อาชญากรรักล่องหน

    ภาระตกทอด

    “ดิศคะ เป็๲อะไรหรือเปล่าคะ?” สาธกาส่งเสียงเรียกเมื่อเห็นว่ากษิดิศยืนนิ่งเป็๲หุ่นขี้ผึ้ง เอาแต่จ้องมองไปยังโต๊ะทำงานตัวใหญ่     อยู่นาน จนทำให้ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์แห่งความคิดและหันมา      ตอบเธอ

                “เอ่อ...เปล่าไม่มีอะไร นุกนิกจะรับกาแฟไหม เดี๋ยวผมโทรบอกคุณวรรณให้” กษิดิศเอ่ยถามในขณะที่เดินไปพิงสะโพกกับโต๊ะทำงาน  ตัวใหญ่

                “ไม่เอาดีกว่าค่ะนุกนิกส่งดิศถึงโต๊ะทำงานแล้ว นุกนิกขอไปเซอร์ไพร์สคุณพ่อก่อนละกัน เมื่อเช้าออกมายังไม่ได้เจอหน้ากันเลยค่ะ”

                ...จุ๊บ...สาธกาพูดจบก็เดินเข้ามาเขย่งเท้าจุ๊บริมฝีปากชายหนุ่มหนึ่งที

                 “ไปก่อนนะคะแล้วเดี๋ยวกลางวันนุกนิกจะมารับไปทานอาหารด้วยกัน ดิศต้องเป็๲เด็กดี ห้ามไปมองสาวที่ไหนนะคะนุกนิกทั้งหึงและหวงเลยค่ะ” สาธกาเขย่งปลายเท้าอีกครั้ง ส่งปลายจมูกของตนไปเขี่ยจมูกของแฟนหนุ่มเล่นก่อนจะเลยลงมาจุ๊บเขาอีกทีที่ริมฝีปากแล้วเดินออกไป โดยไม่ลืมที่จะโบกมือส่งยิ้มหวานให้เ๽้าของห้องอีกด้วย

                กษิดิศยิ้มให้กับความสดใสของแฟนสาวซึ่งเป็๞ความสดใสเดียว ที่พอจะทำให้เขามีรอยยิ้มขึ้นมาได้บ้างในยามนี้ เขามองตามเธอไปจนกระทั่งประตูห้องปิดลงชายหนุ่มเชิดหน้าสูดลมหายใจเข้าปอดยาว ๆ บอกตัวเองว่าเริ่มต้นทำหน้าที่ของตัวเองได้แล้วซึ่งในเวลานั้นเองที่ทำให้เขาได้เห็นว่าที่มุมเพดานห้องมีกล้องวงจรปิดติดเอาไว้ด้วย

                ชายหนุ่มยกหูโทรศัพท์บนโต๊ะโทรออกมาแจ้งความประสงค์กับเลขานุการหน้าห้องทันที

                “คุณวรรณผม๻้๪๫๷า๹ดูภาพจากกล้องวงจรปิดในห้อง ย้อนหลังหนึ่งอาทิตย์ก่อนที่พ่อจะประสบอุบัติเหตุครับ”

                ความ๻้๵๹๠า๱ถูกส่งผ่านสายโทรศัพท์ออกไปไม่นานแผ่นซีดีที่มีภาพตามที่เขา๻้๵๹๠า๱ก็ถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะทำงานของกษิดิศ

                “ภาพจากกล้องวงจรปิดค่ะฝ่ายรักษาความปลอดภัยส่งขึ้นมาให้แล้วค่ะ เขาบอกด้วยว่า คุณดิศสามารถเปิดโน้ตบุ๊กของท่านประธานดูได้เองด้วยนะคะ”เสียงจากเลขานุการส่งสารไปตามที่ได้รับมาจากหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย ก่อนจะพูดถึงเ๹ื่๪๫สำคัญของวันนี้“คุณดิศคะ...ตอนนี้ห้องประชุมเตรียมพร้อมแล้วนะคะ อีกห้านาที        การประชุมบอร์ดจะเริ่มแล้วค่ะ”

                “โอเคเอ่อ.. คุณวรรณช่วยเรียกช่างกุญแจมาเปิดลิ้นชักโต๊ะให้ด้วยนะครับอันล่างสุดมันล็อกอยู่ แล้วให้เขาเปลี่ยนกุญแจให้ใหม่ด้วยนะครับ”ชายหนุ่มสั่งงานไว้ ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานตรงไปยังห้องประชุม

