“เออร์...อีใอเอยออกอายใอ๋อ่าอายออบใอ้อนอื่นอั๊กอ่ะ...”ภายในห้องเก็บเอกสารสำหรับผู้ดูแลเขตที่มืดสนิทมีเพียงแสงจากตะเกียงและไฟฉายเท่านั้นที่คอยให้แสงสว่างในตอนนี้ร่างของบรรณารักษ์หนุ่มที่กำลังนั่งคุดคู้รื้อเอกสารโดยใช้ไฟฉายที่คาบอยู่ที่ปากส่องกล่าวด้วยน้ำเสียงอู้อี้ฟังไม่รู้เื่เลยแม้แต่น้อย
“เอาไฟฉายออกจากปากก่อนเถอะครับคลูส...อู้อี้แบบนั้นไม่มีใครฟังรู้เื่หรอกนะครับ...”ผมบอกโดยที่ลอบเงยหน้าขึ้นมามองหน้าคนที่กำลังคาบไฟฉายดูเอกสารอยู่ที่พื้นด้วยน้ำเสียงระเหี่ยใจ...ทำไมเวลาอยู่ด้วยกันสามคนทีไร...คลูสไม่เหลือมาดใดๆเลย...นี่ถ้าอเป็คนอื่นมาเห็นคงมีคิดในใจแหงๆว่านี่มันใคร?...แต่พอเทียบกับอีกคนแล้ว...
“ไม่ใช่ทุกคนจะรับสภาพเ้าแบบนี้ได้หรอกนะคลูสอย่างน้อยเวลาจะพูดอะไรก็ปล่อยให้ปากมันว่างเถอะนะ...ถือซะว่าเราขอล่ะ...” เฟอร์บอกพลางยิ้มแห้งมองสภาพเพื่อนของตนที่เปิดเอกสารเทียบไปมาอยู่ที่พื้นพอเทียบกับเฟอร์แล้ว...เฟอร์น่ะ ต่อให้อยู่ในสภาพสบายๆแต่มาดของขุนนางก็ไม่ได้หายไปไหนเลย แต่กับคลูสมันดันเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ซะมากกว่า...พอเทียบงี้แล้ว...เหมือนคลูสนี่เป็จอมต้มตุ๋นดีๆเลยแฮะ?
“โทษที...เฟอร์...มีใครเคยบอกนายไหมว่านายชอบใช้งานคนอื่นหนักน่ะ...”รอบนี้คลูสถามโดยเอาไฟฉายที่คาบไว้ออกจากปากแต่โดยดี
“เราจำได้ว่าไม่เคยมีคนพูดแบบนั้นกับเราเลยแฮะ...”ด้านขุนนางหนุ่มที่ได้ยินเช่นนั้นก็จับคางครุ่นคิดก่อนจะตอบด้วยประโยคซื่อๆแม้ว่าผมและคลูสจะพอเดาได้ว่าอีกฝ่ายรู้ตัวอยู่แล้วก็เถอะ
“เออ...ก็สมควรอยู่หรอกยศนายใหญ่ซะขนาดนั้นใครมันจะกล้าพูดฟะ...” พอได้ยินเช่นั้นคลูสก็ถอนหายใจส่ายหัว เมื่อนึกถึงยศถาบรรดาศักดิ์ของอีกฝ่ายว่ามันสูงขนาดไหน คนที่จะกล้าด่าอีกฝ่ายได้ก็คงมีแค่ผมกับคลูสเท่านั้นแหละครับคนอื่นใครมันจะกล้าล่ะ...
“พวกคุณอย่าพึ่งทะเลาะกันแล้วช่วยงมเอกสารต่อเถอะครับ...อย่างน้อยพูดไปทำไปก็ได้ครับ...”สุดท้าย ผมก็บอกทั้งสองไปเช่นนั้นหลังจากเห็นว่าทั้งคู่หยุดมือจากเอกสารมากมายก่ายกองที่เฟอร์นำมาให้ผมและคลูสช่วยตรวจสอบไม่ใช่งานผมแท้ๆนะ...
