เช้าวันต่อมา คิมตื่นแต่เช้าเตรียมล้างหน้า แปรงฟัน ใส่ชุดยามเตรียมตัวออกไปทำงานพร้อมริวเขากังวลเล็กน้อยก่อนจะออกจากห้องเพราะเป็วันแรกที่ย้ายเข้ามาอยู่จึงทำตัวไม่ถูกคิมออกจากห้องแล้วเดินลงไปด้านล่างเห็นพี่รินกำลังทำอาหารอยู่ในห้องครัวพร้อมกับแม่บ้าน คิมจึงเดินเข้าไปหา
คิม: มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ
ริน: อ้อ หวัดดีจ้าคิมแหม่..ตื่นเช้าจังเลยน้า ตื่นไวกว่าเ้าริวอีกตอนนี้ยังนอนขี้เซาอยู่บนเตียงอยู่เลย
คิมจึงหัวเราะพี่รินนำมันบดที่กำลังเตรียมมาป้อนให้คิมชิมรสชาติ
ริน: อร่อยไหม
คิม: โห่ว อร่อยมากเลยครับพี่ริน
ริน: เยี่ยม
คิม: เดียวผมช่วยนะครับ
ริน: จ้า
พูดเสร็จคิมก็เดินไปหั่นผักและช่วยพี่รินกับแม่บ้านทำอาหาร
ริน: เป็ไงบ้าง เมื่อคืนหลับสบายไหม
คิม: หลับสบายมากเลยครับผมไม่เคยนอนเตียงที่นุ่มขนาดนี้มาก่อนเลย ขอบคุณนะครับ
ริน: จ้า แค่คิมชอบพี่ก็สบายใจแล้ว
คิม: ครับ (ยิ้ม)
เมื่อทำอาหารเสร็จทุกคนก็นำจานอาหารไปวางบนโต๊ะ ริวที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จเดินลงมาพอดี
ริว: โห้ย กลิ่นหอมมากเลยครับพี่ริน
ริน: แน่นอนวันนี้พี่มีลูกมือพิเศษเพิ่มอีกคนด้วยนะ
พี่รินมองไปที่คิม คิมก็ยิ้มแบบเขินๆ
ริว: เห้ย ไอ่คิมมึงทำอาหารเป็ด้วยหรอว้ะ
คิม: เออ กูก็พอทำเป็บ้าง
คิมตอบเสียงอ่อยๆ(คิมไม่อยากพูดกูมึงกับริวต่อหน้าพี่รินและป้าอั๋นแต่รินกับป้าอั๋นเข้าใจว่าทั้งสองสนิทกัน การพูดกูมึงจึงถือเป็เื่ธรรมดา)
จากนั้นทุกคนก็นั่งประจำที่พร้อมรับประทานอาหารยกเว้นคิมที่เดินออกไปด้านนอก ป้าอั๋นเห็นดังนั้นก็รีบเรียกคิมอย่างทันควัน
ป้าอั๋น: อ้าว คิม ลูก.. เดินไปไหนน่ะทำไมไม่มากินข้าว
คิมทำหน้า งง เล็กน้อย
คิม: อ๋อ ก็เดี๋ยวผมจะออกไปรอริวด้านนอกน่ะครับ ไปเตรียมรถให้เ้านาย
ป้าอั๋น: ไม่ต้องหรอกข้างนอกมีคนขับรถเตรียมรถไว้ให้แล้ว มาๆ มากินข้าว
คิมทำน่าทางเกรงเล็กน้อยเหมือนกับไม่กล้าเข้าไปนั่งบนโต๊ะอาหารสุดหรูนั้น
คิม: เอ่อ... จะดีหรอครับให้ลูกน้องอย่างผมนั่งกินข้าวกับเ้านาย
คิมพูดด้วยความประหม่า
พี่ริน: คิม บ้านนี้เขาไม่ถือหรอกลูกจ้างกินข้าวร่วมกับนายจ้างได้ กับข้าวมีตั้งเยอะตั้งแยะให้กินแค่สามคนกินไม่หมดหรอก เห็นไหมป้าแจ(ป้าแม่บ้าน)ก็นั่งกินข้าวกับเราเหมือนกัน มากินเถอะไม่เป็ไรหรอกคนน้อยแล้วกินข้าวไม่อร่อยรู้ไหม
