ชายหนุ่มขมวดคิ้วเมื่อเห็นตัวเลขที่เข็มนาฬิกาชี้
“งั้น… ผมขอตัวก่อนนะครับ”
เขากล่าวลาพนักงานต้อนรับอย่างเรียบง่ายแล้วหันหน้าเดินออกนอกประตูไปเพื่อเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งหน้าผับ แล้วค่อยขับรถเครื่องของตนกลับบ้านต่อ
เมื่อแท็กซี่จอดเข้าจอดในขณะที่เขาเอื้อมมือไปจะเปิดประตูก็มีคนผลักประตูรถสวนทางเขาเพื่อออก รติกาลชักมือกลับและถอยหลังหลีกทางให้คนที่กำลังลงมาไปสามก้าว มองดูชายสองหญิงหนึ่งที่กำลังดันกันลงแท็กซี่ดวงตาเขาถึงกับเบิกโพลง
‘นั่นมัน... เธอคนนั้นนี่’
เขาจำเธอได้เธอคือผู้หญิงตัวหอมคนนั้น
‘อะไรกันเล่นที 2 คนเลยเหรอ’
ชายหนุ่มคิดแบบนั้น แต่เมื่อรติกาลสังเกตเห็นสีหน้าของเธอดีๆ เขากลับรู้สึกว่าเธอนั้นไม่ได้เต็มใจตัวอ่อนมือไม้ของเธอดูอ่อนปวกเปียกไปหมดเหมือนคนควบคุมร่างกายไม่ได้
“ปล่อย”
เธอพูดแ่เบาจนแทบไม่ได้ยินเหมือนคนไม่มีแม้เรี่ยวแรงที่จะเปล่งเสียงออกมาเธอพยายามรั้งตัวเองไว้สุดฤทธิ์แต่ชายอีกคนก็ดันหลังเธอลง ทั้งหัวเราะอย่างเย้ยหยันรติกาลเริ่มผิดสังเกตกับเหตุการณ์ที่อยู่เบื้องหน้าและรู้สึกถึงกลิ่นแปลกๆ
เมื่ออีกคนลงมาได้ก็ดึงเธอลุกขึ้นอีกคนตามลงมาเพื่อหิ้วปีกเธอเดินเข้าโรงแรม หญิงสาวพยายามใช้เท้าดันตัวเองเอาไว้ไม่ให้ถลาไปตามแรงฉุดจากชายสองคนนั้น เธออ่อนแรงมากจนไม่รู้จะทำยังไงแล้วเธอเหลือบไปเห็น รติกาลที่ยืนอยู่ตรงนั้นพอดี
“ชะ ช่วยฉันด้วย”
เสียงเธอแ่เบาจนแทบจะไม่ได้ยิน รติกาลลังเลสงสัยอยู่ว่าเธอพูดอะไร แล้วเสียงหนึ่งก็แทรกเข้ามาในหัวเสียงนั้นเป็เสียงที่เขาคุ้นเคย
“ช่วยเธอสิเ้าเด็กบ้า เธอโดนโปะยา”
“ห๊ะ!!!”