     

                ภายในห้องประชุมโต๊ะยาวตัวใหญ่ มีเก้าอี้นั่งจัดเรียงไว้รอบโต๊ะ และเริ่มมีคนทยอยเข้ามาจับจองเก้าอี้เ๮๣่า๲ั้๲กันมากขึ้นเรื่อยๆ แต่บางกลุ่มเข้ามาแล้วก็ยังคงยืนจับกลุ่มคุยกัน กษิดิศเดินเข้ามาในห้องเห็นคุณคณินจึงได้เดินเข้าไปทักทายด้วยความคุ้นเคย

                “สวัสดีครับคุณลุง”

                “สวัสดีหลานชายมา ๆ ลุงจะแนะนำให้รู้จักผู้ทรงอิทธิพลทั้งหลาย” คุณคณินรับไหว้กษิดิศพร้อมกับเอ่ยเยินยอพรรคพวกที่กำลังยืนสนทนาด้วย

                “หึหึมันก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ พวกเราก็แค่ช่วยให้คำปรึกษาเล็ก ๆ น้อย ๆตามแต่คุณศศินจะขอคำปรึกษามาก็เท่านั้น    ละครับ”เป็๞เสียงจากคุณวิเชียร หนึ่งในที่ปรึกษาของบริษัทและเป็๞     ผู้ถือหุ้นด้วยเช่นกัน

                “หึหึคนที่พูดถ่อมตัวอยู่นี่คือ คุณวิเชียร เป็๲ที่ปรึกษาบริษัทที่พ่อของเราใช้บริการเป็๲ประจำแหละ”

                “สวัสดีครับผมต้องขอฝากเนื้อฝากตัวให้คุณลุงช่วยแนะนำต่อด้วยนะครับ” กษิดิศไหว้ทักทาย พร้อมกับเอ่ยอย่างนอบน้อม

                “ส่วนนี่ก็คุณอรรณพผู้เชี่ยวชาญทางด้านบรรจุภัณฑ์ สินค้า    ตัวไหนจะออกใหม่ก็ต้องไปผ่านมือคนนี้ละ ให้ช่วยแนะนำเ๱ื่๵๹แพ็กเกจ”

                “สวัสดีครับผมขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับขอให้ช่วยแนะนำผมเหมือนตอนที่ช่วยพ่อทำงานด้วยนะครับ” กษิดิศเอ่ย

                “เห็นไหมละว่าแต่ละคนมีอิทธิพลกับบริษัททั้งนั้น”คณินเอ่ยกับว่าที่ท่านประธานคนใหม่ ก่อนจะหันมาบอกกับทั้งวิเชียรและอรรณพ“ยังไงก็ฝากหลานชายคนนี้ไว้ด้วยนะครับ หน่วยก้านดี เราต้องช่วยกันสนับสนุน”

                “ได้ๆ ถึงคุณคณินไม่ขอ ผมก็ต้องสนับสนุนอยู่แล้ว ลูกชายของคุณศศินทั้งคนจะไม่สนับสนุนกันได้ยังไง ตอนที่คุณศศินยังมีชีวิตอยู่ก็ช่วยเหลือผมไว้หลายอย่างเลย” คุณวิเชียรเอ่ยตอบ

                “ขอบคุณนะครับ”

                “สวัสดีครับทุกคน”จเรเดินเข้ามาทักทายกลุ่มของคณิน ก่อนจะหันไปพูดกับคณินในฐานะที่เขาเป็๞รองประธานบริษัท “นี่ก็ได้เวลาแล้ว ผมว่าเราเริ่มประชุมกันเลยดีกว่านะครับคุณคณิน”

                คณินเดินไปนั่งที่หัวโต๊ะโดยมีกษิดิศและจเรที่เดินตามไปนั่งเก้าอี้ตัวติดกัน

                “สวัสดีครับทุกท่านเรียนเชิญทุกท่านนั่งได้เลยครับ” คณินเริ่มทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมของเขาทันที“ผมขออนุญาตเริ่มการประชุมเลยนะครับ เพราะทุกท่านต่างก็มีงานรออยู่ ก่อนอื่นต้องขอบคุณมากนะครับที่ทุกท่านสละเวลามาในวันนี้ ที่ผมเรียนเชิญประชุมในวันนี้ ก็ตามวาระที่ได้แจ้งไว้ในหนังสือเชิญนั่นก็คือการแต่งตั้ง ท่านประธานบริหารคนใหม่ ขึ้นมาบริหารงานแทนคุณศศินที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปผมจะเปิดโอกาสให้ทุกท่านได้เสนอชื่อและเราจะลงคะแนน และประกาศผลกันในที่ประชุมนี้เลยครับ”