ริว: ใช่ มึงอุส่าช่วยพี่รินทำกับข้าวจะไม่ชิมกับข้าวฝีมือตัวเองหน่อยหรอ
คิมเพิ่งสังเกตว่านอกจากครอบครัวริวแล้วยังมีแม่บ้านอีกจำนวนหนึ่งมาร่วมกินอาหารเช้าบนโต๊ะด้วยถึงแม้คิมจะรู้สึกประหม่าแต่ก็ไม่กล้าขัดคำพี่รินและป้าอั๋น
คิมค่อยๆเดินเข้าไปที่โต๊ะริวทำท่าเรียกให้มานั่งข้างๆตน เขาดึงมือของคิมให้นั่งลงที่เก้าอีกด้านข้างของตนเมื่อนั่งแล้วคิมก็กล่าวขอบคุณทุกคนแล้วเริ่มทานอาหารเช้า พอมีริวนั่งกินข้าวอยู่ข้างๆก็ทำให้คิมรู้สึกสบายใจและเกรงน้อยลง
ริวสังเกตว่ามีเศษถั่วงอกอยู่ในจานข้าวของคิมริวจึงใช้ช้อนเขี่ยถั่วงอกออกให้
พี่ริน: ริวเขี่ยถั่วงอกออกจากจานคิมทำไมจ๊ะ
ริว: อ๋อ คิมไม่กินถั่วงอกน่ะครับ
พี่ริน: จริงหรอคิม
คิม: ครับพี่รินผมไม่กินถั่วงอกั้แ่เด็กๆแล้วครับ
พี่ริน: อ๋อ... แหม๋รู้ใจกันจริงๆเลยนะสองคนนี้ ถึงว่าทำไมถึงเป็เพื่อนสนิทกันได้
พี่รินแอบแซวเบาๆคิมรู้สึกดีใจที่ริวยังจำรายละเอียดเล็กๆของตนได้
หลังทานข้าวเสร็จริวและคิมก็นั่งรถหรูออกไปทำงานพร้อมกัน เนื่องจากรถที่ริวนั่งเป็รถลีมูซีซึ่งคิมไม่เคยนั่งมาก่อน เขาตื่นเต้นกับการได้นั่งรถหรูไปทำงาน
คิม: เบาะนุ่มเนาะ
คิมใช้มือกดเลื่อนปรับที่นั่ง
คิม: โอ๊ะ เลื่อนได้ด้วย เจ๋งว่ะ
ริวมองคิมด้วยความเอนดูในความซุกซนของคิมในใจนึกตลกคนที่กำลังทำท่าทางเหมือนบ้านนอกเข้ากรุงคิมเล่นระบบไฟฟ้าในรถแล้วเปิดเบาะกลางออกก็พบน้ำและอาหารสำเร็จรูปพร้อมไวน์หรู
คิม: โห้ว ไอ่ริวนี้ในรถมึงมีตู้เย็นด้วยหรอว้ะเนี่ย
คิมอึ้งในความทันสมัยของรถ
ริว: ถ้าหิวมึงก็กินเลยนะ
คิมหันมายิ้มให้ริวคลายกับจะบอกว่าดีใจจากนั้นเขาก็หยิบน้ำผลไม้ขึ้นมาดื่ม
เมื่อถึงที่ทำงานทั้งสองก็แยกย้ายกันไปทำงานตามปกติ
(งานบอดี้การ์ดของคิมคือการคอยปกป้องดูแลริวตลอดเวลา ตอนกลางวันขณะที่ริวทำงานคิมจึงทำหน้าที่ยาม ส่วนกลางคืนหากริวมีงานด้านนอกหรืองานอื่นนอกเหนือจากที่ทำงาน คิมก็ต้องติดตามไปด้วยทำให้ทั้งสองต้องอยู่ด้วยกันตลอด 24ชั่วโมง ยกเว้นวันหยุด)
........หลังเลิกงาน
ริว: คิม วันนี้เลิกเร็วหน่อยนะเว้ยเดี๋ยวคืนนี้กูต้องไปงานเลี้ยง ในฐานะบอดี้การ์ด มึงต้องเข้าไปด้านในงานกับกูด้วยเดี๋ยวมึงไปซื้อเสื้อสูทที่ห้างกับกู
คิม: เสื้อสูท? ซื้อทำไมว้ะ
ริว: ก็ถ้าจะเข้างานมึงจะแต่งตัวแบบนี้ไม่ได้ เขาไม่ให้เข้า ต้องใส่ชุดสูททางการเท่านั้นถึงจะเข้าได้
