เวลาใกล้ค่ำแล้วภายในเมืองมีผู้คนมากมายออกมาหาของกิน บ้างออกมาเที่ยวชมซื้อหาสิ่งของที่มีอยู่เต็มสองข้างทางเดิน เซียถิงมือขวาจูงเสียนฟ่างมือซ้ายจูงเสียนเฉิงเร่งฝีเท้าลัดเลาะผ่านซอยน้อยใหญ่เพื่อกลับไปที่โรงเตี๊ยม ระหว่างที่เร่งรีบเดิน เสียงคนที่ติดตามมาค่อย ๆ หยุดลงจากนั้นจึงหายไปจากการได้ยิน เมื่อทั้งสี่คนกลับมาอยู่ที่หน้าโรงเตี๊ยมพอดี
ผู้ที่ติดตามไม่แน่ว่ามีเจตนาร้ายหากแต่เพียงเฝ้าจับตามอง ว่าแต่เป็ผู้ใดกันจึงกระทำเช่นนี้ เสียนฟ่างมาที่เมืองเหยียนเฉิงด้วยภารกิจส่วนตัว ไม่สมควรที่จะก่อเื่ขัดแย้งกับผู้ใด หรือว่าเป็การจับตามองเซียถิง
“ท่านพี่เกิดอะไรขึ้นเหตุใดจึง เร่งรีบถึงเพียงนี้” เสียนฟ่างไม่กล่าวเปิดโปงหากแต่ทำเป็ไม่เข้าใจเื่ราว เพียงทำทีสงสัยที่เซียถิงเร่งรีบกลับมาที่โรงเตี๊ยม ซ้ำยังดูเคร่งเครียดต่างออกไปจากปกติ
“ไม่มีสิ่งใด เป็ข้าระแวงไปเอง แต่ว่าหลังจากนี้หากเ้าหรือว่าอาเฉิงจะออกจากโรงเตี๊ยม ต้องมีผู้คุ้มกันคอยติดตามเข้าใจหรือไม่” เซียถิงเกรงว่าจะทำให้เสียนฟ่างตื่นตระหนกเกินไปจึงกล่าวอย่างครุมเครือไม่ได้บอกเหตุผลที่แท้จริง
“อาเป่า เ้านำคำไปบอกคนคุ้มกันให้เพิ่มความระมัดระวัง หากคุณชายทั้งสองจะออกไปข้างนอกให้คอยติดตามอย่างใกล้ชิด” เซียถิงหันไปออกคำสั่งกับอาเป่าที่เพิ่งติดตามเข้ามา อาเป่ายิ่งไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น นอกจากถือของเต็มสองมือคอยวิ่งติดตามนายทั้งสามที่ออกเดินรวดเร็วยิ่ง เพียงรับคำสั่งจากเซียถิงไปถ่ายถอดวาจาให้กับคนคุ้มกันทั้งห้าคน
กว่าจะถึงโรงเตี๊ยมกินเวลาไปเกือบหนึ่งก้านธูป (ราว สามสิบนาที) เพราะว่าเร่งรีบทำให้ทั้งสี่คนรู้สึกเหน็ดเหนื่อยอยู่ไม่น้อย เสียนเฉิงเมื่อเข้าถึงห้องไม่ทันได้อาบน้ำก็ผล็อยหลับไป ไม่ว่าเสียนฟ่างจะทำเช่นไรก็ไม่ยอมตื่น จึงทำได้เพียงเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ กับหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้น้องชายที่หลับไหลไปแล้วเท่านั้น
