ปัง!
เสียงปืนดึงขึ้น สองร่างในรถหยุดนิ่งเืเริ่มไหลออกมาจากรูตรงอก คนเจ็บปรือตามองเพื่อนน้ำตาคลอ
“ยะ.. อย่าบอกให้ทินรู้” เสียงแหบพร่าบอกแล้วยกมือจับท่อนแขนเพื่อน สบตาเพื่อรอคำมั่นสัญญา
“ฉันไม่บอก ฉันสัญญา อดทนไว้ยุด อดทนไว้!”เสียงสั่นเครือร้องบอกน้ำตานองหน้า
“ณัฐ...ฉะ...ฉันขอโทษ ขอโทษด้วย...”
จบคำพูด ดวงตาปิดลงน้ำตาไหลออกมาร่างอ่อนยวบไร้ซึ่งกำลัง สติสัมปชัญญะเลือนหาย พร้อมกับลมหายใจที่แ่เบาจนหยุดลง
“ไอ้ยุด ไอ้ยุด! ทำไมมึงทำแบบนี้!”ณัฐกรกอดร่างเพื่อนแล้วร่ำไห้ออกมา
ตำรวจกรูกันเข้ามา จับร่างณัฐกรเอามือไพล่หลังใส่กุญแจแล้วกดลงกับพื้น เขาไม่รู้ว่าควรทำเช่นไร ลูกเมียเขาจะอยู่ยังไงทำไมมันต้องเป็แบบนี้ด้วย
ร่างถูกเข็นออกมาจากห้องดับจิต ทินภัทรชายรูปร่างสูงผิวกายขาวสะอาด วงหน้าคมเข้ม ดวงตาเรียวคม ทอดสายตามองร่างบนเตียง น้ำตาคลอริมฝีปากหนาเม้มสนิทเพื่อกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมา
“พ่อคะ ฮือๆๆ” เสียงสะอื้นออกมาไม่หยุด
ทักษภรสาววัยแรกรุ่น ดวงตากลมโตผิวกายขาวเนียน คิ้วเข้ม ริมฝีปากบาง ตระกองกอดศพบิดาด้วยความเ็ปไม่อยากเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น
ทินภัทรเก็บกักความโศกเศร้าเคียดแค้นไว้ภายในคนที่มันทำกับพ่อต้องชดใช้ หากศาลพิพากษามันไม่เด็ดขาดเขาจะเป็คนพิพากษาพวกมันเอง
งานศพถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายตำรวจนำตัวผู้ต้องหาเข้ามา ทินภัทรยืนมอง เขาไม่ผลีผลามในเวลานี้หรอกเพราะเชื่อว่าอย่างไรกฎหมายต้องจัดการคนเลวคนนี้ได้แน่นอน ไม่เคยคิดมาก่อนเลยเพื่อนบ้านเพื่อนสนิทของพ่อ จะกลายเป็คนร้ายที่ลำลายครอบครัวเขาพังพินาศแบบนี้
ตำรวจนำตัวผู้ต้องหากลับไปทว่าหน้าโลงศพแม่กับมีหญิงสาวและเด็กหนุ่มวัยเดียวกับน้องจุดธุปไหว้กันอยู่
“ออกไปให้พ้น!” เสียงเข้มดุดัน บอกแ่เบาแววตาจ้องมองสองคนนั้นด้วยความเกลียดชัง
หนุ่มน้อยมองเลยไปยังเื้ัสาววัยเดียวกันทอดสายตามองมาด้วยความเ็ปตัวเขาเองก็เช่นกันที่ทรมานเมื่อรับรู้เื่ราวเหตุการณ์แบบนี้ทำไมต้องเกิดขึ้นกับครอบครัวของเขาและเธอด้วย
“พี่ทิน ผมขอโทษแทนพ่อด้วย” นวฤทธิ์หนุ่มน้อยวัยยี่สิบบอกเสียงแ่เบา
“ถ้าขอโทษแล้วพ่อฉันฟื้นขึ้นมาฉันจะรับคำขอโทษนั้นไว้ แต่มันเป็ไปไม่ได้!”
