ผ่านไป 3 วัน…
ปี๊บ… ผลการพิจารณาคดีเป็ที่สิ้นสุดแล้ว ผู้ร่วมาชนเผ่าแมวป่าหมายเลข 1,567,215 เป็ผู้บริสุทธิ์ เพื่อชดเชยระยะเวลาที่สูญเสียไป 3 วัน ทางเราจะมอบน้ำยาเพิ่มค่าฝึกฝน 2 เท่า ระยะเวลา 3 วัน ให้ท่าน 1 ขวด และฟื้นฟูร่างกายของท่านให้กลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ทันที
ไทที่กำลังหลับๆตื่นๆอย่างเบื่อหน่ายได้ยินเสียงนี้ก็เหมือนเสียง์ เขาเบื่อมากที่ติดแหง็กขยับไปไหนไม่ได้มา 3 วันแล้ว แต่ก็โชคดีอย่างที่พอระบบทำการแช่แข็งร่างกายไว้ ความเสียหายจากแขนที่ขาดของเขาก็หยุดตามไปด้วย ทำให้เขาไม่ต้องเปลืองน้ำยาฟื้นฟูทองแดงไปรักษามันแต่อย่างใด และเมื่อผลการพิจารณาคดีสิ้นสุด ระบบยังรักษาร่างกายไบโอโรบอทให้เขาฟรีๆอีกด้วย นี่ถือเป็โชคสองชั้นเลยทีเดียว
“เฮ้อ รอดเสียที” ไทถอนใจออกมาอย่างโล่งอก ยังรู้สึกดีที่าครั้งนี้มีความยุติธรรม ไม่เหมือนบางที่ที่เขาจากมา แค่มีเงินก็เปลี่ยนจากฝ่ายผิดเป็ฝ่ายถูกได้แล้ว หรือไม่ก็ทำให้ตัวเองล่องหนหายไปตามจับไม่ได้อย่างง่ายดาย
ครั้งนี้เขาก็ไม่ได้เป็ฝ่ายเริ่มก่อน จู่ๆถูกจับแช่แข็งไว้ถึง 3 วันนี่มันก็น่าโมโหและน่าเบื่อใช้ได้เหมือนกัน
“แล้วจะทำอย่างไรต่อไปดี” ไทต้องคิดอย่างหนัก
เขาพยายามติดต่อปื๊ดไปแล้ว แต่ก็เงียบ ไทเข้าใจว่าปื๊ดน่าจะกำลังติดธุระอะไรบางอย่าง เขาจึงต้องช่วยเหลือตนเองก่อน
ความจริงก็ไม่ผิดนัก ปื๊ดกำลังติดบางอย่างจริงๆ
กำลังติดเลียขนมแมวเลียเพื่อรอยานอวกาศเสร็จอยู่
ถ้าไทรู้ความจริงข้อนี้คงของขึ้นไม่ใช่น้อย
กลับมาที่ความคิดของไท ตอนนี้เขามีทักษะโจมตีแล้ว แต่มันกลับใช้โจมตีใครไม่ได้เลย หมัดอสูรครางบ้าอะไร เรียกหมัด Happy ดีกว่าไหม ชก 10 ครั้งขึ้น์ แถมเรียนทักษะอื่นไม่ได้อีก แม่งเอ๊ย...
หลังจากหงุดหงิดฟึดฟัดอยู่พักหนึ่ง ไทก็ค่อยๆตั้งสติ
ใจเย็นๆ คิดสิคิด จุดเด่นเรายังมีอะไร จุดด้อยมีอะไร
จุดเด่นคือ ตอนนี้ไทน่าจะเป็แท๊งค์ที่ทรงพลังที่สุดบนดาวดวงนี้ ด้วยพลังป้องกันระดับเงินขั้นต้น ทั้งการป้องกันกายภาพและการป้องกันเวทย์มนต์ ไหนจะความเร็วสูงถึงระดับเงินขั้นต้นอีก ไทมั่นใจว่าบนดาวดวงนี้ มีเฉพาะผู้เข้าร่วมาระดับแนวหน้าเท่านั้นที่พอจะสังหารเขาได้ ส่วนอสูรทั้งดาวดวงนี้ ไม่น่าจะมีอสูรตัวไหนมีความสามารถพอที่จะสังหารเขาได้อีกแล้ว
ต่อให้เขาเดินอาดๆไปให้พวกมันรุม ก็ยังไม่ได้รับความเสียหาย
แต่จะให้ไปเก็บค่าฝึกฝนเพื่อเพิ่มระดับ เขาก็ไม่สามารถทำได้เช่นกัน เพราะเขาฆ่าอสูรไม่ได้ จะให้อสูรตายต้องชก 100 หมัด อสูรที่ไหนจะมายืนให้เขาชกถึง 100 ครั้ง และกว่าจะชกครบ 100 ครั้ง ไม่ปาไปเป็ 10 นาทีรึ
แถมเพลงหมัดนี้ กระบวนท่าอะไรก็ไม่มี เล่นผสานเข้ากับการโจมตีของเขาอย่างเดียวนี่มันไม่น่าเรียกว่าเพลงหมัดได้เลยนะ น่าจะเรียกว่าทักษะไร้ประโยชน์ถึงที่สุดมากกว่า แถมยังทำให้เขาเรียนทักษะอื่นไม่ได้อีก
อ๊าก… มันน่าโมโหที่สุดเล้ย!!...