“เสร็จงานนี้ผมขอเปลี่ยนจากลดค่าสินค้าที่คุณช่วยผมเตรียมสำหรับจัดงานวันเกิดยัยแม่ทัพหัวแดงนั่นที่ร้านผมเป็ไม่จ่ายสักแดงเลยนะครับ...ผมว่าผมทำงานเกินตัวเลยนะถ้าผมยังต้องจ่ายค่าของให้คุณอีกน่ะครับเฟอร์...”.
“หือ?นั่นไม่หนักไปหน่อยหรือนาธาน? ราคาของพวกนั้นก็ไม่ใช่ถูกนะ?” ด้านเพื่อนหน้าไหม้ของผมที่ได้ยินผมพูดแบบนั้นก็รีบเงยหน้าขึ้นมาแย้งทันที
“ชั้นเห็นด้วยกับนาธานฟ่ะรอบนี้”
“เอ๋?เ้าก็ด้วยรึคลูส?”
“เออสิ! ดูจำนวนเอกสารที่แกให้ชั้นกับมันช่วยตรวจสอบเซ่! นี่มันเอกสารที่ต้องใช้คนเกือบสิบคนตรวจชัดๆ!แต่แกให้พวกชั้นสองคนรวมแกก็ด้วยก็เป็สามตรวจทั้งหมดเนี่ยนะ!”
“นี่ผมยังไม่รวมเื่ที่คุณลากผมกับคลูสมาโดยพลการอีกนะครับถึงคลูสเขาจะว่างก็เถอะ แต่แบบที่ผมต้องทำมันยังไม่เสร็จเลยนะครับแถมถึงคุณกับคลูสบอกว่าจะช่วยก็เถอะ แต่ดูจำนวนเอกสารพวกนี้สิครับผมจะมีเวลาทำไหมครับเนี่ย?” ผมกับคลูสสวนอีกฝ่ายหลังจากเห็นท่าทางไม่เห็นด้วยของเฟอร์ไหนจะต้องสะสางเอกสารพวกนี้ จับคนผิด รวมถึงเช็คสภาพจริงๆของเขตอีก แถมต้องเผื่อเวลาสำหรับเคลียร์งานของผมเองอีกด้วยเวลาไม่กี่วันมันเป็โรงงานนรกมากเกินไปแล้ว...
“เอ่อ...นั่นสินะ...”หลังจากที่เฟอร์นิ่งไปสักพักเพื่อใช้ความคิดดูเหมือนเ้าตัวจะพึ่งมาคิดได้ เลยส่งรอยยิ้มแห้งๆมาให้ผมกับคลูสที่จ้องไปที่อีกฝ่ายตรงๆแถมตอนนี้ผมกับอีกฝ่ายไม่ได้ใส่หน้ากากด้วย ยิ่งเห็นสีหน้ากันชัดขึ้นไปอีก
“เอ่อ...ถ้างั้นเรายอมรับข้อเสนอของนาธานก็ได้...แล้วเ้าจะเอาอะไรไหมบ่ะคลูส...”ดยุคแห่งเวสเทล่ายอมรับข้อเสนอของผมอย่างง่ายดายด้วยความรู้สึกผิดก่อนจะหันไปถามอีกคนเพื่อไม่ให้เป็การลำเอียงกันเกินไป
“โฮ่...ชั้นกำลังรอนายพูดคำนี้ออกมาพอดีเลยล่ะเพื่อนรัก~”สิ้นคำบรรณารักษ์แห่งหอสมุดลิเทียร์ก็แสยะยิ้มกว้างเหมือนมันเป็ไปตามแผนเล่นเอาซะเฟอร์ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานอีกตัวขนลุกซู่เลยแฮะ...เปรียบเปรยน่ะครับแต่ผมเห็นชัดๆเลยว่าเฟอร์แอบสะดุ้งเล็กน้อย ถึงจะรักษษสีหน้าไว้ได้คงเดิมก็เถอะแต่คงเสียววูบจากรอยยิ้มของคลูสบ้างแหละ
“เอ่อ...แล้วเ้าจะเอาอะไรล่ะคลูส...”เฟอร์ถามกลับแล้วฉีกยิ้มใจดีสู้เสืองานนี้นายลำบากแน่เพื่อน...เพราะจากนิสัยคลูสแล้ว...เ้านี่มันไถเหมือนปล้นอ่ะ...
