คิมหันต์ - The Destiny

    ตอนที่ 38

    “อาการของลูกผมเป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ?” ท่านทูตมิยาเกะถามแพทย์ด้วยความอยากรู้

    “บาดแผลภายนอกร่างกายมีเพียงที่เดียวคือใบหน้า โชคดีที่เป็นเพียงแผลเฉี่ยวๆ ไม่ทำให้เสียโฉมอย่างแน่นอนครับ ร่างกายรู้สึกจะบอบช้ำพอสมควร ผมคิดว่าคุณหนูมิยาเกะน่าจะพักที่โรงพยาบาลซัก 1-2 วันนะครับ เพื่อพักฟื้นน่ะครับ”

    แพทย์หันมาบอกท่านทูตมิยาเกะถึงอาการของเซร่าพร้อมกับยิ้มให้ ทำให้ทุกคนถอนหายใจอย่างโล่งอก

    “ถ้ายังไง ผมขอให้คนไข้ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ด้วยนะครับ” แพทย์กล่าวพร้อมกับโค้งหัวให้ท่านทูตมิยาเกะและคุณหญิงมิเชลก่อนจะขอตัวเพื่อไปตรวจคนไข้อื่นต่อ

    “ถ้าอย่างนั้นเรากลับกันเถอะค่ะ” คุณหญิงมิเชลบอกท่านทูตมิยาเกะ เขาพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของภรรยา

    “พักผ่อนมากๆ นะ เดี๋ยวพ่อจะให้แมรี่มาคอยดูแลลูก” ท่านทูตลูบหัวเซร่าเบาๆ อย่างอ่อนโยน

    “ค่ะ คุณพ่อ” เซร่าพยักหน้าให้คุณพ่อของเธอ ก่อนที่เขาจะพามิเชลเดินนำคนอื่นๆ เพื่อออกจากห้อง

    “ฮิเดกิ....อยู่ก่อนได้มั้ย?” เซร่าร้องเรียกฮิเดกิเอาไว้ ทำให้เขาชะงักเท้าที่ก้าวเดินและมองท่านทูตเป็นเชิงขออนุญาต เขาก็พยักหน้าให้เป็นเชิงอนุญาต

    ท่านทูตมิยาเกะและคุณหญิงมิเชลพากันเดินออกจากห้องพักไป เหมันต์หันมายิ้มให้กำลังใจกับเซร่าก่อนจะเดินตามไป ส่วนคิมหันต์นั้นทำเพียงแค่ชำเลืองสายตามองเธอเท่านั้นก่อนที่จะเดินออกไปเช่นกัน

    ฮิเดกิยืนทิ้งระยะห่างจากเตียงของเซร่า ทั้งๆ ที่ภายในใจของเขานั้นอยากจะตรงเข้ากอดปลอบประโลมหญิงสาวตรงหน้าอยู่ตลอดเวลา

    เซร่ามองท่าทางของฮิเดกิที่ดูอึดอัดเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอทั้งๆ ที่แต่ก่อนไม่เคยเป็นทำให้เธอคิดว่าควรจะพูดคุยกับเขาให้รู้เรื่อง

    “ฮิเดกิ..เธอคงรู้นะว่าฉันจะคุยเรื่องอะไรกับเธอ” เซร่าถามเขาเสียงเบา ฮิเดกิก้มหน้าหลบสายตาของเซร่า

    “ฉันขอบคุณนะ สำหรับความรู้สึกของเธอ.....ฉันรู้สึกดีใจมาก...ที่เธอคอยเป็นห่วง..และดูแลฉันมาตลอด...ฉันเสียอีกที่มักทำให้เธอเดือดร้อนเสมอ....รวมทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นนี้อีก.....ฉัน…....”

    “พอเถอะ เซร่า!” ฮิเดกิร้องห้ามเซร่าออกมาก่อนที่เธอจะพูดจบประโยค

    “ฉันน่ะ.....ฉันน่ะ..รู้สึกผิด....ผิดมาก..ที่ไม่ได้ดูแลเธอ..เอาแต่หนีหน้าเธอ...จนทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น...”

