บทที่สามสิบหก
เริ่มต้นชีวิตคู่ (อีกครั้ง)
“อื้อ” ร่างหนาพลิกตัวขึ้นนอนหงาย ดวงตาคมกะพริบช้า ๆ หลายครั้งติดกันกว่าที่จะเปิดขึ้นเต็มตา คล้าวปรายตามองคนในอ้อมแขนที่ยังคงหลับพริ้มอย่างสบายใจด้วยสายตาเอ็นดู
“เด็กขี้เซา” จมูกโด่งกดลงบนหน้าผากเล็กเป็นการทักทายภรรยาคนสวยในยามเช้า ริมฝีปากหยักเอ่ยพูดออกมาแผ่วเบา
คล้าวนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ระวิงรอเวลาให้ร่างกายที่เหนื่อยล้าได้หายจากอาการงัวเงียอีกสักใหญ่ ก่อนจะค่อย ๆ ดึงแขนแกร่งของตัวเองออกจากศีรษะเล็กของภรรยา
ร่างหนาผุดลุกขึ้นจากเตียงในสภาพที่มีเพียงร่างกายเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์สวมใส่แม้แต่ชิ้นเดียว ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำเพื่อจัดการธุระส่วนตัวของตัวเอง โดยที่ไม่คิดจะปลุกภรรยาให้ตื่นตามตัวเองมาแต่อย่างใด
คล้าวใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำแค่เพียงไม่นาน รีบเร่งแต่งตัวก่อนจะสาวเท้าออกจากห้องนอนด้วยความเงียบ ร่างหนาเดินลงมาจากบ้าน ดวงตาคมกวาดสายตามองหาขนุนเป็นอันดับแรก ก่อนจะต้องยกยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มกำลังนั่งหลับคอตกอยู่ที่แคร่ไม้
“ขนุน” คล้าวเอ่ยเรียกเด็กหนุ่มขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างดังในระดับหนึ่งเพื่อกลั่นแกล้งลูกบุญธรรมของตัวเอง
“จ้ะพ่อ จ้ะ ขนุนมาแล้ว” คนที่กำลังหลับใหลน้ำลายยืด ตะโกนเอ่ยตอบออกมาด้วยความตกใจ เด็กน้อยหน้าตาเหลอหลา
“เสียงดังอะไรขนาดนั้น แม่เอ็งนอนอยู่” ร่างหนาเอ่ยพูดแกมดุ ให้กับความโหวกเหวกโวยวายของอีกฝ่าย
“แหะ แหะ” ขนุนได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ ออกมาแก้เก้อ
“ออกไปหาซื้อของกินเข้ามาหน่อย” ร่างหนายื่นเงินให้กับอีกฝ่ายก่อนจะเอ่ยพูดสั่ง
“จ้ะพ่อ รอแป๊บ เดี๋ยวหนูกลับมา” ขนุนยิ้มแป้นให้กับคนที่ตัวเองเรียกขานว่าพ่อ ก่อนจะวิ่งกระโดดโลดเต้นไปที่รถมอเตอร์ไซค์คู่ใจของตัวเองที่อีกฝ่ายเป็นคนซื้อให้ใช้
ท่าทีราวกับเด็กที่ไม่รู้จักโตของขนุน ที่โชคชะตารันทดเสียยิ่งกว่าใคร บ่อยครั้งมักจะถูกผู้คนพูดจาหยามเหยียดดูถูก จนกลายเป็นคนที่ชอบเก็บตัวเงียบอยู่ในโลกส่วนตัวมากกว่าการที่จะเข้าสังคม ตกอยู่ในสายตาของผู้ที่ให้ความอุปการะอย่างคล้าว
