ตอนที่ 2นี่แฟนของฉัน
หลังจากดื่มค็อกเทลไปสองสามแก้ววาดฝันก็เริ่มรู้สึกถึงแอลกอฮอล์ที่แล่นพล่านอยู่ในร่างกาย ใบหน้าเริ่มร้อนผ่าวแก้มแดงระเรื่อ ดวงตากลมโตเป็ประกายวาววับเสียงเพลงดังกระหึ่มรอบข้างเริ่มฟังดูนุ่มนวลลงเล็กน้อย
“แพรฉันขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” วาดฝันเอ่ยบอกเพื่อนเสียงดังแข่งกับเสียงเพลงที่ยังคงกึกก้อง
เหมือนแพรที่กำลังคุยสนุกสนานกับชายหนุ่มหน้าตาคมคายที่เพิ่งเข้ามาทักทายหันมามองวาดฝันเล็กน้อย “ไปคนเดียวไหวเหรอ ให้ฉันไปเป็เพื่อนไหม”
วาดฝันปรายตามองเหมือนแพรสลับกับชายหนุ่มคนดังกล่าวก่อนจะยิ้มกว้างออกมาอย่างมีเลศนัย “ไม่ต้องหรอก...ไม่อยากขัดจังหวะ”วาดฝันกระซิบคำพูดสุดท้ายพร้อมส่งสายตาล้อเลียนเพื่อนรักอย่างนึกชอบใจเหมือนแพรได้แต่ค้อนขวับใส่อย่างหมั่นไส้ “ถ้างั้นรีบไปรีบมานะ”
วาดฝันโบกมือให้เพื่อนเบาๆ พร้อมรอยยิ้มบางๆก่อนจะลุกขึ้นเดินไปยังห้องน้ำที่อยู่ด้านในของผับ
ระหว่างทางเดินไปยังห้องน้ำวาดฝันรู้สึกถึงสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมาที่เธอชุดเดรสเกาะอกสีดำสั้นเหนือเข่าที่ใส่มาในวันนี้ทำให้เธอดูสะดุดสายตามากเกินไปแต่เพราะเหมือนแพรเป็คนเลือกให้ทำให้เธอไม่อยากขัดใจเพื่อนรัก
เมื่อมาถึงหน้าห้องน้ำหญิง วาดฝันก็รีบเดินเข้าไปด้านในบรรยากาศในห้องน้ำเงียบสงบกว่าด้านนอกอย่างเห็นได้ชัดแสงไฟสีส้มนวลตาทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย เธอเดินตรงไปยังอ่างล้างหน้าเปิดน้ำเย็นล้างหน้าล้างตา เพื่อเรียกสติที่เริ่มเลือนรางกลับคืนมาแต่แล้วใบหน้าของชายหนุ่มที่ยืนด้านหน้าบาร์ก็ผุดเข้ามาในหัวสมองอีกครั้งสายตาคมกริบที่จ้องมองมายังเธอทำเอาถึงกับขนลุกซู่ขึ้นมาใบหน้าที่แดงก่ำอยู่แล้วกลับยิ่งแดงขึ้นมาอีกอย่างแยกไม่ถูกว่าเป็เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเพราะสายตาของคนผู้นั้นกันแน่
“วาดฝันเอ๊ย...แกนี่มันขี้ขลาดจริงๆเลยนะ แค่คุยกับผู้ชายคนเมื่อกี้ก็ยังไม่กล้าอีก” วาดฝันต่อว่าตัวเองในใจ พลางมองตัวเองในกระจกเธอมักเป็แบบนี้เสมอ ไม่กล้าปฏิเสธใคร ไม่กล้าแสดงออก ไม่กล้าที่จะเป็ตัวของตัวเอง “เฮ้อ...” เสียงถอนหายใจดังเฮือกขึ้นมาอีกครั้งอย่างรู้สึกขัดใจตัวเองยิ่งกว่าครั้งใดๆในชีวิต
วาดฝันเดินออกจากห้องน้ำด้วยท่าทางที่หงอยเหงาและเซ็งอารมณ์ เธอตั้งใจว่าจะรีบกลับไปที่โต๊ะและชวนเหมือนแพรกลับบ้านเสียทีแต่ระหว่างที่กำลังเดินอยู่นั้น วาดฝันก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมีชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มเดินเข้ามาขวางหน้าเธอเอาไว้
“ขอโทษนะครับคนสวยผมขอคุยด้วยได้ไหมครับ” ชายหนุ่มคนนั้นเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มมีเสน่ห์ดวงตาคมกล้าเป็ประกายวาววับที่จับจ้องใบหน้าวาดฝันอย่างพึงพอใจ
วาดฝันรู้สึกประหม่าขึ้นมาทันทีเธอไม่รู้จักชายหนุ่มคนนี้ และไม่รู้ว่าจะพูดคุยเื่อะไรกับเขาแต่ด้วยนิสัยขี้กลัวและไม่กล้าปฏิเสธใคร ทำให้เธอได้แต่ยืนนิ่งอึ้งไม่กล้าที่จะพูดสิ่งใดออกไป
“เอ่อ… คือว่า…”วาดฝันอ้ำอึ้ง พยายามหาคำพูดที่จะปฏิเสธชายหนุ่มคนนั้นอย่างสุภาพ ใบหน้าหวานหันซ้ายแลขวาอย่างรู้สึกระแวดระวังตัว
“ผมชื่อนนท์ครับผมแค่เห็นคุณสวยน่ารักดี ก็เลยอยากจะเข้ามาทำความรู้จัก”
