ตอนที่ 8
“พูดแบบนี้ต่อยกันไหมพี่”แม้จะรู้ว่ารุ่นพี่เพียงแค่หยอกเล่น แต่เธอก็อดที่จะหงุดหงิดใจไม่ได้
“ไม่เอานะหวาย”เพทายกระตุกเสื้อเพื่อนให้หยุดเถียงกับรุ่นพี่
“มึงก็ดูแต่ละคนพูดซิวะ เห็นคนสวยหน่อยไม่ได้ปาก...ใส่ไม่หยุดกันเลย” พฤศจิกาเอ่ยเสียงขุ่นเขียว
“น้องพูดผิดพูดใหม่นะ พวกพี่ชมน้องคนนี้ต่างหาก...”
เขาเหรอ!
“น่ารักวะ อยากจะจีบเป็เมีย...”
สิ้นเสียงคนพูดก็มีเสียงโห่รับกันยกใหญ่ที่เขาเกลียดที่สุดเลย
“ถ้าพี่ผ่านผัวผมได้ พี่ก็จีบผมได้นะ”แม่ง…อยากได้เขาเป็เมียกันนัก ก็ไปคุยกับเฮียก้องละกัน อยากรู้นักแต่ละคนจะโดนอะไร
ทุกคนที่อยู่รอบกายล้วนแล้วเงียบกันไปหมดยกเว้นเพียงแค่แว่นที่หัวเราะกลั้วคอ
“ไอ้ตอเต่า!”
เป็หวายที่พูดขึ้นก่อน“มึงเล่นอย่างนี้เลยเหรอวะ”
“เจอใครก็ชอบพูดแต่อยากจะได้น้องเต่าไปเป็เมียกันทั้งนั้นน้องเต่ารำคาญ น้องเต่าไม่อยากมีปัญหากับเฮียก้องด้วย”ถ้ารู้เข้านะ...ไม่อยากจะคิดเลย ตอนเย็นเขาจะต้องเจอกับอะไรบ้างรุ่นพี่ตรงหน้าว่าน่ากลัวแล้วยังสู้เฮียก้องตอนโกรธไม่ได้เลย ใบหน้าแดงไปถึงใบหูเสียงก็ยังกับฟ้าผ่า แค่คิดถึง ขนหัวก็ลุกแล้ว
“โอ๊ย! เพื่อนกู” หวายตบหน้าผากตัวเอง “กูจะเป็ลมไอ้แว่น ขออกกำยำของมึงมารับหุ่นบอบบางของกูหน่อย”
“เสียใจวะ อกกูมีไว้ให้เมียซบคนเดียว”แว่นอมยิ้มขณะมองไปยังชายหนุ่มร่างเพรียวที่นั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่“ใช่ไหมครับพี่ small t”
อย่างรวดเร็วเกินใครจะทันตั้งตัวร่างเล็กเพรียวก็ลุกขึ้นมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าแว่นทั้งที่คอเสื้อถูกพี่กุลทีจับเอาไว้ แต่เพื่อนตัวสูงของเขาใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้ม
“มึงอยากตายหรือไง”กุลทีกัดฟันถามหนุ่มรุ่นน้องที่กล้าลามปามเขา สงสัยไม่อยากตายดีไม่เคยมีใครกล้าลูบคมเขาแบบนี้เลย ถ้าไม่ติดว่าอยู่ในมหา’ ลัยนะ พ่อจะต่อยให้ยับหน้าตาปูดบวมกินข้าวไม่ได้ไปสักสามวัน
แว่นยังคงยิ้ม...อย่างไม่สะทกสะท้านแถมยังจับมือกุลทีเอาไว้แล้วลูบไล้เบา ๆ “ผมไม่รีบตายหรอกฮะผมยังไม่ได้พี่เป็เมียเลย”