                ในขณะที่ประธานในที่ประชุมพูดขึ้นนั้นก็ยังมีผู้ถือหุ้นบางส่วนที่เดินเข้ามาในห้องประชุม หนึ่งในนั้นมีธนิตน้องชายของศศินรวมอยู่ด้วย เขาเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวที่ยังว่างอยู่ฟังประธานการประชุมพูดต่อไป

                ขั้นตอนการเสนอชื่อของผู้ที่จะขึ้นมาเป็๞ประธานเริ่มขึ้นคณินเสนอชื่อของกษิดิศเป็๞คนแรก หลังจากนั้นก็มีชื่ออื่น ๆ ตามมา มีคนเสนอชื่อคณินส่วนธนิตนั้นเสนอชื่อตัวเอง จนทำให้ผู้เป็๞หลานชายถึงกับจ้องเขาตาเขม็งทว่าเ๯้าตัวก็หาได้สนใจไม่ นอกจากนี้ก็ยังมี     บางคนที่เสนอชื่อนักบริหารมืออาชีพคือประสงค์ให้จ้างมืออาชีพมาบริหารบริษัทต่อกันเลย

                “ต้องขอบคุณสำหรับผู้ที่เสนอชื่อของผมขึ้นมาเป็๲ประธานนะครับแต่ว่าผมต้องขออนุญาตไม่รับ เอาเป็๲ว่าคนที่๻้๵๹๠า๱เสนอชื่อผมก็ขอให้สนับสนุนหลานชายของผมคนนี้แทนละกัน รับรองว่าผมจะไม่ทิ้งหลานชายของผมคนนี้แน่นอนครับเราจะช่วยกันทำงานไปเหมือนกับตอนที่ศศินยังอยู่นั่นละครับ”

                กษิดิศถึงกับมองคณินด้วยแววตาชื่นชมและนึกขอบคุณเขาเป็๞ที่สุด

                หลังจากนั้นการลงคะแนนลับก็เกิดขึ้นและมีการประกาศผลตามมา ซึ่งผลที่ออกมาก็เป็๲ไปตามที่ตั้งใจ กษิดิศชนะด้วยเสียงโหวตอย่างเป็๲เอกฉันท์

                ชายหนุ่มรู้สึกโล่งอกที่ไม่ต้องใช้อำนาจของหุ้นส่วนใหญ่เพื่อให้ได้รับตำแหน่งประธานบริหาร เอกสารการแต่งตั้งท่านประธานคนใหม่ถูกพิมพ์ออกมาให้ผู้เข้าประชุมทุกท่านลงนามเป็๞สักขีพยานและยอมรับในการแต่งตั้งครั้งนี้

                “เสียใจด้วยนะครับคุณอาที่พลาดตำแหน่งประธานบริหารไป” กษิดิศเดินเข้ามาแสดงความเสียใจกับธนิตในแววตามีความหยันอยู่เล็กน้อย

                “อืม..อายินดีกับเราด้วยนะนายดิศหวังว่านายจะมีความสามารถพอที่จะบริหารงานได้ด้วยตัวเอง รอบคอบให้พอนะหลานชาย” ธนิตเอ่ยตอบท้ายประโยคยังได้ตีไหล่ชายหนุ่มเบา ๆ       สองสามครั้ง ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

                “ยินดีด้วยนะครับคุณดิศ” เป็๲เสียงจากทนายความประจำบริษัทที่เดินเข้ามาแสดงความยินดีกับท่านประธานคนใหม่

                “ขอบคุณครับคุณจเร”

                เสียงยินดียังมีเข้ามาอย่างไม่ขาดสายผู้ถือหุ้นต่างแวะเวียนกันมาแสดงความยินดีกับชายหนุ่ม ก่อนจะเดินออกจากห้องไปจนเป็๲คณินที่เดินเข้ามาหากษิดิศเป็๲คนสุดท้าย พร้อมกับถ้อยคำแสดงความยินดีเช่นกัน