    ฮิเดกิกำหมัดแน่นและระบายความในใจออกมาอย่างอัดอั้นตันใจ เซร่าจ้องมองฮิเดกิด้วยสายตาอ่อนโยน

    “ฉันน่ะ...อยากพูดคุยกับเธอ..อยากอยู่เคียงข้างเธอ..เหมือนเมื่อก่อน..แต่ฉันก็ทำไม่ได้..เพราะความรู้สึกของฉันมันเก็บไว้ในใจไม่ไหว...ฉันจึง...” เสียงของฮิเดกิหายเข้าไปในลำคอ

    “ฉันขอโทษที่ไม่สามารถตอบสนองความรู้สึกของเธอได้....เพราะฉันรู้สึกว่า…ฮิเดกิเป็นเหมือนเพื่อน….พี่ชาย….คนสำคัญสำหรับฉันมาตลอด..และจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปจากใจฉันอย่างแน่นอน” เซร่าบอกถึงความรู้สึกของเธอให้กับฮิเดกิรับรู้

    “ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่สามารถที่จะมองฉันมากกว่าเพื่อนอย่างนั้นเหรอ?” ฮิเดกิถามย้ำกับเซร่า ภายในใจของเขากำลังเจ็บปวดรวดร้าวยิ่งนัก หญิงสาวพยักหน้าเป็นเชิงรับ

    “ถ้าอย่างนั้น ฉันก็จะเป็นเพื่อนของเธอ หรือพี่ชายตามที่เธอคิดตลอดไป ขอเพียงได้อยู่เคียงข้างเธอ เห็นเธอมีความสุข ฉันก็พอใจแล้วล่ะ”

    ฮิเดกิค่อยๆ เดินก้าวเข้าไปใกล้เซร่าหญิงสาวที่เขาหลงรักมาตั้งแต่เด็ก

    “ฮิเดกิ...ฉัน....”

    เซร่ารู้สึกตื้นตันน้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาเต็มดวงตากลมโตของเธอ ภายในลำคอเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ทำให้ไม่สามารถที่จะพูดจาอะไรออกมาได้

    “ไม่ต้องพูดอะไรแล้วล่ะ ฉันเข้าใจดี” ฮิเดกิบอกเซร่าพร้อมกับเอานิ้วชี้ปิดไว้ที่ริมฝีปากบางขาวซีดของเซร่า

    “ฉันอยากให้เธอรู้ไว้ว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ฉันก็ยังคงเป็นฮิเดกิ คนที่รักและหวังดีกับเธอเสมอมานะ” ฮิเดกิพูดจบก็ยกมือของเซร่าขึ้นมาและบรรจงจูบที่หลังมือเบาๆ ราวกับเป็นคำสัญญาที่เขาได้ให้ไว้กับหญิงสาว

    “ขอบคุณนะ ฮิเดกิ” เซร่ารู้สึกซาบซึ้งกับความรู้สึกที่ชายหนุ่มมีให้เธอมากนัก น้ำตาที่คลออยู่ไหลผ่านร่องแก้มหยดลงบนหลังมือของเธอ

    “ร้องไห้ทำไมกัน เด็กโง่” ฮิเดกิจับปลายจมูกของเซร่าเขย่าเบาๆ อย่างล้อเลียน ทำให้เธอหัวเราะออกมาอย่างผ่อนคลาย

    “พักผ่อนได้แล้ว จะได้หายไวๆ”

    ฮิเดกิบอกเซร่าพร้อมกับปล่อยมือข้างที่กุมเอาไว้ และเอามือยีหัวของเธอเล่นอย่างหยอกล้อ

    เซร่าพยักหน้าและยิ้มให้กับเขาอย่างสดใส

    ฮิเดกิออกจากห้องพักอย่างปวดร้าวใจ เขาข่มความรู้สึกเสียใจทั้งหมดเอาไว้ ก่อนหันหลังเดินตรงไปยังลิฟต์เพื่อลงไปชั้นล่าง

