ณ ไร่ส้มธนทรัพย์กุลชาคุณอรฤดีมองใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อยไปด้วยคราบน้ำตาของสิตางค์ด้วยความสงสารเมื่อเห็นอภิวิชญ์ประคองเธอเข้ามาข้างในบ้านทั้งที่งานหมั้นเพิ่งจะผ่านไปได้ไม่กี่วัน แต่ก็มีเหตุให้เธอต้องเสียใจซะแล้ว
“แม่ไปเอานมอุ่นมาให้หนูตางค์ก่อนนะ” บอกกับผู้เป็บุตรชายก่อนจะเดินเข้าไปในครัวเพื่อเอานมออกมาอุ่นให้สิตางค์ได้ดื่ม
“มีปัญหากับตาเกล้าใช่ไหมเพราะเมื่อกี้เกล้าเขามาหาอิฐ” เอ่ยถามบุตรชายเมื่อเห็นเขาเดินตามนางเข้ามา
“คงจะอย่างนั้นครับแม่ไม่รู้ทะเลาะกันเื่อะไร” บอกผู้เป็มารดาออกไปเสียงแ่ ก่อนจะรับนมอุ่น ๆจากนาง และเดินกลับไปหาสิตางค์ที่ห้องรับแขก
“ดื่มนมอุ่นๆ ก่อนนะตางค์” บอกพร้อมกับยื่นแก้วนมให้กับเ้าหล่อนแต่ทว่าคนที่กำลังเศร้าเสียใจก็ไม่ได้ยื่นมือออกมารับ
“เดี๋ยวแม่จัดการเอง”คุณอรฤดีบอกกับผู้เป็บุตรชาย ก่อนจะรับเอาแก้วนมมาจากอภิวิชญ์มาถือไว้
“ตางค์ดื่มนมอุ่นๆ ก่อนนะลูก” บอกเ้าหล่อนด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนพร้อมกับเอาแก้วนมไปใส่มือให้กับเ้าหล่อน
“ดื่มสักหน่อยนะลูกนะจะได้รู้สึกดี”
“ค่ะคุณป้า”ตอบรับคำของนางด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น ก่อนจะยกแก้วนมที่อยู่ในมือขึ้นฝืนดื่มจนหมดเพราะไม่อยากให้ผู้ใหญ่เสียน้ำใจ
“ให้ป้ากอดไหม”
“ค่ะ”ตอบรับคำของนางพร้อมพยักหน้า ก่อนจะปล่อยโฮออกมาอีกรอบและโผเข้าหาอ้อมกอดอบอุ่นของคุณ อรฤดีเพราะตอนนี้เธอเ็ปเหลือเกินเจ็บจนจะทนไม่ไหวเพราะภาพที่ได้เห็นมากับตาในวันนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเพื่อสร้างความร้าวรานให้กับความรู้สึกของเธอ
“ป้าจะไม่ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นแต่ถ้าหากหนูอยากร้องไห้ก็ร้องมันออกมาให้พอ หากหยุดแล้วเราก็ขึ้นไปนอนพักผ่อนกันส่วนเื่ทางบ้านไม่ต้องเป็ห่วงนะป้าโทรไปบอกแม่ให้แล้วว่าหนูจะค้างกับป้าที่นี่”บอกเ้าหล่อนพร้อมกับลูบกลุ่มผมดกดำด้วยความสงสารก่อนจะหันมามองหน้าบุตรชายของตน
“อิฐไปนอนพักเถอะลูกเดี๋ยวแม่จะดูแลหนูตางค์เองไม่ต้องห่วง”บอกผู้เป็บุตรชายเมื่อได้เห็นสีหน้าหวั่นวิตกของเขา
“ให้อิฐไปรับดามาที่นี่อีกคนไหมตางค์”เอ่ยถามหญิงสาว เพราะคิดว่าบางทีเวลานี้เธออาจจะอยากพูดคุยกับ ปาลิดามากที่สุด
“อย่ารบกวนดาเลยอิฐมันดึกแล้วตอนนี้ตางค์ขอแค่มีอิฐอยู่ตรงนี้กับตางค์ก็เพียงพอแล้ว”
อภิวิชญ์เ็ปจนแทบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่หลังจากได้ยินคำพูดของเ้าหล่อนเขาไม่รู้หรอกนะว่าเธอกับปกเกล้ามีปัญหาอะไรกันแต่เขาเชื่อว่าสิ่งที่เธอไปเจอมานั้นต้องะเืใจเธออย่างหนักแน่นอน