เพทายและหนึ่งเพื่อนสาวที่ยืนอยู่ได้แต่อ้าปากค้างก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอเมื่อเจอกับสายตาเกรี้ยวกราดและเต็มไปด้วยโทสะของพี่กุลที...โอ๊ย!แว่นจะหาเื่ให้พวกเราตายยกกลุ่มใช่ไหม
เพทายได้แต่เอามือกุมหัวเื่ที่เขาจะได้พี่กุลทีเป็รุ่นพี่รหัสง่าย ๆเห็นที่ว่าคงจะ...ยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นูเาเสียแล้วซิ แว่นนะแว่นไม่สงสารน้องเต่าเลยใช่ไหม
“เฮ้ยน้อง! เล่นแรงไปเปล่านี่รุ่นนี่นะ...ให้ความเคารพยำเกรงกันหน่อย”หนึ่งในสี่ของรุ่นพี่ที่นั่งอยู่ลุกขึ้นยืน ตามองแว่นเขม็งหากแว่นกลับไม่คิดจะใส่ใจอะไรเลยในสายตาเขายังคงมีเพียงแค่...กุลทีคนเดียวเท่านั้น
“พี่ ๆ ครับ ผมชอบที คิดว่าอาจจะถึงรักไปแล้วก็ได้เลยจะขออนุญาตกันตรงนี้เลยนะครับ ผมนายแว่น มหาสมุทรจันทร์เทสกุลจะขอจีบทีมาเป็เมียนับจากนี้ผมก็จะเดินหน้าจีบ...ทีไปเป็เมียอย่างเต็มที่”
สองเพื่อนร่วมกลุ่มยังคงอ้าปากค้างก่อนที่เพทายจะคิดได้ว่า แว่นน่าจะโดนพี่กุลทีต่อยนะแต่ทำไมทุกอย่างมันกลับตาลปัตรไปล่ะ อยู่ดี ๆทุกคนก็อ้าปากค้างมองพี่กุลทีที่หน้าแดงอย่างกับมะเขือเทศสุก ไม่ใช่เพราะอายแต่น่าจะเป็โกรธจัด เพราะดูเหมือนว่าพี่กุลทีจะต่อยแว่นแต่ไม่รู้ว่ามันตาลปัตรไปได้ยังไงพี่กุลทีถึงได้ตกอยู่ในอ้อมกอดและถูกแว่นจับมือเอาไว้อ๋อ...ถ้าจะมีแปลกอีกอย่างนั้นก็คือใบหน้าของแว่นที่ปราศจากแว่นสายตาแม่ง...หล่อเกินคำบรรยาย หล่อจริง ๆหล่ออย่างที่เขาชอบพูดกันว่า...หล่อวัวตายควายล้ม
“คราวนี้ผมให้อภัย แต่ถ้ามีคราวหน้าทีคิดจะทำร้ายผมอีกผมจับกดเลยนะครับ...พี่ที” เขาอยากจูบแก้มใส ๆ สักฟอด แต่ต้องอดใจเอาไว้ก่อนแค่นี้ทีก็โกรธจะแย่แล้ว เอาไว้จีบเป็แฟนติดเมื่อไหร่เขาจะฟัดเช้าฟัดเย็นไม่ให้ได้หยุดพักเลยคอยดู คนอะไรก็ไม่รู้ น่ารักและน่ากดฉิบหายเลย
เอาเข้าไป แว่นไม่กลัวตาย แต่น้องเต่ากลัวนะครับ
“พี่ว่าน้องปล่อยเพื่อนพี่ดีกว่า”
“นั่นซิแว่น ปล่อยพี่เขาเถอะ” เพทายบอกเพื่อนเสียงอ่อยแต่ดูเหมือนแว่นจะยังไม่สนใจอะไรเลย
“พวกมึงไม่ต้อง กูจัดการเอง”เพราะเขาคิดว่าเป็รุ่นน้องที่ยังปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ไม่ได้แต่เล่นอย่างนี้...ไม่สมควรปล่อยให้ลอยนวล ยิ่งเป็เขา...กุลที ประดับทองด้วยแล้วใครกล้าลูบคม มันต้องเอาให้หมอบคาตีน!