เดี๋ยวๆ หลุดอีกละ ตั้งสติก่อนๆ
ไทรีบปลอบตัวเอง ก่อนคิดขึ้นว่าถ้าการเพิ่มค่าฝึกฝนมันทำได้ลำบาก ก็เปลี่ยนไปหาอย่างอื่นทำชั่วคราวจนกว่าปื๊ดจะช่วยหาทางแก้ไขได้ละกัน
ตอนนี้เขามีเป้าหมายที่อยากทำคือ เก็บสมุนไพรเพื่อเอามาผลิตยาฟื้นฟูและยาอื่นๆ ถ้าโชคดีเขาอาจคิดวิธีแก้ปัญหาของเขาจากยาพวกนี้ได้
ไทคิดได้ดังนั้น ก็เปิดระบบกูรู้หาข้อมูลของสมุนไพรที่้าทันที
ทันใดนั้นเขาก็ไปเตะตากับข้อมูลอย่างหนึ่งบนระบบกูรู้
“สวนสมุนไพรร้างรึ” ไทเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย มันจะยังมีสมุนไพรหลงเหลืออยู่ให้เขาเก็บไหมนะ
สวนสมุนไพรร้างนี้ เป็สวนสมุนไพรของเมืองเมืองหนึ่งของชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งเป็เมืองเมืองเดียวกับที่ลูกน้องอันธพาลบอกเขาไว้ว่าถนนเส้นที่ผ่านช่องเขาสามารถใช้เดินทางไปถึงได้ ระยะทางจากบริเวณที่เขาอยู่ไม่ไกลจากเมืองนัก ใช้เวลาประมาณ 1 วันเดินทาง ไทจึงตัดสินใจลองไปเสี่ยงดู
บางทีอาจจะมีเหลือสมุนไพรระดับล่างๆอยู่ เพราะอย่างใบพลังปฐี ก็เป็สมุนไพรที่ไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรนัก อาจจะยังไม่ถูกเก็บไปก็ได้
ไทคิดได้อย่างนั้นก็เริ่มออกเดินทาง…
ณ ย่านอาคารเก่าแห่งหนึ่งในเมืองเฟิร์สสตาร์ ย่านนี้เป็ย่านเสื่อมโทรมของเมืองที่รวบรวมธุรกิจใต้ดินของผู้ร่วมาเอาไว้ทั้งหมดทุกเผ่า เป็สถานที่ที่เต็มไปด้วยสิ่งผิดกฏหมาย เหล้า ยา บุหรี่ การพนัน ซ่อง รวมไปถึงธุรกิจอีกอย่างหนึ่งที่เฟื่องฟูมากในาครั้งนี้ คือ นักฆ่า
โกรธใคร เกลียดใคร ฆ่าเองไม่ได้ ขอแค่มีเงิน ก็มีคนพร้อมจะไปจัดการให้
ที่นี่เป็ที่ตั้งของสมาคมนักฆ่าจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือสมาคมนักฆ่าจิ้งจอกปีศาจ
ปัง…
เสียงทุบโต๊ะดังสนั่น โต๊ะถึงกับปริร้าวทั้งตัว ก่อนจะทรุดครืนลงไปเป็เศษไม้
“ใคร ใครมันกล้าสังหารคู่รักสไมล์ลี่ของพวกเราไป” ชายหนุ่มคนที่ทุบโต๊ะะโลั่นด้วยความหัวเสีย จิตสังหารของเขาแผ่ออกมาจากตัวอย่างรุนแรงจนลูกน้องที่อยู่ในห้องถึงกับตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
ชายหนุ่มคนนี้ชื่อว่าจอห์น เขาเป็หัวหน้าใหญ่ของสมาคมนักฆ่าจิ้งจอกปีศาจ ถึงสมาคมนักฆ่าจิ้งจอกปีศาจจะไม่ได้เป็สมาคมที่ใหญ่นัก มีสมาชิกอยู่ราว 500 คนเท่านั้น แต่สมาคมของเขาก็ขึ้นชื่อมากในการลอบสังหาร ที่ผ่านมาพวกเขาสามารถสังหารผู้ร่วมาระดับเหล็กขั้นกลางไปได้แล้วหลายคน ทำให้มีชื่อเสียงโด่งดัง โดยเฉพาะนักฆ่า 20 อันดับแรกของสมาคมถือว่ามีฝีมืออยู่ในระดับหัวกะทิ สั่งการไปครั้งใดไม่เคยต้องผิดหวัง