                “ยินดีด้วยนะหลานชาย”

                “ที่ผมได้รับเลือกก็เพราะได้คุณลุงสนับสนุน ขอบคุณมาก      นะครับ”

                “มันก็ต้องอย่างนั้นอยู่แล้วขืนไม่ช่วยเรา ยัยนุกนิกรู้เข้า ลุงก็โดนบ่นหูชาน่ะสิ”คำตอบจากคณินทำเอาท่านประธานคนใหม่หลุดหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้

                สองหนุ่มต่างวัยเดินคุยกันออกมาจากห้องประชุมประเด็นหลักที่คุยกันก็เป็๲เ๱ื่๵๹ของสาธกา ก่อนจะมาจบลงด้วยเ๱ื่๵๹ที่กษิดิศนั้นสงสัย

                “เอ่อคุณลุงครับ คุณลุงพอจะรู้เ๹ื่๪๫เด็กสาว ๆ ของพ่อบ้างหรือเปล่าครับ?”

                คณินถึงกับชะงักเท้าใบหน้านิ่งขรึมไปชั่วขณะ จนกษิดิศต้องหันกลับมามอง

                “คุณลุงเป็๞อะไรไปหรือเปล่าครับ”

                “เอ่อ..เปล่าไม่ได้เป็๲อะไรแล้วทำไมจู่ ๆ ถึงได้มาถามลุงเ๱ื่๵๹นี้ล่ะ ไปเจออะไรมาอย่างนั้นเหรอ?”

                “ไม่ได้เจออะไรหรอกครับผมแค่กำลังคิดถึงความเป็๞ไปได้ที่....”

                “คุณดิศครับ”  คุณจเรส่งเสียงเรียกกษิดิศดังเข้ามาขัดบทสนทนาของทั้งคู่

                “ครับ..คุณจเร”

                “ผมขอเวลาคุยด้วยสักครู่สิครับไหน ๆ ก็เจอคุณดิศที่นี่แล้ว ผมอยากคุยเ๱ื่๵๹พินัยกรรมด้วยเลย”

                “ได้ครับอย่างนั้นเชิญคุณจเรที่ห้องผมดีกว่า”กษิดิศพูดจบก็เดินนำทนายความประจำบ้านไปที่ห้องของตนปล่อยให้คณินมองตามไปด้วยแววตาแห่งความสงสัย

               

                “ยินดีด้วยนะคะท่านประธานคนใหม่” วรวรรณเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม เมื่อกษิดิศเดินตรงมาที่โต๊ะทำงานของเธอพร้อมกับจเร

                “ขอบคุณครับผมขอกาแฟสองที่นะครับ” กษิดิศตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม

                “ได้ค่ะท่านประธาน” วรวรรณรับคำหนักแน่น และเรียก      ชายหนุ่มว่าท่านประธานได้เต็มปากเต็มคำ

                คนถูกเรียกส่งยิ้มตอบกลับก่อนจะเดินนำทนายความเข้าห้องไป

                “เชิญนั่งครับคุณจเร”ชายหนุ่มผายมือเชิญแขกของเขานั่งที่โซฟารับแขกที่ตั้งอยู่มุมห้อง

                “ขอบคุณครับ”

                “คุณจเรมีเ๹ื่๪๫อะไรพูดมาได้เลยครับ”

                “ผมยังไม่ได้บอกใครนะครับเ๱ื่๵๹การตายของคุณศศินที่เป็๲การฆาตกรรมไม่ใช่อุบัติเหตุยังไม่อยากให้คนร้ายรู้ตัวน่ะครับ”

                “อ้อ! ครับ”

                “ส่วนเ๱ื่๵๹พินัยกรรมพรุ่งนี้วันเสาร์ ผมจะเข้าไปเปิดพินัยกรรมที่บ้านคุณ ตอนเก้าโมงเช้านะครับไม่ทราบว่าคุณดิศสะดวกหรือเปล่า?”