เหงื่อออกจนเหนียวไปหมดทั้งตัว เสียนฟ่างอยากจะอาบน้ำเต็มทน เสียนเฉิงก็หลับไปแล้วคงจะพอมีเวลาอาบน้ำให้สบายใจ เมื่อเสียนฟ่างมองไปจนทั่วพบว่าในห้องตัวเองไม่มีอ่างน้ำ จึงส่งเสียงเรียกบ่าวรับใช้ด้วยความเคยชิน “อาเป่า เ้าไปเตรียมน้ำสำหรับอาบให้พร้อม” หลังจากออกปากไป กลับไม่เสียงตอบรับกลับมาอย่างที่เคย ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินมาทางห้องที่เสียนฟ่างอยู่อย่างช้า ๆ
“โรงเตี๊ยมนี้ยกอ่างน้ำเอาไว้ที่ด้านหลัง เ้าต้องออกไปทางห้องที่ข้าพัก ผู้รับใช้กำลังนำน้ำร้อนมาเติมพอดี อาเป่าน่าจะยังอยู่ที่อีกเรือนหนึ่งยังไม่กลับมา” เซียถิง ยังอยู่ในชุดเดิมเมื่อตอนเย็นใบหน้ายังมีรอยเหงื่อที่ทุกเช็ดอย่างลวก ๆ
ห้องนอนของเซียถิงอยู่ด้านตรงข้ามกั้นเอาไว้ด้วยฉากไม้กับโต้ะน้ำชาเท่านั้น ด้านหนึ่งของห้องโถงเล็กเป็ประตูทางเข้า ส่วนประตูที่ออกไปยังส่วนอาบน้ำ จำเป็ต้องผ่านห้องนอนที่เซียถิงอยู่ เสียนฟ่างความจริงมิได้เขินอายแต่อย่างใด ตัวเองเป็ผู้ชายเช่นกัน ยิ่งผ่านการมีชีวิตในยุคใหม่มาหลายสิบปีเื่เพียงเท่านี้ไม่นับเป็อย่างไรได้ แก้ผ้าอบซาวน่ากับคนไม่รู้จักยังเคยมาแล้วด้วยซ้ำ ผู้ที่ควรอายควรเป็เซียถิงคนโบราณต่างหากเล่า
“ถ้าอย่างนั้นข้าขออาบก่อนท่านพี่ก็แล้วกัน” เสียนฟ่างเคยชินกับการมีคนรับใช้ปรนนิบัติในการกระทำต่าง ๆ ทั้งการใส่เสื้อผ้า หวีสางทรงผม การอาบน้ำ อุปกรณ์การอาบน้ำในสมัยโบราณสำหรับชนชั้นสูงมีอยู่มากพอดู หากให้เสียนฟ่างกระทำเองยังคงยุ่งอยากอยู่บ้าง เซียถิงเป็ทหาร เมื่ออยู่ในสนามรบไหนเลยจะมีผู้อื่นคอยรับใช้ ยืนมองดูอยู่อยู่นานเสียนฟ่างยังจัดการกระทั่งเสื้อผ้าสิ่งต่าง ๆ ที่จะผลัดเปลี่ยนไม่เสร็จสิ้นเสียที
“ให้ข้าช่วย” เซียถิงเข้าใจดีว่าผู้ที่คุ้นชินกับการมีคนรับใช้คอยช่วยเหลือแทบทุกอย่าง อย่างเสียนฟ่างแม้อยากลงมือกระทำสิ่งต่าง ๆ เองบ้างยังคงดูเงอะงะไปบ้าง เพียงคิดเอ็นดูฮูหยินที่ยังมิได้เข้าหอของตน จึงลงมือจัดการหาเสื้อผ้าที่จะผลัดเปลี่ยน กระทั่งกางเกงเสื้อตัวในยังค้นหาออกมาให้กับเสียนฟ่าง ถือเอาไว้ในมือเดินหันหลังออกไปที่อีกด้านหนึ่งของเรือนพัก
“เ้าจะอาบน้ำก็ตามข้ามา” เซียถิงกล่าว เดินนำเสียนฟ่างออกไปยังบริเวณส่วนอาบน้ำทางด้านหลัง ส่วนอาบน้ำยกพื้นไม้สูงกว่าพื้นดินราวครึ่งฉื่อ (ครึ่งฉื่อ ราว สิบห้าเิเ) วางไว้ด้วยอ่างไม้ขนาดใหญ่พอให้ผู้ชายตัวโตลงไปนั่งได้อย่างไม่อึดอัด มองเห็นควันลอยฉุยออกมาจากอ่างไม้ คนรับใช้เพิ่งเติมน้ำร้อนลงไปได้ไม่นาน น้ำสมควรยังอุ่นอยู่มาก