หญิงสาววัยยี่สิบสองปีผิวกายขาวเนียนอมชมพู่ ใบหน้าเรียวรูปไข่ ผมยาวถึงกลางหลัง ดวงตาเรียวสวย ขนตายาวริมฝีปากบาง ยืนจ้องมองน้องชายตัวเองด้วยความสงสาร
มือบางยื่นจับไหล่น้องไว้แล้วช้อนเงยมองคนพูดดวงตาสองคนสบกัน ในอกมันสั่นไหว ภาพวันเก่าๆ ย้อนคืนมา ใช่แล้ว...เธอและเขามีความสุข เราสองคนเกือบกลายเป็คนรักกันทว่าความฝันอันหอมหวานมันพังทลายลง เหลือเพียงความเ็ป และความแค้นเข้าแทนที่แววตาพี่ทินบอกให้รู้ว่าเขาไม่มีทางมองเธอเหมือนเดิมอีกแล้ว
คนตัวเล็กลุกยืนพร้อมน้องชายนวฤทธิ์หนุ่มรูปร่างสันทัด ผิวขาวเหลือง ดวงตาคม คิ้วเข้ม จมูกโด่งจ้องมองทักษภรด้วยความปวดร้าว จะมีหนทางไหนให้รักกลับมาเป็ดั่งเดิมได้
“เนตรขอโทษแทนพ่อด้วยค่ะเนตรคงพูดได้เท่านั้น เพราะเนตรรู้ว่ายังไงพี่ทินก็คงไม่ให้อภัยแต่เนตรกับฤทธิ์ก็ยังอยากจะบอกพี่” พูดจบเธอยกมือไหว้คนถูกไหว้ยืนกอดอกนิ่งเฉยไม่ไยดี
สองร่างเดินออกมาจากงานท่ามกลางสายตาคนนับร้อยส่งเสียงก่นด่าด้วยความเกลียดชัง ก่อนน้ำจากแก้วญาติสนิทคนตายจะร่วมกันสาดเข้ามาเนตรอัปสรกอดน้องชายไว้แน่นเพื่อปกป้อง แล้วพากันเดินออกจากงานด้วยความเ็ป
ณัฐกรยืนอยู่ต่อหน้าศาลในขณะที่ตนเองถูกใส่กุญแจมือ เขาหันมองบุตรสาวและบุตรชายแววตาหม่น ในอกปวดร้าวแต่เขาไม่อาจเสียสัจจะกับคนตายได้ มองเลยไปเขาเห็นแววตาเคียดแค้นของชายคนหนึ่งณัฐกรรู้ดีว่า ทินภัทรกำลังโกรธและเกลียดเขาแน่
ปัง!
เสียงเคาะ คำตัดสินแจ้งออกมาทันทีณัฐกรต้องจำคุกเป็เวลาสี่ปี ทินภัทรลุกยืนแววตาวาวโรจน์เมื่อได้ยินคำตัดสินเนตรอัปสรมองหน้าน้องแล้วยิ้มกว้าง จนฝ่ายครอบครัวเหยื่อหันมามอง
“เื่มันไม่จบแค่นี้แน่!” เขาะโลั่นแววตาอาฆาต
ตำรวจรีบเชิญออกไปทินภัทรนั่งนิ่งมือผสานตรงหน้าน้ำตาเอ่อ จากนี้ไปเขาควรทำอย่างไรขาดพ่อซึ่งเป็เสาหลักของครอบครัว กัดฟันข่มความเสียใจไว้ภายในจากนี้เขาต้องทำหน้าที่แทนพ่อให้ได้ เมื่อใดที่ตนเองแกร่งพอจะมาแก้แค้นก็คงไม่สาย
เสียงใบไม้แห้งดังสองร่างเกาะรั้วบ้าน จ้องมองกันด้วยความคิดถึง มือบางเอื้อมจับมือหนาไว้แล้วบีบน้ำตาไหลรินอาบสองแก้มนวล นวฤทธิ์ทัดปอยผมลูบไล้ใบหน้าของคนรักแ่เบา
“พร... ฤทธิ์ขอโทษนะ”เสียงทุ้มบอกแหบพร่า มันแฝงไว้ด้วยความเ็ปรวดร้าว
เธอส่ายหน้าทั้งน้ำตา
“พรรู้ ว่าไม่ใช่ความผิดของฤทธิ์ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น”
“แต่พี่ทินไม่ได้คิดแบบนั้นเลยพร”
“พรจะทำให้พี่ทินเข้าใจเราสองคนไม่ได้ทำอะไรผิด”
“พี่ทินคงไม่มีวันอภัยให้ฤทธิ์กับพี่เนตรแล้วล่ะ”นวฤทธิ์เม้มริมฝีปาก กลืนก้อนสะอื้นความรักระหว่างเขากับทักษภรไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว อุปสรรคสำคัญคงไม่พ้นพี่ทิน
“พรไม่ยอม ทำไมต้องเป็แบบนี้ด้วย!”ทักษภรสะอื้นไห้
เสียงรถยนต์ดังขึ้น ทักษภรหันมอง
“พรไปก่อนนะฤทธิ์ พี่ทินกลับมาแล้ว”