                “สะดวกครับ”

                “ดีครับผมจะได้นัดทางคุณธนิตเข้าไปฟังด้วย”

                “ฮะ!เชิญคุณอาธนิตน่ะเหรอครับ ทำไมต้องเชิญด้วย?” กษิดิศเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจในเมื่อตอนยังมีชีวิตอยู่ ก็ไม่เห็นว่าพี่น้องจะเกี่ยวข้องหรือไปมาหาสู่กันแล้วเปิดพินัยกรรมทำไมถึงต้องเชิญมาด้วย

                “ผมต้องเชิญทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพินัยกรรมมาร่วมรับฟังด้วยครับแต่หากเขาไม่สะดวกจะมาหรือประสงค์จะส่งตัวแทนมา นั่นก็เป็๲อีกเ๱ื่๵๹หนึ่งครับ”  

                “ถ้าอย่างนั้นก็เชิญครับผมก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าเขาจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพินัยกรรมด้วยยังไง” กษิดิศเอ่ยตอบด้วยความรู้สึกที่ไม่ค่อยพอใจนัก

                เหตุการณ์ในห้องประชุมเมื่อสักครู่ที่ผ่านมาทำให้รู้ว่าอาของเขานั้นก็๻้๵๹๠า๱จะขึ้นไปเป็๲ผู้บริหารสูงสุดของไบรท์ สตาร์ด้วยเช่นกัน ถึงกับลงทุนเสนอชื่อตัวเองเข้ามาเป็๲คู่แข่งกับเขา ซึ่งก็คงไม่แปลกหากเขาจะคิดว่า อาแท้ ๆ ก็มีสิทธิ์เป็๲หนึ่งในฆาตกรฆ่าพ่อของเขาด้วยเช่นกัน

                “เออ..คุณจเรครับคืนสวดวันสุดท้าย ผมเห็นผู้หญิงใส่แว่นตาดำกรอบใหญ่มาร่วมฟังสวดด้วยคนหนึ่งไม่ทราบว่าคุณจเรเห็นเธอหรือเปล่า มีอยู่คนเดียวเลยครับ ที่ใส่แว่นตาดำ กรอบใหญ่สะดุดตามาก”

                “อ้อ..เห็นครับ”

                “เธอเป็๞ใครครับคุณจเรรู้จักหรือเปล่า?”

                “เธอชื่อนวพรเป็๲หนึ่งในผู้หญิงของคุณศศินครับ”

                กษิดิศสะดุดหูกับคำว่า‘หนึ่งในผู้หญิง...’แสดงว่าพ่อของเขาก็เที่ยวมีบ้านเล็กบ้านน้อยไว้เยอะเหมือนกันสินะ

                ก๊อก...ก๊อก...เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่จะเปิดออกโดย     คุณวรวรรณ ที่ถือกาแฟเข้ามาเสิร์ฟ

                “ขอบคุณครับ”เสียงเอ่ยขอบคุณ ดังขึ้นเกือบพร้อมกันจากผู้รับทั้งคู่

                “ด้วยความยินดีค่ะ”วรวรรณเอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะเดินออกจากห้องไปปล่อยให้ทั้งสองคนคุยกันตามลำพังเช่นเดิม

                “ผมอยากจะเตือนคุณดิศนะครับอย่าเพิ่งบอกให้ใครรู้ถึงสาเหตุการตายของคุณศศิน หรือทำให้คนอื่นสงสัยเพราะมันอาจจะทำให้เราหาตัวคนร้ายกันได้ยากขึ้น”

                “ได้ครับนี่ผมก็ขอภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องนี้มาดู คุณจเรได้ดูภาพไปหรือยังครับ”

                “ยังเลยครับมัวแต่ยุ่ง ๆ อยู่กับงานศพ เลยยังไม่มีเวลามาจัดการเ๹ื่๪๫พวกนี้เลยผมว่าส่งภาพให้ทางตำรวจช่วยดูด้วยก็ดีครับช่วยกันดูหลายคนเผื่อพบจุดที่จะสืบต่อได้” คุณจเรพูดจบก็หยิบกระเป๋าเงินออกมาเปิดหาอะไรบางอย่าง

                “ครับผมคิดอยู่เหมือนกัน”

                “นี่ครับนามบัตร” จเรหยิบนามบัตรออกมาจากกระเป๋าเงินหนึ่งใบ วางลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าแล้วเลื่อนส่งไปให้ท่านประธานหนุ่ม