“หยุดหื่นก่อนได้ไหมไอ้แว่น ช่วยดูสภาพรอบ ๆที่มึงยืนอยู่กับหน้าเพื่อนมึงก่อนได้ไหม” พฤศจิกาที่เพิ่งจะเรียกสติตัวเองได้หาเสียงตัวเองเจอตวาดใส่เพื่อน “ช่วยดูหน้าไอ้ลูกเต่าก่อนได้ไหมไอ้บ้าแว่นไอ้ลูกเต่าจะร้องแล้วนะโว้ย”
“ไม่...ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกหวาย” เพทายบอกเสียงสั่น“น้องเต่าแค่กลัวว่าพี่ทีจะไม่ยอมรับน้องเต่าเป็น้องรหัสนะ”
“พี่ยอมรับ ถ้าน้องจะทำอะไรให้สักสองสามอย่าง”กุลทีกัดฟันพูดขณะมองหนุ่มรุ่นน้องตาเป็ประกายวาวเจิดจ้าด้วยเพลิงโทสะ
“พี่...พี่จะให้น้องเต่าทำอะไรครับ”
“พี่อยากได้ข้าวผัดพริก...พริกสีแดง ๆ เต็มจานเลยยิ่งดีต้มยำขอพริกเยอะๆ ส่วนน้ำก็เอาแดงโซดา ชาเขียว กาแฟ น้ำอัดลมเอาให้เยอะที่สุด...ภายในสิบนาที”
“ไปเร็วตอเต่า”พฤศจิการีบลากมือเพื่อนวิ่งไปยังโรงอาหารใต้อาคารในทันที โดยลืมสิ้นความสงสัยกุลทีสั่งให้ไปซื้อของพวกนั้นมาทำอะไร
“อะไร...อะไรนะครับ” เพทายถามซ้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจที่ได้ยินเมื่อครู่ไม่ได้หูฝาดไป
“หรือน้องจะไม่ทำก็ได้นะ พี่ไม่ว่านะ”กุลทีพูดกับคนที่จะมาเป็น้องรหัสตนแต่สายตากลับมองไปที่แว่นอย่างคนที่คิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่าถึงสิ่งที่ให้ทำมันจะดูเด็กไปสักหน่อย แต่มันก็ทำให้อายได้เหมือนกันถ้าคิดจะจีบเขา...ก็ค่อยจัดการไปตามแต่สถานการณ์เอา
เพทายได้แต่มองสบตากับเพื่อน พร้อมรอยยิ้มแหย ๆ
“เอาไง...ทำไม่ได้ ท่าทางของน้อง...แหยๆ อ่อนแอ ขี้กลัวเหมือนเด็กหลงทาง เด็กอนุบาลที่ต้องคอยหลบหลังคนอื่นขนาดมาหาพี่รหัสยังต้องใช้คนอื่นนำทาง อย่างนี้จะเรียนจบแน่หรือไม่ใช่เจอเื่หนักๆ แล้วจะท้อแท้จนต้องรีบลาออกไปกลางคันหรอกนะ”หนึ่งในรุ่นพี่คนหนึ่งเอ่ยขึ้น
“ถึงหน้าตาผมจะสวย” เออ...ยอมรับก็ได้วะไม่ได้หล่อวัวตายควายล้ม ไม่ได้หุ่นดีมี six pack ชวนมองเหมือนนายแบบที่หญิงเห็นแล้วต้องเหลียวหลัง“ถึงผมจะไม่ได้แข็งแกร่ง อึด ถึก เหมือนพวกพี่ ๆ แต่ผมจะทำให้พวกพี่ดูผมจะเรียนให้จบ จะให้ทำไงได้แต่เื่นี้มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับภารกิจที่พี่ให้ผมทำนี่น่าพี่โกรธเพื่อนผมก็ทำเองซิ มาใช้ผมทำไม” พวกรุ่นพี่ชอบทำอะไรแปลก ๆน่าปวดหัวที่สุดเลย
“ถ้าอย่างนั้นมึงก็เปลี่ยนให้น้องเขาทำอย่างอื่นซิไอ้ที”
เพทายรีบหันไปทางคนเสนอความเห็นรอยยิ้มที่แต้มบนใบหน้าทำเอาผมเสียววาบ ขนบนคอลุกเกรียวหวังว่าคงจะไม่คิดจะให้เขาทำอะไรแผลง ๆ อยู่หรอกนะ
