บันทึกราชันย์เทพอสูร

    เล่มที่ 1 โลกเยาหลิง โลกแห่งจิตอสูร บทที่ 13 ทดสอบพรสวรรค์

            “ทุกคนรับผลึกวิญญาณไปคนละอัน เก็บผลึกวิญญาณเบื้องต้นนี้ไว้กับตัวให้ดีก่อนพลังวิญญาณจะพัฒนาถึงห้าร้อยจุด ก็ยังใช้ผลึกวิญญาณอันนี้ได้ เมื่อไหร่ที่พลังวิญญาณพัฒนาถึงห้าร้อยจุดพวกเจ้าต้องซื้อผลึกวิญญาณระดับกลาง!” เนี่ยหลีพูดขณะแจกจ่ายผลึกวิญญาณเบื้องต้นให้แก่ตู้เจ๋อลู่เพียวและพวก

            เห็นเนี่ยหลีกำลังยื่นผลึกวิญญาณให้พวกตนเว่ยหนาน จูเสียงจวิ้น จางหมิง สามคนทำสีหน้าหวาดผวา

            “พวกเราจะรับของราคาแพงขนาดนี้ได้อย่างไร?”เว่ยหนานพูด ผลึกวิญญาณเบื้องต้นอันหนึ่งราคาพันกว่าเหรียญจิตอสูร เงินค่าครองชีพสองปีของพวกเขาก็ยังไม่ได้มากถึงเพียงนี้เนี่ยหลีกลับหยิบยื่นให้แก่พวกเขา

            “ใช่แล้ว พวกเราไม่อาจรับได้!”จูเสียงจวิ้นรีบปฏิเสธ

            จางหมิงก็เช่นกันพวกเขาล้วนเป็นนักเรียนสามัญชน ที่ไหนจะเคยได้ของมีราคาค่างวดถึงเพียงนี้?

            “เนี่ยหลีให้พวกเจ้าก็รับไปเถอะ! เว้นแต่พวกเจ้าจะไม่ถือว่าพวกเราเป็นพี่น้องกัน” ลู่เพียวสองคิ้วขมวดมุ่นเสียงเข้ม

            ตู้เจ๋อเป็นสามัญชนคนหนึ่งแต่ก็มีเกียรติยิ่ง เขายังรับไว้ ทั้งสามคนมองตากันและจึงพยักหน้าหงึกๆ รับผลึกวิญญาณเบื้องต้นมาจากเนี่ยหลีในใจต่างเต็มไปด้วยความสำนึกรู้คุณ

            “เนี่ยหลี ขอบคุณนับจากนี้ไป เจ้าก็คือพี่ใหญ่ของพวกข้า หากมีสิ่งใดก็สั่งพวกข้ามาได้เลย” เว่ยหนานทั้งสามต่างพูดขึ้นมาตามๆ กัน ในใจของพวกเขาต่างยอมรับเนี่ยหลี ตัดสินใจติดตามเนี่ยหลีแล้ว

            ได้ยินคำพูดของคนทั้งสามเนี่ยหลียิ้มบางๆ มีพี่น้องเหล่านี้ สิ่งที่เนี่ยหลีอยากทำย่อมเบาแรงลงไปได้กว่าครึ่ง

            “ตู้เจ๋อ เจ้าควรทดสอบเป็นคนแรก!”เนี่ยหลีมองตู้เจ๋อและพูด “ทำเหมือนกับที่เคยทดสอบเมื่อครั้งเข้าเรียน!”

            “ได้เลย”ตู้เจ๋อพยักหน้าหงึกๆ เขากำผลึกวิญญาณเบื้องต้นไว้และค่อยๆ ถ่ายเทพลังวิญญาณลงไปในผลึกวิญญาณเบื้องต้นผลึกวิญญาณเบื้องต้นค่อยๆ เรืองแสงขึ้น สว่างขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนแก้มอ่อนเยาว์ ทว่ามีความมั่นคงเจืออยู่เล็กน้อยของตู้เจ๋อแสงสว่างแวววาวกระจุกหนึ่งเริงร่ายอยู่กลางผลึกวิญญาณ ความสว่างนี้ยังค่อนข้างห่างชั้นกว่าผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงอยู่

            เมื่อพวกเขามองๆดู พวกเขาพอจะประมาณจำนวนจุดคร่าวๆ ได้ แต่ละจุดก็คือสัญลักษณ์ของพลังวิญญาณหนึ่งจุด

