เบรกไม่หยุด...ให้ฉุดมารัก!​

    First kiss [ขโมยจูบ]​ [1]



    “นายจะเอายังไง ว่ามาเลยดีกว่า” ฮอร์นหันกลับมาหาพันเจีย แล้วถามด้วยสีหน้าที่จริงจัง


    “ฉันขอท้านาย สนามหน้าที่กำลังจะถึง ถ้านายแข่งชนะฉันได้ เ๱ื่๵๹ที่ผ่านมา ฉันจะถือซะว่าให้มันผ่านไป แต่ถ้านายแพ้! นายต้องยกยัยนั่นให้เป็๲ผู้หญิงของฉัน แล้วนายก็ต้องถอยออกไปจากเธอ โดยไม่มีข้อแม้ใดใดทั้งสิ้น” ฮอร์นเดินเข้ามาหยุดยืนข้าง ๆ พันเจีย แล้วกระซิบที่ข้างหู


    “ตกลง! อีกหนึ่งอาทิตย์เจอกัน นายเตรียมตัวเอาไว้ได้เลย” พูดจบ ฮอร์นก็เดินกลับไปหาไวโอลิน


    “เฮ้! พันเจีย นายแน่ใจเหรอว่าจะแข่งกับฮอร์นจริง ๆ” สตีฟ และไฮน์เดินเข้ามาถาม หลังจากที่รู้เ๱ื่๵๹นี้มาจากฟาน


    “ทำไม!” พันเจียถามกลับไปแบบห้วน ๆ


    “ฉันก็แค่เป็๲ห่วง เพราะว่านายไม่เคย” สตีฟหยุดคำพูดไว้แค่นั้น แต่ทุกคนก็รู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร รวมถึงพันเจียด้วย เขาจึงตอบกลับไป เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้คลายความสงสัย


    “ใช่...ฉันไม่เคยเอาชนะหมอนั่นได้เลย ตลอดแปดปีที่ผ่านมา” คำพูดของพันเจียทำให้เพื่อน ๆ รู้สึกหวั่นวิตก เพราะกลัวว่าจะเกิดเ๱ื่๵๹ร้าย ๆ ขึ้นมาอีก


    “ถ้าประสบการณ์ของฉันที่มีอยู่ มันจะไม่สามารถเอาชนะหมอนั่นได้ ก็ให้มันรู้ไป ฉันจะเอายัยนั่นมาเป็๲ผู้หญิงของฉันให้ได้เลยคอยดู ฉันจะทำเหมือนที่มันทำกับเพื่อนของฉัน...ฉันสัญญา!” พันเจียให้คำปฏิญญากับตัวเอง ขณะที่กำมือเอาไว้แน่น เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว


    “ฉันเชื่อว่าเพื่อนของนาย จะต้องเป็๲กำลังใจให้นายอยู่แน่” ฟานกล่าว


    “มันต้องเป็๲แบบนั้นอยู่แล้ว” พันเจียพูดพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย


    “กลับกันได้แล้วล่ะ ยัยบ๊อง!” ฮอร์นเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าของไวโอลิน เธอเงยหน้าขึ้นเพื่อสบตากับเขาแล้วถาม


    “เรียบร้อยแล้วเหรอ หมอนั่นเรียกนายไปทำไมกัน”


    “ไม่มีอะไรหรอกน่า” ฮอร์นตอบกลับไป ขณะที่เธอยังคงยื่นนิ่งอยู่ที่หน้าประตูรถ


    “ไม่ไว้ใจกันหรือไง” ฮอร์นถาม เพราะเห็นว่าเธอยังคงยืนนิ่งอยู่


    “เปล่าซักหน่อย” ไวโอลินพูดเสียงอ่อน ๆ


    “งั้นก็รีบขึ้นรถสิ หรือว่าเธออยากจะให้ฉันอุ้ม” ไวโอลินมองเขาอย่างเอาเ๱ื่๵๹ พลางขบคิดขึ้นมาในใจว่า


    ‘ให้ตายเหอะ นี่เธอต้องยอมเขาทุกเ๱ื่๵๹เลยหรือไงกัน’


    ไวโอลินเม้มริมฝีปากเบา ๆ ก่อนจะเปิดประตูแล้วเข้าไปนั่งในรถ ฮอร์นมองตามอย่างยิ้ม ๆ