ร่างหนาคิดสะท้อนในใจ เด็กคนหนึ่งที่เป็นคนขยันขันแข็งและว่านอนสอนง่าย หนักเบาเอาสู้ไม่แม้ที่จะได้รับคำเอ่ยชมจากใครไม่พอ แต่กลับถูกรังเกียจจากคนหมู่มากเพียงเพราะเป็นเด็กกำพร้าและฐานะยากจน
โดนปฏิบัติแตกต่างจากคนอื่นราวกับไม่มีหัวจิตหัวใจ ถูกตอกย้ำให้เจ็บปวดกับโชคชะตาของชีวิตที่เลือกไม่ได้จนน้ำตานองหน้าอยู่หลายครั้ง หากแต่ในยามที่อยู่กับเขา กลับแสดงออกมาแต่ความสดใสและรอยยิ้มเสียอย่างนั้น
คล้าวมองลูกบุญธรรมของตัวเองที่ส่งเสียเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก ขับรถมอเตอร์ไซค์ออกจากรั้วบ้านไป ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ ในฐานะคนที่อีกฝ่ายเคารพดั่งพ่อบังเกิดเกล้า ต้องยอมรับเลยจริง ๆ ว่าเขานั้นเป็นห่วงเด็กคนนี้อยู่ไม่น้อย
ขนุนรีบเร่งมาขับรถมาจอดที่ตลาดเช้า เด็กหนุ่มที่พยายามแสดงออกมาแต่ด้านที่สดใส อดที่จะประหม่าไม่ได้เมื่อเห็นว่ามีสายตาหลายคู่จ้องมองมาที่ตัวเอง แม้จะไม่ได้จดจ้องหากแต่ก็สามารถทำให้ขนุนรู้สึกอึดอัดไม่น้อยเลยทีเดียว
หากแต่พอคิดถึงว่าถ้าหากตัวเองมัวแต่ลีลา พ่อกับแม่ที่รออยู่ที่บ้านอาจจะต้องหิ้วท้องรอนานกว่านี้ เด็กหนุ่มก็รีบสาวเท้าเดินเข้าไปในตลาด มุ่งเน้นไปซื้อของตามร้านขายของกิน ที่ผู้เป็นพ่อบุญธรรมของตัวเองชอบกิน
“ซื้อโจ๊กไปให้ด้วยดีกว่า เผื่อแม่ไม่ชอบกินแบบพ่อ” เด็กหนุ่มเอ่ยพูดกับตัวเอง ก่อนจะวนกลับไปร้านโจ๊กที่เดินผ่านมาแล้วอีกครั้ง
“เอาโจ๊กหมูสามถุงจ้ะป้า” ขนุนเอ่ยสั่งแม่ค้าเสียงเบา ก่อนจะรีบหลบสายตาอีกฝ่ายอย่างที่ชอบทำจนติดเป็นนิสัย
ที่ผ่านมาขนุนเองเจียมเนื้อเจียมตัวของตัวเองอยู่เสมอ เพราะบ่อยครั้งที่มักจะถูกด่าทออย่างไม่มีสาเหตุจากผู้ใหญ่หลาย ๆ คน จนกระทั่งได้เข้ามาอยู่ในความดูแลของกำนันคล้าว สิ่งเหล่านั้นที่เคยได้รับก็ค่อย ๆ ทุเลาความรุนแรงลง
หากแต่มันก็ยังเป็นต้นเหตุที่ทำให้เด็กกำพร้าคนหนึ่งจำฝังใจ ว่าตัวเองนั้นต้อยต่ำ และเป็นที่รังเกียจของคนอื่นจนมาถึงทุกวันนี้ แม้จะโตเอาป่านนี้แล้ว ขนุนก็ยังไม่สามารถที่จะสลัดความคิดพวกนั้นให้หลุดออกไปได้
ทำให้เวลาที่ต้องออกมาจากร่มเงาของพ่อบุญธรรม และไม่มีอีกฝ่ายอยู่ใกล้ ๆ จะกลายเป็นคนที่ขาดความมั่นใจไปในทันที ไม่กล้าแม้ที่จะสนทนาหรือสบตากับคนอื่นด้วยซ้ำไป เพราะกลัวว่าอาจจะเผลอทำอะไรให้ไม่พอใจ และจะได้รับถ้อยคำที่รุนแรงกลับมาอย่างในอดีต