“ถ้าไอ้น้องแว่นจะจีบแกจริง ๆพวกเราก็อยากรู้ว่าจะกล้าสักแค่ไหน กล้าจูบเพื่อนให้พวกเราดูไหม”
เฮ้ย! ไอ้พวกรุ่นพี่เหี้ยเล่นแบบนี้ผมก็ฉิบหายนะซิ เพทายเหลียวมองไปรอบ ๆ กายที่ดูเหมือนมันจะเงียบผิดปกติแต่มีอะไรบางอย่างทำให้รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
“ไม่!” เพทายรีบก้าวถอยหลัง เพราะกลัวแว่นเอาจริงก็ไอ้บ้านี่มันผีเข้าผีออก กลัวจะทำจริงนะซิ ถ้าเขาลือกันไปทั่วเฮียก้องได้ยินเข้า เขาได้ตายโดยไม่ต้องฝังแน่ ๆฟ้าได้โปรดส่งใครมาช่วยน้องเต่าออกจากสถานการณ์นี้ที...ได้โปรด
“ขอโทษนะครับพี่ ๆ ผมจะไปจูบกับคนอื่นได้ยังไงคนที่ผมจะจูบมีเพียงคนเดียวเท่านั้น” แว่นมองไปที่กุลทีใบหน้าหล่อใสเปื้อนยิ้มกรุ้มกริ่ม ดวงตาวามวาว
“มึงจะหยุดกวนตีนพี่เขาสักทีได้ไหมแว่น”
“ใช่ ๆ แว่นหยุดกวนพี่ทีได้แล้วนะ”เพทายรีบเสริมคำพูดหวาย “อีกเดี๋ยวเราก็จะเข้าเรียนกันแล้วตกเย็นเราก็ต้องเข้ารับน้องอีก น้องเต่ากับยอดยัง...” เขาไม่ทันจะได้พูดจบไอ้แว่นก็ถูกดึงไปด้านหลัง แล้ว...
“พี่ต่อยผมทำไม”แว่นถามชายหนุ่มในเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มที่อยู่ดี ๆก็กระชากเขาให้ยืนขึ้นและปล่อยหมัดใส่ ดีว่าเขายังไวพอตัวอยู่ เลยโดนแค่เฉี่ยว ๆแต่มันก็เจ็บอยู่นะ อ้อน...ว่าที่เมียได้ไหมนี่แต่เจอสายตาพิฆาตของรุ่นพี่หน้านิ่งเข้าไป เขาจำต้องสงบเอาไว้ก่อน เื่จีบที...เอาไว้ทีหลังก็ได้
“มึงทำอะไรแฟนกู”
อ้าว...เฮ้ย! ทุกคนต่างก็อ้าปากค้างไปหมดไม่เว้นแม้แต่คนที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็แฟน
“ไอ้ไม้ที!”
คนถูกเรียกว่า ‘ไม้ที’ ดึงเอาตัวกุลทีมาใกล้ ๆพาดแขนบนลาดไหล่กว้างและหอมแก้มนุ่มของกุลทีไปหนึ่งทีเพื่อให้เพื่อนทุกคนรู้ว่าที่เขาพูดเป็เื่จริง
“อยู่เฉย ๆ กูจัดการเอง”
แม้จะไม่ชอบใจนักที่เพื่อนทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีแต่กุลทีก็พยักหน้ารับ เพราะเชื่อใจและเชื่อมือเพื่อนรักที่จะกันคนไม่ดีออกไปจากเขา
“มึงเป็รุ่นน้องก็ทำตัวให้สมกับเป็รุ่นน้องอย่ามาลามปามแฟนคนอื่น”
แว่นแค่ยักไหล่ขึ้นเล็กน้อยในดวงตายังคงแวววาวเป็ประกาย เป็แค่แฟน...ยังไม่ใช่เมียสักหน่อยทำไมเขาถึงจะจีบไม่ได้ล่ะ แล้วเชื่อได้แน่เหรอ...เป็แฟนกันจริงหรือเปล่าก็ที่เขารู้มา...กุลทียังไม่เคยมีแฟนนี่น่า
ตกลงนี่มันเื่อะไรกันแน่...ใช่เื่ที่เขากำลังหาพี่รหัสหรือเปล่า? หรือจะให้แว่นหาเมีย! โอ๊ย! ปวดหัวชะมัดเื่คงไม่จบถ้าเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง ถ้าอย่างนั้นก็...