            “ตู้เจ๋อ เจ้าก้าวหน้าเร็วมากเจ้ามีพลังวิญญาณห้าสิบสองจุดแล้ว!” ลู่เพียวพูดอย่างตื่นเต้นมีพลังวิญญาณตั้งห้าสิบสองจุด ตู้เจ๋ออาจจะเป็นคนแรกในหมู่พวกเขาที่สามารถพัฒนาพลังวิญญาณขึ้นไปถึงร้อยจุดแรกกลายเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงผู้หนึ่ง

            ตู้เจ๋อมองเนี่ยหลีเนี่ยหลีขณะนี้กำลังจดจ่ออยู่กับการเพ่งมองผลึกวิญญาณ

            ในสายตาของเนี่ยหลีไม่ว่าจะมีพลังวิญญาณอยู่กี่จุด กี่สิบกี่ร้อยก็ไม่มีความหมาย สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือธรรมชาติและรูปร่างของจิตอสูร

            ภายในผลึกวิญญาณมีจุดแสงขาวๆทอแสงระยิบระยับปนกับแสงสีแดงเทาๆ บางครั้งก็รวมตัวเข้าหากัน แปรเปลี่ยนรูปร่างไปหลากหลายราวกับเมฆก้อนหนึ่ง

            เห็นภาพนี้แล้วเนี่ยหลีทำสีหน้าประหลาดใจ เผลอร้องออกมา “ที่แท้เป็นคุณลักษณะแบบอัคคีสายฟ้า และยังมีรูปร่างแบบเมฆาสายฟ้าเทียนหลินอีกด้วย”ไม่แปลกใจที่ความก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์ของตู้เจ๋อเมื่อชาติที่แล้วจะรวดเร็วนักมีอาณาเขตวิญญาณรูปแบบเมฆาสายฟ้าเทียนหลินและคุณลักษณะแบบอัคคีสายฟ้าเช่นนี้นับว่าเข้าคู่กันได้อย่างสมบูรณ์แบบน่าเสียดายที่ชีวิตชาติก่อนของตู้เจ๋อศึกษาจารึกอัคคีศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นพอก้าวขึ้นถึงระดับทองหนึ่งดาวก็ถึงขีดจำกัดของเขาแล้วแต่ในโลกนี้ ในเมื่อมีเนี่ยหลีอยู่ ตู้เจ๋อย่อมจะเกิดความเปลี่ยนแปลงใหญ่อย่างหลวงแน่นอน

            “สิ่งใดคือคุณลักษณะแบบอัคคีสายฟ้าสิ่งใดคืออาณาเขตวิญญาณรูปแบบเมฆาสายฟ้าเทียนหลินรึ?”

            “ในโลกใบนี้ไม่มีอาณาเขตวิญญาณขยะอาณาเขตวิญญาณเจ็ดสี แดง ส้ม เหลือง เขียว ฟ้า คราม ม่วง เหล่านี้บ่งบอกถึงอัตลักษณ์และพรสวรรค์ของคนผู้หนึ่งด้วยหลากหลายเหตุผล อาณาเขตวิญญาณบางอย่างสามารถฝึกยุทธ์ได้ง่ายกว่า แต่มิได้หมายความว่าอาณาเขตวิญญาณสีแดงจะเป็นขยะหากเจ้าพบเคล็ดวิชาลมปราณที่เหมาะสม แม้แต่อาณาเขตวิญญาณสีแดงก็สามารถปลดปล่อยพลังที่ทรงอานุภาพออกมาได้ส่วนพวกที่แบ่งแยกอาณาเขตวิญญาณออกเป็นระดับคุณภาพต่างๆ ในแง่ของการฝึกพลังวิญญาณ พวกมันก็เป็นแค่มือสมัครเล่น!”เนี่ยหลียิ้มบางขณะพูด

            คำพูดของเนี่ยหลีลู่เพียว ตู้เจ๋อและพวกฟังแล้วรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า สุดที่จะคาดคิดได้ ตั้งแต่ก่อตั้งเมืองกวงฮุยบรรดาผู้ฝึกยุทธ์ระดับตำนานล้วนบอกพวกเขาว่าอาณาเขตวิญญาณแบ่งเป็นร้อยแปดพันเก้าระดับสีส้มแข็งแกร่งกว่าสีแดง สีเหลืองแข็งแกร่งกว่าสีส้ม... นี่มิใช่ว่าบรรดาผู้คนระดับตำนานเหล่านั้นล้วนเป็นพวกมือสมัครเล่นหรอกหรือ?