“มาซื้อของให้กำนันคล้าวหรือลูก” แม่ค้าเอ่ยถามขึ้น เธอเองก็เป็นอีกหนึ่งคนที่พอจะรับรู้ถึงโชคชะตาที่ชอกช้ำของเด็กหนุ่มคนนี้อยู่บ้าง
“ชะ ใช่จ้ะ” ขนุนช้อนตาขึ้นมองอีกฝ่ายเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบออกไปอย่างไม่ค่อยจะเต็มเสียงเท่าไหร่นัก เพราะไม่บ่อยครั้งนักหรอกที่คนอื่น ๆ จะชวนตัวเองพูดคุยด้วยน้ำเสียงที่ใจดีเช่นนี้
“เดี๋ยวป้าแถมหมูไปให้เยอะ ๆ” คนที่มีจิตใจโอบอ้อมอารีเอ่ยพูดกับเด็กหนุ่มอย่างใจดี
“จ้ะ ขอบใจมากนะจ๊ะป้า” เด็กหนุ่มยกมือไหว้ ใบหน้าที่คล้ำจากแดดเพราะไม่ชอบใส่หมวกเวลาออกแดด แย้มยิ้มเล็กน้อยด้วยความดีใจ
“ป้าคิดห้าสิบบาทพอ” แม่ค้าฉีกยิ้มเอ็นดูส่งกลับไปให้ ก่อนจะรีบเร่งตักโจ๊กจากหม้อใส่ถุงร้อน และจัดแจงใส่ถุงหูหิ้วอีกครั้ง ก่อนจะยื่นมันออกไปให้กับเด็กหนุ่มตรงหน้า ริมฝีปากเอ่ยบอกราคาที่ลดให้เป็นพิเศษเฉพาะลูกค้าจากบ้านกำนันคล้าวเท่านั้น
“ขอบใจจ้ะป้า” ขนุนที่ตกใจเมื่อได้ยินราคา รีบเอ่ยขอบคุณออกไปละล่ำละลัก มือที่หยาบกร้านยื่นเงินให้กับอีกฝ่าย
“เอ็งก็กินเยอะ ๆ จะได้มีเนื้อมีหนังกับเขาบ้าง” คนเป็นผู้ใหญ่ยื่นมือออกไปรับเงิน ก่อนจะเอ่ยพูดขึ้นสำทับ
ขนุนทำเพียงแค่พยักหน้ารับ ก่อนจะสาวเท้าเดินออกมาจากหน้าร้าน เมื่อเห็นว่ามีลูกค้าคนอื่นมารอคิวที่จะซื้อโจ๊ก หัวใจของเด็กหนุ่มที่เคยแห้งผากจนมีรอยร้าวรู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย จากการที่มาเดินตลาดในวันนี้แล้วได้พบเจอกับคนคนหนึ่งที่ใจดีกับตัวเอง
เด็กหนุ่มขับรถมอเตอร์คู่ใจกลับบ้านด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม ริมฝีปากฮัมเพลงอย่างคนที่อารมณ์ดี ในใจภาวนาขอให้ตัวเองได้มีโอกาสพบเจอกับเรื่องราวที่ทำให้ยิ้มได้แบบนี้ อีกสักปีละครั้งก็ยังดี
“เอ็งช่วยไปจัดใส่จานให้พ่อหน่อย” ร่างหนาที่เข้าไปปลุกภรรยาในห้องนอนมาแล้ว เอ่ยพูดกับขนุนที่ขึ้นมานั่งรออยู่บนบ้าน
“ได้จ้ะ” ขนุนรีบเอ่ยตอบรับ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในครัว
“ปวดหัวชะมัด” แบมแบมเอ่ยบ่นกับตัวเอง เรียวขาเนียนสวยก้าวเดินออกจากห้องนอนเมื่อแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว
“มาทานข้าวกันจ้ะแม่” ขนุนยิ้มแป้นเมื่อเห็นว่าคนที่รอเดินออกมาจากห้องแล้ว