“น้องเต่าขอโทษนะแว่น แต่ไอ้ที่พี่ทีให้ต่อยแว่นตะกี้คงไม่ต้องแล้วพี่คนนี้ทำให้แล้ว” เพทายชี้ไปที่รุ่นพี่หน้าหล่อ...ตายสนิทหน้ายิ่งกว่าปูนปั้นเสียอีก ดวงตาก็...น่ากลัวชะมัด สงสัยแว่นจะหาเื่ตายไม่...ไม่ผมต้องหยุดคิดเื่นี้ไว้ก่อน ตอนนี้ให้พี่กุลทียอมรับเป็พี่รหัสสำคัญกว่า
“ตอนนี้แว่นคงต้องช่วยน้องเต่ากินข้าวผัดพริกและต้มยำให้หมดแว่นช่วยน้องเต่าหน่อยนะ” เพทายอ้อนวอนเพื่อนเสียงเบาและสั่น ใบหน้าเบะแหยะก็สิ่งที่อยู่ในจาน...เขาเห็นแล้วยังอึ้ง กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคืองแทบไม่กล้าคิดเลยว่าถ้ากินไปแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ถ้าไม่ตายคงได้ไปนอนให้น้ำเกลือสักสามขวดล่ะ
“ได้...แต่ถ้ากูท้องเสียต้องเข้าโรงบาลมึงบอกให้พี่รหัสมึงไปดูแลปรนนิบัติกู ได้ไหมล่ะ ถ้ามึงทำได้กูจะกินไม่ให้เหลือเลย” แว่นพูดตอเต่าแต่สายตามองไปยังกุลทีอย่างมีความนัย
เอ่อ...เพทายได้แต่เกาหัวทำไมการมีพี่รหัสมันถึงได้วุ่นวายขนาดนี้ เขาไม่เอาพี่รหัสแล้วได้ไหม
“มึงจะพูดอะไร ดูด้วยนะ แฟนเขายืนอยู่ไหม”
“หยุด”พฤศจิการีบเดินไปหยุดตรงกลางระหว่างแว่นและสองหนุ่มที “มึงไอ้แว่นและพี่สองคนช่วยหยุดกวนตีนกันก่อนได้ไหม พี่ทีจะรับเพื่อนหนูเป็น้องรหัสหรือเปล่า”
“ถ้ารับกันง่าย ๆ พี่ก็ไม่เห็นความพยายามของน้องคนนี้”ไม้ทีชี้นิ้วใส่ตอเต่า “อย่างนี้มันก็ไม่มีความหมายนะซิ”
พฤศจิกากลอกตาไปมาก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่...เธอนับหนึ่งถึงสิบในใจทั้งที่อยากจะต่อยปากคนพูดสักที
“เปล่าค่ะ หนูไม่ได้หมายความอย่างที่พี่คิดอยู่แต่ที่หนูถามไปนะหมายถึงว่า ถ้าเพื่อนหนูกินของที่พี่ทีสั่งให้กินจนหมดพี่จะยอมรับเพื่อนหนูเป็น้องรหัสใช่หรือเปล่า” แม้คำพูดพฤศจิกาจะอ่อนน้อมแต่ก็เต็มไปด้วยความเข้มแข็ง บ่งบอกว่าถ้าไม่ได้คำตอบที่้า เธอก็ไม่ยินยอมให้เพื่อนทำในสิ่งที่จะทำให้ร่างกายเป็อันตราย
กุลทีเหลือบมองของบนโต๊ะแล้วย้อนกลับไปมองแว่นก่อนจะแสยะยิ้มเพราะคิดว่ารุ่นน้องคนนี้คงจะไม่ทำตามที่เขา้าเป็แน่