“ไว้ฤทธิ์โทรหานะ”
“อืม”เธอบอกแล้วรีบออกจากบริเวณนั้นทันที
ทักษภรเร่งฝีเท้าออกจากริมรั้วจนถึงลานจอดรถ ทินภัทรเปิดประตูลงมาขมวดคิ้วมองน้องสาว
“ไปไหนมา ทำไมโผล่ออกมาจากตรงนั้น”แววตาคนถามเหมือน้าจับผิด
“พรไปดูดอกกุหลาบมาค่ะ” เธอแสร้งโกหก
ทินภัทรขบกรามพอรู้ว่าน้องกับลูกชายศัตรูมีใจต่อกัน เมื่อก่อนนั้นอาจได้ แต่ตอนนี้ไม่มีทางพวกมันไม่ใช่เพื่อนบ้านเหมือนเก่าก่อน แต่คือศัตรูที่ต้องล้างผลาญให้ตายกันไปข้างหนึ่ง
“เข้าบ้าน พี่มีเื่คุยด้วย”
เธอก้าวตามพี่ชายเข้ามาข้างในมารศรีมองบุตรชายสีหน้าหม่นหมอง เสร็จจากงานศพสามี หัวใจเธอเหมือนแหลกสลายสงสารลูกชายที่ต้องทำงานหนักมากขึ้น กลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ แทบทุกวัน
คนเป็น้องหย่อนกายลงบนโซฟา เพื่อรอฟังว่าพี่ชายจะคุยอะไรทินภัทรวางแบบบ้านไว้ตรงหน้า แล้วยิ้มเศร้า
“เราไปอยู่บ้านใหม่ด้วยกันนะครับแม่”เขาบอกน้ำตาเริ่มคลอ มองผู้ให้กำเนิด เห็นสีหน้าแววตาแม่แล้วเ็ปทรมาน
“พี่จะไปจากที่นี่เหรอคะพี่ทิน!”สีหน้าเริ่มซีดเผือด ทำไมต้องย้ายไปไม่เข้าใจ
“ใช่!”
“ทำไมคะ ทำไมเราต้องย้ายไปบ้านนี้เป็บ้านของพ่อนะคะ!”
“ก็เพราะมันเป็บ้านของพ่อไงพี่ถึงต้องขายแล้วย้ายไปพี่ไม่อยากทนเห็นเพื่อนบ้านเลวๆ พวกนั้น!” ชายหนุ่มขึ้นเสียง คนเป็แม่น้ำตาเอ่อ
“แต่พรไม่อยากไปทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับฤทธิ์แล้วก็พี่เนตรเลย”
“ไม่เกี่ยวได้ยังไงสองคนนั้นมันลูกฆาตกรที่ฆ่าพ่อเรานะพร!”
มารศรีริมฝีปากสั่น น้ำตาไหลรินออกมา
“พอเถอะลูก ถ้าพี่เขาอยากย้ายเราก็ย้ายไปแม่เองก็ไม่อยากอยู่ที่นี่เหมือนกัน แม่ไม่อยากคิดถึงพ่อไปมากกว่านี้” สำหรับเธอทั้งชีวิตสามีเป็คนช่วยเหลือ ชุบเลี้ยง ตอนนี้ขาดที่พึ่งทั้งทางกายทางใจมันทรมานมากเหลือเกิน
ทักษภรน้ำท่วมปาก น้ำตาไหลรินริมฝีปากเม้มแน่น ร้อยราวนี้มันจะผสานไม่ได้เลยหรือ เธอรักเขา รักมากเหลือเกิน
“พี่เข้าใจพร แต่เลิกคิดซะมันเป็ไปไม่ได้ เพราะพี่จะไม่ยอมให้มีวันนั้นแน่!” แววตาแน่วแน่มองน้องสาว ทักษภรรู้ดีว่าตนไม่มีทางเลือกไหนเลย
หกโมงเช้า
นวฤทธิ์ยืนมองข้างบ้านขนย้ายข้าวของมองเห็นคนรักก้าวออกมาทอดสายตามาทางเขา นวฤทธิ์แทบทนไม่ไหว จนคิดปีนรั้วข้ามไปทว่ามือบางกลับมาจับท่อนขาไว้อย่างรวดเร็ว คนถูกจับหันมาน้ำตาคลอหน่วยเนตรอัปสรส่ายหน้า
“อย่าทำแบบนี้ฤทธิ์พี่ทินไม่เหมือนเดิมกับเราอีกแล้ว ถ้าฤทธิ์ปีนข้ามไป เขาต้องแจ้งตำรวจจับเราแน่”
“แต่พี่เนตร พรกำลังจะไปแล้วนะครับ”เสียงทุ้มเริ่มสั่นเครือ
“ฤทธิ์ยังหาทางติดต่อกับพรได้ไม่ใช่เหรอต่อให้ห่างกัน ว่างๆ ก็นัดเจอกันก็ได้”
ชายหนุ่มฟังคำพี่กัดฟันแน่นแล้วะโลงมาร่างผอมบางก้าวเข้ามาร่วมวง ยืนมองเพื่อนบ้านแสนดีกำลังขนของเพื่อจากไปนาลินน้ำตาไหลออกมาอาบแก้ม เนตรอัปสรหันมาสบตามารดาแล้วโอบกอดไว้เพื่อปลอบ