“อื้อ ซื้อมาซะเยอะเลย” ร่างเล็กทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ก่อนจะเอ่ยพูดออกมา
“เงินพ่อกำนันทั้งนั้นจ้ะ แหะ” ขนุนเอ่ยตอบ ในยามที่ได้อยู่กับคนทั้งคู่ ขนุนจะกลายเป็นคนพูดมากกว่าปกติ
“ขนุนก็ทานเถอะ” แบมแบมเอ่ยพูด ก่อนจะพยักพเยิดให้เด็กหนุ่มลงมือทานของตัวเอง
คนทั้งสามนั่งทานมื้อเช้ากันไปพูดคุยกันไป โดยที่ไม่ได้แบ่งแยกและมองว่าขนุนเป็นคนนอก บรรยากาศในเช้าวันนี้อบอวลไปด้วยความอบอุ่นของครอบครัวอย่างที่ควรจะเป็น แม้ว่าจะมีอีกหนึ่งคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือดเลยก็ตาม
“อิ่มแล้วหรือ” ร่างหนาเอ่ยถามภรรยาขึ้น เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทานโจ๊กไปเพียงแค่ครึ่งถ้วยก็วางช้อนลงแล้ว
“จ้ะพี่ รู้สึกไม่ค่อยสบายตัว เวียนหัวแต่เช้า สงสัยจะเพลียแดดจากเมื่อวาน” แบมแบมเอ่ยตอบสามี มือเล็กยกขึ้นนวดระหว่างคิ้วของตัวเอง
ขนุนเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็รีบยกซดถ้วยโจ๊กของตัวเองจนหมด เด็กหนุ่มคว้าแก้วน้ำขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว ก่อนจะผุดลุกไปหายาแก้ไข้มายื่นให้กับคนที่ตัวเองเรียกขานว่าแม่จนติดปากไปแล้ว
“ขอบใจนะขนุน” ร่างเล็กส่งยิ้มให้กับลูกบุญธรรมของสามี ที่ในตอนนี้ก็กลายมาเป็นลูกของบุญธรรมของเธอแล้วเช่นกัน แม้ว่าจะมีอายุห่างกันเพียงแค่แปดปีก็ตาม
คล้าวยื่นแก้วน้ำส่งให้กับภรรยาหลังจากที่อีกฝ่ายส่งยาเข้าไปในปากเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดวงตาคมทอดมองไปที่คนตัวเล็กด้วยความเป็นห่วง เพราะใบหน้าที่สวยหวานของภรรยานั้นเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า
“เดี๋ยวหนูไปนอนพักอีกสักหน่อย ช่วงบ่ายถ้ายังไม่ดีขึ้น พี่จะพาไปหาหมอ” คล้าวเอ่ยพูดขึ้นหลังจากที่ภรรยากินยาเสร็จแล้ว
“คิดว่าอย่างนั้นเหมือนกันจ้ะ แล้วพี่คล้าวจะออกไปไหนหรือเปล่าจ๊ะ” แบมแบมเอ่ยถามสามี
“พี่จะออกไปจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายที่ยังไม่เรียบร้อย น่าจะเสร็จเรียบร้อยก่อนเที่ยง” ร่างหนาเอ่ยตอบกลับไป ใจหนึ่งก็รู้สึกเป็นห่วงภรรยาจนไม่อยากที่จะทิ้งอีกฝ่ายเอาไว้ตามลำพัง หากแต่เรื่องค่าใช้จ่ายที่รออยู่ก็ไม่สามารถที่จะปล่อยเอาไว้ได้นาน