เขาหันไปมองชายหญิงสามคนนั้น เดินเข้าโรงแรมไป รติกาลจึงตัดสินใจเดินตามแล้วแวะไปบอกจีนส์
“คุณจีนส์ช่วยตาม รปภ. มาช่วยผมหน่อยด่วนเลย เช็กด้วยนะว่าลูกค้ากลุ่มนั้นอยู่ชั้นไหนแล้วรีบตามผมไปด้วยนะครับ”
จีนส์เห็นท่าไม่ดี และด้วยความที่เธอนั้นเป็ผู้หญิงหัวไวคิดไวตัดสินใจเร็วเธอจึงคว้าเอาวิทยุสื่อสารขนาดเล็กแล้ววิ่งตามรติกาลไปเมื่อทั้งสองเข้าลิฟต์ รติกาลก็กดขึ้นไปชั้นที่ลิฟต์ของสามคนนั้นหยุดส่วนจีนส์ก็วอลไปที่ซีเคียวริตี้ขอกำลังเสริมจาก รปภ. ตามมาด่วน และแจ้งชั้นที่ลิฟต์จะจอดเธอวอลบอกเพื่อนอีกคนที่อยู่หน้าฟร้อนท์ให้รอแจ้งความหากเกิดเื่ร้ายแรงขึ้น ทุกคนตกลงตามที่จีนส์ร้องขอ พอประตูลิฟต์เลื่อนเปิดออกสามคนนั้นก็ลับตาไปแล้วไม่รู้เข้าห้องไหน
“งานยากล่ะไอ้กาลเอ๊ย”
เขาบ่นอุบพยายามถามเสียงที่คุ้นเคยเขาก็ไม่ตอบ เขารู้สึกเป็ห่วงผู้หญิงคนนั้นมากจนผิดวิสัยคนที่เพิ่งเคยเจอกัน เขากังวลกลัวว่าเธอจะเป็อันตรายจนน้ำตาซึม
‘เอาไงดี เอาไงดี’
“คุณจีนส์ช่วยแยกกันหาด้วยครับ”
เขาหลอกล่อให้จีนส์แยกตัวจากเขาไปอีกทางเพื่อใช้พลังของเขาช่วยค้นหา เมื่อหญิงสาววิ่งห่างออกไปรติกาลก็หลับตาลงแล้วปล่อยพลังออกตั้งจิตถามสรรพสิ่งที่สิงสถิตอยู่ในโรงแรมแห่งนี้แล้วิญญาเก่าแก่ดวงหนึ่งก็ปรากฏ รติกาลจึงลืมตาขึ้น
“ช่วยผมหน่อยครับ ผมต้องรีบช่วยเธอบอกผมที ว่าสองคนนั้นพาเธอไปห้องไหน”
ิญญาของผู้เฒ่าผมขาวหนวดหนาได้ยินที่เขาขอให้ช่วย จึงได้ชี้บอกทาง
“ทางนั้น ชั้น 5”
“ห๊ะ ชั้น 5 เหรอครับ”
ิญญาพยักหน้าแล้วก็หายวับไป ในขณะเดียวกันกับที่ จีนส์วิ่งมาเจอเขายังยืนอยู่ที่เดิม
“อะไรกันคะคุณกาล นี่คุณไม่ได้ตามหาเธอเหรอ”
จีนส์ร้องถามมาแต่ไกล
“ทางนี้ครับคุณจีนส์”
เขาคว้าแขนเธอแล้วออกตัววิ่งไปทางที่ิญญาดวงนั้นชี้บอก
“ชั้น 5 ครับ พวกนั้นพาเธอไปชั้น 5”
“จริงเหรอคะ แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าพวกเขาขึ้นไปชั้น 5”
เธอถามด้วยความสงสัย ชายหนุ่มหันมามองหน้าเธอด้วยสีหน้าที่ดูเลิ่กลั่ก
“อะ เอ่อ.. คือ เดี๋ยวสะดวกจะอธิบายนะครับ ตอนนี้ไม่มีเวลาแล้วเรารีบไปเถอะครับทางนี้”
“ค่ะๆ ไปค่ะ”
เธอวิ่งตามเขาไปยังทางที่ิญญาชี้ มันเป็ทางหนีไฟขึ้นชั้น 5 พวกนั้นกดลิฟต์ผิดชั้นทำให้รติกาลเองก็สับสน และเป็เวลาเดียวกันกับตอนที่เขาเรียกลิฟต์ลงชั้นล่างพวกนั้นไม่อยากรอเพราะกลัวคนอื่นมาเจอเข้าจึงตัดสินใจฉุดลากหญิงสาวเดินขึ้นไปตามทางหนีไฟเพื่อขึ้นไปยังชั้น 5 แทน