รถสิบล้อเคลื่อนหายไปสองคันคงเหลือแค่คันสุดท้าย และคาดเดาได้ว่า อีกไม่นานเ้าของบ้านคงติดตามไปด้วย คงไม่ย้อนกลับมาอีกแล้วทินภัทรหันมองดวงตาคมวาววับ เห็นเพื่อนบ้านยืนมองแววตาเศร้าหมองเขาไม่มีวันให้อภัยคนพวกนี้แน่
รถยนต์ส่วนตัวถูกเคลื่อนออกมาทินภัทรทำหน้าที่สารถี มองน้องกับแม่เปิดประตูนั่งลงตรงเบาะหน้าและหลังรถเคลื่อนออกจากตัวบ้าน นวฤทธิ์หลับตาเพื่อตั้งสตินาลินน้ำตานองหน้าเสียดายวันเวลาเคยรู้จักสนิทชิดเชื้อกันเหตุการณ์เลวร้ายเพียงครั้งเดียว ทำให้ทุกอย่างพังทลายลง
เธอไม่เข้าใจสามีจนถึงตอนนี้เขาทำแบบนั้นทำไม ทั้งๆ ที่รักทยุดมากถึงขั้นเอ่ยปากตายแทนกันได้แล้วเหตุใดถึงลั่นไกนัดนั้นทำให้เพื่อนสนิทต้องตาย เธอเฝ้าถามเขาหลายต่อหลายครั้งแต่กลับมีเพียงความเงียบงัน ไร้ซึ่งคำพูดใดออกมา
“ไม่เป็ไรนะคะแม่เวลาจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นเอง” เนตรอัปสรปลอบมารดาแม้ในใจเธอนั้นเ็ปมากเพียงใด เมื่อคนที่รักกลับกลายเป็ศัตรู
รถจอดเทียบหน้าบ้าน มารศรีก้าวลงมามีบุตรสาวคอยพยุงสองสายตามองไปยังหญิงสาวหน้าตาสะสวย ยืนรออยู่หน้าประตูเข้าตัวบ้านเมื่อสองแม่ลูกเดินไป แขกแปลกหน้ายกมือไหว้
“สวัสดีค่ะคุณน้า”
มารศรีรับไหว้ แล้วหันมามองบุตรชาย
“นี่ดาวครับ เพื่อนผมเอง”
“เชิญเข้าในบ้านก่อนดีกว่าค่ะ”ดาวรีย์บอกแล้วเดินนำเข้าด้านใน
มาถึงห้องรับแขก สองร่างนั่งข้างกันดาวรีย์มองชายหนุ่มแล้วยิ้มให้ มารศรีรับรู้ถึงความผิดปกติบางอย่างตกลงเื่ราวมันเป็ยังไงกันแน่ แล้วหญิงสาวชื่อดาวคือใคร
“นี่เป็บ้านของดาวนะคะพอดีว่าดาวย้ายไปอยู่ที่ใหม่กับคุณพ่อ เลยคิดว่าจะปล่อยเช่าค่ะ”หญิงสาวเริ่มอธิบาย “แต่ดาวได้รู้จักกับทินก่อน ทินเปรยว่าอยากได้ที่อยู่ใหม่ดาวเลยตัดสินใจยกที่นี่ให้ค่ะ”
“ยกให้เหรอคะ?” ทักษภรร้องถาม
“ยกให้สิคะแต่มีข้อแม้คือทินต้องยอมให้ดาวทำงานกับเขาค่ะ”เธอพูดแล้วหันไปอมยิ้มให้ชายหนุ่มอีกครั้ง
มารศรีหันมามองบุตรชายด้วยความไม่เข้าใจ
“ผมกับดาวเป็หุ้นส่วนกันครับพ่อคุณดาวลงทุนตั้งบริษัทให้ผมบริหาร”
“พ่อดาวชอบทินน่ะค่ะพ่อมองออกว่าเขาเป็คนมีความสามารถ อีกหน่อยบริษัทที่บริหารคงเจริญมาก”
ทักษภรกัดฟันด้วยความขุ่นใจเพราะเมื่อก่อนเคยคิดว่าพี่กำลังตกหลุมรักพี่เนตรแต่ไม่นานกลับกลายเป็อื่นได้โดยง่าย พี่ชายเธอไม่ได้จริงใจกับพี่เนตรเลยสักนิด
ดาวรีย์รู้สึกได้ว่าน้องสาวของหนุ่มอันตนหมายปองไม่พอใจเลยยิ้มกว้าง
“น้องพรใช่ไหมคะคุณทินเคยเล่าให้ฟังบ่อยๆ”
“ใช่ค่ะ” ทักษภรตอบเสียงแข็ง
“ห้องของพรพี่จัดให้ชั้นบนนะคะพี่คิดว่าพรน่าจะชอบ”
ทักษภรเม้มริมฝีปาก
“ไม่มีที่ไหนที่พรพอใจเท่ากับบ้านที่พรจากมาหรอกค่ะ!”ปลายเสียงติดไม่พอใจ เหลือบมองพี่ชายเห็นสีหน้าแววตาเรียบนิ่ง
“ขึ้นไปดูก่อนดีกว่านะคะบางทีอาจถูกใจก็ได้”
“พรคงไม่มีทางเลือกหรอกค่ะต่อให้ไม่ถูกใจก็เถอะ!”