“ฮื่อ”
เมื่อกุลทีพยักหน้ารับพฤศจิกาก็รีบหันไปทางเพื่อนในทันที“ถ้าอย่างนั้นมึง...ไอ้แว่น ช่วยสงเคราะห์เพื่อนหน่อย ช่วยกินไอ้นั่นให้หมดถือว่ากูไหว้มึงละนะเพื่อน”
“ได้สิ”แว่นตกปากรับคำขณะที่มุมปากด้านหนึ่งของเขามีรอยยิ้มก่อนจะคว้าเอาจานข้าวผัดที่เต็มไปด้วยพริกมากินเพียงแค่คำแรก ลิ้นเขาก็ัักับความเผ็ดจนคิดไปว่าปากอาจจะกำลังพองแต่ถึงจะเป็อย่างนั้น เผ็ดจนปากเจ่อ เหงื่อออกจนเต็มใบหน้า ร้อนอย่างกับถูกไฟลวกเพราะเขากินเผ็ดได้ไม่เยอะ แต่เขาก็ไม่สนใจ ยังคงกินต่อไปอย่างใจเย็น
“แว่น! ไม่ต้องแล้ว น้องเต่าช่วย”เพื่อนต้องไม่ทิ้งเพื่อน จะต้องช่วยเหลือกันในยามทุกข์ยากและเดือดร้อนแม้น้องเต่าจะกินเผ็ดไม่ได้ก็ตาม
“ไม่ต้อง กูไหว” แว่นเอาจานข้าวผัดพริกไปห่างมือเพทาย เพราะไม่อยากให้เพื่อนป่วยจากการกินพริกมากเกินไป แม้เขาจะร้อนจนมึนไปหมดเหมือนปากจะพองแล้วด้วย แต่เขาก็ยังคงกินไปเรื่อย ๆก่อนจะคว้าเอาน้ำดื่มที่ตอนนี้น้ำแข็งละลายจนแทบจะหมดความหวานไปแล้วมาดื่มก่อนจะ...
“มากูช่วยด้วย”
ศรวัณที่เดินมาจากไหนไม่รู้แย่งจานข้าวผัดพริกไปกินแต่...แค่คำสองคำเขาก็รีบคว้าเอาน้ำที่พี่กุลทีคิดจะใช้ราดหัวแว่นมาดื่มดังอึก ๆ
“กูเอาด้วย” ถึงเธอจะเป็ผู้หญิงแต่เพื่อนก็คือเพื่อนที่จะต้องช่วยเหลือกันในยามลำบากพฤศจิกาแย่งช้อนในมือแว่นมาตักข้าวผัดพริกไปทานอย่างรวดเร็ว
“โอ๊ย! ไอ้แว่น มึงกินเข้าไปได้ยังไง เผ็ดฉิบหายตับไตไส้พุง...มดลูกกูพังหมดแล้ว”พฤศจิกาโวยวายแต่ก็ยังอดทนยื่นมือไปคว้าช้อนตักข้าวมาทานโดยไม่สนน้ำหูน้ำตาที่มันไหลพรากออกมา
“หยุดได้แล้ว”เป็ไม้ทีที่คว้าเอาจานออกไปจากมือแว่นส่งไปให้เพื่อนที่รีบนำไปกวาดทิ้งในถังขยะโดยเร็วกันไม่ให้กุลทีคิดพิเรนทร์ขึ้นมาอีก “กูไม่อยากให้แฟนกูทำบาปฆ่าไอ้คนสมองนิ่มโดยไม่ตั้งใจ”
“ขอบใจมากนะไม้ที...ไม้ทีน่ารักที่สุดเลย”เอาวะ...ถ้าวิธีนี้ใช้กันหมาออกไกลตัวได้ แค่หอมแก้มเพื่อนทีสองทีมันคงไม่ทำให้ฟ้าผ่าลงมาหรอกน่า ว่าแล้วกุลทีก็รีบกอดปากลงไปบนแก้มไม้ทีก่อนจะมายืนทำท่าเหนียมอายก้มหน้าแอบมีรอยยิ้มมองพื้นและแอบเหลือบตาเยาะเย้ยแว่น