เสียนฟ่างเมื่อเดินมาถึงบริเวณที่อาบน้ำไม่ทันได้คิดมากว่ามีผู้ติดตามมา ด้วยความรู้สึกอยากอาบน้ำจนลืมตัวไป ปลดเสื้อคลุมตัวนอกออกขณะที่กำลังปลดสายรัดเอวปล่อยให้เสื้อตัวในสีขาวเปิดเผยเรื่อนร่างผอมบางหากแต่ขาวเนียนราวหยกชั้นดีให้กับคนที่ยื่นตะลึงอยู่ทางด้านหลังมองเห็นจนเต็มตา จนแทบจะทำเสื้อผ้าที่ถือมาหลุดออกจากมือ
สองมือกำลังจะถอดเสื้อตัวใน เสียนฟ่างก็หันหน้ามาเจอเซียถิงที่กำลังยืนใบหูแดง ในมือหอบเสื้อผ้าที่จะเอามาเปลี่ยนของตัวเองเอาไว้ ด้วยความใเสียนฟ่างจึงรั้งเสื้อที่กำลังจะถอดเข้าไว้ด้วยกัน
“เอะ ท่านพี่” เสียนฟ่างกล่าวด้วยความลืมตัว หากแต่พอมองดูใบหูที่แดงก่ำของเซียถิงแล้ว อดที่จะมีความคิดกลั่นแกล้งคนไม่ได้ นี่แสดงว่าเซียถิงเกิดความรู้สึกกับเสียนฟ่างขึ้นมาบ้างแล้ว
“ข้าจะอาบน้ำ ท่านวางเสื้อผ้าเอาไว้ก่อนเถอะ ข้าอาบไม่นาน หากอาบเรียบร้อยแล้วจะให้ผู้รับใช้เปลี่ยนน้ำให้ท่าน”
เสียนฟ่างคลายมือที่จับปกเสื้อตัวในเอาไว้ ทำให้ชายเสื้อแยกออกจากกันก่อนที่จะขยับไหล่ปล่อยให้เสื้อตัวในค่อย ๆ หลุดลงไปกองที่พื้น จากนั้นจึงค่อย ๆ เดินไปทางเซียถิงรับเสื้อผ้าที่เซียถิงถือไว้ในมือเอาไปวางไว้อีกด้านหนึ่ง โดยสวมเพียงแค่กางเกงตัวเดียว
เซียถิงยืนแข็งดังรูปปั้น ตอนนี้นอกจากใบหูที่แดงแล้ว ลำคอตลอดจนใบหน้ายังบังเกิดรอยแดงจาง ๆ เสียนฟ่างกลั่นแกล้งคนตรงหน้าจนอยากจะหัวเราะออกมา “ถ้าท่านจะอยู่ดูก็แล้วไป ข้าจะอาบน้ำแล้ว” เสียนฟ่างหันตัวกลับไปที่อ่างน้ำ สองมือจับไว้ที่ขอบกางเกงร่นลงมาจนเกือบจะเลยตะโพก จึงค่อยได้ยินเสียงคนวิ่งกลับออกไปด้วยความรวดเร็ว
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่แน่จริงนี่น่า ท่านแม่ทัพ” เสียนฟ่างถอดกางเกงลงกับพื้นใช้เท้าเขี่ยไปไว้ที่ด้านหนึ่งก่อนที่จะก้าวลงไปในอ่างน้ำ น้ำอุ่นจนค่อนข้างร้อนไปบ้าง หากแต่การอาบน้ำอุ่นในวันที่เหน็ดเหนื่อยเยี่ยงนี้รู้สึกเป็สุขอย่างยิ่ง