            ในความเข้าใจเรื่องอาณาเขตวิญญาณแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญระดับตำนานก็ยังไม่อยู่ในระดับเดียวกันกับเนี่ยหลี เนี่ยหลีสามารถดูแคลนผู้ทรงอำนาจระดับตำนานใดๆก็ได้ เนื่องเพราะเนี่ยหลีผู้นี้ในชาติที่แล้วเคยก้าวถึงเหนือระดับตำนานมาก่อน ระดับที่พวกเขาสุดจะคาดคิดถึงได้

            เนี่ยหลีอธิบายต่อ“หากเจ้าพบเคล็ดวิชาลมปราณที่เหมาะสมไม่ว่าอาณาเขตวิญญาณสีใดก็สามารถฝึกถึงระดับตำนานได้! ตู้เจ๋อมีอาณาเขตวิญญาณสีเหลืองคุณลักษณะของอาณาเขตวิญญาณแบบอัคคีสายฟ้า มีรูปแบบเมฆาสายฟ้าเทียนหลิน เคล็ดวิชาลมปราณที่เหมาะสมคือแบบอัคคีสายฟ้าและรูปแบบยันต์อัคคีสายฟ้าเทียนหลินจิตอสูรที่เหมาะสมคืออสูรเทียนหลิน หากเงื่อนไขครบถ้วน ผลสำเร็จย่อมน่าอัศจรรย์ใจ แต่หากเจ้าฝึกยันต์แบบอื่นความเร็วของการฝึกยุทธ์ของเจ้าย่อมช้าลงไปอันมาก”

            เมื่อได้ยินคำอธิบายของเนี่ยหลีตู้เจ๋อมีสีหน้ากังวลใจ เขาพูดว่า “เสียดาย เคล็ดวิชาอัคคีสายฟ้าในเมืองกวงฮุยนั้นไม่สมบูรณ์ ต่อให้มีบันทึกอยู่ในหนังสือโบราณภาษาเหล่านั้นก็เก่าแก่นัก...” ระหว่างที่พูดได้ครึ่งๆ กลางๆตู้เจ๋อก็พลันนึกอะไรได้ เนี่ยหลีสามารถอ่านหนังสืออัคคีสายฟ้าสวรรค์ได้ เขารีบหันไปมองเนี่ยหลีดวงตาเต็มไปด้วยความหวัง

            ในเวลานี้เนี่ยหลีคลี่ยิ้มราวกับมีไพ่เด็ดซ่อนอยู่ในแขนเสื้อและพูดว่า“มีข้าอยู่ทั้งคน มีอะไรน่าห่วง แค่เคล็ดวิชาลมปราณอัคคีสายฟ้าไม่มีสิ่งใดยากเกินไปสำหรับข้า ข้ามีเคล็ดวิชาลมปราณอัคคีสายฟ้าที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่หกสิบเก้าแบบเจ้าอยากฝึกแบบไหน เจ้าว่ามาได้เลย?”

            เคล็ดวิชาอัคคีสวรรค์สายฟ้าสีทับทิมรึ? ไม่ได้ เคล็ดวิชานี้รุนแรงเกินไปโดยเฉพาะเมื่อฝึกจนถึงช่วงสุดท้าย มันสามารถทำลายเส้นชีพจรของผู้ฝึกได้ เคล็ดวิชาเทียนหลินศักดิ์สิทธิ์ดีหรือไม่?เคล็ดวิชานี้เหมาะสมกับร่างกายของตู้เจ๋อดีจริงๆ ไม่มีข้อเสียอันใด ทว่ายังไม่เคยมีผู้ใดฝึกมันมาก่อนรวมถึงผู้คิดค้นเคล็ดวิชาเทียนหลินเองด้วย แต่ในสายตาของเนี่ยหลี เก้าขั้นแรกของเคล็ดวิชานี้มีความปลอดภัยส่วนสามขั้นสุดท้ายมีความยากอยู่บ้าง

            อานุภาพของเคล็ดวิชาเทียนหลินไม่ต้องพูดถึงแค่ฝึกถึงขั้นที่เก้าก็น่าอัศจรรย์มากแล้ว ส่วนสามขั้นสุดท้ายนั้นคงต้องขึ้นอยู่กับวาสนาของตู้เจ๋อเอง

            “เจ้าก็ฝึกเคล็ดวิชาเทียนหลินเถอะนี่เป็นหนึ่งในสามเคล็ดวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดของหมวดอัคคีสายฟ้า ข้าจะท่องเคล็ดวิชานี้ให้เจ้าฟังและก็จะทำสำเนาวิชายุทธ์ต่างๆ ในชุดของมันให้เจ้าเป็นลำดับต่อไป!” เนี่ยหลีท่องเคล็ดวิชาเทียนหลินให้แก่ตู้เจ๋อ เนื้อหาของเคล็ดวิชาเทียนหลินไม่ซับซ้อนนักดังนั้นตู้เจ๋อจึงจดจำได้อย่างรวดเร็ว