ขณะที่ทั้งสองกำลังวิ่งขึ้นบันได จีนส์ ก็วอลเรียก รปภ.ให้ตามมาส่วนรติกาลวิ่งนำหน้าเธอไปไกลโข
หญิงสาวพยายามฝืนสุดฤทธิ์ เพื่อถ่วงเวลาหวังว่าจะมีใครสักคนผ่านมาเจอเผื่อเธอมีโอกาสรอดเผื่อว่าใครก็ตามที่ผ่านมาเห็นจะช่วยเธอไว้ได้ แต่ระหว่างทางกลับไร้วี่แวว จนเธอคิดว่าตนเองคงไม่รอดแล้วคืนนี้เมื่อสายตาที่เริ่มพล่าเรือนเหลือบเห็นชายหนึ่งคนล้วงเอาคีย์การ์ดออกจากกระเป๋ากางเกงรีบเดินนำไปรูดปลดล็อกประตูแล้วกลับมาช่วยลากเธออีกแรง
ในขณะที่ความหวังอันริบหรี่ของเธอใกล้จะดับวูบลงและสองคนนั้นกำลังลากเธอถูไถไปจนเกือบถึงประตูห้อง อยู่ๆ ก็มีมือใหญ่ของใครสักคนมาดึงเธอออกจากการฉุดรั้งของสองคนนั้นอย่างแรง
เธอถลาเข้าหาเขาทำเขาเซถอยหลังไปสองสามก้าวหญิงสาวแหงนหน้ามองคนที่ดึงเธอก็เห็นว่าเป็ชายหนุ่มรูปงามแต่ทว่าตอนนี้สติเธอไม่เหลือแล้วเธอวูบหลับไปทันที รติกาลโอบประคองร่างเธอเอาไว้และถอยห่างออกจากสองคนนั้น
เมื่อเหยื่อหลุดมือทั้งสองก็เริ่มโมโห ทั้งคู่มองหน้ากันแล้วหันมากะจะเล่นงานรติกาลเขาถอยหลังห่างออกไปอีกพลางยกมือขวาขึ้นหวังใช้พลังปีศาจทำให้สองคนที่ยืนจังก้าจะเอาเื่เขาอยู่เบื้องหน้าหลับไปสักพักแต่เวลานั้น รปภ. 4 คน ก็วิ่งกรูเข้ามาพอดี
“หยุดนะ”
พวกเขาะโแล้ววิ่งเข้าชาร์จทันที รติกาลจึงรีบลดมือลงและกอดประคองหญิงสาวไว้มีเสียงโหวกเหวกโวยวายเกิดขึ้นไม่น้อยเพราะสองคนนั้นอ้างว่าซื้อบริการมาแต่รติกาลบอกไปว่าไม่จริงและอ้างว่าตนเองรู้จักเธอพวกนั้นจึงหุบปากใจนหน้าเหวอ
“คุณกาลคะเป็ยังไงบ้าง” จีนส์ที่วิ่งตามหลัง รปภ. มาร้องถาม
“รีบพาสองคนนั่นเข้าห้องนั้นไปก่อนครับ เดี๋ยวแขกคนอื่นๆ จะตื่น มันจะกลายเป็เื่ใหญ่”เขาบอกเธอ
“โอเคค่ะ พี่ๆ คะ พาสองคนนั้นเข้าห้องก่อนค่ะเดี๋ยวเราไปสอบสวนกันในนั้น” จีนส์หันไปบอก รปภ.
“ครับ”
พวกเขารับคำแล้ว รปภ. ก็ลาก ทั้งสองเข้าห้องไป
ซ่า.. ตึ๊ด!! เสียงคลื่นวิทยุสื่อสารดังขึ้น
“จีนส์ เป็ยังไงบ้าง เกิดอะไรขึ้น”
ตึ๊ด!!
“เรียบร้อยแล้วค่ะ เรากำลังจะสอบสวนพวกเขา รบกวนพี่ช่วยเช็กห้องว่างให้ด้วยนะคะคุณกาล้าเปิดห้องพัก 1 ห้องค่ะ”
เธอไม่ลืมบอกเพื่อนร่วมงานเช็กห้องว่างให้ตามคำขอของรติกาลก่อนหน้านี้“ได้เลย รอสักครู่นะ”
ตึ๊ด!!