ไม้ที...พฤศจิกาอ้าปากค้าง มองชายหนุ่มร่างสูงที่เมื่อยืนเทียบกับเธอแล้วเป็เหมือนกับเสาไฟฟ้าและหลักกิโลก็ว่าได้อย่างตื่นตะลึงทำไมเธอถึงเพิ่งจะนึกออกในตอนนี้...เธอรู้ว่าพี่รหัสของยอดคือ ไม้ทีแต่ก็ยังไม่เคยเห็นหน้า เลยไม่รู้ว่าเป็ชายหนุ่มตรงหน้า อยากตบหน้าผากตัวเองหนักๆ จริง ๆ เลยโว้ย วันนี้มันวันห่าเหวอะไรวะนี่ทำไมเื่ถึงได้มีแต่เื่ชวนปวดหัวฉิบหายเลย
“ไอ้ยอด...ไม้ทีคือพี่รหัสแกวะ...ไม้ที ทีปกรพฤกษ์สบศาสตร์”
“ผมต้องทำอะไรบ้างให้พี่ยอมรับ” ศรวัณถาม
“ยังคิดไม่ออกคิดออกเมื่อไหร่จะบอกแล้วกัน...ถ้าถึงตอนนั้นทำไม่ได้ ก็ค่อยตัดขาดกัน”ในตอนนี้เขาถือว่า...รุ่นน้องตรงหน้าสอบผ่านไประดับหนึ่ง
“พี่กุลทีละคะตอนนี้ยอมรับเพื่อนหวายเป็น้องรหัสแล้วใช่ไหม”ถ้าทำขนาดนี้แล้วยังไม่ยอมรับกัน...ก็ช่างหัวมันละกันถึงไม่มีพี่รหัสก็ไม่เห็นจะตายเลยนี่น่า ถ้าขยันทั้งการเรียนและทำกิจกรรมบ้างก็เรียนจบเหมือนกัน
“ถือว่ามีความพยายามพอใช้อยู่ แต่ก็ยังไม่ดีพอพี่จะยอมรับน้องเป็น้องรหัสก็เมื่อน้องผ่านการรับน้องให้ได้ทำให้อยู่รอดจนได้รับเกียร์ก่อนค่อยมาพูดกัน”
“ถ้ามันจะเื่มากขนาดนี้ก็ไม่ต้องมีมันแล้วไอ้พี่รหัสนี่ แต่ละคน...เหี้ยดี ๆ นี่เอง”
“อย่าหัวร้อนซิหวาย” เพทายรีบห้ามเพื่อนเพราะเห็นสายตาไม่พอใจของรุ่นพี่หน้าโหด ‘ไม้ที’ เข้า
“น้องพูดขนาดนี้ ต่อยกันดีกว่าไหม”
“หยุดกวนน้องเขาได้แล้วไอ้โอ้ มึงด้วยไอ้หมอก”ไม้ทีหันไปปรามเพื่อน ก่อนจะหันมองสาวร่างเล็กที่ความสูงประมาณคางของเขา
“เธอด้วย...อย่าลามปามรุ่นพี่ให้มันมากนักถึงจะเป็ผู้หญิง แต่ถ้าปากเสียมากนัก ฉันก็ต่อยคว่ำได้เหมือนกัน”
ชิ...พฤศจิกาทำปากยื่น นึกว่าเธอจะกลัวหรือไงแต่ที่ยอมสงบปากสงบคำนะเพราะเห็นแก่เพื่อนเต่าที่ยืนหน้าตาเหลือสองนิ้ว...ยอดที่ทำหน้ายุ่งเหยิงเหมือนคนถ่ายไม่ออกสุดท้ายก็แว่นที่สลัดคราบเด็กใส่แว่นปิดหน้าไปเกินครึ่งนั่งหน้าแดงสลับซีด...เหงื่อแตกซิกดูอาการน่าเป็ห่วงอย่างแรง!