“นั่นสินะ~เอาอะไรดีน้า~” ด้านคลูสที่เห็นอีกฝ่ายฉีกยิ้มเหมือนไม่ได้เป็เดือดเป็ร้อนกับคำขอที่ตนจะกล่าวไปแน่ๆก็ดึงเชิงไม่ยอมบอกให้อีกฝ่ายกังวลหนักกว่าเดิมไอหมอนี่ยังไงๆก็ขี้แกล้งจริงๆนั่นแหละ...
“ล้อเล่นน่า...ชั้นแค่อยากให้นายช่วยไปคุยกับยัยองค์จักรพรรดินีเื่การยกระดับอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ให้หน่อยน่ะสิแค่นี้ไม่น่ายากมั้ง?”
“หือ?”
“ห๊ะ?”ทันทีหลังจากที่คลูสเอ่ยจบ ผมและเฟอร์ก็เผลอหลุดอุทานกันออกมาจนคลูสถึงกับย่นคิ้วสงสัย
“ใอะไรฟะ?นี่อย่าบอกนะว่าพวกนายคิดว่าชั้นจะขออะไรยากๆน่ะ? เห็นชั้นเป็คนแบบไหนกันห๊ะ?”พอเห็นท่าทางแย้งสุดกู่ของคลูส ทั้งเฟอร์ทั้งผมก็เอ่ยพร้อมกันอย่างไม่ไว้หน้าอีกฝ่าย
“บรรณารักษ์หน้าเืที่พร้อมขูดเืขูดเนื้อเพื่อนด้วยใบหน้ารื่นเริงครับ”
“บรรณารักษ์หน้าหนาที่พร้อมฉะกับชาวบ้านเขาโดยไม่สนว่าหัวจะหลุดออกจากบ่าไหมน่ะสิ...”
“ห๊ะ!?!?!?ไหงเห็นชั้นเป็คนแบบนั้นกันฟะ! ชั้นออกจะเป็คนดีต้นแบบเลยนะเฮ้ย!”
“เ้าล้อเล่นสินะ...”
“ล้อเล่นกันสินะครับคลูส...”ผมกับเฟอร์ถึงขั้นเบ้ปากหลังจากที่คลูสพูดแบบนั้น คนดีต้นแบบ?คนดีก็แย่แล้วต้นแบบน่ะสิไม่ว่า...
“ชิ...ไอพวกเพื่อนแย่...”
“เราว่าไร้สาระกันแค่นี้ก่อนดีกว่านะ...แต่ว่าเราก็ยังสงสัยอยู่ดีนั่นแหละคลูสไหงเ้าถึงได้ให้เราไปคุยให้ล่ะ? ทั้งๆที่เ้าไปคุยเองมันน่าจะง่ายกว่าเราไปพูดไม่ใช่รึ?”เฟอร์ตัดบทไร้สาระของพวกเราลง ก่อนจะถามตรงประเด็นแต่ก็ถือว่าดีแหละครับเพราะผมเองก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมคลูสถึงขออะไรแบบนี้กับเฟอร์
“ี้เี...”
“เอ่อ...อันนั้นไม่ใช่เหตุผลหลักใช่ไหมครับนั่น?”ผมอดถามไม่ได้หลังจากที่เ้าตัวพ่นคำว่าี้เีออกมาจากปาก...เอาจรงดิ?