เซียถิงใจเต้นตึกตักอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เมื่อมองเห็นเสียนฟ่างถอดกางเกงลงมาถึงตะโพกก็หันหลังกลับวิ่งออกมาจากส่วนอาบน้ำโดนไม่ทันคิดสิ่งใด ก่อนหน้านี้ที่โดนเสียนฟ่างจู่โจมด้วยการจูบ เพราะไม่ทันทั้งตัวจึงพลักเสียนฟ่างออกในทันที ทั้งที่รสจูบนั้นจนป่านนี้ยังไม่อาจลืมเลือนไป ตอนนี้เซียถิง้าสุราเป็อย่างยิ่ง ดื่มจนหลับไปเลยยิ่งดี น่าขายหน้ายิ่งนักเพียงแค่เห็นฮูหยินถอดเสื้อต่อหน้าก็ใจเต้นไม่เป็ส่ำจนวิ่งหนีออกมา ที่ผ่านมาเมื่อก่อนจะแต่งงาน ครั้งที่ทำกับสตรียังเคยไม่เขินอายเช่นนี้มาก่อน
เสียนฟ่างอาบน้ำขัดตัวนอนแช่จนเพลินแทบจะหลับไป เข้าใจว่าใช้เวลาไม่นานมากเมื่อแต่งตัวกลับออกมาแล้ว พบว่าเซียถิงนอนหลับไปแล้ว บนโต้ะที่กลางห้องมีป้านสุราวางอยู่หลายป้าน ดูเหมือนว่าระหว่างที่เสียนฟ่างกำลังอาบน้ำเซียถิงน่าจะดื่มสุราจนหลับไป
เสียงบอกเวลาเคาะไม้ที่ด้านนอกเพิ่งจะต้นยามห้าย (21.00 - 22.59 น.) เสียนฟ่างหลังจากอาบน้ำเสร็จรู้สึกสดชื่นขึ้นมาก กลับยังไม่รู้สึกง่วงนอน ที่หน้าเรือนนอนมีสวนขนาดเล็กมีต้นบ๊วยสูงเลยหลังคาไปเล็กน้อย ใบไม้เริ่มเปลี่ยนเป็สีแดง บ้างกำลังล่วงหล่นจากลำต้น ที่ใต้ต้นไม้วางไว้ด้วยโต้ะเก้าอี้ชุดหนึ่ง
“คุณชาย ท่านยังไม่นอน” อาเป่ากลับมาจากเรือนคนคุ้มกันแล้ว ทราบว่าเสียนฟ่างกำลังอาบน้ำจึงนอนเฝ้าเสียนเฉิงอยู่ที่หน้าเตียง เมื่อเสียนฟ่างกลับมาในห้องจึงรู้สึกตัวตื่น เดินเอามือปิดปากที่กำลังหาววอดติดตามเสียนฟ่างออกมาที่ด้านนอก
“ข้าอยากดื่มสุราอุ่น ๆ นั่งชมจันทร์สักหน่อย” เสียนฟ่างสวมเสื้อคลุมบางเบาทับเสื้อตัวในเอาไว้เท่านั้น อากาศภายนอกเริ่มเย็นแล้ว หากได้ดื่มสุราอุ่น ๆ ก่อนนอนคงจะดีไม่น้อย ลูกหลานชนชั้นสูงในฉางอานรู้จักดื่มสุราั้แ่อายุไม่ครบสิบห้าปี สำหรับเสียนฟ่างการดื่มสุราเป็เพียงการผ่อนคลายประเภทหนึ่งเท่านั้น
“บ่าวจะไปดูที่ด้านในครัวนะขอรับ” อาเป่ากล่าวก่อนที่รีบรุดออกไปดูสุราที่ด้านนอก
ต้นเดือนสิบแล้ว ทางภาคเหนือของจงหยวนหิมะเริ่มตกมาได้หลายวันแล้ว อากาศหนาวเพิ่งจะเริ่มคุกคามลงมาทางใต้ ด้านใต้แม่น้ำแยงซีอย่างเจียงหนาน หิมะจะเริ่มตกราวปลายเดือนสิบหรือว่าต้นเดือนสิบเอ็ด จากนั้นจะตกยาวไปจนถึงราวเดือนสามของปีใหม่ หากเสร็จเื่ทางนี้ การจะกลับไปที่ฉางอานคงต้องรีบก่อนที่จะเข้าสู่เดือนสิบเอ็ดไม่เช่นนั้นอากาศจะหนาวเย็นเกินไปที่จะเดินทางไกล ที่ฉางอานเมืองหลวงเวลานี้คงเริ่มมีหิมะโปรยปรายบ้างแล้ว