    เวลาต่อมา ไวโอลินนั่งรถมาได้สักพัก ก็รู้สึกว่าเครื่องปรับอากาศบนรถของฮอร์นเริ่มแรงจนเธอรู้สึกหนาว แต่ไม่กล้าที่จะบอกออกไปตรง ๆ เพราะดูเหมือนว่าฮอร์นจะเป็๲คนขี้ร้อน เพราะเขาอยู่สิงคโปร์มาซะนาน และคงคุ้นเคยกับอากาศเย็น ๆ ที่ไม่เหมือนอากาศของเมืองไทยซักเท่าไหร่


    “หนาว...ทำไมไม่ยอมบอกล่ะ ยัยบ๊อง!” ไวโอลินตาโต แล้วหันไปมองหน้าเขาอย่างงุนงง ไม่คิดว่าเขาจะรู้ด้วยว่าเธอรู้สึกยังไงอยู่ ฮอร์นเอื้อมมือไปปรับแอร์ที่แรงจัดให้เบาลงพลางพูด


    “มีอะไรเกี่ยวกับเธอที่ฉันไม่รู้บ้าง ไหนลองบอกมาซิ” เขาหันมายิ้มแล้วสบตากับเธอ ไวโอลินก้มหน้าลง ก่อนที่เขาจะจอดรถลงข้างทาง


    “ถ้าฉันบอกว่าฉันชอบเธอ เธอจะว่ายังไง” ฮอร์นถามออกมาตรง ๆ


    “เอ่อ (ไวโอลินอ้ำอึ้ง) ทำไมจู่ ๆ นายถึงถามออกมาแบบนี้ล่ะ” เธอหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาทันที ไม่กล้าสบสายตากับเขาตรง ๆ ฮอร์นยื่นใบหน้าของเขาเข้ามาใกล้ ๆ พร้อมกับเชยคางของเธอให้เงยขึ้นมามองหน้าของเขาชัด ๆ


    “ตอบฉันมาสิ” ฮอร์นรอฟังคำตอบ ไวโอลินยังคงนั่งนิ่ง


    “ฉัน...ฉันเอ่อ ฉะ...ฉัน” ไวโอลินได้แต่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ


    “ถ้าวันหนึ่ง เธอเกิดเจอคนที่ดีกว่าฉัน หล่อกว่าฉัน ดูแลเธอได้ดีกว่าฉัน ที่สำคัญ เขาอาจจะรักเธอได้พอ ๆ กับฉัน หรืออาจจะมากกว่า เธอจะยอมรับเขาไหม” ฮอร์นถามอย่างจริงจัง ด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วซีเรียสที่สุด เท่าที่เขาเคยพูดออกมา


    “นายคิดว่าจะมีใครที่หวังดีกับฉัน ได้เท่ากับนายอีกเหรอ” ไวโอลินย้อนถามกลับไป


    “ไม่รู้สิ! วันหนึ่งอาจจะมีก็ได้ ซึ่งนั่นก็อาจจะไม่ใช่ฉัน” ฮอร์นตอบด้วยท่าทางเศร้า ๆ ไวโอลินรู้สึกแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูก


    “แต่นายสัญญากับฉันแล้วนะ ว่านายจะอยู่กับฉันตลอดไป จนกว่า” ไวโอลินหยุดคำพูดไว้แค่นั้น


    “จนกว่าจะมีคนที่ดูแลเธอได้ดีกว่าฉัน” ฮอร์นเป็๲คนพูดต่อจนจบประโยค


    “ซึ่งนั่นไม่มีทางเป็๲ไปได้เลย ไม่มีใครที่จะดูแลฉันได้เป็๲อย่างดีเท่ากับนายอีกแล้ว เชื่อฉันสิฮอร์น...ไม่มีแล้วจริง ๆ” ไวโอลินพูดพร้อมกับยิ้มให้เขา ในขณะที่ฮอร์นเองก็ยิ้มตอบกลับมาเช่นกัน แต่แววตาของเขากลับดูเศร้าสร้อยอย่างบอกไม่ถูก นาทีนั้นไวโอลินไม่รู้เลยว่าฮอร์นกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่


    วันรุ่งขึ้น ไวโอลินตื่นขึ้นมาแต่เช้า เพราะตั้งใจเป็๲พิเศษว่าจะเตรียมหาของขวัญวันเกิดเพื่อเซอร์ไพร์สให้กับฮอร์นที่กำลังใกล้เข้ามาถึงเร็ว ๆ นี้ และเพื่อให้ของขวัญที่ออกมาประทับใจอฮร์นที่สุด แน่นอนว่าเธอเลือกที่จะปรึกษาเ๱ื่๵๹นี้กับบราวนี่ เพื่อนซี้สุดที่รักคนเดียวที่มีอยู่ จึงได้ใช้โทรศัพท์บ้านโทรออกไปหาเธอ ตามคำสั่งของฮอร์น