            เมื่อศึกษาและนั่งสมาธิท่องเคล็ดวิชาเบาๆตู้เจ๋อรู้สึกตกใจอย่างยิ่ง เคล็ดวิชาเทียนหลินทรงอานุภาพกว่าเคล็ดวิชาใดๆ ที่เขาเคยเห็นมาก่อนมากมายนักเพียงแค่ท่องเคล็ดวิชา ตู้เจ๋อก็รู้สึกว่าอาณาเขตวิญญาณของตนเริ่มสั่นสะเทือนขึ้นมาอย่างแรงพลังวิญญาณของเขาก็แข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นี่ยังไม่ทันเริ่มโคจรลมปราณ แต่กลับกระตุ้นอาณาเขตวิญญาณจนขยายตัวและพลังวิญญาณก็เริ่มเพิ่มขึ้น

            เห็นได้ชัดว่าหากฝึกเคล็ดวิชาเทียนหลินแล้วพลังวิญญาณของตู้เจ๋อจะต้องก้าวหน้าขึ้นอย่างก้าวกระโดด!

            ตลอดเวลาที่ผ่านมาตู้เจ๋อดิ้นรนต่อสู้อย่างหนักเพื่อครอบครัว ความฝันของเขาก็คือการเปลี่ยนโชคชะตาของบิดามารดาและครอบครัวตนแต่เขารู้ดีว่าเป้าหมายของตนนั้นช่างห่างไกล ทว่าเวลานี้ ตู้เจ๋อรู้สึกว่าตราบใดที่เขาทุ่มเทใจหมั่นเพียรฝึกวิชาเทียนหลินปัญหาทั้งหลายก็จะหมดไป ทั้งหมดนี้ล้วนมาจากเนี่ยหลี!

            “อีกสองสามวันข้างหน้าข้าจะบันทึกรายละเอียดทั้งหมดในการฝึกวิชาเทียนหลินให้แก่เจ้า!”เนี่ยหลีพูดพร้อมยิ้มบางๆ

            ตู้เจ๋อเต็มไปด้วยความสำนึกในบุญคุณของเนี่ยหลีสองตาแดงรื้นกล่าวอย่างจริงจัง “อุตส่าห์ถ่ายทอดวิชาที่ดีเลิศเช่นวิชาเทียนหลินให้ข้า ข้าขอบคุณเจ้ายิ่งนักหากเจ้ามีอะไรจะเรียกใช้ข้า ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟ หากข้าตู้เจ๋อลังเลแม้แต่น้อย ยินดีตายใต้ทัณฑ์สวรรค์!”

            “อย่าพูดเช่นนี้เลยพวกเราเป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน! ก็แค่เคล็ดวิชาอย่างหนึ่ง!” เนี่ยหลียิ้มเล็กน้อยและตบหลังของตู้เจ๋อ

            หากให้เนี่ยหลีพูดนี่เป็นเพียงเคล็ดวิชาอย่างหนึ่ง แต่หากให้ตู้เจ๋อพูด ความหมายย่อมแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

            ขณะนี้ลู่เพียวฟังจนหงุดหงิดแล้วเขาพูดขึ้นข้างๆ “ฟังพวกเจ้าพูดกันจนข้าเข็ดฟันไปหมดแล้ว พวกเราเป็นพี่น้องกัน มีสุขร่วมเสพมีทุกข์ร่วมต้าน!เนี่ยหลี ข้ามีอาณาเขตวิญญาณสีแดง ข้าเหมาะสมจะฝึกพลังวิญญาณด้วยหรือไม่?”

            “แน่นอน ทุกคนสามารถฝึกยุทธ์ได้ต่อให้เป็นอาณาเขตวิญญาณสีแดง เว้นแต่ว่าเคล็ดวิชาที่เหมาะสมย่อมแตกต่างกัน!”เนี่ยหลียิ้ม

            ลู่เพียวเริ่มถ่ายเทพลังวิญญาณลงไปในผลึกวิญญาณเบื้องต้นไม่ช้าผลึกวิญญาณก็เริ่มทอแสง จุดแสงสีแดงสิบกว่าจุดหมุนอยู่ภายในนั้น ความสว่างน้อยกว่าของตู้เจ๋อเป็นอันมาก!เห็นเช่นนี้ สีหน้าของลู่เพียวก็แดงเรื่อขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ พลังวิญญาณของเขาต่ำต้อยเกินไปจริงๆ

            “อาณาเขตวิญญาณสีแดงมีคุณลักษณะยุ่งเหยิง และมีรูปร่างอย่างตะวันแดง!” เนี่ยหลีสองคิ้วขมวดมุ่นอยู่ครู่หนึ่ง“รูปแบบตะวันแดง แม้จะนับว่าธรรมดา แต่กลับมีคุณลักษณะยุ่งเหยิงซึ่งหาได้ยากอย่างน่าแปลกในแสนคนมีไม่ถึงหนึ่งคน ทำไมไม่ฝึกเคล็ดวิชาไร้ลักษณ์เล่า?”