ทินภัทรขบกราม “พอได้หรือยังพรพาแม่ขึ้นไปข้างบนเลย!” คนเป็พี่เริ่มส่งเสียงไม่พอใจ
คนถูกดุหน้างอ รั้งท่อนแขนมารดาให้ลุกยืนมารศรีถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วเดินออกมาจากวงสนา
“ชะเอม พาคุณขึ้นไปห้องชั้นบนหน่อย”ดาวรีย์สั่งเด็กในบ้านทันที
ระหว่างเดินคนเป็น้องมองพี่กำลังพูดคุยกับผู้หญิงคนใหม่ไปรู้จักกันตอนไหน ดูสนิทสนมอย่างกับคบกันมาเป็ปีเธอไม่อยากเชื่อเลยว่าพี่จะกลายเป็คนแบบนี้
ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาในห้องทำงานทินภัทรหันมาสบตาแล้วระบายลมหายใจ
“มีอะไรให้ช่วยเหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยถาม
“ช่วยตามน้องสาวให้หน่อยได้ไหมภพ”
ทินภัทรช้อนสายตามองสมภพเปรียบเสมือนเพื่อน พี่ ที่สนิทสนมกันคอยให้คำปรึกษาเขาจำเป็ต้องมีสมภพคอยช่วยงาน หลังจากก่อตั้งบริษัทจึงจ้างให้มาอยู่ข้างกายหมอนี่ดีกรีไม่ธรรมดาเลย ถ้าไม่เพราะการแก้แค้น เขาคงปล่อยให้เพื่อนทำตามใจตัวเองคงไม่อ้อนวอนให้มาช่วยงาน
“ต้องทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอ” สมภพย้อนถาม
“ใช่”
สมภพนิ่งไป “ก็ได้”
ทินภัทรมองเพื่อนหายจากห้องไปสมภพเป็คนไม่ค่อยพูด แต่เวลาให้ช่วยเหลือทำงานอะไร มักสำเร็จเสมอไม่เคยพลาดสัญญาหกปีสำหรับการแก้แค้น หากมีเพื่อนคนนี้คอยช่วย ทุกอย่างคงไม่ใช่เื่ยาก
ร่างบางวิ่งลงบันไดสีหน้าแช่มชื่นเร่งฝีเท้าเดินมาจนถึงประตูรั้วบ้านแล้วโบกแท็กซี่เดินทางต่อ กระทั่งมาถึงมหาวิทยาลัย ตรงดิ่งไปยังสวนสาธารณะนวฤทธิ์โบกมือยิ้มกว้างทันทีที่เห็นหน้าแฟนสาว
มือบางถูกดึงมากุมไว้ทันทีที่พบหน้า
“ฤทธิ์คิดถึงพรมากรู้ไหม” นวฤทธิ์บอกเสียงแ่
“พรก็เหมือนกัน”
มือถูกจูงให้มานั่งบนเก้าอี้ในสวนด้วยกัน
“บ้านหลังใหม่ดีมากใช่ไหม”น้ำเสียงแฝงความเ็ปถามไถ่
“ดีกว่าบ้านเก่าแต่พรไม่เคยรู้สึกดีเลยสักนิด พรอยากกลับไปอยู่บ้านหลังเดิมมากกว่า”เธอบอกแล้วช้อนสายตามองแฟนหนุ่มน้ำตาคลอ “พรอยากให้เราอยู่ใกล้กันมากกว่านี้”
“ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะกลับมาเป็เหมือนเดิมได้” เสียงทุ้มเปรย ดวงตาหม่น มันคงไม่มีวันนั้นแล้วใช่ไหม
เธอส่ายหน้าน้ำตาเริ่มไหลริน“พี่ทินไม่มีวันยอมแน่”
“จนถึงตอนนี้ฤทธิ์ก็ยังไม่เข้าใจพ่ออยู่ดี ทำไมพ่อต้องทำให้ทุกอย่างมันพัง!” เขาะโด้วยความอัดอั้นจนคนตัวเล็กต้องเอื้อมมือมาแตะหัวไหล่แ่เบา