แต่เมื่อสักครู่นี้มีคนเข้ามาแจ้งข่าวว่า คู่รักสไมล์ลี่ 1 ใน 20 นักฆ่าชั้นยอดของสมาคมเขาถูกสังหารไปแล้วทั้งคู่ นี่ก็เป็เื่ที่ทำให้ชายหนุ่มโกรธมาก และที่ต้องโกรธยิ่งกว่าคือ มุรามาสะ ดาบต้องสาปที่เป็ 1 ในอาวุธประจำสมาคมต้องสูญหายไปด้วย
สมาคมนักฆ่าจิ้งจอกปีศาจ มีอาวุธต้องสาปอยู่ทั้งหมด 20 ชิ้น ส่งมอบให้นักฆ่าชั้นยอด 20 อันดับแรกเก็บไว้ใช้งานเพื่อจะได้สังหารเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ตอนนี้ 1 ในอาวุธนั่นกลับถูกชิงไปโดยใครก็ไม่รู้
“เห็นว่าคนที่สังหารคู่รักสไมล์ลี่ เป็ผู้ร่วมาระดับตะกั่วขั้น 6 ครับ” ลูกน้องคนที่มารายงานพูดด้วยเสียงสั่นเทาด้วยความกลัว
“ระดับตะกั่วขั้น 6 นี่มันจะเป็ไปได้ยังไง คู่รักสไมล์ลี่มีระดับเหล็กขั้น 3 จะถูกไอ้ไก่อ่อนแบบนี้ฆ่าได้ยังไง พวกแกรีบไปสืบข้อมูลมาใหม่เดี๋ยวนี้” จอห์นสั่งลูกน้องของมันด้วยความโกรธ คำพูดแบบนี้ ใครจะเชื่อ
ความแตกต่างกันทั้งระดับและขั้นไม่ใช่จะเอาอะไรมาถมได้ง่ายๆ
“ให้ข้าไปดูลาดเลาให้มั้ย” หญิงสาวคนหนึ่งเดินนวยนาดมา เธอมีผมสีแดง ใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นเปิดเผยส่วนเว้าส่วนโค้งไปทั้งตัว
“ส่งเธอไปชั้นว่า เื่มันจะยุ่งกว่าเดิมนะโรส เดี๋ยวเธอก็มัวแต่ไปกินตับเหยื่อ กว่าจะเสร็จงานก็อีกนาน ชั้นว่างานนี้ชั้นไปเองดีกว่า เผื่อจะได้อะไรติดไม้ติดมือมาบ้าง” ชายหนุ่มอีกคนเดินออกมาห้ามปรามพร้อมอาสาเป็ผู้ไปจัดการเื่นี้เอง
“เบลล่า แกไม่ต้องเสนอหน้าเลย แกกับชั้นมันต่างกันตรงไหน ขี้คร้านจะไปหลงเสน่ห์เหยื่อตามป้อนข้าวป้อนน้ำล่ะไม่ว่า” หญิงสาวที่ชื่อโรสสวนกลับมาทันทีอย่างไม่ยอมกัน
หญิงสาวคนแรกชื่อว่าโรส เป็มือสังหารอันดับที่ 19 ของสมาคม ส่วนชายหนุ่มที่มาขัดจังหวะเป็ชายไม่แท้ชื่อว่าเบลล่า เป็มือสังหารอันดับที่ 20 ของสมาคม
“พอๆ ให้แกทั้งสองคนไปไม่ได้เื่แน่ ข้าไปเอง” ชายหนุ่มอีกคนปรากฏกายขึ้น เขาเป็ชายร่างผอมสูง สูงถึง 190 เิเ แต่ทั้งตัวกลับดูบางราวกับกระดาษที่พร้อมจะปลิวไปได้ตลอดเวลา
“เปเปอร์รึ ถ้าอย่างนั้นฝากแกด้วยละกัน” จอห์นเห็นชายผอมสูงอาสา ก็มอบหมายงานให้ทันที
“ชิ แย่งงานง่ายๆจากพวกเราไปอีกละ” ทั้งโรสกับเบลล่าบ่นออกมาอย่างไม่พอใจ