“หมดเื่ยุ่ง ๆ แล้วตอนนี้เราพาแว่นไปหาหมอกันก่อนดีกว่า อาการดูไม่ค่อยดีเลย...ไปแว่น ไปหาหมอกัน”ศรวัณรีบสอดแขนเข้าประคองเพื่อนอย่างลืมไปว่า...เขายังไม่รู้เลยว่าศูนย์แพทย์ของมหา’ลัยอยู่ตรงส่วนไหน
“พวกมึงไปเรียนได้แล้ว ส่วนไอ้ห่านี่ กูพาไปเอง”กุลทีพูดอย่างหงุดหงิด แม่ง...ไอ้ความรู้สึกผิดทำไมมันถึงได้ก่อกวนใจนักหนาวะไอ้ห่าปากหมาก็ดันเอาจริงด้วย กูยอมใจมึงเลย!
“ดูแลจนหายด้วยนะ”
กุลทีกลอกตาไปมา “ขนาดนี้แล้วยังจะปากดีอยู่อีกปากไปหาหมอคราวนี้ให้เย็บปากด้วยท่าจะดี”
“ฝากพี่ดูแลเพื่อนผมด้วยนะครับ” เขาอยากจะดูแลเพื่อนเองเพราะเป็คนทำให้เพื่อนไม่สบายแต่เห็นสายตาพึงพอใจของแว่นที่มองพี่รหัสของตัวเองแล้ว...ตามสบายละกันถ้าอยากตายคาห้องเพราะฝีมือพี่กุลที! ก็ตามใจ
“ฮื่อ...เดี๋ยวจะเอาไปโยนไว้ตามกองขยะข้าง ๆรั้วไหนสักแห่ง น้องคอยเก็บศพเพื่อนด้วยละกัน”
“ว่าแต่คนอื่นตัวเองก็ปากเพาะพันธุ์หมาเอาไว้จนเต็มเหมือนกันระวังจะโดนใครเอาไม้หน้าสามไปฟาดจนหัวแตก แล้วลากไปโยนทิ้งไว้ข้างกองขยะ ข้าง ๆหมาเน่านอนตายอยู่เกลื่อนกลาดด้วยนะ” พูดใส่หน้าไม้ทีจบพฤศจิกาก็สะบัดหน้าเดินจากไป
“ผมขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะครับ”เพทายบอกรุ่นพี่ที่รีบช่วยกันพยุงแว่นเพื่อไปศูนย์พยาบาลก่อนจะหันมามองเพื่อนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ “มีอะไรหรือเปล่ายอด เป็ห่วงหวายใช่ไหม”
“ฮื่อ...หวายหัวร้อนไปหน่อย กลัวปากจะพาจนทำให้ตัวเองเดือดร้อน”ถึงจะเป็รุ่นพี่รุ่นน้อง...ถึงจะได้ยินมาว่าวิศวะรักพวกพ้องรักพี่รักน้องมากก็ตามที แต่เคยได้ยินเหมือนกัน ยามศึกเราร่วมกันรบแต่เสร็จศึกเราก็มาตีกันเอง ศรวัณเลยกลัวว่าไอ้ปากร้าย ๆ ของพฤศจิกาจะพาจนทำให้พี่ไม้ทีทนไม่ไหว เผลอจับพฤศจิกาหักคอไปโยนทิ้งข้างกองขยะ
“น้องเต่าก็คิดเหมือนกัน...เมื่อกี้แอบเห็นสายตาของพี่ไม้ทีที่มองหวายแล้วอดหวั่นใจไม่ได้” แต่อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ในเมื่อเป็เพื่อนกันแล้วที่ทำได้ก็คือคอยเตือนและคอยดูแลกันเท่านั้น
“ไปเรียนกันดีกว่า”
“ฮื่อ”เพทายพยักหน้ารับขณะเดินเคียงข้างยอดไปยังห้องเรียนจะมัวไปคิดถึงเื่ที่ยังไม่เกินขึ้นไปทำไมบางทีมันอาจจะเป็การคิดมากของคนสองคนเท่านั้น