บทที่ 16
เชื่อเถอะปาฏิหาริย์ต้องมีสักวัน
หนิงเหมยจูไม่คิดว่าคนนี้จะจ่ายยอมจ่ายค่ารถเข็นในราคาถึงห้าร้อยหยวนมันแพงไปหรือเปล่า แต่ก็ช่างเถอะในเมื่อเสนอมาเธอก็ยินดีน้อมรับ
"ได้ค่ะป้า แต่ต้องพรุ่งนี้นะคะป้ามารับได้ไหมวันนี้ฉันไม่สะดวกต้องพาสามีมาหาหมอ" เธออยากได้เงินนะใช่แต่ยังไม่อยากเผยความลับตัวเองออกไปให้สามีได้สงสัยต่อให้เงินสำคัญแต่ตอนนี้สามีสำคัญกว่า
"ได้สิ ป้าชื่ออ้ายเจิน หนูเห็นร้านผ้าร้านนั้นไหมนั่นร้านป้าเองหนูไปหาป้าร้านนั้นได้เลย" อ้ายเจินพยักหน้าตกลงเธอชี้ให้ดูร้านขายเสื้อผ้าขนาดใหญ่ให้หนิงเหมยจูดูว่าร้านเธออยู่ตรงนี้
"ค่ะป้าเจิน พรุ่งนี้ฉันเอามาส่งให้นะคะฉันชื่อหนิงเหมยจูส่วนนี่สามีฉันตงซีเฉิน วันนี้เราสองคนขอตัวก่อนนะคะ"หนิงเหมยจูแนะนำตัวเองและสามีจากนั้นเธอแจ้งว่าพรุ่งนี้เธอจะเอามาส่งให้ก่อนจะขอตัวพาสามีไปโรงพยาบาล
"วันนี้พี่ซีเฉินเก่งมากช่วยฉันหาเงินได้ด้วย" ขณะเข็นสามีมาที่โรงพยาบาลเธอจึงเลือกที่จะชมเขาอย่างให้กำลังใจ
"พี่ดีใจที่มีส่วนช่วย แต่ว่าน้องซื้อมาแพงขนาดนี้เลยเหรอความจริงเอารถเข็นคันนี้ไปขายต่อก็ได้นะ" ตงซีเฉินคิดว่าราคาคงจะแพงแน่ๆและไม่อยากให้ภรรยาเสียเงินเพื่อเขามากขนาดนี้เลยคิดจะให้เอารถเข็นคันนี้ของเขาไปขายแทน
"พี่ซีเฉินคิดมาก จะขายคันนี้ทำไมฉันไม่ได้ซื้อมาแพงอย่างที่คิดหรอกฉันซื้อมาแค่ร้อยห้าสิบหยวน ถูกกว่าจักรยานอีก"หนิงเหมยจูกระซิบบอกประโยคสุดท้าย ทำให้ตงซีเฉินตาเป็ประกายหากเขาช่วยภรรยาขายรถเข็นสามคัน เหมยจูของเขาก็จะมีกำไรพันกว่าหยวน
"เหมยจูน้องไม่โกหกใช่ไหม ขายรถคันหนึ่งได้กำไรขนาดนี้เลยเหรอ"
"จริงค่ะ ฉันไม่โกหก ว่าแต่ดูพี่จะตื่นเต้นนะ พี่รอฉันตรงนี้ก่อนนะฉันไปลงทะเบียนกับเ้าหน้าที่ให้พี่ก่อน"
หนิงเหมยจูหยิบเอกสารส่วนตัวของสามีเดินไปหาเ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลตงซีเฉินนั่งรอตรงรถเข็น เขาเห็นว่ามีคนหลายคนมองรถเขาเขาจึงเลือกที่จะเข็นรถไปมาอยู่แถวนั้น เผื่อว่ามีใครสนใจติดต่อขอซื้ออีกเพราะรถเข็นที่มีของโรงพยาบาลไม่สะดวกแบบที่เขาใช้
พอหนิงเหมยจูทำทะเบียนประวัติเสร็จเธอจึงเดินกลับมาที่สามีแต่ต้องขมวดคิ้วเพราะสามีไม่ได้อยู่คนเดียว มีคนประมาณห้าหกคนยืนอยู่ข้างๆ
"เหมยจูน้องมาแล้ว ลุงกับป้ากลุ่มนี้สนใจเก้าอี้รถเข็นที่พี่ใช้อยู่พี่บอกแล้วว่าน้องซื้อมาคันละสี่ร้อยห้าสิบหยวนแต่ถ้าอยากได้พี่ขายให้ห้าร้อยหยวนขอกำไรกับค่าขนส่งที่ต้องเอามา น้องว่ายังไงพี่บอกแล้วว่าร้านขายเสื้อร้านใหญ่ๆ ก่อนถึงโรงพยาบาลร้านนั้นสั่งซื้อเหมือนกันหนึ่งคันพรุ่งนี้น้องจะเอามาส่งให้ทุกคนเลยรอคุยกับน้องว่าน้องพอจะหาให้อีกได้หรือเปล่า"ตงซีเฉินบอกภรรยาน้ำเสียงที่ติดจะตื่นเต้นนิดหน่อย
