อุษากำลังทำอาหารอย่างขะมักเขม้น อยู่ที่หน้าเตาไฟฟ้า เธอทำอาหารสามอย่าง เพื่อรับประทานกันสองคน เพราะคนตัวโตเคยถามว่า เธอทำอาหารเป็นหรือเปล่า และก็พูดเปรยๆ ออกมาว่าอยากจะลองทานอาหารที่เธอทำบ้าง เธอจึงตกลงใจเข้าครัวทำอาหารในวันนี้ ซึ่งอุษาได้ทำผัดผักรวมมิตร และแกงเขียวหวานไก่เสร็จไปแล้ว ส่วนที่กำลังทำอยู่ในตอนนี้ก็จะเป็นไข่ยัดไส้
ที่อุษาเข้าครัวลงมือทำอาหารในวันนี้ ไม่ได้หมายความว่าเธออยากจะเอาใจราฟาเอลหรอกนะ ไม่ได้คิดจะเอาใจเล๊ยจริ๊งๆ นะ...... ก็แค่อยากจะพิสูจน์ฝีมือ ให้ชายหนุ่มได้รู้ก็เท่านั้นเอง ว่าเธอก็ทำอาหารได้อร่อยไม่แพ้ใครเหมือนกัน อุษาคิดไปก็อมยิ้มไป และมือเรียวเล็กก็ทำอาหารไป
“กำลังทำอะไรอยู่เหรอ? หอมจัง”
ราฟาเอลเดินออกมาจากในห้องทำงาน ได้กลิ่นหอมๆ โชยแตะจมูกมาแต่ไกล จึงเดินตามกลิ่นนั้นมา ก็เจอคนตัวเล็กกำลังยืนหันหลัง จับโน้นหยิบนี้ ใส่ลงไปในกระทะอย่างเอาจริงเอาจัง ก็เลยเดินเข้ามาใกล้ ใช้มือใหญ่สอดเข้าโอบกอดเอวบางไว้หลวมๆ
“นี้เป็นไข่ยัดไส้ค่ะ ษาทำกับข้าวสามอย่าง สองอย่างษาทำเสร็จไปแล้ว เหลือนี้เป็นอันสุดท้ายแล้ว” อุษาบอกกล่าวให้คนตัวโตรับทราบโดยที่ไม่ได้หันไปมองหน้าคนตัวโต
“ท่าทางน่าอร่อยนะ” ราฟาเอลว่าแล้วก็ยื่นปากบางมาหอมแก้มนวลเนียนใส และคลอเคลียอยู่อย่างนั้น ทำให้อุษาขนอ่อนลุกชูชันขึ้นมา และวาบหวามสะท้านหวิวภายในร่างกาย จนแทบทำอะไรไม่ถูกเลย
ราฟาเอลไต่มือใหญ่เข้าไปภายในเสื้อของคนตัวเล็ก เลื่อนลูบไล้ไปจนถึงดอกบัวงามสองดอก ที่มีบราเซียปกคลุมอยู่ และทำการบีบนวดเคล้าคลึงเบาๆ
“คะ คุณราฟาเอล อย่าสิคะ เดี๋ยวไข่ยัดไส้ก็ไหม้กันพอดีหรอกค่ะ” อุษาร้องปรามคนตัวโตด้วยน้ำเสียงสั่นๆ เอียงแก้มหนีปากซุกซนไปอีกทาง
กริ๊งงง.. กริ๊งงง.... กริ๊งงง......