หลังส่งสิตางค์และผู้เป็มารดาเข้านอนแล้วอภิวิชญ์จึงเดินกลับห้องของตัวเอง แต่ทว่าเขาก็ข่มตาให้นอนหลับไม่ได้เลยเพราะในสมองคอยคิดวนเวียนแต่เื่ของสิตางค์ก่อนที่เขาจะหยิบเอาโทรศัพท์มือถือของตนขึ้นมาและโทรไปหาปกเกล้าเพื่อสอบถามอีกฝ่ายว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมสิตางค์ถึงได้เป็แบบนี้
“อิฐตอนนี้แกอยู่ไหน”
“ฉันอยู่บ้านแกมีปัญหาอะไรหรือเปล่าโทรมาหลายสายเชียว”แสร้งถามออกไปอย่างไม่รู้
“ตอนนี้ฉันกำลังออกมาตามหาตางค์เดี๋ยวฉันจะไปหาแกที่บ้านนะ แกพาฉันไปที่บ้านตางค์หน่อยได้ไหมฉันว่าตางค์น่าจะกลับไปถึงบ้านแล้ว”
“มีปัญหาอะไรกันอย่างนั้นเหรอ”
“เดี๋ยวฉันไปถึงฉันจะเล่าให้แกฟังทุกอย่างแกอย่าเพิ่งนอนนะ” บอกออกไปด้วยความร้อนใจก่อนจะรีบขับรถไปหาอภิวิชญ์ที่ไร่ส้มธนทรัพย์กุลชา
“แกกับตางค์มีปัญหาอะไรกันอย่างนั้นเหรอ”เอ่ยถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายก้าวลงจากรถและเดินมาหาตน
“คือตางค์ไปเห็นฉันกับเป้ย...เอ่อ...ตอนเรากำลังมีอะไรกัน”
“อะไรนะ แกกับเป้ยแล้วเป้ยล่ะเป้ยว่ายังไง” ถามออกไปด้วยความอยากรู้ว่านลินีและเขาตัดสินใจจะจบเื่นี้ยังไง
“เป้ยอยากให้ฉันรับผิดชอบแต่ฉันบอกไปว่าฉันเลือกตางค์ ฉันจะง้อตางค์ยังไงดีวะอิฐ แกช่วยฉันได้ไหมแกพาฉันไปหาตางค์ที่บ้านทีนะ”
“ฉันคงไปช่วยแกง้อตางค์ไม่ได้หรอกนะแกจะต้องง้อตางค์ให้หายโกรธด้วยตัวของแกเองและแกก็ต้องพิสูจน์ให้ตางค์เห็นว่าแกจะไม่กลับไปเป็แบบนั้นอีก”
“แต่ครอบครัวของตางค์คงกีดกัน”
“ใช่อันนั้นมันก็เป็ปัญหาที่แกต้องฝ่าด่านไปให้ได้”
“แกพาฉันไปหาตางค์หน่อยนะฉันอยากคุยกับตางค์ ถ้าไม่ได้คุยฉันคงนอนไม่หลับ เพราะถ้าแกไม่พาไป คนที่บ้านนั้นคงไม่ยอมให้ฉันพบตางค์แน่ๆ”
“แกไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกเพราะตางค์ไม่ได้อยู่ที่นั่น”
“หมายความว่ายังตางค์ไม่ได้อยู่ที่บ้านแล้วเธออยู่ที่ไหน เธออยู่ท้ายไร่กับดาเหรอฉันจะไปหา” ถามออกไปด้วยความอยากรู้
“ตางค์อยู่ที่นี่กับแม่ฉันและตอนนี้ตางค์ก็ไม่อยากพบใครทั้งนั้น แม้กระทั่งฉันทางที่ดีฉันว่าตอนนี้แกกลับไปก่อนเถอะรอให้ตางค์อารมณ์เย็นกว่านี้แล้วแกค่อยไปหาเธอที่บ้านจะมาเมื่อไหร่ก็โทรหาฉันเดี๋ยวฉันจะไปรอที่นั่น”
“อืม ขอบใจนะอิฐ งั้นฉันฝากแกดูแลตางค์ด้วยนะ”บอกอีกฝ่าย ก่อนจะเดินกลับไปที่รถด้วยความโล่งอก เมื่อรับรู้ว่าสิตางค์ปลอดภัยดี
ขณะคนที่อยู่ในหัวข้อสนทนาก็ได้แต่ยืนแอบมองสองหนุ่มคุยกันอยู่เงียบๆอาการกระวนกระวายใจของปกเกล้าที่แสดงออกโดยไม่คิดปิดบังทำให้เธอใจชื้นขึ้นมาได้บ้างเพราะนั่นมันทำให้เธอได้รู้ว่าเขาแคร์เธอ แต่ทว่าสีหน้าที่บ่งบอกว่าเ็ปทรมานอย่างแสนสาหัสของอภิวิชญ์มันคืออะไรกันเธอไม่เข้าใจเลยจริงๆ
รุ่งเช้าวันต่อมานลินีเดินทางมาหาปาลิดาที่บ้านพักท้ายไร่ั้แ่เช้าและบอกเล่าเื่ราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ให้อีกฝ่ายได้ฟังจนหมดพร้อมกับขอร้องให้ปาลิดาพาเธอไปหาสิตางค์ที่บ้านเพราะเธอ้าขอโทษอีกฝ่ายและเอ่ยลา