ชายหนุ่มที่ชื่อเปเปอร์ เป็นักฆ่าอันดับที่ 15 ของสมาคม มีฝีมือไม่ธรรมดา พลังของเขาอยู่ในระดับเหล็กขั้น 6 แล้ว ที่ผ่านมาเคยสังหารผู้เล่นระดับเหล็กขั้นสูงมาแล้วหลายคน
ชายผอมสูงเดินผ่านสาวแท้และไม่แท้ออกไปอย่างไม่สนใจ ทำเอาทั้งสองคนถึงกับกระฟัดกระเฟียดหงุดหงิดเดินกลับเข้าห้องของตนเองไป
“คอยดูเถอะ ใครที่มันกล้ามาแหย่สมาคมนักฆ่าของข้า มันต้องเจอดี” จอห์นพูดด้วยความโกรธเกรี้ยว
ณ ยานอวกาศรุ่น 69 อันแสนทันสมัยของซีซาร์
“ว่าอะไรนะ ทำงานพลาด” ซีซาร์ะโเสียงดังลั่นออกมาจากห้องส่วนตัวของเขา
“นี่ข้าอุตส่าห์ลงทุนเดินทางไปลบข้อมูลจากยานอวกาศของนังปื๊ดมันด้วยตัวเอง พวกแกยังปล่อยให้งานนี้พลาดอีกรึ ทำไมพวกแกไร้ความสามารถอย่างนี้” ซีซาร์ยังคงะโด่าอย่างต่อเนื่องไปในจอภาพ ฝั่งตรงข้ามเป็ทนายและโจทก์ฝั่งเผ่าพันธุ์จิ้งจอกที่ร่วมกันฟ้องร้องปื๊ด
“อะไรนะ จะขอเงิน 300,000 เครดิตเป็ค่าเหนื่อย นี่พวกแกทำงานพลาดแล้วยังกล้าหน้าด้านมาขอเงินจากข้าอีกรึ” เสียงซีซาร์ยังคงดังขึ้นอีกครั้งด้วยความโมโห
“พวกแกจะไม่ได้อะไรจากข้าไปแม้แต่เครดิตเดียว เชิญไปเอาตัวรอดเอาเอง” พูดจบซีซาร์ก็กดตัดการติดต่อทันที
มันเดินออกมาจากห้อง หน้าห้องของซีซาร์มีคนรับใช้คนสนิทยืนนิ่งอยู่ด้านข้าง พอเห็นคนรับใช้ ซีซาร์ก็สั่งงานทันที
“ไปเก็บไอ้สามคนนั้น ทำลายหลักฐาน อย่าให้สาวมาถึงพวกเราได้”
“ขอรับ นายท่าน” คนรับใช้รับคำสั่งก่อนก้มหัวเดินออกไป
ครั้งนี้ซีซาร์โกรธมาก จะให้ไม่โกรธได้อย่างไร เขาอุตส่าห์ขอให้จักรพรรดิ์อีกสามคนชลอการเข้าโจมตีบอสของดวงดาวเพราะจะมาจัดการปื๊ดก่อน แต่ไม่คาดคิดว่าไอ้จิ้งจอกไร้ประโยชน์สามตัวนั่นจะทำงานพลาด ทำให้ปื๊ดหลุดรอดไปได้ นี่ไม่เท่ากับเขาเสียหน้าให้กับจักรพรรดิ์ที่เหลืออย่างแรงเลยรึยังไง
แต่อย่างไรก็ตาม ถึงซีซาร์จะไม่ขอชลอการโจมตีบอสของดวงดาวออกไป พวกเขาก็ยังไม่พร้อมจะโจมตีมันอยู่ดี จากข้อมูลที่ซีซาร์ได้มา บอสของดาวดวงแรกเป็สไลม์ มันไม่ใช่สไลม์ทั่วไป มันสามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็วโดยการกินร่างของผู้เข้าร่วมาเข้าไป แล้วไม่รู้ว่าไอ้บ้ากลุ่มไหนหาญกล้าเข้าไปสู้กับมันและแพ้มาอย่างยับเยิน ทำให้ตอนนี้บอสสไลม์ตัวนี้มีลูกฝูงอยู่กว่าหนึ่งพันตัว แต่ละตัวอยู่ในระดับเหล็กขั้นปลายทั้งหมด ส่วนตัวบอสอยู่ในระดับทองแดงขั้นต้นเลยทีเดียว
แต่การจัดการมันก็ใช่ว่าจะไม่มี สไลม์เหล่านี้มีจุดอ่อนคือไฟ ตอนนี้พวกเขาสี่จักรพรรดิ์กำลังรวบรวมผู้เล่นธาตุไฟ จอมเวทย์ธาตุไฟ และอาวุธธาตุไฟจำนวนมากเพื่อเตรียมต่อสู้กับบอส