“ไม่ว่าคุณลุงทำอะไรไว้ท่านก็ได้ใช้กรรมแล้ว อย่าโทษพ่อเลยนะฤทธิ์ พรเองก็เสียใจมากแต่พรทำใจได้เพราะรู้ว่าฤทธิ์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเื่นี้ คนเราเลือกเกิดไม่ได้”
“ถ้าหากพี่ทินคิดเหมือนพรก็คงดี” ดวงตาคมหรี่ลงน้ำตาคลอ “ฤทธิ์อยากให้เื่ของเราเปิดเผยกับพวกเขาได้สักที”
“ตอนนี้คงยังไม่ได้พรก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่พี่ทินจะหายโกรธ”
นวฤทธิ์รู้ดีแก่ใจในใจคนสูญเสียต้องทรมานแค่ไหน ขนาดเขายังสับสนและไม่เข้าใจว่าพ่อทำร้ายลุงทยุตทำไม ยิ่งถามเท่าไหร่พ่อยิ่งไม่ตอบ
“ฤทธิ์คงต้องรอต่อไป”
“สักวันนะพรเชื่อว่าเราสองคนต้องได้อยู่ด้วยกัน”
ร่างบางถูกรั้งมากอดไว้แนบกายกว่าจะได้พบกัน ยากแสนยาก วันนี้อยากอยู่ด้วยกันให้นานที่สุด
“ไม่มีวันที่แกจะได้อยู่กับน้องฉันหรอก!”เสียงะโดังมาจากด้านหลัง
สองร่างตระกองกอดรีบผละห่างนวฤทธิ์ลุกยืนหันมาเผชิญหน้ากับเ้าของน้ำเสียง
“พี่ทิน!” ทักษภรร้องลั่นเมื่อเห็นพี่ชายยืนส่งสายตาไม่พอใจมา
“ภพเอาตัวยัยพรมา!”
สมภพทำตามความ้าของเพื่อนทินภัทรสบตาลูกศัตรู แล้วตรงเข้ากระชากคอเสื้อ
“คนอย่างแกไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับน้องสาวฉัน!”
“แต่ผมรักพร พี่ทินก็รู้!” นวฤทธิ์ย้อน
ผลั่ก!
“กรี๊ด! พี่ทินอย่าทำฤทธิ์”ทักษภรกรีดร้องดิ้นรน
เืสีแดงสดไหลซึมออกจากริมฝีปากนวฤทธิ์กุมแก้มตนเองแล้วสบตาพี่ชายคนรัก
“ผมรักพร ผมรักพรมาตลอดผมไม่มีวันเลิกรักพร ต่อให้พี่ห้ามก็เถอะ!”
ผลั่ก!
เสียงหมัดเท้ารัวทักษภรกรีดร้องน้ำตานองหน้า จนทรุดกายกองกับพื้น
“พี่ทินหยุดนะ อย่าทำแบบนี้ พรขอร้อง!”
นวฤทธิ์น่วมไปทั้งร่าง จนยืนแทบไม่ไหวทรุดกายกองกับพื้นตรงหน้า ทินภัทรทอดสายตามองแววตาเยือกเย็น
“ทีหลังอย่ามายุ่งกับน้องสาวฉันอีก!”พูดจบเขาหันหลังเดินกลับไปยังรถ
ร่างบางถูกพยุงมาที่รถแล้วขับเคลื่อนออกไป คนตัวเล็กทอดสายตามองนอกกระจก สะอื้นไห้ไม่หยุดป่านนี้คนรักจะเป็เช่นไรบ้าง แล้วใครจะมารับเขา
เกือบชั่วโมงคนเจ็บพยุงกายอันอ่อนแรงลุกนั่งน้ำตาซึมเอ่อจนล้นขอบออกมา ยกท่อนแขนปาดออก รสเค็มปร่าในปากทำเอาหัวใจสั่นสะท้านนวฤทธิ์เดินออกมารอรถแล้วโบกแท็กซี่กลับบ้าน ประตูรั้วเปิดออกร่างบางลุกยืนเห็นน้องก้าวเข้ามารีบเดินไปหา เพราะติดต่อไม่ได้เลย
ดวงตาเรียวสวยกวาดมองใบหน้าอันเขียวช้ำจับหน้าน้องเพื่อดูให้แน่ชัด
“ฤทธิ์ ทำไมเป็แบบนี้!”เนตรอัปสรร้องถาม สีหน้ากังวล
“ผมไม่เป็ไรครับ ผมไปนอนก่อนนะพี่”พูดจบเขาเลี่ยงพี่สาวออกมา แต่ท่อนแขนกลับถูกจับไว้
“ตอบพี่มาฤทธิ์!”