    เขาจึงไม่ทันสังเกตเห็นชายหนุ่มอีกคนที่ยืนพิงกำแพงอยู่อีกฟากหนึ่งของฝั่งที่ประตูบังเอาไว้พอดี



    เซร่าเอนตัวนอนลงกับที่นอนและพยายามหลับตา แต่เธอก็ไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้

    เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นวนเวียนอยู่ภายในสมองของเธอ

    ภาพเหตุการณ์เลวร้ายที่เธอเข้าไปเจอเรน่าที่ห้องของแคลร์ในสภาพคลุ้มคลั่งพร้อมจะทำร้ายคนรอบข้างได้

    ภาพเหตุการณ์ที่เธอต้องพยายามต่อสู้เพื่อหนีเอาตัวรอด รวมทั้งความรู้สึกที่เย็นเยียบเมื่อคิดว่ามีดที่คมกริบซึ่งอยู่ในมือของเรน่าจะจ้วงแทงลงมาบนตัวของเธอ

    ถ้าหากไม่มีชายหนุ่มคนหนึ่งมาช่วยเอาไว้ทัน ชายหนุ่มคนที่ไม่เคยอยู่ในความคิดคำนึงของเธอเลย หากแต่เธอกลับเรียกชื่อของเขา....ในยามคับขัน....เพราะอะไรเธอจึงคิดถึงเขาขึ้นมา ตัวของเธอเองก็ไม่สามารถตอบได้เหมือนกัน

    “พ่อหรือคะ”

    “เอ้อ...คือ... ฉันเอง” คิมหันต์ชะงักมือที่กำลังพยายามปิดประตูอย่างเบาๆ เพราะกลัวว่าหญิงสาวจะตื่น

    “คือ...ฉัน...”

    “เข้ามาตรงนี้สิ เกิดพ่อฉันเห็นนาย ได้ว้ากใส่อีกรอบหรอก” คิมหันต์แอบมองสำรวจร่างกายของเซร่า ตั้งแต่รอยช้ำที่เป็นจ้ำๆ ตามแขนขาวของเธอทั้งสองข้าง และเลยขึ้นไปมองตรงบาดแผลด้านข้างของใบหน้าที่มีผ้าปิดแผลปิดเอาไว้

    รอยของฝ่ามือที่เรน่าฝากเอาไว้เป็นรอยแดงบนแก้มของหญิงสาวปรากฎเห็นเด่นชัด

    ชายหนุ่มรู้สึกผิดและเสียใจอย่างมากที่เป็นต้นเหตุให้หญิงสาวต้องมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้

    “ขอโทษนะ”

    “ขอโทษ? เรื่องอะไร?” เซร่าถามอย่างแปลกใจ

    “ทุกเรื่องเลยน่ะ”

    “ฉันไม่น่าส่งเธอมาที่โรงพยาบาลคนเดียวเลย ฉันน่าจะคิดได้เร็วกว่านี้ว่าคนร้ายที่แท้จริงคือใคร”

    “แต่นายก็มาช่วยฉันทันนี่”

    “ฉันต้องขอบคุณนายสิ ที่ทำให้ฉันรอดพ้นจากข้อกล่าวหา รวมทั้งมาช่วยชีวิตฉันไว้ได้ทันท่วงทีน่ะ” เซร่าขอบคุณคิมหันต์จากใจจริง แววตาอ่อนหวานจ้องมองชายหนุ่มอย่างซาบซึ้งในสิ่งที่เขาทำ

    “แต่ว่าเธอบาดเจ็บ.....”