“แก นังปื๊ด ครั้งนี้รอดตัวไปได้ ครั้งหน้าแกจะต้องไม่รอดแน่” ซีซาร์พูดพร้อมขบฟันด้วยความโกรธเกรี้ยว ก่อนเดินกลับเข้าห้องไป…
กลับมาที่ไท เขากำลังเดินทางไปยังสวนสมุนไพรร้าง ตั้งใจว่าระหว่างทางหากเจออสูรตัวไหน เขาก็จะเข้าไปทดลองทักษะของเขาดู
ตอนนี้ข้างหน้าเขาเป็อสูรกระทิงขนาดใหญ่ มันมีขนาดใหญ่กว่าอสูรแรดศิลาหรืออสูรคชสารอัคคีเสียอีก อสูรกระทิงตัวนี้มีความสูงถึง 3.50 เมตร มีชื่อเรียกว่า “อสูรวัวคลั่ง” เป็อสูรระดับตะกั่วขั้น 9
ความจริงไทจะหลีกเลี่ยงการต่อสู้กับอสูรวัวคลั่งตัวนี้ก็ได้ ด้วยความเร็วระดับเงินขั้นต้นของเขา อสูรวัวคลั่งไม่มีทางตามทัน แต่ไทอยากรู้ว่าหมัดอสูรครางของเขาจะมีผลยังไงบ้าง จึงเลือกจะลองต่อสู้ดูสักครั้ง
อสูรวัวคลั่งก็สมชื่อ มันคือวัวที่กำลังบ้าคลั่ง พร้อมจะโจมตีทุกอย่างที่มันเห็นว่าขัดหูขัดตา
มันกำลังเอาเท้าตะกุยดินอยู่ครืดๆ เพื่อเตรียมพุ่งเข้าชน พอได้ที่มันก็พุ่งเข้ามาใส่ไทเต็มแรง
ไทมองการโจมตีของอสูรวัวคลั่งเหมือนภาพสโลว์โมชั่น ด้วยความเร็วระดับเงินขั้นต้นช่างต่างจากอสูรวัวคลั่งที่มีความเร็วระดับตะกั่วขั้นปลายยิ่งนัก
พอใกล้ถึงจุดปะทะ ไทแค่เบี่ยงตัวหลบอย่างง่ายๆ ก่อนเหวี่ยงหมัดเข้ากกหูของวัวคลั่งอย่างจัง
เปรี้ยง…
ร่างของอสูรวัวคลั่งที่หนักถึง 6 ตัน ลอยกระเด็นออกไปอย่างรุนแรงราวกับถูกรถสิบแปดล้อพุ่งชน มันกระเด็นกระดอนกลิ้งไปอย่างไม่มีหลักก่อนไปตกนอนนิ่งห่างจากตัวไทราว 20 เมตร
ปี๊บ… ค่าฝึกฝนทักษะหมัดอสูรครางเพิ่มขึ้น 1 หน่วย
“การโจมตีปกติมันก็ยังได้ผลนี่นา” ไทยิ้มกับตัวเองอย่างยินดี เขายังสามารถโจมตีอสูรวัวคลั่งทีเดียวตายได้เหมือนเดิม แต่เื่ค่าฝึกฝนนี่มันจะขี้เหนียวไปหน่อยไหม ชกอสูรเต็มๆแต่ได้ค่าฝึกฝนหน่วยเดียว
แต่ไทลืมคิดไปว่า หมัดอสูรครางของเขาเป็ถึงทักษะระดับทองคำขาวขั้นต้น มาชกอสูรระดับตะกั่วขั้นปลายแล้วได้ค่าฝึกฝนที่จริงก็ควรจะดีใจได้แล้ว
ทันใดนั้นไทก็สังเกตุเห็นอะไรอย่างหนึ่ง
ทำไมระบบไม่แจ้งว่าเขาสังหารอสูรวัวคลั่งไปแล้ว
ทันใดนั้นวัวคลั่งที่นอนนิ่งอยู่ก็สะบัดหัวครั้งสองครั้ง ก่อนลุกขึ้นมาอย่างงงๆ
มันมองไทด้วยสายตาแปลกๆ
“ห๊ะ… ไม่เป็อะไรเลย” ไทถึงกับทำหน้าเหวอ นี่หมัดของเขาไม่ได้ผลเลยอย่างนั้นรึ
ไทเห็นดังนั้นก็ลองอีกครั้งหนึ่ง
ครั้งนี้เข้าพุ่งเข้าใส่มันด้วยตัวเองพร้อมกับชกไปเต็มแรง
ปัง…
อสูรวัวคลั่งถึงกับเซแท่ดๆไปตามแรงชกของไท แต่ทว่า...