            “เคล็ดวิชาไร้ลักษณ์?แข็งแกร่งหรือไม่?” ลู่เพียวถามอย่างตื่นเต้นเพราะชื่อของมันฟังดูแล้วทรงอานุภาพดียิ่ง

            “แน่นอน เคล็ดวิชาไร้ลักษณ์ไม่ด้อยไปกว่าเคล็ดวิชาเทียนหลินทั้งยังไม่ต้องฝึกมากนัก เพียงต้องคอยบำรุงลมปราณไร้ลักษณ์ในร่างกายของเจ้าให้ดี เหมาะกับเจ้านัก”เนี่ยหลีพูดกลั้นหัวเราะ “จะฝึกถึงขั้นสูงสุดหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับวาสนาของเจ้าแล้ว”

            ได้ฟังเนี่ยหลีสองตาของลู่เพียวก็เป็นประกายเจิดจ้า เคล็ดวิชาชุดนี้ช่างเหมาะกับเขาเหลือเกิน เขาหัวเราะเบาๆพูด “ข้าไม่ต้องการฝึกจนถึงขั้นสูงสุดขอแค่ก้าวขึ้นถึงระดับเงินหนึ่งดาวได้ข้าก็พอใจแล้ว”

            ผู้ควบคุมจิตอสูรระดับเงินหนึ่งดาว...หากผู้คิดค้นเคล็ดวิชาไร้ลักษณ์ได้มาฟังความฝันอันยิ่งใหญ่ของลู่เพียวเข้า ไม่ทราบท่านผู้คิดค้นจะตกใจกับความคิดนี้หรือไม่

            “ระดับเงินหนึ่งดาว...”เนี่ยหลีอับจนคำพูดแล้ว เขาเดาว่าอีกไม่นานลู่เพียวคงจะต้องพบว่าความฝันของตนน่าหัวเราะเพียงใดเมื่อได้ฝึกเคล็ดวิชาไร้ลักษณ์ เป็นไปไม่ได้ที่จะทรงตัวอยู่ที่ระดับเงินหนึ่งดาว เพราะด้วยการสั่งสมพลังลมปราณไว้ในร่างกายพลังยุทธ์ของลู่เพียวจะก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดจนถึงระดับน่าสะพรึงกลัวเลยทีเดียว!

            เนี่ยหลีเริ่มทดสอบเว่ยหนานจูเสียงจวิ้น จางหมิงต่อไปและมอบเคล็ดวิชาที่ทรงอานุภาพให้แต่ละคน แม้ไม่อาจเทียบได้กับเคล็ดวิชาไร้ลักษณ์หรือเคล็ดวิชาเทียนหลินแต่ก็นับว่าเป็นเคล็ดวิชาที่ไม่มีเคล็ดวิชาใดๆ ในเมืองกวงฮุยจะเทียบได้ ไม่ต้องพูดถึงว่ายังมีวิชายุทธ์ที่เหมาะสมที่สุดกับความถนัดและอาณาเขตวิญญาณของพวกเขาความก้าวหน้าในอนาคตย่อมมีประสิทธิภาพมากกว่า!

            รอจนถึงระดับทองแดงห้าดาวเมื่อไหร่ค่อยหาจิตอสูรที่เหมาะสมจากนั้นความสามารถในการต่อสู้ของพวกเขาย่อมเพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว!

            เนี่ยหลีชำเลืองมองผลึกวิญญาณในมือเตรียมทดสอบพรสวรรค์ของตัวเอง ด้วยหลายๆ เหตุผลในชีวิตชาติก่อนของเขา เนี่ยหลีใช้เส้นทางอ้อมมากมายและเคล็ดวิชาที่เขาฝึกก็สับสนปนเปจึงส่งผลให้เขาขาดกำลังในการฝึกช่วงท้าย ดังนั้นชีวิตหนนี้ เขาต้องการที่จะค้นหาเคล็ดวิชาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตนเอง

    คล้ายกับเรื่องบันทึกราชันย์เทพอสูร ที่คุณอ่าน

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984