-ต้นกล้ายอดที่ 4-
ต้นกล้าตัวน้อยนอนกลิ้งบนแคร่ไม้ไปมาเขากำลังใช้ความคิดอยากช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแต่เด็กตัวแค่นี้จะทำอะไรได้นอกจากตั้งใจเรียนหนังสือพอมองไปที่ใบข้าวนอนดูดจุกนมอยู่ข้าง ๆ ต้นกล้าก็อดเป็ห่วงเด็กคนนี้ไม่ได้กลัวน้องจะไม่ได้มีชีวิตที่ดี
ความจนมันน่ากลัวแบบต้นกล้าคาดไม่ถึงตอนมีชีวิตที่แสนสบายไม่เคยคิดถึงเื่พวกนี้เลย เขาเอาแต่ใช้ชีวิตเสเพลจนถึงนาทีสุดท้ายของชีวิต
“น้าเพรีน้าเพรีอยู่บ้านมั้ยครับ” เสียงใครบางคนะโดังขัดความคิดของต้นกล้าอยู่หน้าบ้านเพรีที่อยู่ในครัวรีบเดินออกมารับแขก ต้นกล้ามองแม่เดินไปคุยกับผู้ชายวัยรุ่นคนหนึ่งอยู่สักพักก่อนจะเดินกลับเข้ามาใต้ถุนบ้าน
“ใครหรอฮะ แม่” ต้นกล้าถามเห็นผู้ชายคนนั้นคุยกับแม่เสร็จก็เดินถือเคียวด้ามยาวเข้าไปในป่าหลังบ้านตน
“พี่นิลไงลูกพี่เขามาขอเกี่ยวหญ้าไปให้วัวเขาหนะ”
“มีวัวเลยหรอฮะ” ต้นกล้าน้อยตื่นเต้น
“ลุงนูน พ่อพี่นิลเขาเลี้ยงวัวขายไงครับพูดอย่างกับว่าไม่เคยเห็น” เพรีเอ่ยตอบลูกด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินกลับเข้าไปทำอาหารในครัวต่อ เธอยังจำได้ดีเมื่อปีก่อนพาเ้าตัวเล็กทั้งคู่ไปเที่ยวบ้านลุงนูน พอเห็นวัวต้นกล้าก็ร้องไห้ขี้มูกโป่งขอกลับบ้านทันที
ครู่ใหญ่พี่นิลก็เดินกลับออกมาจากป่ารกพร้อมกับกระสอบใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยหญ้าคาเขาโบกมือทักทายต้นกล้าที่นอนมองอยู่บนแคร่ก่อนจะะโเอ่ยแซวน้องอย่างอารมณ์ดี
“ไม่ต้องกลัวไม่ได้เอาวัวมาด้วย คิกคิก”
คิ้วเล็กขมวดมุ่ยเขาไม่ได้กลัววัวเหมือนคำพี่ว่าเลย
ต้นกล้าลุกขึ้นสวมรองเท้าแล้ววิ่งไปหาพี่นิลที่กำลังเดินแบกกระสอบหญ้าออกไปจากรั้วหน้าบ้าน
นิลหยุดรอน้องกลัวจะล้ม
“พี่เลี้ยงวัวเยอะหรือเปล่าฮะ” ต้นกล้าเอ่ยถามพี่คนตัวสูงกว่าทันทีที่วิ่งมาถึงตัวนิลเดินต่อแล้วตอบคำถามน้องไปด้วย
“ก็เกือบ 10ตัว เอ็งเคยเห็นไม่ใช่หรอ”
“หนูอยากเห็นอีก พาหนูไปหน่อยนะ” ต้นกล้ากระตุกขากางเกงสั้นของพี่นิล ทำเสียงออดอ้อน
“เดินตามข้ามาแล้วกันระวังล้มล่ะ” นิลพูดอย่างว่าง่ายบ้านของเขากับน้าเพรีห่างกันแค่หลังคาเดียว คงไม่เป็ไรหรอกเดี๋ยวถึงมื้ออาหารเที่ยงค่อยเดินกลับมาส่ง ต้นกล้าดีใจยิ้มร่ารีบจ้ำเท้าสั้นให้ถี่เพื่อเดินให้ทันคนที่ขายาวกว่า
สองพี่น้องบ้านใกล้เรือนเคียงพากันเดินริมถนนถูกรังจนถึงบ้านพี่นิล
บ้านของพี่นิลเป็บ้านไม้เหมือนกันแต่ดูใหญ่และแข็งแรงกว่าบ้านต้นกล้ามากคงเป็เพราะวัวที่เลี้ยงไว้เล็มพวกต้นไม้ใบหญ้าจนพื้นที่รอบบ้านถึงโล่งเตียนให้ความรู้สึกไม่ร่มรื่นเท่าไหร่