เขาสะบัดท่อนแขนออก
“พี่เนตรปล่อยผมไปเถอะ ผมขอล่ะ”เขาไม่อยากมีปัญหามากไปกว่านี้แค่นี้พี่ชายของคนรักก็เกลียดครอบครัวเขาเข้าไส้แล้ว
“ไปหาพรมาใช่ไหมฤทธิ์!”คนเป็พี่เค้นถามไม่หยุด
นวฤทธิ์ไม่ตอบ เดินหนีพี่สาวแทน
“ถ้าฤทธิ์ไม่ตอบพี่จะโทรไปจัดการเขาเดี๋ยวนี้!” ในอกทำไมมันสั่วไหว อึดอัด รอยร้าวนี้คงยากผสาน
นวฤทธิ์หันมาน้ำตาคลอ
“อย่าทำให้ผมเจ็บไปมากกว่านี้เลยพี่เนตรแค่นี้ก็มากพอแล้ว”
“เขาไม่มีสิทธิ์ทำกับน้องพี่แบบนี้!”
ชายหนุ่มกัดริมฝีปาก“เขาทำเพราะพ่อเราฆ่าพ่อของเขาไงพี่เนตร ถ้าเป็เราก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน!”
เนตรอัปสรเงียบ น้ำตาค่อยๆ รินไหลออกมามันเ็ปจนไม่อาจอธิบายความรู้สึกได้ เธอหาทางออกกับเื่นี้ไม่เจอจริงๆความสัมพันธ์เก่าก่อนมันไม่มีอีกแล้ว
“ทำไมต้องเป็แบบนี้ด้วย!”หญิงสาวคร่ำครวญ
“ผมก็ไม่เข้าใจ ทำไมพ่อต้องทำแบบนี้ด้วยทำไมพ่อเราต้องเป็ฆาตกร!” นวฤทธิ์ไม่อาจทานทน วิ่งขึ้นชั้นสองปิดประตูห้อง
ร่างสูงทิ้งกายลงบนเตียงใช้หมอนปิดหน้าเก็บกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ไม่ให้ใครได้ยิน มันเจ็บจนไม่อยากหายใจ
ทักษภรทรุดกายลงนั่งต่อหน้าพี่ชายและมารดาดวงตาแดงก่ำและช้ำเพราะผ่านการร้องไห้มาทั้งคืน บ่ายสามโมงพี่ชายเธอให้ชะเอมมาตามพร้อมคำขู่สำทับว่าหากไม่มา จะไขกุญแจเข้าห้องเธอจำต้องลงมาทั้งที่ไม่อยากพบหน้าพี่แม้แต่น้อย
“มีอะไรคะถึงตามพรมา” เธอถามเสียงแ่ ไม่มองหน้าพี่ชายแม้แต่น้อย
มารศรีเห็นบุตรสองคนหมางใจกันเริ่มไม่สบายใจ
“พี่มีธุระจะคุยกับเรา”
“ว่ามาเลยค่ะ” หญิงสาวพยายามตัดบทเพื่อให้จบการสนทนา เธอไม่อยากให้พี่เข้ามายุ่งกับชีวิตไปมากกว่านี้
“พี่จะส่งเราไปเรียนที่ออสเตรเรีย”
คนฟังชะงักดวงตาเบิกกว้าง ลุกยืนสีหน้าไม่พอใจ
“พรไม่ไป!”
ชายหนุ่มเงยมองแววตาแข็งกร้าว
“แต่แกต้องไป!”
“พี่ทินอย่ามาบังคับพร พี่ทินไม่ใช่พ่อ!”
ทินภัทรลุกยืน
เพียะ!