“เหตุผลรองน่ะจริงๆก็คือ ชั้นอยากให้นายเป็ผู้สนับสนุนร่วมกับยัยองค์จักรพรรดิน่ะอย่าลืมสิว่าตอนนี้นายยังไม่มีผลงานอะไรเป็ชิ้นเป็อันเลยนะเฟอร์ อีกอย่างลองคิดดูสิว่าถ้าชั้นไปพูดเอง แล้วยัยนั่นเห็นชอบง่ายๆ ยัยนั่นแทบจะมีสิทธิ์ขาดในเื่นี้เลยนาจะขอให้เ้านาธานไปพูดให้ก็ไม่ได้อีก เลยเหลือแค่นายนั่นแหละแต่จากที่ชั้นขอแบบนี้ ก็เพราะจำได้ว่ายัยนั่นเคยเปรยๆว่าสนใจด้วยชิงตัดหน้าเพิ่มคนฝั่งเราเข้าไปมันน่าจะดีกว่าน่ะสิแถมการที่นายเป็คนไปเดินเื่ให้ สำหรับชั้นมันจะได้เป็การประกาศไปในตัวด้วยไงเล่าว่าชั้นเลือกฝั่งแน่นอนแล้วไอพวกจดหมายเฮงซวยพวกนั้นมันจะได้ลดๆลงบ้าง”
“ยังมีคนคิดว่าคุณยังไม่เลือกข้างแน่นอนอีกหรอครับ...”หลังจากได้ฟัง ผมก็อดไม่ได้ที่จะถามออกไป
“หูยยยยยยบานตะไทเลยนาธานเอ๊ยยยยยย แต่นายโอเคไหมล่ะเฟอร์? ถ้าไม่ ชั้นก็จะได้ไปคุยเอง”คลูสกล่าวพร้อมกับลากเสียงยาว ก่อนจะหันไปถามอีกคนที่กำลังนั่งพินิจพิจารณาหน้าเคร่งเครียดอยู่
“เราไม่มีปัญหานะ”พอเฟอร์ตอบกลับมาเช่นนั้น คลูสก็พยักหน้าอย่างยินดี
“โอเคจบไปเื่ ฝั่งนายเป็ไงบ้างแล้วนาธาน? เอกสารพวกนั้นไปถึงไหนละ?” และแล้วการสนทนาของพวกเราก็กลับเข้าสู่เื่หลักเสียที...
“ตอนแรกก็ไม่มั่นใจหรอกครับแต่พอเช็คกับพวกเอกสารเก่าๆแล้ว แพทเทิร์นของตัวเลขที่คิดผิดกับค่าวัสดุอุปกรณ์ต่างๆที่มีการเบิกจ่ายแบบแปลกๆพวกนั้นมันมีแพทเทิร์นแบบเดียวกันเลยน่ะครับมีความเป็ไปได้สูงด้วยว่าพวกวัสดุต่างๆที่สั่งซื้อกับพ่อค้าคนกลางมาก่อนหน้านี้อาจจะมีคุณภาพต่ำกว่าเกณฑ์มามาตรฐานด้วยคงต้องไปเช็คกันพรุ่งนี้น่ะครับ แต่คงต้องแอบกันไปนะครับ เพราะถ้าไม่แอบกันไปมีความเป็ไปได้สูงมากว่าที่อีกฝ่ายจะไหวตัวทันแล้วสับเปลี่ยนของพวกนั้น” ผมตอบกลับไปพลางวางเอกสารที่พึ่งตรวจเช็คไปเ่าั้ลง
เพราะเอกสารรายรับรายจ่ายของเขตอันเก่าๆั้แ่ผู้ดูแลคนปัจจุบันก่อนที่เฟอร์จะมาเป็คนจัดการนั้นมันมีจุดผิดที่กระจายไปทั่วจนตรวจสอบได้ยาก หากดูผ่านๆละก็คงจะมองไม่เห็นแต่หากเจอละก็ การจะไล่เช็คเองก็เป็ไปได้ เพราะอีกฝ่ายเล่นใช้แต่แพทเทิร์นเดิมๆเลยพอจะสาวอะไรออกมาได้บ้างและนั่นก็มากพอสำหรับการใช้สืบสวนอีกฝ่ายเพื่อพิจารณาการปลดออกจากตำแหน่ง
“ถามแต่ของผมทางด้านคลูสล่ะครับ เจออะไรบ้าง?”