เอ๊ะ นั่น…
ถ้าสายตาของไทมองไม่ผิด มันกำลังยิ้มด้วยสีหน้าสุดฟินราวกับกำลังมีความสุขอย่างมหาศาลที่ไทชกมัน
“ม่าย…” ไทอุทานด้วยความสิ้นหวัง พร้อมทรุดลงนั่ง หมัดของเขามันไม่มีผลกับคนอื่นอีกแล้ว หลังจากนี้เขาจะสู้านี้ได้อย่างไร
วัวคลั่งที่โดนเขาชกไปสองหมัด แทนที่มันจะเดินหนีไปไกล พอมันเห็นไทนั่งลง มันกลับเดินมาข้างหน้าไท พร้อมกับเอาเขามาดุนๆหมัดของไท ราวกับจะบอกว่า ชกอีกสิ ชกชั้นอีกสิ ขออีกทีก็ยังดี
ไทเห็นท่าทางของมันก็ถึงกับกระอักเืออกมา มีอย่างที่ไหน อสูรเอาเขาของมันมาเขี่ยๆหมัดเขาเพื่อให้ชกมันอีก
ไหนมันถูกเรียกว่าอสูรวั่วคลั่งฟะ ไอ้ท่าทางตอนนี้มันคลั่งตรงไหน เล่นมาสะกิดเขายังกับลูกสุนัขเชื่องๆ แถมยังทำท่าเหมือนจะให้เขาชกมันซ้ำอีก
“เอาวะ ไหนๆก็ไหนๆ ลองผลของมันให้สุดไปเลยละกัน มันยังมีผลที่ 7 หมัด 10 หมัด และ 100 หมัดอีก” ไทเห็นอสูรวัวคลั่งไม่หนีไป จึงตัดสินใจลุกขึ้นมาชกอสูรวัวคลั่งต่อ
ปักๆๆๆๆๆ…
หมัดซ้ายหมัดขวาของเขากระหน่ำเข้าไป
ทุกหมัดเ้าอสูรวัวคลั่งยิ้มฟินอย่างไม่มีความเ็ป มันไม่ถอยหนีไปไหนทั้งนั้น
ไทที่เห็นสีหน้าที่มีความสุขล้นของมันถึงกับขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเ็ปใจ
ในใจลึกๆอยากจะไปฆ่าไอ้คนที่ชื่อชายที่ให้ข้อมูลทักษะนี้มาอย่างมาก!!
เขาต่อยอสูรวัวคลั่งไปเรื่อยๆ พร้อมนับจำนวนหมัดไปด้วย
1.. 2.. 3.. 4.. … 7.. 8
พอถึงหมัดที่แปดเท่านั้น เ้าอสูรวัวคลั่งก็ร้องออกมาสุดเสียง
มอ…
ไทถึงกับหยุดชกด้วยความใ ตอนนี้ถ้ารวมกับสองหมัดแรกที่เขาชกไป ก็ครบ 10 หมัดพอดี
ทันใดนั้นไทก็สังเกตุเห็นว่าอสูรวัวคลั่งมันมีท่าทางแปลกๆ หน้าของมันแดงก่ำ ขาสั่น ตัวสั่นไปทั้งตัว
พรวด…
น้ำบางอย่างที่มีสีขาวข้นและเหม็นคาวพุ่งออกจากปิกาจู้ของมันจำนวนมากออกมานองเต็มพื้น เ้าวัวถึงกับทรุดลงอย่างหมดแรงที่จะยืน
“เชี่ยละ…” ไทอุทานเสียงดัง เขาะโหลบน้ำที่กระเด็นออกมาได้อย่างหวุดหวิด ถ้าโดนเข้าไปเขาคงต้องรู้สึกเป็เสนียดขา ต้องรีบหาแม่น้ำล้างขาของเขาเป็การเร่งด่วน สีหน้าของไทแสดงความรังเกียจและขยะแขยงออกมาอย่างมาก
ปี๊บ.. ท่านทำให้อสูรวัวคลั่งขึ้น์
“ขึ้น์ป๊ะเอ็งน่ะสิ” ไทสบถใส่คำเตือนจากระบบอย่างหัวเสีย มิน่าล่ะไอ้คนที่ชื่อชายมันถึงไปทำงานในร้านสปาท่านชายในบาร์เกย์สีม่วง แค่ชก 10 ที ลูกค้าก็ฟินไปเรียบร้อย
ความจริงหมัดอสูรครางของไทมีคุณสมบัติเหนือกว่าหมัดอสูรครางของคนที่ชื่อชายอย่างมาก หมัดอสูรครางของคนที่ชื่อชายต้องชกถึง 50 ครั้ง จึงจะส่งให้เป้าหมายของเขาขึ้น์ได้ ยิ่งถ้าจะทำให้หัวใจวายตายนี่ต้องชกถึง 500 ครั้งเลยทีเดียว
แต่หมัดอสูรครางของไทเป็หมัดอสูรครางแบบพิเศษ จึงใช้การชกเพียง 10 ครั้งก็ส่งเป้าหมายให้ขึ้น์ได้แล้ว ซึ่งไทไม่รู้ความจริงข้อนี้
และเขาไม่อยากจะรับรู้ด้วยโว้ย!!!