ยังไม่ทันที่ราฟาเอลจะได้พูดอะไรออกมา เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือของเขา ก็ดังขึ้นมาเสียก่อน ราฟาเอลล้วงมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือ จากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดู ซึ่งสายที่โทรเข้ามาแสดงขึ้นที่หน้าจอโทรศัพท์ เป็นชื่อของลูซี่
“ฮัลโลครับลูซี่” ราฟาเอลกดรับสายผู้ที่โทรเข้ามา พร้อมกับกรอกเสียงตามสายไป
“ฮัลโล! ราฟาเอล คืนนี้คุณว่างไหมคะ? ลูซี่อยากจะชวนคุณมาดินเนอร์น่ะค่ะ” ลูซี่พูดเสียงอ่อนเสียงหวานมาตามสาย อย่างออดอ้อน ซึ่งอุษา เมื่อได้ยินชื่อบุคคลที่โทรเข้ามา ก็หูพึ่งขึ้นมาในทันที
“ดินเนอร์วันนี้เหรอ?... ได้สิ! งั้นผมไปรับคุณที่คอนโดของคุณก็แล้วกันนะครับ”
ราฟาเอลกล่าวจบก็กดวางสายไป โดยเขาไม่รู้บ้างเลยหรือไง ว่าการตอบรับไปดินเนอร์กับคนอื่นอย่างนี้ มันทำให้คนที่ตั้งใจทำอาหาร เพื่อให้เขาได้รับประทานอยู่นี่ รู้สึกว่าเขาไม่เห็นค่าและไม่ให้ความสำคัญใดๆ กับเธอเลยแม้แต่น้อย คิดแล้วก็อยากจะร้องไห้ออกมานัก แต่ก็ต้องพยายามฝืนเก็บความรู้สึกนั้นเอาไว้ อยู่ข้างในให้ลึกที่สุด เดี๋ยวเขาจะมาหัวเราะเยาะเอาได้ ที่เธอปล่อยอารมณ์อ่อนไหวไปกับเขาซะแล้ว
“วันนี้ผมคงอยู่ทานข้าวกับคุณไม่ได้นะ ผมจะไปดินเนอร์กับลูซี่” ราฟาเอลพูดบอกคนตัวเล็ก ที่กำลังยื่นมือเรียวเล็กไปปิดเตาไฟฟ้า
“ค่ะ!.. เชิญเถอะค่ะ” อุษาตอบรับสั้นๆ ไม่อยากจะพูดอะไรออกมามาก เดี๋ยวน้ำตาที่กลั้นเอาไว้จะพังทลายร่วงรินลงมา
“......”
ราฟาเอลปล่อยแขนแกร่งออกจากการโอบกอด จ้องมองด้านหลังของคนตัวเล็กอยู่สักพักหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา แล้วจึงค่อยเดินห่างออกไปจากห้องครัว เข้าไปในห้องนอน เพื่อทำการอาบน้ำอาบท่าแต่งเนื้อแต่งตัวใหม่ เพื่อจะได้ออกไปดินเนอร์กับคนที่นัดไว้เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว
อุษายืนนิ่งอยู่อย่างนั้นเป็นนาน ก่อนจะตักไข่ยัดไส้ขึ้นมาจากกระทะ ใส่ลงไปในจาน แล้วเดินเอาไปตั้งวางไว้ที่โต๊ะอาหาร ที่มีผัดผักรวมมิตร กับแกงเขียวหวานไก่ ที่เธอทำเสร็จไว้ก่อนหน้านี้วางอยู่บนนั้นอยู่ก่อนแล้ว เมื่อวางจานไข่ยัดไส้ลงไว้ที่โต๊ะอาหารแล้ว อุษาก็นั่งลงมองอาหารที่เธอทำนิ่งๆ ไม่ยอมตักข้าวหรืออาหารมาทาน
น้ำตาอุษา ที่กลั้นเอาไว้ก็ไหลร่วงรินลงมา อย่างอดกลั้นเอาไว้ไม่ได้อีกต่อไป ใช่สิเธอไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับเขาเลยจริงๆ นี้ ขนาดว่าเขารู้ทั้งรู้ ว่าที่เธอกำลังทำอาหารอยู่อย่างนี้ ก็เพื่อจะทานด้วยกันกับเขา ถึงแม้ว่าเธอจะไม่พูดออกมา แต่เขาก็ควรจะรู้สิ เพราะหากไม่ทานกับเขาแล้ว เธอจะทำทานกับใครล่ะ
ช่างเขาเถอะ!! เขาก็แค่อยากได้เธอมาเพื่อปลดปล่อยความใคร่ก็เท่านั้น พอสุขสมแล้วก็ไม่คิดจะสนใจความรู้สึก แล้วอย่างนี้เธอจะรู้สึกกับเขาไปทำไมกันเนี้ย แล้วทำไมต้องรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าว ในหัวใจอย่างนี้ด้วยเล่าหนอ หยุดสิหยุดเจ็บปวดสักที
๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