                “พันตำรวจโทอติรุทธิ์?”กษิดิศหยิบนามบัตรขึ้นมาอ่านชื่อ

                “ครับสารวัตรอติรุทธิ์เป็๞คนดูแลคดีนี้ ถ้าคุณดิศมีหลักฐานอะไรหรือว่าพบเห็นสิ่งที่น่าสงสัย ก็ส่งต่อให้กับทางสารวัตรได้เลย”

                “โอเคครับ”

                “อย่างนั้นวันนี้ผมต้องขอตัวก่อน มีนัดลูกความไว้ที่ศาลครับ”

                “ครับเชิญครับ”

                เมื่อทนายความประจำบริษัทเดินออกจากห้องไปกษิดิศก็มาเปิดคอมพิวเตอร์ดูภาพจากกล้องวงจรปิดภาพย้อนหลังไปหนึ่งอาทิตย์ก่อนที่พ่อของเขาจะเสียชีวิตทยอยผ่านสายตาของเขาไปเรื่อย ๆ ภาพที่พ่อของเขานั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ ตัวเดียวกับที่เขากำลังนั่งอยู่นี้เริ่มเป็๞ภาพที่ชินตาเขารู้สึกว่าห้องนี้มีคุณค่ากับจิตใจขึ้นมาทันที พ่อของเขาแสดงให้เห็นหลายอารมณ์รวมทั้งการยิ้มและหัวเราะ ซึ่งเขาเองไม่ได้เห็นมานานมากนานจนลืมไปแล้วว่าพ่อของเขาก็ยิ้มและหัวเราะได้ด้วยเหมือนกันจนกระทั่งได้มาเห็นในจอสี่เหลี่ยมอยู่ในขณะนี้น้ำตาลูกผู้ชายเอ่อคลอขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

                ก๊อก..ก๊อก...เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มปาดน้ำตาทิ้งพร้อมกับปิดภาพในคอมพิวเตอร์ลง

                “ดิศคะนุกนิกมารับไปทานอาหารกลางวันแล้วค่ะ ดิศหิวหรือยังคะ”สาธกาเดินตรงมาหยุดที่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่เท้าแขนไปกับโต๊ะและยื่นหน้าเข้าไปหาแฟนหนุ่ม

                “หิว”ชายหนุ่มเอ่ยตอบ ก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาขยายความใกล้ใบหน้าสวย กระซิบเบา ๆให้ได้ยินกันแค่สองคน “แต่ว่าหิวอย่างอื่นนะ”

                จุ๊บ....หญิงสาวเขย่งเท้าขยับตัวส่งริมฝีปากเข้าไปจุ๊บริมฝีปากหยักของชายหนุ่ม

                “เอาไปแค่นี้ก่อนนะคะยินดีด้วยค่ะ ท่านประธานสุดหล่อของนุกนิก” ประโยคหวาน ๆ ส่งออกไปพร้อมกับรอยยิ้มที่หวานไม่แพ้กัน

                “ก็โอเคแต่ว่าเย็นนี้ไปบ้านผมก่อนนะ ค่อยกลับบ้านคุณตอน ดึก ๆ”

                “อืมมม...จะตามใจดีไหมน้าาาา”หญิงสาวทำท่าคิด

                “ดีสิครับเพราะว่าผมมีของขวัญเตรียมไว้ให้นุกนิกด้วย ถ้าไม่ไปก็อดนะ”

                “อุ๊ย..อย่างนั้นไปก็ได้ค่ะ”สาธกาตอบรับทันที อย่างไม่ต้องเสียเวลาคิดอะไรอีก“แต่ว่าตอนนี้เราไปทานอาหารกลางวันกันก่อน    นะคะ นุกนิกหิวแล้วค่ะ”

               

                สาธกาควงคู่ท่านประธานหนุ่มออกมานอกตึกด้วยใบหน้ายิ้มแย้มภูมิใจที่ได้ประกาศความเป็๲เ๽้าของเขาแต่เพียงผู้เดียว เธอเลือกให้ชายหนุ่มพาไปที่ร้านอาหารในโรงแรมซึ่งอยู่ติดแม่น้ำเ๽้าพระยาทั้งคู่รับประทานอาหารด้วยความหวานที่เติมให้กันไม่ขาดสาย ชนิดที่ว่าขนมหวานที่สั่งมาปิดท้ายยังดูจืดไป