ระหว่างสำรวจไปรอบๆ พี่นิลก็เดินนำคนตัวเล็กจนถึงหลังบ้าน ที่นี่มีโครงไม้ไผ่กั้นเป็คอกสี่เหลี่ยมทันทีที่นิลเทหญ้าลงราง เ้าวัวนับ 10 ในคอกก็วิ่งมารวมตัวกันอยู่ที่จุดเดียว
ต้นกล้าตาลุกวาวเขาได้เห็นวัวตัวจริงเป็ฝูง พวกมันน่ารักจังเลย
“โตขึ้นแค่ปีเดียว เลิกกลัววัวเลยหรอเอ็ง” พี่นิลวางมือบนไหล่น้องข้างบ้านอย่างเอ็นดู ต้นกล้าพยักหน้ารับเขาไม่สามารถละตาจากวัวตรงหน้าได้เลยเด็กน้อยยืนเกาะประตูของคอกมองลูกวัวตัวหนึ่งเคี้ยวหญ้าใกล้ ๆพรางยื่นมือสั้นไปเย้าแหย่ให้พวกมันเล่นกับเขา วัวตัวที่เล็กที่สุดเหมือนรู้ภาษามันแลบลิ้นเลียมือต้นกล้าราวกับหมาอ้อนเ้าของ
“เ้าน้อนวัวเลียมือหนูด้วยมันน่ายั้กจัง” ต้นกล้าเริ่มใช้เสียงสองนิลได้แต่ยืนมองท่าทางพิลึกของเด็กตรงหน้า ไม่ยักจะรู้มาก่อนว่าวัวชอบเลียมือคน
แปลกจริงจริง
“กลับบ้านได้แล้วเอ็งจะบ่ายแล้ว” นิลเอ่ยขัดหลังจากปล่อยให้ต้นกล้าเชยชมวัวฝูงใหญ่ของเขาอยู่หลายนาที ถึงแม้จะอยากเล่นต่อแต่ต้นกล้าก็ยอมกลับโดยง่าย เขาต้องหาโอกาสมาหาวัวพวกนี้อีกแน่นอนไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม
พอกลับมาถึงบ้านเพรีกำลังกระเตงใบข้าวตามหาต้นกล้าอย่างวุ่นวายใจ ก่อนจะเห็นว่าลูกคนโตเดินกลับมากับพี่นิล เธอจึงไม่ได้ว่าอะไรเพียงแต่พูดด้วยความเป็ห่วง
“จะไปไหนก็บอกแม่ด้วยสิลูก”
“ขอโทษฮะ” ต้นกล้าสำนึกผิดเด็กน้อยหันไปโบกมือลาพี่นิล ก่อนจะเข้าไปกอดเพรีจนเธอหายโกรธ
“เลิกกอดแล้วไปช่วยแม่จัดสำรับเลยวันนี้ทำแกงส้มปลาของโปรดพ่อด้วย”
“ฮะแม่”
“กลับมาแล้ว กลิ่นอาหารยังหอมฉุยเข้าไปถึงหลังบ้านเลย” พันสรเดินออกมาจากป่ารกหลังบ้านตอนที่สองแม่ลูกเตรียมของอาหารบนแคร่เสร็จพอดีต้นกล้าะโลงจากแคร่วิ่งเข้าสวมกอดพันสรที่เนื้อตัวมอมแมมเต็มไปด้วยเหงื่อ
เด็กน้อยไม่รอให้พ่อเรียกหาเหมือนครั้งก่อน
“ทำงานเหนื่อยมั้ยฮะ” เสียงต้นกล้าอู้อี้ พันสรก้มหน้ามองลูกคนพี่ด้วยความแปลกใจไม่ต้องให้เขาอาบน้ำก่อนหรอกหรอ ถึงจะกอดได้
“พ่อไม่เหนื่อยเลยครับลูก”พันสรตอบด้วยรอยยิ้มความเหนื่อยของเขาหายไปั้แ่เห็นหน้าเด็กสองคนตรงหน้าแล้วล่ะ
มื้ออาหารที่แสนธรรมดาเต็มไปด้วยความอบอุ่นต้นกล้าเรียนรู้ถึงการแบ่งปันเขาตักอาหารให้พ่อกับแม่มากกว่าการที่เขาต้องเป็คนรับอยู่ฝ่ายเดียว
วันต่อมาต้นกล้าอาศัย่เวลาที่พันสรออกไปทำงาน ส่วนเพรีกล่อมใบข้าวนอนอยู่บนบ้านแอบหนีไปบ้านลุงนูน
เมื่อวานพี่นิลบอกว่าวันนี้จะพาลุงนูนไปโรงพยาบาลตามนัดของหมอ ไม่มีใครอยู่บ้านต้นกล้าอยากลองทำอะไรบางอย่างหลังจากคิดแผนไว้ตลอดทั้งคืน
เมื่อมาถึงที่หมายต้นกล้ายืนลังเลอยู่หน้าคอกไม้ไผ่สี่เหลี่ยมอยู่พักใหญ่ก่อนจะแกะเชือกที่มัดประตูคอกออกอย่างเร่งรีบ ทันทีที่ประตูเปิดออกเ้าวัวนับสิบตัวก็วิ่งกรูออกมานอกคอกทันที
ฉันจะพาพวกแกไปกินของอร่อยไม่ต้องกลัว