    “บราวนี่นี่ฉันเองนะ ขอโทษด้วยที่วันก่อนไม่ได้กลับพร้อมเธอ พอดีว่าฉันมีเ๱ื่๵๹นิดหน่อย” ไวโอลินยังพูดไม่ทันจบ บราวนี่ก็พูดสวนขึ้นมาซะก่อน


    “ไม่เป็๲ไรหรอกน่า ฉันเข้าใจ แล้วโทรมามีอะไรหรือเปล่า” บราวนี่เอ่ยถาม เพราะดูเหมือนว่าเธอจะยุ่ง ๆ


    “ฉันจะโทรมาถามว่า วันนี้เธอพอจะมีเวลาว่างไหม”


    “ตอนนี้เนี่ยนะ พอดีว่าวันนี้ฉันมีนัดกับที่บ้านด้วยสิ ทำไงดีล่ะ”


    “ไม่เป็๲ไร ไม่ต้องลำบากใจหรอกนะ ฉันแค่อยากชวนเธอไปเลือกของขวัญให้ฮอร์น เพื่อทำเซอร์ไพรส์เขาเท่านั้นเอง ถ้าเธอไม่ว่างก็ไม่เป็๲ไรนะ ฉันไม่กวนล่ะ” ไวโอลินทำท่าจะวางสาย


    “เอางี้สิ! ลองทำอะไรอร่อย ๆ ซักอย่างสองอย่าง ให้เขาชิมฝีมือการทำอาหารของเธอดีไหม” บราวนี่เสนอไอเดีย


    “บ้าน่า! เธอก็รู้ว่าฝีมือการทำอาหารของฉันมันห่วยแตกแค่ไหน”


    “เอ...เอาอย่างงี้แล้วกัน หมอนั่นชอบคิดว่าเธอไม่เอาไหนไม่ใช่เหรอ” พอได้ยินแบบนั้น ไอโอลินก็รู้สึกเหมือนถูกหลอกด่ายังไงอย่างงั้น แต่ก็ลองฟังไอเดียของยัยเพื่อนตัวแสบซะหน่อย คงไม่ได้แย่อย่างที่คิด


    “เธอลองถักผ้าพันคอไหมพรมหรือไม่ก็เสื้อกันหนาว อะไรทำนองเนี่ยท่าจะดีนะ ถึงมันจะเป็๲อะไรที่ดูเชย ๆ ที่คนสมัยนี้เขาไม่นิยมทำกันแล้ว แต่ฉันว่ามันบอกถึงความตั้งใจ และคิดว่าผู้ชายอย่างฮอร์นน่าจะชอบ”


    “จริงสิ นี่ก็ใกล้จะเข้าหน้าหนาวแล้วด้วย แต่เอ๋...ฉันถักไม่เป็๲นี่นาแถมเขาใส่เสื้อผ้าไซส์อะไรฉันก็ไม่รู้”


    “ไม่เห็นจะยากเลยนี่ย๊ะ ที่ร้านขายไหมพรมเขามีแบบและวิธีทำให้เลือกเยอะแยะอยู่แล้ว เธอลองไปหาดูนะ ส่วนเ๱ื่๵๹ขนาด ไม่เห็นจะยากเลย เธอกับเขาคงจะเคยกอดกันใช่ไหมล่ะ ฉันรู้หรอกนะ จะไม่รู้ขนาดได้ยังไง” บราวนี่พยายามบอกให้เธอลองนึกขนาดตัวแลพะเสื้อผ้าที่ฮอร์นใส่จากการกอด


    “บ้าน่า! ฉันไม่ได้กอดเขาซักหน่อย ฉันถูกเขากอดต่างหากล่ะ” ไวโอลินรีบแย้ง เพราะกลัวว่าเพื่อนจะเข้าใจผิดคิดว่าเธอไวไฟ เป็๲ฝ่ายกอดผู้ชายก่อน แม้มันจะยุคสมัยจะเปลี่ยนไปแล้วก็เถอะ


    “ก็เหมือนกันนั่นแหละน่า ยังไงเธอก็ลอง ๆ ไปเลือกดูนะ ตามร้านที่ฉันบอกไป” บราวนี่พูดก่อนจะวางสาย หลังจากนั้นไวโอลินก็รีบตรงดิ่งไปที่ห้างสรรพสินค้าที่เธอชอบไปเดินช้อปกับบราวนี่และฮอร์นอยู่บ่อย ๆ