“เอกสารการพัฒนาเขตที่ต้องส่งไปเมืองหลวงน่ะสิพอเทียบกับเอกสารที่ผู้ตรวจสอบของทางเมืองหลวงเป็คนเขียน่แรกๆก่อนที่ไออ้วนนั่นจะมากับหลังไออ้วนนั่นมาแล้ว ถึงจะบอกว่าคนเขียนส่งเมืองหลวงจะเป็คนเดิมก็เถอะแต่ว่าภาษาที่ใช้มันแปลกๆน่ะสิ” คลูสกล่าวพลางยกเอกสารดังกล่าวขึ้นมาให้ดู
“แปลกยังไงของเ้ารึคลูส?”เฟอร์ที่ตรวจเช็คเอกสารอีกอันอยู่ถามดูอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่คลูสบอกมาเมื่อครู่
“อา...จะว่าไงดี...คนเรามันมีรูปแบบภาษาที่ใช้ประจำอยู่น่ะสิถึงจะไม่สามารถตรวจสอบลายมือได้ก็เถอะแต่ว่ารูปแบบการใช้คำใช้ประโยคอะไรเทือกนี้มันก็เป็อะไรที่เป็เอกลักษณ์พอสมควรเลยนาฉะนั้น ต่อให้เป็คนที่ลายมือคล้ายกันเขียนก็เถอะแต่รูปแบบประโยคก็จะต่างกันอยู่ดีอ่ะ”
“เ้าจะบอกว่า...มีการปลอมแปลงเอกสารการพัฒนาเขตด้วยสินะคลูส...”
“ช่าย~ดูเหมือนว่าคนที่ตรวจเอกสารนี้คนก่อนหน้านายจะไม่ได้เอะใจเลยด้วยซ้ำต่อให้พยายามเลียนแบบรูปแบบประโยคแล้วก็เหอะ แต่เล่นใช้รูปแบบของคำต่างกันโคตรแบบนี้ถ้าเป็คนที่อ่านหนังสือเป็ประจำแบบชั้นละก็ จับง่ายโคตรเลยล่ะแนะนำว่าพรุ่งนี้นายควรส่งคนไปเช็คสภาพพื้นที่จริงๆด้วยนะ” เอ่ยจบคลูสก็กวาดเอกสารพวกนั้นออกไปข้างตัวแล้วนอนกลิ้งอยู่ที่พื้นหินอ่อนของห้อง
“การเอาเ้ามาด้วยนี่...ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าจะมีประโยชน์กว่าที่เราอีกคิดนะเนี่ย...”ดยุคหนุ่มกล่าวพลางพยักหน้าอย่างพึงพอใจหลังจากที่ได้ฟังการตรวจสอบของอีกฝ่ายผิดกับนายแว่นที่โดนด่าอ้อมๆก็ได้ยกนิ้วกลางขึ้นมาแทนคำพูดของตนให้กับเพื่อนหน้าไหม้ของตนเองจนผมอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆกับความขี้แขวะกันเองของคนทั้งสอง
“เอาเถอะ...ทางเราเองก็เช็คเอกสารรายรับรายจ่ายของทางผู้ดูแลเขตคนปัจจุบันแล้ว...ดูเหมือนว่ามันจะถูกปลอมปลงทั้งเล่มเลยล่ะนะ...ก็ว่าอยู่ว่าทำไมของใช้หรือของตกแต่งภายในบ้านของผู้ดูแลคนนั้นมันขัดกับรายรับแปลกๆ”เ้าตัวพูดแล้วเอนตัวพิงกับพนักพิงอย่างสบายๆ นั่นทำให้คลูสและผมถึงกับแปลกใจกับท่าทีฟันธงของอีกฝ่ายไม่น้อย
“รู้ได้ไงฟะ?”
“นั่นสิครับ?แปลกมากเลยนะครับที่คุณฟันธงแบบนั้นน่ะ?”