วาดฝันมองนนท์อย่างลังเล แม้เธอจะไม่อยากคุยกับเขาแต่ก็ไม่กล้าที่จะปฏิเสธตรงๆ ได้แต่ยืนยิ้มแหยออกมาพร้อมใบหน้าที่ดูเคร่งเครียดขึ้น “เอ่อ…วาดฝันค่ะ”ในที่สุดวาดฝันก็ตอบเสียงแ่อย่างรู้สึกเสียไม่ได้
“วาดฝัน…ชื่อเพราะจังเลยนะครับ”นนท์ยิ้มกว้างขึ้น ดวงตาเป็ประกายเ้าชู้ “ว่าแต่คุณมาคนเดียวเหรอครับ”
“ปะ...เปล่าค่ะมากับเพื่อน” วาดฝันตอบเสียงสั่น เริ่มรู้สึกไม่สบายใจกับการสนทนาที่เกิดขึ้นเธอเหลือบมองไปรอบๆ อย่างกระวนกระวายใจ พลางคิดถึงเหมือนแพรขึ้นมาในทันทีอยากให้เพื่อนรีบปรากฏตัวมาช่วยเธอออกจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจนี้อย่างรวดเร็วทีเถอะ
“เพื่อนคุณไปไหนเสียล่ะครับ ปล่อยให้คนสวยอย่างคุณอยู่คนเดียวได้ยังไง”นนท์ถามต่อ พยายามรุกคืบเข้ามาใกล้วาดฝันมากขึ้นเรื่อยๆ
“เอ่อ…คือว่าเพื่อนฉัน…” วาดฝันยังคงอ้ำอึ้ง ไม่รู้จะตอบอย่างไรให้หลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ไปได้เธอกำลังรู้สึกเหมือนถูกต้อนจนจนมุม เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นที่หน้าผากด้วยความเครียดและความกังวลใจที่มี
ในขณะที่วาดฝันกำลังลนลานอยู่นั้นเอง นนท์ก็ฉวยโอกาสจับแขนของเธอเอาไว้แน่นวาดฝันถึงกับสะดุ้งเฮือกสุดตัว ก่อนจะรีบเบี่ยงตัวหนีอย่างรวดเร็ว
“ว้าย!”วาดฝันอุทานเสียงหลง ใจนแทบอยากจะร้องไห้ออกมา เธอได้แต่นึกเสียใจที่ปฏิเสธเหมือนแพรไปเมื่อเธออาสาจะเดินมาเป็เพื่อนก่อนหน้านี้
“โอ๋ๆ ใจเย็นๆครับคนสวย ผมแค่…” นนท์พยายามพูดแก้ตัว แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดจบวาดฝันก็เหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูคุ้นตา เขากำลังเดินตรงมาที่เธอเข้าอย่างถูกจังหวะเลยทีเดียว
วาดฝันเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้งอย่างควบคุมไม่ได้ด้วยสัญชาตญาณบางอย่าง เธอตัดสินใจคว้าแขนของภูทัชเอาไว้แน่นราวกับพบเจอที่พึ่งสุดท้ายในชีวิต
“นี่แฟนของฉันค่ะ” วาดฝันร้องบอกชายตรงหน้าในทันทีพร้อมกับปรายตามองชายหนุ่มที่เธอคล้องแขนเอาไว้แน่น ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและร้องขอความช่วยเหลืออย่างสุดชีวิต
ชายหนุ่มคนดังกล่าวหรี่ตามองหญิงสาวข้างกายด้วยสายตาคมเข้มพร้อมตำหนิขึ้นมาเล็กน้อยแต่เมื่อเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของวาดฝัน และชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าเขาก็พอจะเดาสถานการณ์ได้บ้าง
ชายหนุ่มคนดังกล่าวเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย พร้อมกับจ้องหน้านนท์อย่างหาเื่ “นายมีปัญหาอะไรหรือ” น้ำเสียงที่ดูราบเรียบแต่กลับฉายความดุดันและทรงอำนาจทำเอานนท์ถึงกับขนลุกขึ้นมาอย่างประหลาด
นนท์ถึงกับหน้าเสียไปเล็กน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับสายตาคมกริบและน้ำเสียงแข็งกร้าวของชายหนุ่มตรงหน้าเขาเริ่มรู้สึกถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ “ปะ...เปล่าครับไม่มีอะไร” นนท์รีบปฏิเสธเสียงสั่น รีบยกมือขึ้นโบกอย่างขอไปที“ผมแค่เข้ามาทักทายคนสวยเฉยๆ เห็นว่ามาคนเดียวก็เลย…”
“แต่ตอนนี้เธอไม่ได้อยู่คนเดียวแล้ว”น้ำเสียงเข้มพูดแทรกขึ้นมาในทันที ดวงตาคมกริบจ้องมองนนท์อย่างไม่้าเอาเื่“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เชิญหลีกทางด้วย”