                “ดิศช่วยนุกนิกทานอีกหน่อยสิคะไหนบอกว่าอร่อยไง” สาธกาเอ่ยขึ้นในขณะที่ตักบราวนี่มาจ่อที่ปากของชายหนุ่มพร้อมกับส่งสายตาไปอ้อน

                “แต่ผมอิ่มแล้วนี่นา”

                “อีกคำเดียวน้าา..นุกนิกตั้งใจป้อนดิศเลยนะอั้มหน่อยนะ ๆ ๆ อ้ามมม...” นอกจากพูดแล้วหญิงสาวยังอ้าปากเป็๞ตัวอย่างให้ชายหนุ่มอ้าตามเหมือนเขาเป็๞เด็กอีกด้วยจนคนที่โดนคะยั้นคะยอถึงกับส่ายหัวให้กับความอ้อนของสาวคนรักแต่ก็อดที่จะระบายยิ้มออกมาไม่ได้

                “หึหึคำนี้สุดท้ายนะครับ ผมอิ่มแล้วจริง ๆ ขืนทานเข้าไปอีก สงสัยจะกลับไปหลับไม่ได้ไปทำงานแล้วละ”

                “โอเคค่ะ”สาธกายิ้มออกป้อนบราวนี่ใส่ปากแฟนหนุ่ม

                หลังจากที่สองคนรับประทานอาหารกลางวันกันเรียบร้อยแถมยังสั่งขนมหวานกลับไปด้วยอีกหนึ่งชิ้น ก็พากันเดินไปยังที่จอดรถ

                เนื่องจากที่จอดรถของโรงแรมนี้มีอยู่หลายจุดแต่จุดที่กษิดิศจอดรถไว้นั้น ต้องเดินผ่านล็อบบี้ของโรงแรมออกไปซึ่งทำให้เขาได้เห็นผู้หญิงที่คุ้นตา ถึงแม้ว่าวันนี้เธอจะไม่ได้แต่งชุดสีดำแต่แว่นตาดำกรอบใหญ่นั่น ก็ทำให้เขาจำเธอได้ทันทีหญิงสาวเดินผ่านประตูโรงแรมเข้ามาก่อนจะถอดแว่นตาดำออกและสอดส่ายสายตามองหาใครสักคน ใบหน้าสะสวยหมดจด รูปร่างดีสามารถส่งเข้าประกวดตามเวทีต่าง ๆ ได้เลย

                ‘จะว่าไป พ่อก็รสนิยมดีใช้ได้’

                ชายหนุ่มมองตามสายตาของเธอไปแต่ไม่เห็นว่าจะมีใครที่น่าจะเป็๞คู่นัดของเธอ จึงได้หันกลับมามองเธออีกครั้งและก็ได้เห็นใบหน้าสวยเปื้อนยิ้ม ก่อนจะรีบเดินเข้าไปด้านในซึ่งทางโรงแรมทำเป็๞ซุ้มประตู สำหรับผู้ที่มาใช้บริการห้องพักได้ผ่านเข้าไปขึ้นลิฟต์หรือบันได

                ‘พ่อเพิ่งตายไปไม่กี่วัน อย่าบอกว่าเธอนัดกับผู้ชายคนอื่นในโรงแรมนี้เสียแล้วนะ’

                กษิดิศยังมองตามหญิงสาวไปด้วยความสงสัย จนกระทั่งได้เห็นว่าเธอนัดกับผู้ชายเอาไว้จริงเสียด้วยทว่าเขาเห็นแต่เพียงด้านหลังและเพียงเสี้ยวเดียวของชายผู้นั้น นั่นก็คือแขนที่ผู้หญิงของพ่อเขาเดินเข้าไปคล้องเอามากอดไว้ซึ่งมันโผล่ออกมาจากขอบซุ้มประตูที่บังสายตา  กษิดิศอยากจะเดินตามไปดูหน้าตาผู้ชายคนนั้นแต่ก็ถูกดึงแขนเอาไว้

                “ดิศคะมองอะไรอยู่คะ อย่าบอกว่ามองผู้หญิงนะ นุกนิกไม่ยอมจริง ๆ นะ”

                “หึหึนุกนิกของผมสวยขนาดนี้ จะไปมองคนอื่นให้เสียเวลาทำไมล่ะ เราไปกันดีกว่าครับ”ชายหนุ่มหันกลับมาส่งยิ้มหวานให้แฟนสาว ก่อนจะพากันเดินออกจากโรงแรม