ใบหน้าหันตามแรงมือนิ้วทั้งห้าขึ้นรอยบนใบหน้าสวยคม คนโดนตบหันมองพี่ทั้งน้ำตา
“ทินอย่าทำน้องแบบนี้!”มารศรีรีบดึงบุตรชายไว้
นิ้วยกชี้หน้าน้องสาว แววตาขุ่นเคือง
“ถ้าพี่ไม่ส่งแกไปแกคงได้เสียกับไอ้ฤทธิ์มันแน่แกไม่รู้หรือไงว่ามันเป็ลูกของคนที่ฆ่าพ่อเราน่ะพร!”
คนถูกตำหนิน้ำตาไหลรินอาบแก้ม
“พรรู้ แต่พรแยกแยะได้ฤทธิ์ทำอะไรผิดเหรอคะ ถ้าจะผิดก็คงผิดแค่ฤทธิ์เกิดมาเป็ลูกฆาตกรที่ฆ่าพ่อเรา”หญิงสาวสะอื้น “แล้วพี่คิดว่าฤทธิ์เขาอยากเกิดมาเป็ลูกฆาตกรหรือไงกัน!”
คนเป็พี่กัดฟัน ขบกรามแน่น
“แกจะรักมันลงได้ยังไงถ้าพ่อมันออกจากคุกแล้วมางานแต่งของแก แกคงมีความสุขใช่ไหมพร!”
“พี่ทินอย่าเอาความคิดตัวเองมาตัดสินคนอื่น!”
“ฉันไม่ตัดสิน แต่ฉันขอบังคับให้แกไปเรียนที่ออสเตรเรียไม่ว่าแกจะยอมหรือไม่ยอม พี่ก็จะให้ไป!”
“พี่ทิน!”
“หยุดสักที พอได้ไหมลูก ทำไมเป็แบบนี้อยากให้แม่ตายใช่ไหม!” มารศรีกรีดร้องน้ำตานอง ทรุดกายเหมือนจะเป็ลม
สองพี่น้องรีบเข้าพยุงแม่นั่งลงบนโซฟามารศรีจับท่อนแขนบุตรสาว
“พร... ลูกไปเรียนตามที่พี่เขาให้ไปได้ไหมทำเพื่อแม่สักครั้งเถอะนะแม่ขอร้อง” เธอเองก็ยังยอมรับไม่ได้แม้รู้ว่าลูกนั้นรักนวฤทธิ์แค่ไหนก็ตาม แต่ชายที่ลูกรักนั้น คือลูกฆาตกรฆ่าสามีแม้แต่เธอยังทำใจได้ยาก
“แม่...” เสียงหวานสั่นเครือ ในอกสะท้านร่างกายเหมือนไร้เรี่ยวแรง
“แม่ขอร้อง นะพรลูก...”
หญิงสาวลุกยืนทั้งน้ำตาเม้มริมฝีปากแล้ววิ่งขึ้นชั้นบน ปิดประตูห้องนอนโถมกายลงบนฟูกหนาน้ำตาไหลจนเปราะเปื้อน ทำยังไงดี น้ำตามันหยุดไม่ได้เลย
นวฤทธิ์นั่งมองหน้าจอมือถือ กี่ข้อความกี่คำถามส่งไปกลับไร้ซึ่งวี่แวว น้ำตาชายหนุ่มนองหน้า ไหล่หนาถูกจับบีบแ่เบาคนเป็พี่ทรุดกายลงเคียงข้างช่วยน้องคลายความเศร้าด้วยการปลอบโยนนวฤทธิ์กัดริมฝีปากแน่น เพื่อลดทอนความเ็ปภายใน ทว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรเลย
“พรไปแล้วพี่เนตร” เสียงแ่เครือบอกพี่สาวน้ำตาเริ่มไหลออกมา
มือพี่ลูบศีรษะน้อง“ถ้าพรเป็คู่ของฤทธิ์สักวันพี่เชื่อว่าฤทธิ์กับพรต้องพบกันอีก”
ชายหนุ่มส่ายหน้าน้ำตาอาบแก้ม
“ผมอยากเจอพรแต่พรไม่ให้โอกาสผมเลยพี่เนตร”
“บางที...”เพียงแค่คิดถึงใบหน้าคนคนนั้นหัวใจก็ร้าวราน “พรอาจอยากล่ำลาแต่ไม่มีโอกาส”
“พรส่งข้อความมาแค่ให้ผมรอแล้วผมควรทำยังไง”
เธอยิ้มบางๆ “รอเท่าที่ใจเรารอได้”
นวฤทธิ์นิ่งเงียบใจของเขารอได้เสมอไม่ว่านานเท่าไหร่ ขอเพียงอีกใจไม่ผันแปรมีใครไปก่อนเขาพร้อมเจอเธออีกครั้ง ไม่ว่ากี่ปีก็ตาม