“ตางค์เป็ยังไงบ้าง”ปาลิดาเอ่ยถามเพื่อนรักพร้อมกับรั้งเ้าหล่อนเข้ามากอดปลอบเธอรู้สึกเห็นใจและสงสารอีกฝ่ายเหลือเกินที่ต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้
“ทำไมเขาสองคนถึงทำกับฉันแบบนี้ดาทำไม” ถามออกไปด้วยความไม่เข้าใจ
“อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลยนะดาอยากให้ตางค์ลงไปข้างล่างกับดาก่อน” บอกเ้าหล่อนด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนเธอรู้สึกเห็นใจและสงสารทั้งสิตางค์และนลินี เพราะทั้งคู่ก็เ็ปไม่ต่างกัน
“ไปทำไม”
“เถอะนะ มีคนอยากลาตางค์ลงไปหาเขาหน่อยนะ” บอกพร้อมกับจับจูงมือเ้าหล่อนเดินไปยังห้องรับแขกและพอเมื่อได้เห็นหน้านลินีสิตางค์ก็รู้สึกโกรธเป็อย่างมากเธอเดินเข้าไปตบเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่ายเต็มแรง
“เธอยังกล้ามาหาฉันที่นี่อีกเหรอนังเพื่อนทรยศ”
“เธอจะด่าว่าฉันยังไงก็ได้นะตางค์ฉันไม่ว่าแต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉันอยากให้เธอรับรู้ ฉันขอโทษ ขอโทษเธอจากใจเธอจะยกโทษให้ฉันได้ไหม บอกให้ฉันโล่งใจก่อนที่ฉันจะไปจากที่นี่ได้ไหม”บอกออกไปด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น
“เธอจะไปไหนเหรอเป้ย”ปาลิดาเอ่ยถามเพื่อนรักด้วยความเป็ห่วง
“ไปให้ไกลจากที่นี้ และจะไม่กลับมาให้พวกเธอเห็นหน้าอีก”
“แล้วจะไปอยู่ที่ไหน ไปอยู่กับใครแล้วยายของเธอละเป้ย” อภิวิชญ์ถามหญิงสาวด้วยความเป็ห่วงเมื่อเดินเข้ามาได้ยินคำพูดของเ้าหล่อนที่มีต่อสิตางค์
“เธอไม่ต้องหนีไปไหนทั้งนั้นแหละฉันยกโทษให้เธอ แต่นับจากนี้ฉันกับเธอไม่ใช่เพื่อนกันอีกต่อไป” บอกออกไปแค่นั้นก่อนจะเดินมาจับจูงมือของอภิวิชญ์และเดินออกไปจากบ้าน
“ฉันมันเลวมากเลยใช่ไหมดา”เอ่ยถามผู้เป็เพื่อนรักระหว่างเดินตามอีกฝ่ายมาที่รถ
“อย่าคิดแบบนั้นสิเป้ยในโลกนี้ไม่มีใครดีและก็เลวเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะ”
“แต่สิ่งที่ฉันทำกับตางค์มันเลวมากเลยนะ”
“อย่าไปพูดถึงมันอีกเลยนะแล้วต่อไปนี้เป้ยจะเอายังไง จะไปจากเชียงใหม่จริง ๆ เหรอ แล้วจะไปอยู่ที่ไหน”ถามออกไปด้วยความเป็ห่วง
“เป้ยจะขายบ้านที่นี่และย้ายไปอยู่ที่ลำพูน ยายคงดีใจที่จะได้กลับบ้าน”
“แล้วงานล่ะ มันไม่ได้หากันง่าย ๆนะเป้ย” บอกออกไปอย่างนึกห่วงใย
“ไม่ต้องห่วงหรอกเป้ยคิดว่าจะทำขนมไทยขายช่วยกันกับยายและก็จะหาร้านประจำส่งมันก็คงพอจะเลี้ยงตัวเองไปได้บ้างระหว่างรองานใหม่”
“อิฐกับดายังเป็เพื่อนเป้ยเสมอนะไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น และหากมีเื่เดือดร้อนอะไรโทรมาหาเราได้เสมอเข้าใจไหม”บอกออกไปอย่างนึกห่วงใย
“ขอบใจนะ หากวันไหนว่าง ๆก็แวะไปเยี่ยมเป้ยที่ลำพูนได้นะ”
“อืมเดินทางปลอดภัยและดูแลตัวเองดี ๆ นะเป้ย” บอกกับผู้เป็เพื่อนรักพร้อมกับกอดลาก่อนที่นลินีจะขึ้นรถและขับกลับไปที่บ้านของเธอ