"ได้ค่ะหากใคร้าก็แจ้งมาได้เลยพรุ่งนี้เที่ยงให้มารับที่หน้าโรงพยาบาลหรือว่าจะให้ส่งตามบ้านก็ได้แต่มีค่าขนส่งตามระยะทางนะคะฉันต้องเหมาเกวียนไปส่งให้" หนิงเหมยจูยิ้มให้สามีไม่น่าเชื่อว่าพี่ซีเฉินขายของเก่งเหมือนกัน
เมื่อเจรจาซื้อขายเรียบร้อยสรุปแล้วตงซีเฉินขายรถเข็นให้ภรรยาได้อีกห้าคันทำให้ระหว่างรอหมอเรียกตรวจ ชายนั่งหนุ่มยิ้มไม่หยุดเขารู้สึกภูมิใจที่ช่วยภรรยาหาเงินได้เขาเลือกที่จะไม่ถามว่าภรรยาหาของพวกนี้มาได้ยังไงเขาเชื่อเพียงอย่างหนึ่งว่าหนิงเหมยจูภรรยาเขาคนนี้ไม่มีทางทำอะไรผิดกฎหมายและเสี่ยงอันตรายแน่นอน
"วันนี้พี่ซีเฉินน่ารักมาก ช่วยฉันหาเงินได้ตั้งหลายพันหยวน"หนิงเหมยจูเอ่ยชมอีกครั้งด้วยรอยยิ้ม เธอไม่รู้หรอกว่าผลตรวจวันนี้จะเป็ยังไงแต่เธอไม่อยากให้พี่ซีเฉินมองว่าตัวเองเป็ภาระแต่ใครจะคิดว่าสามีของเธอจะตอบกลับมาจนเธอไปไม่เป็แบบนี้ทำเอาหนิงเหมยจูแก้มแดงด้วยความอาย
"น่ารักแล้วรักไหม" ตงซีเฉินถามกลับ
"คุณตงซีเฉินเชิญพบคุณหมอค่ะ" ดีที่มีเสียงของพยาบาลเรียกไม่อยากนั้นเธอไม่รู้จะตอบสามียังไงเหมือนกัน
เมื่อเข้ามาในห้องหมอตรวจาแที่ตอนนี้กลายเป็แผลเป็ไปเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะตรวจขาทั้งสองข้าง หมอขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจแต่ก็ไม่พูดอะไรออกมาก่อนจะส่งตัวไปอีกที่เพื่อถ่ายภาพตรวจดูกระดูกขาทั้งสองข้าง
หนิงเหมยจูให้กำลังใจสามีไม่ว่าจะเป็ยังไงเธอก็ขออยู่ข้างๆ ไม่ไปไหนหมอใช้เวลาพักใหญ่จึงพาตงซีเฉินกลับมาที่ห้องเดิมที่มีหนิงเหมยจูรออยู่
"คุณเป็ภรรยาของคนไข้นะครับอาการของสามีคุณหมอไม่กล้ารับประกันว่าสามารถกลับมาเดินได้อีกครั้งหรือเปล่ากระดูกขาทั้งสองข้างไม่ได้แตกละเอียด เพียงแค่หักเท่านั้นแต่เพราะคนไข้ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีทำให้หมอไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะหายเมื่อไหร่ ครั้งนี้หมอจ่ายยาบำรุงกระดูกไปให้รวมถึงยารักษาอื่นๆนะครับ เดือนหน้ามาหาหมออีกครั้ง แต่ถ้ากินยาแล้วรู้สึกไม่ดีรีบมาหาหมอนะครับ" หมอไม่อยากบอกตามตรงว่าโอกาสหายนั้นแทบจะไม่มีกลัวว่าคนไข้จะเสียกำลังใจ แต่ถ้าไปต่างประเทศก็ไม่แน่ว่าอาจจะรักษาได้
"หมอคะ ถ้าเกิดผ่าตัดเหมือนที่ต่างประเทศรักษากันค่าใช้จ่ายสูงมากไหม แล้วมีโอกาสกลับมาเดินได้อีกหรือเปล่าแล้วถ้าหากกินนมที่บำรุงกระดูกจะช่วยอะไรได้บ้างไหม แล้ว..."