ท้องฟ้ายามค่ำคืนของเมืองเหยียนเฉิงแทบไม่มีเมฆ แสงจันทร์สาดส่องจนไม่จำเป็ต้องจุดโคม บ่าวของเสียนฟ่างหายไปไม่นานก็นำสุราอุ่นส่งกลิ่นหอมแรงค่อย ๆ เดินเข้ามา หากแต่สีหน้าของอาเป่าคล้ายประสบเหตุไม่คาดหมายอันใดจึงดูขาวซีดไปบ้าง
“ไปเอาสุราแค่นี้ หรือว่าโดนปีศาจที่ใดโผล่ออกมาถึงได้ทำหน้าตาเช่นนี้” เสียนฟ่างสัพยอก
“ยิ่งกว่าผีอีกขอรับ บ่าวเข้าไปที่โรงครัวพออุ่นสุราได้ที่ กำลังจะนำมาให้คุณชาย อยู่ ๆ คุณชายหยางก็โผล่พรวดพราดออกมา ไม่พูดไม่จา ยัดกระดาษแผ่นหนึ่งให้บ่าวแล้วก็หนีหายไปทันที” อาเป่าไม่โง่งมทราบว่ากระดาษที่หยางหลิงฉียัดใส่มือมาให้คงมิใช่จดหมายบอกรักตนเองเป็แน่ คงต้องมีส่วนเกี่ยวของกับเสียนฟ่าง หากแต่หยางหลิงฉีโผล่มาในความมืดไม่ให้สุ่มเสียงจึงใ รีบเอากระดาษแผ่นนั้นส่งให้กับเสียนฟ่าง ก่อนที่จะรินสุราให้
สุราที่นำมาส่งกลิ่นหอมไปทั่วยิ่งได้รับการอุ่น กลิ่นยิ่งรัญจวนไปไกล สีสุราดั่งอำพัน เสียนฟ่างยกขึ้นดื่ม รสสุราไม่บาดคอเมื่อดื่มลงไปความรู้สึกอุ่นวาบค่อย ๆ ผ่านลงไปจากลำคอจนรู้สึกอบอุ่นไปทั่วร่างกาย สุราซีเฟิงเป็สุรามีชื่อของฉางอานรสไม่ร้อนแรงมากนิยมดื่มในหน้าหนาวป้องกันหวัด คลายปวดเหมื่อยร่างกาย คิดไม่ถึงอาเป่าอุตส่าห์เข้าครัวไปหาสุรายังคงหยิบสุราจากเมืองฉางอานมาจนได้ สุรามีชื่อของเจียงหนานสมควรมีรสสุภาพลุ่มลึกดังนิสัยใจคอของคนภาคใต้ที่มีบุคลิคอย่างผู้มีการศึกษาวางตัวอย่างบัณฑิต อย่างเช่นสุราหยางเหอต้าชวู ที่มีรสชาติหวานลุ่มลึกหากแต่ร้อนแรงเมื่อดื่มลงไป
อาเป่าเพิ่งอายุสิบห้าเป็บ่าวรับใช้ย่อมไม่รู้จักสุราดีอันใด เห็นสุราซีเฟิงส่งกลิ่นหอมจึงเลือกมาให้กับเสียนฟ่าง จดหมายที่หยางหลิงฉีแอบมอบให้กับอาเป่า เสียนฟ่างอ่านทำความเข้าใจอยู่ถึงสองรอบ จึงให้อาเป่านำเทียนมาจุด ก่อนจะเผาทิ้งไปกับมือ ข้อความมีไม่กี่ตัวอักษรหากแต่ยังคงสำคัญอย่างยิ่ง ข้อมูลที่ได้มานี้นับว่าเป็ประโยชน์ต่อเสียนฟ่างสำหรับงานเลี้ยงน้ำชาที่บ้านของอู๋เฉิงจี้ในวันพรุ่งนี้อย่างยิ่ง เสียดายที่เซียถิงดันหลับไปเสียก่อนไม่เช่นนั้น เซียถิงที่รู้เื่ภายในวังมากกว่าเสียนฟ่างอาจจะมีความคิดเห็นดี ๆ ก็เป็ได้
