของเขาด้วยนิสัยของชายชาติทหารยามอยู่เรือน อีกฝ่ายพูดคุยกับเขาก็แทบจะนับคำได้เลย
แต่ตอนนี้เขากลับได้รับการดูแลและเอาใจใส่จากเด็กชายที่เขาไม่รู้จักคนนี้มันจึงทำให้หยางิเซียนเกิดความรู้สึกแปลกๆ ที่ไม่คุ้นชิน แต่เขาก็ไม่ได้รังเกียจมันกลับทำให้เขารู้สึกอบอุ่นและรู้สึกดีด้วยซ้ำ...
หยางิเซียนจ้องมองไปที่ฉากกั้นที่เด็กชายคนนั้นเดินเข้าไปได้สักพักก่อนจะถอนสายตากลับมานั่งกินข้าวและกินยาตามที่เด็กชายผู้นั้นสั่งไว้...
จินเฟยเทียนเมื่ออาบน้ำเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วเขาก็เดินกลับมาที่เตียง ก็ยังคงเห็นหยางิเซียนที่เอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองเขาเหมือนเดิม
‘สงสัยจะยังอายข้าอยู่ เพิ่งรู้นะเนี้ยว่าตัวร้ายวัยเยาว์ของข้าช่างน่าเอ็นดู’
จินเฟยเทียนจึงเดินเลยไปดูชามข้าวกับถ้วยยาก็เห็นว่า...เด็กชายทำตามที่ตนเองได้บอกเอาไว้ เขาจึงเอื้อมมือไปลูบหัวและบีบแก้มเด็กชายเบาๆพร้อมกับเอ่ยปากชม...
“เก่งมาก เด็กดี” จากนั้นจินเฟยเทียนจึงจับบ่าเด็กชายให้กลับลงไปนอน
“นอนหลับได้แล้ว ข้าขอไปจัดการสำรับของตนเองก่อน เดี๋ยวจะขึ้นมานอนด้วย” จินเฟยเทียนพูดจบก็ลุกไปจัดการสำรับของตนเองทันที
หยางิเซียนเมื่อได้รับคำชมแล้วโดนเด็กชายบีบแก้มมันก็ทำให้เขายิ่งรู้สึกแปลกๆ ขึ้นกว่าเดิม เมื่อก่อนเขาพยายามทำตามที่มารดาหรือบิดาสั่งทุกอย่างแต่เขาไม่เคยได้รับคำชมเชยเลยสักครั้ง แต่กับคนผู้นี้...เขาก็แค่กินข้าวกินยาตามที่อีกฝ่ายสั่งกลับได้รับคำชม... ‘มันช่างแปลก...แต่ก็รู้สึกดีจริงๆ’
จินเฟยเทียนหลังจากจัดการกับสำรับของตัวเองเสร็จเขาก็เดินกลับมาที่เตียงนอน แล้วเห็นว่าหยางิเซียนได้นอนหลับไปแล้ว เขาจึงขึ้นไปนอนข้างๆเมื่อหนังท้องตึง...แล้วหัวถึงหมอนอีกครั้ง จินเฟยเทียนก็หลับลงไปอย่างง่ายดาย
หยางิเซียนเมื่อได้ยินเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของคนข้างๆเขาก็ลืมตาของตัวเองขึ้นมา...แล้วหันไปมองเด็กชายที่นอนอยู่ข้างตัวเขาจากนั้นเขาก็เอื้อมมือของตัวเองไปจับมือของเด็กชายผู้นี้เอาไว้ แล้วเขาผล็อยหลับตามคนข้างๆไปด้วยความรู้สึกที่ว่า...
‘มือของคนผู้นี้ช่างอบอุ่นเหลือเกิน’