    “ยัยบ๊อง! นี่เธออยู่ไหนเนี่ย” เสียงอบอุ่นปนดุ จากสายเรียกเข้าที่โทรเข้ามาเมื่อครู่ทันทีที่ไวโอลินกดรับ


    “ฉันอยู่... (ไวโอลินนิ่งไปครู่หนึ่ง) นายจะอยากรู้ไปทำไมล่ะ” เธอย้อนถาม เพราะไม่๻้๵๹๠า๱ให้เขารู้ว่าเธอกำลังจะเซอร์ไพรส์อะไรเขา


    “บอกมา...เพราะว่าตอนนี้ฉันรอเธออยู่ที่หน้าบ้าน” ฮอร์นถามเสียงดุดันยิ่งกว่าเดิม


    “แล้วนายไปที่นั่นทำไมเล่า ตอนนี้ฉันอยู่นอกบ้าน”


    “เฮ้! ใครให้เธอออกไป เธอขออนุญาตฉันแล้วเหรอ” ฮอร์นถามเสียงเข้ม


    “ก็แล้วทำไมจะออกมาไม่ได้ล่ะ มันเ๱ื่๵๹ส่วนตัวของฉันนะ” ไวโอลินรีบแย้ง


    “อยู่ที่ไหนฉันจะได้ไปรับ!” ฮอร์นถามกลับมา ไวโอลินไม่อยากบอก เพราะกลัวเขาจะรู้ความลับ


    “นายไม่ต้องมาหรอก เดี๋ยวฉันนั่งรถเมล์ หรือไม่ก็รถตู้กลับเองได้”


    “บอกมาเดี๋ยวนี้” ฮอร์นถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไวโอลินกลัวว่าเขาจะเป็๲ห่วง เพราะเธอไม่เคยออกไปไหนคนเดียวโดยที่ไม่บอกเขา แน่นอนว่าถ้าเธอเป็๲อะไรขึ้นมา ฮอร์นคงจะเสียใจ


    “ฉันอยู่ที่ห้าง ที่เราเคยมาทานไอศกรีมด้วยกัน” ไวโอลินตอบอย่างจำยอม


    “งั้นรอฉันอยู่ที่นั่น อย่าไปไหนล่ะ” พูดจบ ฮอร์นก็วางสายไป ไวโอลินเดินเลือกซื้อของที่เธอ๻้๵๹๠า๱จนครบ และเดินไปยังลานจอดรถที่เธอมักจะนัดพบกับฮอร์นเวลาที่แยกกันไปทำธุระทุกครั้งที่มาที่นี่


    “ได้ของครบเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็แค่วัดขนาดตัวของฮอร์น” ไวโอลินคิดตามแผนการที่บราวนี่พูดถึง คือการวัดขนาดตัวของเขาจากการกอด แทนการถามไซส์เขาไปตรง ๆ เพราะถ้าเป็๲แบบนั้น ฮอร์นต้องรู้แน่ ๆ ว่าเธอคิดจะเซอร์ไพรส์อะไรเขา และไวโอลินจะไม่ยอมให้เขารู้ก่อนที่เธอจะทำมันเสร็จอย่างแน่นอน


    “เอ๊ะ! นั่นเขา ทำไมมาถึงเร็วจัง” ไวโอลินเหลือบไปเห็นฮอร์นที่ยืนหันหลังอยู่บริเวณลานจอดรถโซน C ที่เธอพึ่งจะเดินมาถึง


    “ทำไมวันนี้ฮอร์นถึงได้ดูสูงกว่าปกตินะ” ไวโอลินพึมพำออกมาเบา ๆ แต่ก็คิดว่าช่างเถอะ เพราะว่าความสูงไม่ได้มีผลต่อไซส์เสื้อเท่าไหร่ทำให้เธอวิ่งเข้าไปโผลกอดเขาจากทางด้านหลัง


    “ฮอร์น!” ไวโอลินสวมกอดเขา ท่ามกลางสายตาของผู้ชายแปลกหน้าสามคนที่ยืนอยู่บริเวณนั้น และดูเหมือนว่าพวกเขา จะจับจ้องมองมาที่เธอเป็๲ตาเดียว ราวกับทำเ๱ื่๵๹ที่ผิดมหันต์ เพราะใบหน้าของสามคนนั้นดู๻๠ใ๽กับการกระทำของเธอจนเกินเหตุ


    “พันเจีย!” เป็๲คำพูดที่หลุดออกมาจากปากชายหนุ่มสามคนนั้น