ที่เรือนรับรองพิเศษของโรงเตี๊ยมผ่านบูรพาห้อมล้อมด้วยกำแพงขาวกับสระบัว มีทางเดินเป็สะพานน้อยเพียงสายเดียว มีคนคุ้มกันยืนเฝ้าอยู่นับสิบคน ภายในห้องยังคงจุดโคมเอาไว้ ที่ด้านในมีคนราวสิบกว่าคนนั่งเรียงรายอยู่ในโถงขนาดไม่ใหญ่มากนัก
หลี่หลินฝู่นั่งอยู่ที่หัวแถวถัดลงไปเป็ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ไว้เคราสั้นแต่งกายรัดกุม ผิวสีดำแดงไม่คล้ายคนภาคกลาง หยางหลิงฉีกับอู๋ซั่วยู่นั่งห่างออกมาจนเกือบจะสุดแถว นอกจากนี้ยังมีผู้คนอีกหลายคนนั่งอยู่จนเต็มสองฝากรวมแล้วเกือบสิบคน ที่ตรงตำแหน่งประธานกลับนั่งไว้ด้วยเด็กหนุ่มที่เซียถิงเห็นไม่ไคร่ชัดเมื่อตอนกลางวัน ยังมีเด็กหนุ่มอีกคนยืนอยู่ทางด้านหลัง
“คุณชาย คนที่ลอบติดตามแม่ทัพเซียไม่พบเห็นสิ่งใดผิดปกติ พวกเขาเพียงออกไปเที่ยวเล่นที่ด้านนอกเท่านั้น ไม่พบเห็นว่าติดต่อกับผู้อื่น” ชายชราในชุดเหลืองเสียงแหบแห้งผู้หนึ่งกล่าว
เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ในที่นั่งสูงกว่าผู้ใดเหลือบตามองไปยังหลี่หลินฝู่แวบหนึ่งคล้าย้าให้หลี่หลินฝู่ แสดงความเห็น
“พวกเรามาที่เมืองเหยียนเฉิง สมควรที่ทางด้านนั้นจะไม่ทราบ สกุลเซียมีท่าทีเป็กลางก็จริงอยู่ หากแต่การที่แม่ทัพเซียมาที่เมืองเหยียนเฉิงเช่นกัน เป็เื่บังเอิญจนเกินไป จะอย่างไรคงต้องระวังเอาไว้บ้าง ก่อนที่คุณชายจะกลับยังคงต้องส่งคนลอบติดตามต่อไป” หลี่หลินฝู่กล่าว
ชายชราในชุดเหลืองคล้ายไม่เห็นด้วยแต่ยังคงตกปากรับคำ “แม่ทัพเซียมีฝีมือสูงเยี่ยม คนที่ส่งไปวันนี้ไม่ทันไรก็ถูกพบเห็น หากคนถูกจับได้ เกรงว่าจะยุ่งยากอยู่บ้าง ข้าจะลงมือเองก็แล้วกัน”
“คงต้องรบกวนแล้ว” เด็กหนุ่มกล่าว
หลี่หลินฝู่เห็นว่าเื่คนติดตามเซียถิงได้ข้อสรุปจึงกล่าว “คุณชาย วันพรุ่งนี้แม่ทัพเซียกับบุตรชายเจิ้นหนานโหว่จะไปที่ป่าไผ่ด้วยกับพวกเรา แม่ทัพเซียเคยเห็นคุณชายมาก่อน ต่อให้ไม่แน่ใจแต่อาจจะสะกิดความสงสัย ข้าคิดว่า”
เด็กหนุ่มโบกมือไม่ให้หลี่หลินฝู่กล่าวต่อ “บัณฑิตหลีกังวลเกินไปแล้ว เซียถิงเคยเจอข้าไม่กี่ครั้ง ทั้งยังเป็เื่เมื่อหลายปีมาแล้ว อีกอย่างงานเลี้ยงพรุ่งนี้เป็ท่านออกหน้า ข้าเพียงติดตามไปด้วย คงกลบเกลื่อนไปได้เช่นวันนี้”