    “นายก็เจ็บเหมือนกันนี่” เซร่าท้วงขึ้นมาทันที

    “พ่อฉันชกเจ็บนะ พ่อเป็นถึงแชมป์คาราเต้ 2 สมัยตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลยล่ะ” เซร่าส่งยิ้มล้อเลียนให้กับชายหนุ่ม พร้อมกับยกมือแตะไปที่มุมปากของชายหนุ่มอย่างลืมตัว

    “แค่นี้จิ๊บๆ เธอเจ็บมากกว่าฉันเสียอีก”

    คิมหันต์จับมือของเซร่ามากุมเอาไว้ และเอามืออีกแตะไปที่บาดแผลตรงใบหน้าด้านข้างอย่างอ่อนโยน

    ชายหนุ่มและหญิงสาวสบตากันอย่างบังเอิญ ความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้น

    “เอ่อ...ฉัน..ไม่เป็นไร..เรื่องแค่นี้เล็กน้อย” เซร่ารู้สึกเขินเล็กน้อยยิ้มออกมาให้กับคิมหันต์อย่างร่าเริง

    “ห้องพักตรงนี้ มองเห็นสวนดอกเดซี่ของโรงพยาบาลด้วยล่ะ”

    เซร่าเสไปพูดเรื่องอื่นทันที พร้อมกับบุ้ยใบ้ให้ชายหนุ่มมองออกไปทางหน้าต่างห้องของเธอ

    “เธอนี่ชอบดอกเดซี่จริงๆ เลยนะ” คิมหันต์หัวเราะออกมาเบาๆ พร้อมกับชะโงกหน้าข้ามไปดูด้านนอกหน้าต่าง

    “ฉันชอบดอกเดซี่ที่สุดเลย” เซร่ายิ้มให้กับคิมหันต์อย่างสดใส

    “งั้นพรุ่งนี้ฉันจะเอาดอกเดซี่มาเยี่ยมเธอ....”

    คิมหันต์พูดไม่ทันจบประโยคก็หยุดชะงัก รู้สึกคุ้นเคยกับประโยคที่พูดออกมาราวกับเคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาก่อน

    ชายหนุ่มและหญิงสาวหันมามองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย

    ผัวะ!

    “คิม! อยู่ที่นี่....หรือ....เปล่า..... เอ่อ....”

    เสียงเปิดประตูที่เข้ามากะทันหันและเสียงร้องทักทำให้ชายหนุ่มและหญิงสาวที่อยู่ใกล้ชิดกันภายในห้องผละออกจากกันอย่างอัตโนมัติ

    “เอ่อ...ฉันมาขัดจังหวะ...หรือเปล่า?” ออยเฟ่ย์ถามอย่างเกรงใจ

    “เอ่อ..เปล่าน่ะ” เซร่ารีบปฏิเสธพร้อมกับยิ้มให้กับออยเฟ่ย์

    “มีอะไรเหรอ?” คิมหันต์รู้สึกเก้อเขินเล็กน้อยกับบรรยากาศเมื่อครู่

    “เหมันต์จะกลับแล้วนะ เธอจะกลับพร้อมเรารึเปล่า?”

    “กลับสิ งั้น....ฉันไปก่อนนะ” คิมหันต์หันมาลาหญิงสาวด้วยท่าทางเก้อเขิน

    “เอ่อ..อืม” เซร่าก็รู้สึกขัดเขินไม่แพ้กัน ใบหน้าเริ่มเป็นสีชมพูเล็กน้อย

    “พักผ่อนเยอะๆ นะ แล้วพรุ่งนี้ฉันจะมาเยี่ยมใหม่” คิมหันต์ส่งยิ้มให้กับเซร่าอย่างอ่อนโยน

    “อื้ม” เซร่ายิ้มตอบเล็กน้อย

    หญิงสาวหน้าเจื่อนเมื่อเห็นออยเฟ่ย์ควงแขนคิมหันต์ออกไปจากห้อง และหยอกล้อกันอย่างเปิดเผย

    หญิงสาวพยายามสลัดหัวไล่ความรู้สึกที่เกิดขึ้น และเอนตัวลงนอนกับเตียงเพื่อพักผ่อนให้เต็มที่ แม้เธอจะรู้อยู่แก่ใจว่า ยากที่จะข่มตาหลับลงได้ก็ตาม

    คล้ายกับเรื่องคิมหันต์ - The Destiny ที่คุณอ่าน