เขามองไปยังอสูรวัวคลั่งที่กับลังนอนยิ้มเผล่ ลิ้นยื่นออกมานอกปาก น้ำลายยืดไหลนอง ขาของมันสั่นลุกไม่ขึ้นได้แต่นอนนิ่งอยู่ข้างหน้าเขา ในใจไทรู้สึกหมั่นไส้ไอ้อสูรตัวนี้มาก
“อยากฟินนักใช่ไหม เดี๋ยวพ่อจะสอนให้รู้จักกับนรกของความสุข” ไทที่กำลังของขึ้นจึงเริ่มลงมือกระหน่ำชกอสูรวัวคลั่งตัวนี้ต่อทันที
ปักๆๆๆๆๆ…
มอ…
ปี๊บ.. ท่านทำให้อสูรวัวคลั่งขึ้น์
ทุกๆสิบหมัด อสูรวัวคลั่งที่น่าสงสาร (หรือเปล่า) ก็ต้องร้องออกมาด้วยความฟินขั้นสุด แต่ถึงระบบจะเตือนว่ามันขึ้น์ไปแล้ว ไทก็ไม่สนใจกระหน่ำชกมันต่อไปอย่างต่อเนื่อง
จนในที่สุดเขาก็ชกมันไปรวมแล้วครบ 90 หมัด
มอ…
ปี๊บ.. ท่านทำให้อสูรวัวคลั่งขึ้น์
พออสูรวัวคลั่งไปเยี่ยมเยียน์ครบครั้งที่ 9 มันก็เริ่มออกอาการแปลกๆ
มันร้องมอๆออกมาไม่หยุด พร้อมส่ายหน้า ราวกับพยายามบอกว่าพอแล้วๆ ไม่ไหวแล้ว มันพยายามลุกหนี แต่ทว่ามันไม่สามารถทำได้เพราะตอนนี้ทั้งร่างกายมันไม่มีแรงเหลือแม้แต่น้อย ยิ่งแรงจากขาไม่ต้องพูดถึง แค่จะยืนยังไม่มีแรง หัวใจของมันกำลังเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรงจากการสำลักความสุขที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
มีหรือไทจะสน
“ข้าบอกแล้ว ข้าจะทำให้รู้จัก “นรกของความสุข” จะให้หยุดทำไม” เขาบอกมันอย่างเืเย็น ก่อนลงมือต่อยมันต่อ
ปักๆๆๆๆๆ…
91.. 92.. 93.. … 97.. 98.. 99.. 100..
ม๊อ……
มอ… มอ… มอ...
เสียงร้องอุทานของวัวดังสนั่นกว่าทุกครั้ง ก่อนมันจะร้องออกมาอีกสามครั้ง ทุกครั้งค่อยๆเบาลงจนเหมือนจะไม่มีแรง ก่อนที่จะหยุดหายใจไป
ปี๊บ.. ท่านทำให้อสูรวัวคลั่งขึ้น์
ปี๊บ.. ท่านทำให้อสูรวัวคลั่งหัวใจวาย เสียชีวิต
“เป็ไงล่ะแก “นรกของความสุข” ฟินถึงใจไหม” ไทหันไปบอกกับร่างของอสูรวัวคลั่งอย่างสะใจทั้งๆที่เขารู้ว่ามันตายไปแล้ว แต่ก็ขอพูดซักหน่อยเถอะ
ไทมองไปที่ร่างของอสูรวัวคลั่งที่มีน้ำสีขาวนองเต็มพื้น กลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้งไปทั่วทำให้เขาถึงกับลังเล
นี่เขาควรจะเก็บเกี่ยวร่างของมันดีไหมนี่??
เขาต้องฝืนความน่าขยะแขยงจากไอ้น้ำนี่เพื่อเก็บเกี่ยวร่างกายของอสูรนี่จริงๆรึ??
ไทคิดไปคิดมาอยู่พักหนึ่ง ก็ตัดสินใจฝืนเก็บเกี่ยวร่างกายของอสูรวัวคลั่ง
ไทคิดว่า อีกหน่อยเขาก็ต้องฆ่าอสูรตัวอื่นด้วยวิธีนี้อยู่ดี ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องทำใจเก็บเกี่ยวอสูรตัวนี้ให้ได้!!