“ความจริง บัณฑิตอู๋ไม่น่าออกปากเชื้อเชิญผู้อื่นไปด้วยเช่นนั้นก็คงไม่ต้องยุ่งยากเช่นนี้” หยางหลิงฉีอดกล่าวแทรกขึ้นมาเบา ๆ มิได้ มิคาดว่าพอกล่าวจบสายตาของคนทั้งห้องกลับจดจ้องมาที่ตนแต่เพียงผู้เดียว
“หลิงฉี อย่าได้เสียมารยาท บัณฑิตอู๋รอบรู้กว้างขวาง แผนการของเราในคราวนี้เป็ผลงานของเขากว่าครึ่ง ไม่แน่ว่าบัณฑิตอู๋มีแผนการในใจ จึงจงใจเชิญทั้งสองคนนั้นไปในวันพรุ่งนี้”
“ขออภัยคุณชาย เป็ข้ากล่าวผิดไป” หยางหลิงฉีกลับคิดว่าที่อู๋เฉิงจี้เชื้อเชิญไปในวันพรุ่งนี้ไม่แน่ว่าตั้งใจให้เป็เซียถิงไปด้วย เห็นชัด ๆ ว่าติดตาต้องใจสหายของเขาเสียนฟ่างต่างหาก แต่ว่าความคิดนี้ไหนเลยกล่าวออกไปได้
คนในเรือนรับรองพิเศษยังคงสนทนากันอยู่ ในอีกฝากหนึ่งที่เรือนพักด้านทิศใต้ เสียนฟ่างดื่มสุราไปจนเกือบจะหมดกาแล้วรู้สึกมึนเมาอยู่บ้างแต่อากาศที่ด้านนอกยังไม่หนาวมากนักกลับรู้สึกเย็นสบายยิ่ง หลังจากไล่ให้อาเป่ากลับเข้าไปนอนแล้ว เมื่ออยู่คนเดียวยิ่งรู้สึกครึ้มใจจึงฮัมเพลงที่ตัวเองรู้จักออกมาเบา ๆ
เสียงของเสียนฟ่างไม่ได้ดังมากนัก หากแต่คำคืนป่านนี้แล้ว ภายนอกเงียบสงัดประกอบกับในหน้าหนาว เสียงยิ่งดังไปไกลกว่าปกติมากกว่าที่เสียนฟ่างคิดเอาไว้ เพลงที่ฮัมออกมากังวานอย่างแ่เบาไปจนทั่วทั้งโรงเตี๊ยม เนื้อเพลงไพเราะจับใจ ไม่เคยมีใครได้ยินเนื้อร้องนี้มาก่อน ท่วงทำนองไม่คล้ายท่วงทำนองที่ผู้คนเคยรู้จัก น้ำเสียงของของเสียนฟ่างยังมีสำเนียงของเด็กหนุ่มอยู่ไม่น้อย ยิ่งทำให้เมื่อสดับฟังแล้วไพเราะแปลกหูยิ่งนัก
เซียถิงหลับไปนานแล้ว หากเสียงเพลงแปลกประหลาดกลับดังแว่วอยู่ในความฝัน คนที่เซียถิงเห็นในความฝันกำลังยิ้มอย่างสดใส รูปร่างผอมบางในชุดสีขาวใบหน้าดูคุ้นเคยกำลังวิ่งเข้าสู่อ้อมอกของเซียถิง ใบหน้าลางเลือนใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เซียถิง กางสองแขนโอบรับร่างบางเข้าสู่อ้อมอก คนในอ้อมแขนนี้มิใช่เสียนฟ่างยังจะเป็ผู้ใด “คือเธอ คือเธอ ในฝันที่พบนั้นก็คือเธอ” เป็เสียงที่เซียถิงได้ยินก่อนที่จะล่วงสู่ฝันอันหอมหวานตลอดคืน