พูดจบทั้งสองก็ขึ้นรถไปที่ห้างสรรพสินค้าริวพาคิมไปเลือกชุดสูทที่ร้านหรู
ริว: ตัวนี้ไหมมึง มึงชอบป่าว
คิมหยิบชุดแล้วดูที่ราคา
คิม: เชี้ย!! หกหมื่นน!ทำไมมันแพงแบบนี้ว้ะเนี่ย
ริว: เออเสื้อสูทมันก็ราคาประมาณนี้แหล่ะ
พูดเสร็จคิมก็วางเสื้อไว้ที่เดิมแล้วพาริวเดินไปโซนเสื้อสูทราคาสามหมื่นแทนซึ่งราคานี้เป็ราคาที่ถูกที่สุดภายในร้านและถูกว่าเสื้อที่ริวเลือกให้ถึงครึ่งหนึ่งจากนั้นคิมก็หยิบเสื้อขึ้นมาหนึ่งตัว
คิม: เอาตัวนี้ได้ไหมมึง
ริว: ได้ๆ มึงไปลองใส่ดูเลย
ด้วยความรีบ ริวจึงไม่ได้ขัดอะไรเพราะดูเหมือนคิมจะชอบสูทตัวนี้มากกว่า คิมหยิบเสื้อแล้วเดินเข้าห้องลองเสื้อ
ริวนั่งรอหน้าห้องลองชุด
เมื่อคิมใส่ชุดเสร็จก็เดินออกมาจากห้องลองชุดด้วยอาการเขินอายเพราะเขาไม่เคยใส่เสื้อสูทมาก่อน
ริว: เห้ย ดูดีนี้หว่าไหนมึงลองหมุนตัวสิ
ริวเดินเข้ามาดูคิมอย่างสนใจ
ริว: โอเค เอาตัวนี้แหล่ะมา..เดี๋ยวกูใส่สร้อยให้
คิมหันหลังให้ริวใส่สร้อยให้เพื่อให้เข้ากับชุดสูท จากนั้นริวก็เดินไปจ่ายตังที่เคาน์เตอร์คิมสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่เพราะเสื้อราคาสามหมื่นนั้นถือว่าแพงมากๆสำหรับคนหาเช้ากินค่ำอย่างคิม แต่เขาก็เข้าใจว่าต้องใส่เข้างาน
เมื่อทั้งสองมาถึงงานริวก็ตรวจเช็คเสื้อผ้าของคิมว่าดูดีพอหรือยัง เขามองคิมอยู่สักพักจากนั้นริวก็ถอดนาริฬาหรูราคาหลายล้านจากข้อมือตัวเองไปใส่ให้คิมจากนั้นก็มองคิมอีกทีเหมือนมองงานศิลปะ คิมทำหน้า งง เล็กน้อย
ริว: โอเคแล้ว ป๊ะ
ริวดึงแขนคิมเดินเข้างานคิมประหม่าเล็กน้อย เนื่องจากเขาไม่เค้ยไม่เคยมางานอะไรแบบนี้คิมมองไปรอบๆอย่างสนใจ คนรอบข้างเขามีแต่พวกนักธุรกิจและคนรวยเต็มไปหมดภายในงานนั้นหรูหราเหมือนอยู่ในวิมานของคนรวยถึงจะตะลึงกับบรรยากาศภายในงานสักแค่ไหนแต่คิมก็ไม่ลืมหน้าที่ของตัวเองเขาคอยสอดส่องดูว่าใครมีพฤติกรรมแปลกๆหรือมีใครที่จะมาทำร้ายริวไหมแต่ก็ไม่มีใครมีพิรุธ
คิมคอยเดินตามหลังริวเหมือนเป็บอดี้การ์ดแบบลับๆเมื่อริวไปคุยธุรกิจกับคนในงาน คิมก็จะคอยเฝ้าระวังอยู่ใกล้ๆ แต่ไม่ได้ใกล้มาก
ถึงยังไง คิมก็ยังเป็คิมเขาไม่ลืมที่จะเดินไปที่โซนอาหารแล้วชิมอาหารทุกอย่างที่มีอยู่ในงานพร้อมกับคอยเฝ้าระวังริวไปด้วย
คิมกำลังพยายามจะเปิดขวดไวน์หรูริวที่กำลังเดินมาด้านหลังเห็นเข้าพอดีก็รู้ทันทีว่าหากคิมยังพยายามเปิดขวดไวน์แบบผิดวิธีอยู่ต่อไปจะต้องเกิดหายนะขึ้นแน่เขาจึงรีบแย่งขวดไวน์จากมือของคิมมาอย่างทันควันจากด้านหลังคิมหันหลังกลับมามองด้วยความ งง เล็กน้อย