ไทเอามือซ้ายหนีบจมูกไว้ก่อนเอื้อมมือขวาไปสั่งเก็บเกี่ยวร่างกายของอสูรวัวคลั่ง
ครั้งนี้ไทได้รับเนื้อวัวคลั่ง 3 ตัน เืวัวคลั่ง 1,000 ลิตร เขาวัวคลั่ง 1 คู่ และกระดูกวัวคลั่ง 4 ชิ้น
ของที่ได้รับก็ไม่แตกต่างจากการล่าอสูรสี่ธาตุใน่แรก
น่าเสียดายที่เืของอสูรวัวคลั่งใช้ทำน้ำยาไม่ได้ แต่มันกลับใช้ทำอาหารได้
ทั้งลาบเื ก๋ยวเตี๋ยวเนื้อน้ำตก หรือข้าวกั๊นจิ๊น แหม่ พูดแล้วไทก็น้ำลายไหล
ว่าแล้วไทก็จัดลาบเืไปซะ 1 จาน
กระดูกวัวคลั่งเขาเอามาทำอาวุธแต่ก็ไม่ได้ของดีอะไร ส่วนเขาวัวต้องใช้จำนวนถึง 5 คู่ ถึงจะนำมาทำเครื่องประดับได้ ไทจึงเก็บมันเอาไว้ก่อน
หลังจากที่ไทจัดการอสูรวัวคลั่งไป เขาก็เดินทางต่อ ระหว่างทางก็ได้ลองทักษะนี้อีกครั้งหนึ่งกับอสูรวัวคลั่งตัวอื่น โดยลองใช้ดัมเบลทั้งขว้างและทุบดู ไทก็พบว่าการโจมตีของดัมเบลที่เคยได้เทียมทาน ตอนนี้มันใช้ได้แค่ทำให้เป้าหมายสลบเท่านั้น
ตีหัวอสูรวัวคลั่งไปนับสิบทีกะโหลกยังไม่ร้าวแม้แต่น้อย!!
แถมพออสูรวัวคลั่งสลบ ความสามารถในการชกให้ฟินจนขึ้น์ ก็จะไม่มีผล เพราะเป้าหมายสลบอยู่ ไม่สามารถรับรู้ความสุขได้
เขาต้องรอให้มันตื่นขึ้นมาก่อน ถึงจะจัดการมันได้ นี่มันเสียเวลามาก!!
ส่วนการโจมตีระยะไกลทั้งใช้หินขว้าง เตะข้าวของใส่ ก็ได้ผลเหมือนกันทั้งหมด!!
คือไม่สามารถโจมตีปกติใส่อสูรได้
หลังจากทดลองกับอสูรวัวคลั่งตัวที่สองจนรู้ความสามารถของตนเองแล้ว ไทก็ไม่สนใจจะต่อสู้กับอสูรให้เสียเวลาอีก เขาเลือกจะเดินตรงไปยังสวนสมุนไพรร้างทันที
วิธีทางแก้ไขคงต้องรอให้ปื๊ดมาจัดการแล้ว
หนึ่งวันผ่านไป ไทก็มายืนอยู่ในบริเวณที่ในแผนที่บอกว่าเป็สวนสมุนไพรร้าง แต่ไทก็ต้องแปลกใจอย่างมาก
นี่มันสวนสมุนไพรร้างจริงๆรึ ทำไมยังมีต้นสมุนไพรเต็มไปหมด!!
เขาเห็นต้นใบพลังปฐี ต้นใบพลังวารี กัญชา หญ้าพลังิญญา และสมุนไพรอื่นๆเต็มไปหมด แต่สมุนไพรสี่ประเภทแรกเป็สมุนไพรที่มีจำนวนมากที่สุด มีอยู่ถึงอย่างละหลายพันต้น
ไทไม่รอช้า พุ่งเข้าไปกวาดสมุนไพรทั้งสวนทันที
ปี๊บ.. ท่านได้รับใบพลังปฐี 11,000 ใบ
ปี๊บ.. ท่านได้รับใบพลังวารี 12,000 ใบ
ปี๊บ.. ท่านได้รับหญ้าพลังิญญา 35,000 ต้น
ปี๊บ.. ท่านได้รับใบกัญชา 4,000 ใบ
ปี๊บ.. ท่านได้รับ…
พอไทกวาดพืชสมุนไพรหมดทั้งสวน เขาก็เตรียมเดินทางจากไป ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงะโเรียกทันที
“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละเ้าโจร คืนสมุนไพรในสวนมาเดี๋ยวนี้!!”...