อีกฝั่งเงียบไปสักพักก็ตอบกลับมา
ซ่าา ตึ๊ด
“ว่างห้อง 524 นะจีนส์ เดี๋ยวพี่ให้คนเอาคีย์การ์ดขึ้นไปให้”
“ขอบคุณค่ะพี่”
เธอตอบและตัดสายไปแล้ว รปภ. คนหนึ่งก็เดินออกมาถามจีนส์
“เอาไงต่อครับคุณจีนส์ เราใส่กุญแจมือ ไว้ในห้องก่อนครับ”
“เดี๋ยวผมจัดการเองครับพี่อั๋น จะได้ไม่เป็เื่ใหญ่เดี๋ยวโรงแรมจะเสียชื่อเสียงเอาครับ” รติกาลแทรกขึ้น
“ครับคุณกาล”
อั๋นตอบแล้วเดินกลับเขาไปในห้อง
“คุณจีนส์ครับ ผมรบกวนอยู่เป็เพื่อนเธอสักพักนะครับเดี๋ยวผมสอบสวนเสร็จ ผมจะมาอยู่เป็เพื่อนเธอเองครับ”
“ได้ค่ะคุณกาล”
จีนส์ตอบตกลง
“คุณจีนส์คะ”
จีนส์หันไปตามเสียงเห็นแม่บ้านกำลังเดินมาทางเธอ
“นี่คีย์การ์ดค่ะ”
“ขอบคุณค่ะน้าวาด”
เธอรับคีย์การ์ดมาแล้วยิ้มให้แม่บ้านด้วยไมตรีจิต แม่บ้านหันไปมองหญิงสาวในอ้อมแขนของรติกาลด้วยสายตาสงสัยและเป็ห่วง
“น้าวาดกลับไปทำงานเถอะค่ะ ทางนี้หนูจัดการต่อเอง”
“ค่ะคุณจีนส์”
จีนส์บอกกับแม่บ้านเมื่อเห็นเธอกำลังมองอยู่ และเธอตอบรับแล้วก็เดินจากไป
จีนส์เดินไปเปิดห้องในขณะที่รติกาลอุ้มหญิงสาวขึ้นแนบอกแล้วเดินตามจีนส์เข้าไปด้านในเขาวางเธอลงบนเตียงอย่างระมัดระวัง โดยไม่รู้ตัวรติกาลยกมือขึ้นไปเกลี่ยปอยผมที่ปิดบังใบหน้าเธอออกอย่างอ่อนโยนจีนส์เฝ้ามองเขาอยู่ด้านข้างเธอเห็นเขาแสดงท่าทางห่วงใยหญิงสาวจนจีนส์เองยังแอบคิดว่าเขาตกหลุมรักเธอแบบรักแรกพบ
“อะแฮ่ม”
จีนส์ส่งสัญญาณให้เขารู้ว่าเธอดูอยู่จนรติกาลสะดุ้งโหยง
“เอ่อๆ”
เขาเขินจนไปไม่เป็ จีนส์เห็นดังนั้นก็แอบขำเขาคิกคัก รติกาลยืนขึ้นหันหน้าไปทางเธอเลิกคิ้วกางแขนผายมือออกยกไหล่สูงเชิงถามเธอว่า ‘อะไร’ เธอหุบยิ้มทันทีแต่ก็สะกดอารมณ์ขันนั้นไว้ไม่อยู่เธอพูดไปหัวเราะไปกับท่าทีของรติกาล
“คุณรติกาล ไม่ไปสอบสวนผู้ต้องหาของคุณเหรอคะ”
เธอเรียกชื่อเขากึ่งประชด ทั้งกลั้นขำจนลมพ่นออกจมูกพรืดเธอยกมือปิดปากทั้งเม้มริมฝีปากไว้แทบไม่ทัน
“โอเค ไปก็ได้”
รติกาลพูดเสียงสูงแล้วเดินค้อนออกไปรู้สึกอายที่โดนจีนส์แซวก่อนออกจากห้อง เขาหันมามองจีนส์แล้วบอกกับเธอว่า
“เดี๋ยวผมมา”
จีนส์เอียงคอเลิกคิ้วเล็กน้อยเชิงรับคำ แล้วเขาก็ทำปากงุ่ยค้อนใส่เธอสะบัดหน้าเดินออกจากห้องไปจีนส์กลั้นขำพ่นลมออกจมูกดังพรืดอีกครั้ง
“อะไรกันเนี่ย ผู้ชายคนนี้ น่ารักจริงๆ เลย”
พูดจบเธอก็หันไปมอง หญิงสาวที่นอนไร้สติด้วยฤทธิ์ยาสลบ
“เธอเป็ใครกันนะช่างโชคดีจริงๆ ั้แ่รู้จักเขามาฉันยังไม่เคยเห็นเขาเฝ้ามองผู้หญิงคนไหนด้วยสายตาแบบนี้มาก่อนเลย”
เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วเดินผ่านเตียงไปยังอีกมุมของห้อง