ริวค่อยๆเปิดขวดไวน์แล้วรินไวน์ใส่แก้วให้คิมขณะที่รินไวน์ให้ ริวก็ยิ้มไปด้วย เขาตลกในความไม่เคยของคิม
ริว: นิ่ ถ้ามึงอยากกินไวน์ทีหลังให้มึงเรียกบริกรมาเปิดให้นะ ถ้ามึงเปิดเองแบบเมื่อกี้ไวน์มันจะพุ้งทะลักออกมา
คิม: อ้อ เคๆ กูไม่รู้ว่ะ โทษที
พูดเสร็จ คิมก็รีบดื่มไวน์ที่ริวเทให้ริวได้แต่ยืนหัวเราะเบาๆ
่เต้นรำมาถึงทุกคนต่างพากันจับคู่เต้นรำ รวมถึงริวด้วยส่วนคิมนั้นมองดูเ้านายเต้นรำอย่างเฝ้าระวังขณะที่กำลังยืนดูริวเต้นรำกับนักธุรกิจหญิงภายในงานอยู่นั้นก็มีลุงคนหนึ่งที่มาร่วมงานด้วยเดินมาทักคิม
ลุงนักธุรกิจ: พ่อหนุ่ม ไม่ไปเต้นหรอ
ลุงหมายถึงให้ไปชวนผู้หญิงสักคนในงานออกไปเต้นรำ
คิมทำน่า งงๆ
คิม: เต้น?..เต้นหรอครับ
ลุง: ใช่ ไปเต้นสิ
คิมทำตัวไม่ถูก เขายืน งงอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็ค่อยๆยืนเต้นอยู่คนเดียวคิมเคยเต้นอยู่หน้าเวทีหมอลำเวลาไปเที่ยวงานวัดสมัยก่อนเขาจึงเข้าใจว่าคนในงานต้องเต้นแบบนั้น คิมจึงเต้นท่าหมอลำภายในงานสุดหรู
ทำให้ริวที่กำลังเต้นรำอยู่ขณะนั้นเห็นเข้าพอดี
ลุงนักธุรกิจพอเห็นเช่นนั้นก็รีบห้ามคิมและบอกคิมให้หยุดเต้นทันที
ลุง: ไอ่หนุ่ม ไม่ใช่เต้นแบบนั้น โธ่เต้นซะเป็งานวัดเชียว
คิมได้ยินดังนั้นก็ทำหน้าเหวอเล็กน้อยแล้วรีบหยุดเต้นทันที จากนั้นก็กลับมายืนนิ่งๆเหมือนเดิม โชคดีที่ลุงห้ามไว้ทันทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็นมากนัก
ริวที่กำลังเต้นรำอยู่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้เขากลั้นขำสุดชีวิต เพราะขณะนั้นกำลังเต้นรำกับหญิงนักธุรกิจผู้าุโอยู่
หลังเลิกงาน ทั้งสองก็เดินทางกลับบ้านกว่าจะถึงบ้านก็ดึกแล้ว ทุกคนในบ้านหลับกันหมด ริวเดินไปส่งคิมที่ห้อง
ริว: ฮ่าๆๆๆ มึง กูโครตฮาเลยว่ะตอนที่มึงเต้นท่าเด็กแว้นในงาน
ริวหัวเราะต่อเนื่องอย่างไม่หยุดหย่อนคิมทำหน้าเซงเล็กน้อย
คิม: ก็กูไม่รู้นิ่หว่าจู่ๆก็มีลุงมาบอกให้กูออกไปเต้น กูก็เลยเต้น กูผิดตรงไหนว้ะ
ริว:ลุงแกหมายถึงให้มึงออกไปเต้นรำกับสาว ไม่ใช่เต้นแบบนั้น ฮ่าๆๆๆๆ
ริวยังคงหัวเราะต่อไป
คิม: กูไม่รู้จักใครในงานจะให้กูไปเต้นกะสาวที่ไหนว้ะ มึงนิ้ดีเนาะ ได้เต้นรำกะสาวด้วยพวกคนรวยนิ่เขาเต้นกันยังไงน้า??