“เพราะไอนี่น่ะสิ”ว่าแล้ว เฟอร์ก็ยกสมุดเล่มนึงมาให้พวกผมดู
“อะไรฟะนั่น?”แม้ว่าเฟอร์จะยกสมุดเล่มนั้นมาให้ดู แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยสร้างความกระจ่างให้ทั้งผมและคลูสเลยแม้แต่น้อยยิ่งทำให้พวกผมงงหนักกว่าเดิมเข้าไปอีก
“เอกสารรายรับรายจ่ายของผู้ดูแลเขตของจริงยังไงเล่าในนี้มีรายรับแปลกๆกับรายจ่ายมหาศาลเลยล่ะ พอเห็นรายรับรายจ่ายของอีกฝ่ายแล้วเล่นเอาซะเรานึกว่ายศของเ้านั่นเป็ขุนนางชั้นต้นเลยล่ะ แปลกไหมล่ะ?” เฟอร์พูดยิ้มๆขณะโยนมันไว้บนโต๊ะของตนผิดกับพวกผมที่อ้าปากค้างไปเรียบร้อยแล้ว
“เอ๋!?!?!?”
“พวกเ้าใอะไรเนี่ย?มันเสียงดังนะรู้ไหม?” เ้าตัวเอ่ยเตือนพลางย่นหน้าหลังจากที่พวกผมหลุดะโออกไปแต่ดูเหมือนว่าคลูสจะไม่ได้สนใจเื่นั้นเลยแม้แต่น้อย เ้าตัวเลยถามต่อทันที
“เอ่อ...ไอคุณเพื่อนที่รักครับ...ไปได้มายังไงฟะครับ?”
“หือ?ก็ให้คนของเราไปคัดลอกมาให้น่ะสิ? เื่ปกติไม่ใช่รึ?” เอ่ยจบเฟอร์ก็ดีดนิ้วหนึ่งที ก่อนที่มุมห้องจะปรากฏร่างในชุดรัดกุมสีดำสนิทยืนนิ่งอยู่...นั่นทำให้ทั้งผมและคลูสใบ้รับประทานไปกันเรียบร้อย...
บางที...เราก็ไม่ควรถามเพื่อนนะครับว่าไปได้ของนั่นนี่นู่นมาได้ยังไง...เพราะว่ามันอาจจะทำเราอึ้งแดกแบบนี้กันก็เป็ได้...
แต่ไหงคุณอึ้งเหมือนผมเลยครับคลูส?ไม่ใช่คุณเองก็สมควรจะมีไม่ใช่เรอะ? ไอหน่วยชุดดำอะไรเทือกนี้อ่ะ?
...................................................
เมื่อเสร็จงานหนังสือ...เราก็กลับมาแล้ววววววว!!!
งานหนังสือขายของนี่โคตรเหนื่อยเลยครับบบบบบบบถึงคนจะไม่เยอะก็เถอะ...แต่เมื่อยตีนโคตรๆเลยครับ! ถึงมันจะสนุกก็เถอะ...แต่โคตรเมื่อยเลยครับ!(ก็ยืนทั้งสัปดาห์เลยนี่นา)
แต่ด้วยความสัตย์จริงพอไปเห็นงานของสนพ.พะโล้ก็ทำให้ไรด์แอบคิดเหมือนกันนะว่าสักวันตัวเองจะไปถึงขั้นนั้นได้ไหม...บางทีก็คิดว่าตัวเองลองขายนิยายของตัวเองดีไหม...แต่พอย้อนมาดูงานตัวเองก็...//เบ้ปาก
ไม่โอเคอย่างแรง...เอาซะหดหู่ไปนิดหน่อยเลยล่ะครับเลยแปะป้ายช่างมันไว้ก่อน
อ้อแต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะครับ ยังไงซะ สำหรับเื่คาเฟ่ ไรด์ให้อ่านฟรีตลอดศกอยู่แล้วแต่ถ้าเปิดเื่ใหม่นี่...อาจจะมีคิดดูก่อนล่ะนะครับหากวันข้างหน้าภาษาของไรด์ดีขึ้นจนไรด์ยอมรับมันได้แล้วล่ะนะ
ขอบคุณที่อ่านคำบ่นของไรด์จนจบครับ
ฝากเพจของไอนกหัวขวานคนนี้ด้วยนะเอ้อ
https://www.facebook.com/Speaker-Woodpecker-544675532713175/
ใครสะดวกหาเป็ชื่อเพจก็พิมพ์ว่าSpeakerWoodpecker เอานะครับ