“หนูอยู่ได้ พี่คล้าวไม่ต้องห่วง” แบมแบมที่เห็นสายตาของสามี เอ่ยพูดขึ้นอย่างเข้าใจ
ขนุนที่เห็นว่าผู้ใหญ่กำลังพูดคุยกัน เร่งมือทำหน้าที่ในการเก็บกวาดถ้วยชามจานอาหารไปเก็บเอาไว้ในครัว ก่อนจะคว้าผ้าผืนเล็กมาเช็ดทำความสะอาดโต๊ะกินข้าวอย่างรู้หน้าที่ของตัวเอง
“ขนุนออกไปกับพ่อกำนันนะ ขากลับก็แวะซื้ออาหารตามสั่งมาด้วย วันนี้แม่ไม่น่าจะทำไหว” แบมแบมเอ่ยพูดกับเด็กหนุ่ม
“จ้ะแม่” ขนุนพยักหน้ารับงึกงักก่อนจะเอ่ยตอบรับเบา ๆ
“ลงไปรอข้างล่างก่อน เดี๋ยวพ่อตามลงไป” ร่างหนาหันกลับไปพูดกับขนุนบ้าง
“จ้ะพ่อ” ขนุนเอ่ยตอบรับ ก่อนจะรีบวิ่งลงไปจากบ้านด้วยความรีบร้อน เพราะตั้งใจที่จะไปสตาร์ตรถรอผู้เป็นพ่อเอาไว้ก่อนแบบทุกครั้งที่จะออกไปไหนมาไหนด้วยกัน
“มาเถอะ พี่ไปส่งหนูในห้องก่อน” คล้าวเอ่ยพูดกับภรรยา ก่อนจะช่วยประคองร่างเล็กเข้าไปในห้อง
แบมแบมที่นอนราบลงกับเตียง ใบหน้าสวยฉีกยิ้มออกมา เมื่อสามีดึงรั้งผ้าห่มขึ้นมาห่มให้จนถึงหน้าอก มือเล็กวางทาบทับลงบนมือหนาที่กำลังลูบไล้ใบหน้าของเธอเบา ๆ
“พี่คล้าวไปจัดการธุระเถอะจ้ะ นอนพักอีกสักนิด เดี๋ยวหนูก็ดีขึ้น” กลายเป็นคนป่วยเอ่ยปลอบคนที่ไม่ป่วยเสียอย่างนั้น
“อืม ถ้ารู้สึกไม่ดี รีบโทรหาพี่นะ” ร่างหนาเอ่ยตอบ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปกดจูบที่หน้าผากเล็กของภรรยา
แบมแบมพยักหน้ารับ ก่อนจะพริ้มตาหลับลงเพื่อให้เวลาร่างกายได้พักผ่อนอีกครั้ง จวบจนกระทั่งผ่านไปอีกหลายนาที กว่าเธอจะได้ยินเสียงฝีเท้าของสามีก้าวออกจากห้องนอนไป
ความอบอุ่นที่ฝ่ามือเล็กแม้จะถูกปล่อยทิ้งเอาไว้จนหายอุ่น หากแต่ความอบอุ่นยังคงชัดเจนอยู่ในหัวใจของคนที่ได้รับมันจากสามี ร่างเล็กนอนหลับตาคิดไปเรื่อยเปื่อย ปล่อยหัวใจให้ล่องลอยไปกับความสุขที่เกิดขึ้น จนผล็อยหลับไปอีกครั้งในเวลาต่อมา
………………………………………………….
ครอบครัวเล็ก ๆ ของพี่คล้าวกับน้องแบมแบม ตอนนี้มีพูดถึงน้องขนุนหลานอุนยายด้วย แอบกระซิบอีกรอบ ว่าน้องมีเรื่องแยกเป็นของตัวเองนะคะ ฝากติดตามหลานตาดำ ๆ ในอนาคตอันใกล้นี้ด้วยนะคะ
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่าการได้อ่านคอมเม้นท์ มันเป็นแรงผลักดันในการอัพนิยายมาก ๆ เลย // อ้อน
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ // กระพริบตาปริบ ๆ