"เหมยจู ไม่เป็ไร น้องอย่าทำให้ตัวเองลำบากเพื่อต้องหาเงินมารักษาพี่รักษาแบบนี้ไปก่อน ไม่หายก็ไม่เป็ไร อย่าลืมสิต่อให้พี่จะเดินไม่ได้ไปตลอดแต่พี่ช่วยน้องทำงานได้นะ"ตงซีเฉินห้ามภรรยา แค่เธอเป็ห่วงและคิดจะรักษาเขา เขาก็รู้สึกอบอุ่นในหัวใจแล้วเขาไม่อยากให้เธอเดือดร้อนหรือทุ่มเทเพื่อเขาจนเกินกำลังของตัวเองแม้ว่าเขาเดินไม่ได้ แต่เขาช่วยภรรยาทำงานหาเงินได้เหมือนกัน
หนิงเหมยจูตาแดงเธอทำใจไว้แล้วต่อให้หมอไม่พูดตรงๆ เธอก็เข้าใจในเมื่อพี่ซีเฉินยังเข้มแข็งเธอก็ต้องเข้มแข็งต่อไป
"คุณทั้งสองมีกำลังใจดี ไม่แน่ว่าวันหนึ่งปาฏิหาริย์ต้องเกิดขึ้นส่วนที่คุณถามเื่นม หากมีก็ดื่มได้ครับ นมช่วยเื่กระดูกอยู่แล้ว"หมอให้กำลังใจ ส่วนมากคนไข้ที่มารักษาพอรู้ว่าตัวเองจะต้องกลายเป็คนพิการไม่มีใครที่ยิ้มได้แบบคนไข้คนนี้เลยสักคนเดียว
"ขอบคุณมากครับ/ขอบคุณมากค่ะ"หนิงเหมยจูและตงซีเฉินขอบคุณหมอก่อนจะออกมาจากห้องเพื่อไปจ่ายค่ารักษาและรอรับยา
เมื่อหนิงเหมยจูรับยาและจ่ายเงินแล้วเธอจึงเข็นรถให้กับสามีเพื่อเดินออกมาจากโรงพยาบาลระหว่างทางที่จะไปหาหนิงฮุ่ยหมินเธอจึงแวะซื้อซาลาเปายี่สิบลูกไปฝากแม่และลูกสาวรวมทั้งให้สามีและน้องชายได้กินรองท้องก่อนจะกลับถึงบ้านแต่พอมาถึงที่นัดหมายกลับเจอน้องชายยืนโต้เถียงบางอย่างกับกลุ่มเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งไม่นานเด็กกลุ่มนั้นก็จากไป
"เกิดอะไรขึ้นฮุ่ยหมิน"
"ไม่มีอะไรพี่ใหญ่ พอดีเจอคนบ้ามาหาเื่ แต่ไม่มีอะไรแล้วครับ"หนิงฮุ่ยหมินตอบพี่สาวก่อนจะถือของทั้งหมดมาที่พี่สาวของเขายืนอยู่วันนี้สงสัยจะเป็วันที่ฟ้าปิดของเขาจึงมาเจอนักเรียนที่ไม่ค่อยถูกกันตรงนี้
"อืม ถ้าอย่างนั้นนายไปตามเกวียนมารับพี่กับพี่ซีเฉินตรงนี้ก็แล้วกันแต่ว่านายซื้อของครบแล้วใช่ไหม" หนิงเหมยจูบอกน้องชาย
“ครบหมดแล้วครับพี่ เอาเท่าที่จำเป็ เดี๋ยวพอสร้างบ้านเสร็จผมี้เีขนค่อยมาซื้อใหม่ทีหลัง” หนิงฮุ่ยหมินอกพี่สาวท่าทางทะเล้นก่อนจะรีบวิ่งไปตามเกวียนรับจ้างที่อยู่ตรงทางเข้าซอยถัดไป
แต่กลายเป็ตงซีเฉินที่นั่งขมวดคิ้วเพราะเมื่อครู่เขาเห็นน้องสาวที่เรียนอยู่ในอำเภอเดินควงแขนเด็กหนุ่มหน้าตาดีเดินเข้าร้านข้างหน้าด้วยท่าทางที่ดูก็รู้ว่าเป็คนรักกัน
ปกติแล้วตงซีเฉินนั้นไม่สนิทกับใครในบรรดาพี่น้องทั้งห้าคนมีเพียงพี่รองเท้านั้นที่ยังคุยและดีกับเขา ส่วนคนอื่นๆ เขาไม่สนใจเขาอยากรู้เหลือเกินว่าพ่อแม่รู้หรือเปล่าว่าน้องห้ามีคนรักแล้วแบบนี้แต่พี่สามควรจะรู้ก่อนหรือเปล่า หรือว่าต่อให้อยู่บ้านเดียวกันก็ต่างคนต่างอยู่ช่างเถอะในเมื่อไม่ใช่เื่ของเขา อีกทั้งยังแยกบ้านกันแล้วเขาไม่อยากที่จะสนใจอีกหวังว่าจะไม่เกิดเื่เสื่อมเสียขึ้นก็พอ