ต้นกล้าพยายามกล่อมฝูงวัวที่กำลังเดินกระจัดกระจายไปคนละทิศละทางลำพังเด็กตัวเล็กคนเดียวคงไม่สามารถควบคุมฝูงวัวได้ดีกว่าเท่าผู้ใหญ่ทำ
แต่ทฤษฎีนี้ใช้ไม่ได้กับเด็กมหัศจรรรย์อย่างเขาทันทีที่หนูน้อยขอให้พวกมันเกาะกลุ่มกันบรรดาวัวเล็กวัวใหญ่ก็ต่อแถวเรียงหน้ากระดานเป็ระเบียบ
ต้นกล้ายิ้มร่าดีใจเ้าวัวพวกนี้ฉลาดกว่าที่เขาคิด มือเล็กไล่ลูบหัวเ้าวัวที่อยู่ตรงหน้าอย่างเบามือ
“หนูขอขี่หน่อยได้มั้ยกั้บ” ดวงตากลมโตกระพริบถี่อ้อนวัวตัวใหญ่ที่น่าจะเป็จ่าฝูง แล้วมันก็ได้ผลวัวตัวนั้นยืนนิ่งให้ต้นกล้าปีนป่ายขึ้นไปขี่มันคอมันจนสำเร็จ
ต้นกล้าตื่นเต้นจนตัวสั่นไม่คิดว่าสัตว์ที่อาศัยอยู่บ้านนอกมันจะเชื่องได้ถึงขนาดนี้ “ไปบ้านหนูกันฮะ” ทำตามแผนนิ้วเล็กชี้สั่งเหมือนตัวเองเป็จ่าฝูงเสียเอง เ้าวัวที่มีขารวมกันเกือบร้อยเท้าพร้อมใจกันเดินไปทิศทางเดียวกันราวกับโดนตั้งระบบเอาไว้แถมยังไม่ร้องเสียงดังโวยวายเหมือนตอนอยู่ในคอกก่อนหน้า
ท้ายที่สุดต้นกล้าก็นำพวกมันมายังป่ารกหลังบ้านได้สำเร็จเขาตั้งใจจะให้ฝูงวัวใหญ่ฝูงนี้กำจัดหญ้าคาที่สูงโด่เป็อุปสรรคในการเดินไปทำงานของพันสรแต่เ้าวัวกลับแยกไม่ออก มันกินทั้งหญ้าทั้งผักสวนครัวที่เพรีปลูกไว้
คนตัวเล็กรีบะโลงจากหลังวัวตัวใหญ่จนร่างร่วงลงไปในป่าหญ้าคา “ไม่ได้นะฮะ หนูให้กินแค่หญ้าคาตามเส้นทางที่พ่อเดินไปทำงานโน่น” เสียงเล็กไม่น่าเกรงขามออกคำสั่งพรางชี้นิ้วไปตามรอยเท้าที่พันสรเหยียบไปทำงานมันมองเห็นได้ชัดในเวลากลางวัน
แต่เ้าวัวทุกตัวหยุดชะงักพวกมันหันไปกินหญ้าตามเส้นรอยเท้าที่ต้นกล้าบอกจนโล่งเตียนเป็ทางยาวทะลุออกไปสวนอีกฝั่ง
ต้นกล้าะโกอดวัวจ่าฝูงด้วยความดีใจไม่คิดว่าเขาจะทำสำเร็จได้ง่ายขนาดนี้
“รีบกลับกันเถอะฮะ เดี๋ยวโดนจับได้” ตัวน้อยปีนป่ายขึ้นหลังวัวตัวเดิมอีกครั้งเขานำพวกมันไปส่งเข้าคอกแล้วผูกเชือกประตูเข้าที่เดิมก่อนจะวิ่งกลับบ้านในเวลาที่พี่นิลกำลังขี่มอเตอร์ไซต์กลับเ้าบ้านมาพอดิบพอดี
เท่านี้พ่อก็ไม่ต้องลุยป่าไปทำงานแล้ว
ตกค่ำ ต้นกล้าได้ยินพันสรกับเพรีพูดคุยกันก่อนนอนเด็กน้อยแสร้งหลับ
“วันนี้กลับจากทำงานทางเดินโล่งเตียนมาก แม่มึงไปจ้างคนมาตัดหญ้ารึ” พันสรเอ่ยถามภรรยา
“ไม่นะพ่อมึง จะเอาเงินที่ไหนไปจ้างละ” เพรีปฏิเสธ
“น่าแปลก ลางทีอาจจะเป็ช้างป่าหลุดมาพ่อเห็นหญ้าบางต้นโดนเหยียบเรียบไปกับพื้น”
“ถ้าอย่างงั้นก็ระวังตัวด้วยล่ะพ่อมึงช้างป่าหลุดมาจริงจะเป็อันตรายเอาหนา”
ทั้งคู่ตั้งสันนิษฐานไปต่าง ๆ นา ๆต้นกล้าได้แต่แอบยิ้มอยู่ใต้ผ้าห่มได้เมื่อได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่
นี่มันยุคไหนแล้ว ฉันไม่คิดว่าจะมีช้างป่าอยู่แถวนี้หรอกนะคิก คิก