พูดเสร็จคิมก็ทำท่ากางแขน โอบอากาศก้าวขา เต้นรำคนเดียวเหมือนล้อเลียนพร้อมฮัมเสียงเพลงเต้นรำริวที่กำลังนั่งยิ้มอยู่ เห็นเช่นนั้นก็ลุกขึ้นไปจับมือคิมแล้วโอบเอวของคิมเป็คู่ซ้อมเต้นรำให้กับคิม
ริว: มันต้องเต้นแบบนี้ มา..เดี๋ยวกูจะสอน
คิมใที่จู่ๆริวก็โผลเข้ามาจับมือและโอบเอวของตน มันทำให้คิมรู้สึกเขินอาย ใจเต้นและประหม่าในใจนึกสงสัย เป็เพื่อนกัน เป็ผู้ชายเหมือนกัน แค่นี้ทำไมต้องใจเต้นด้วยว้ะ คิมรู้สึกสับสนเล็กน้อยแต่ก็เก็บซ่อนอาการนั้นไว้
ริว: 1 23ชิด123ชิด ก้าวเท้าไปด้านซ้ายจังหวะสองเก้าท้าวไป้า เก็บแขนแล้วหมุนตัว
คิมหมุนตัวอย่างเร็วเหมือนฟ้าดแปดด้วยท่าทางที่ตลกขณะที่กำลังเต้นกับริวอยู่นั้น คิมก็เผลอไปเหยียบเท้าริวเข้าอย่างจัง
ริว: 123โอ้ยย!!.... ไอ่คิม มึงเหยียบเท้ากูทำไมเนี่ย
คิม: โทษๆมึง กูมองไม่เห็น
ทั้งสองหัวเราะและเริ่มเต้นแบบเก้ๆกังๆ คราวนี้ริวเผลอไปเหยียบเท้าคิมบ้าง
คิม: โอ้ย.. ไม่น่ารอดว่ะกูว่าเต้นแบบนี้ดีกว่า
คิมเปลี่ยนมาเต้นท่าเด็กแว้นงานวัดอย่างกวนๆริวก็หัวเราะใหญ่
ริว: ไอ่บ้า
ริวพูดพร้อมเอาหมอนฟาดไปที่คิมเบาๆเพราะหมั่นไส้ในความกวนแต่แล้วริวก็เต้นตาม
ริว: เห้ย เจ๋งดีนะมึงแบบเข้าไปขอสาวเต้นรำใช่ป่าว เออ.. คุณผู้หญิงครับกรุณาเต้นรำกับผมด้วยครับพอเพลงขึ้นมึงก็เต้นท่าเด็กแว้นใส่เขาเลย
จากนั้นริวก็เต้นท่าเด็กแว้นกวนๆให้คิมดูคิมก็เต้นล้อเลียนตาม ทั้งสองเต้นด้วยกันอย่างสนุกสนานและตลกขบขัน
ริว:กูว่าเต้นแบบนี้โดนยามลากออกไปแน่ๆ
คิม: ฮ่าๆๆๆ (หัวเราะ)
หลังจากเต้นจนเหนื่อยทั้งสองก็หยุดเต้น
คิม: เออ มึง หิวใหม่ในงานกูเห็นมึงกินนิดเดียวเอง
ริว: ก็หิวอยู่นะมึง กูก็มัวแต่คุยยังไม่ได้กินอะไรเลยอ่ะ มึงจะลงไปหาไรกินด้านล่าง(ในครัว) กับกูไหม
คิม: มึงไม่ต้องลงไปหรอกกูแอบจิ๊กอาหารที่งานมาให้มึงแล้ว มีแต่ของน่ากินทั้งนั้นเลย
ว่าแล้วคิมก็หยิบกล่องใบใหญ่ที่ซ้อนอยู่ในสูทออกมาแล้วเปิดกล่องให้ริวดู ริวถึงกับตะลึง
ริว: เห้ยย นี่มึงแอบเอามายังไงเนี่ยมึงรอดจากสายตาของเชฟกับยามมาได้ไงว้ะ
คิม: ไม่เป็ไรเื่นี้กูถนัด คริคริ
คิมยิ้มแบบเ้าเล่ห์
ริว: แล้วมึงไปเอากล่องมาจากไหน
คิม: อ๋อ ไม่ต้องห่วงกูเดินไปถามเชฟตรงๆเลยว่าเอาอาหารที่เหลือกลับไปได้ไหม เขาก็ทำหน้า งงๆ นิดหน่อยแล้วก็บอกว่าเอาไปเลยเพราะอาหารพวกนี้เดี๋ยวก็เหลือ พวกคนรวยส่วนใหญ่มัวแต่คุยกันไม่ค่อยสนใจอาหารสักเท่าไหร่แล้วเขาก็เอากล่องมาให้กู กูก็เลยแอบไปโซ้ยมาบางส่วน
ริวได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับเอามือกุมขมับ
ริว: สุดยอดไปเลยนะมึงเนี่ย อ้ะเอาที่มึงสบายใจ (พูดแบบขำๆ)
จากนั้นริวก็กินอาหารที่อยู่ในกล่องพร้อมกับคิม