ตอนที่ 4 เยี่ยมคุณตา (2)
หลังจากกู้อู๋เหยียนได้ยินว่า ‘หยุดทันที’ ก็ชะงักไปชั่วขณะถึงค่อยเอ่ย “ผมรับปากคุณตาครับ”
จังหวะนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น พ่อบ้านม่อจี้เปิดประตูเดินเข้ามา โค้งตัวเล็กน้อยแล้วพูด “คุณท่าน คุณนายเสิ่นมาแล้วครับ...”
ม่อเฉิงอู่ปัดมือแสดงท่าทีว่ารู้แล้ว ให้พ่อบ้านลงไปต้อนรับก่อน
“คุณนายเสิ่นคนนี้ใครเหรอครับ พอคุณตาได้ยินว่าเธอมาก็ยิ้มกว้างเลยนะครับ”
“ตอนหลานยังเด็กก็เคยเจอเธอนะ เธอเป็เพื่อนสนิทที่ดีที่สุดของแม่หลาน เป็นักแสดงละครพูด ปกติจะงานยุ่งมาก...
“หลังจากแม่ของหลานเสียไป ขอแค่เธอมีเวลาว่างก็จะมาเยี่ยมคนแก่อย่างตา...” เมื่อพูดถึงตรงนี้ ดวงตาของผู้าุโม่อก็มีน้ำตารื้น
“ทำไมผมถึงไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเธอเลยแม้แต่นิดเดียว”
“ตอนนั้นหลานยังเล็ก และตัวเธอในตอนนั้นก็กำลังเฟื่องฟู ไหนจะงานยุ่ง เลยเจออยู่ไม่กี่ครั้ง จำไม่ได้ก็ปกตินะ...”
“ครับ...งั้นผมประคองคุณตาลงไปก็แล้วกันครับ ให้เธอรอนานก็ไม่ดีเหมือนกัน...”
**********************
สวนดอกไม้หลังบ้านสกุลม่อนั้นมีสนามหญ้าเขียวขจี มีร่มกันแดดกว้างใหญ่ตั้งอยู่คันหนึ่ง โต๊ะเก้าอี้สีขาวสไตล์ตะวันตกเรียบง่ายวางอยู่ใต้ร่ม เวลานี้มีผู้หญิงอ่อนหวานแช่มช้อย ดูมีความรู้มากความสามารถ สวมชุดกระโปรงผ้าฝ้ายสีครีมอ่อนเรียบง่ายนั่งอยู่บนเก้าอี้ พลางทอดมองไปยังชายหนุ่มคนหนึ่งและเด็กอีกคนที่อยู่ไม่ไกลอย่างสุภาพเยือกเย็น
เสิ่นซีโหลวในเวลานี้กำลังดูปลาที่แหวกว่ายในสระบัวประดิษฐ์เป็เพื่อนเ้าหญิงน้อยสุดที่รักของเขา เขาถูกเ้าหญิงน้อยหยอกล้อด้วยคำพูดประสาเด็กอยู่บ่อยครั้ง มีความสุขเป็อย่างยิ่ง
เมื่อกู้อู๋เหยียนประคองผู้าุโม่อก้าวเข้ามาในสวนดอกไม้ข้างหลัง เสียงหัวเราะเบิกบานใจก็ดึงดูดเขา เสียงหัวเราะดังลั่นอย่างสนุกสนานไม่เกรงใจใครแบบนี้ เหมือนตัวเขาจะไม่เคยมีอีกเลยหลังจากตอนแปดขวบ
ผู้าุโม่อสังเกตเห็นสายตาเขาที่จับจ้องไปยังบริเวณไม่ไกลนัก ั์ตาฉายแววครุ่นคิดเล็กน้อย
ชั่วขณะที่เขาตกอยู่ในภวังค์ เสียงตกน้ำดัง ‘ตูม’ ก็ดึงสติเขากลับมา คนที่ตกลงไปเหมือนจะว่ายน้ำไม่เป็ ตะเกียกตะกายสะเปะสะปะอยู่ในน้ำด้วยความใกลัว เด็กน้อยที่อยู่ริมฝั่งใจนปล่อยโฮเช่นกัน กู้อู๋เหยียนปล่อยมือที่ประคองผู้าุโม่อแล้วพุ่งตัวไปถึงริมสระ ะโลงไปช้อนตัวคนที่ตกน้ำขึ้นมา
“แค็ก...แค็กๆ...” เสิ่นซีโหลวพ่นน้ำที่เพิ่งสำลักเข้าไปออกมา เขารู้สึกสบายตัวขึ้นมาก ลืมตามองกลุ่มคนที่ล้อมวงแล้วยิ้มแหยออกมา
เพียงแต่ทันทีที่เขาเห็นกู้อู๋เหยียนซึ่งยืนตัวเปียกปอนอยู่ข้างๆ ใจก็เต้นตึกตัก พอนึกถึงประโยคที่ว่า ‘ตายไม่ดี’ ขึ้นมา ก็ก้มหน้าลงเงียบๆ
โหลวอีหรานเห็นเขาไม่เป็อะไรแล้วก็คลายกังวลลง เธอพูดขึ้น “อายุเท่าไรแล้ว ยังไม่ระวังขนาดนี้...”
เสิ่นซีโหลวที่นั่งบนพื้นยิ้มกระอักกระอ่วน พูดด้วยความอึดอัด “ผมไม่ได้อยากให้เป็แบบนี้สักหน่อย อยู่ๆ เท้าก็ลื่นตกลงไปแล้ว...”
“เชี่ยนเชี่ยน ไม่ใใช่ไหม”
เสิ่นเชี่ยนเชี่ยนที่เพิ่งหยุดร้องไห้เห็นพี่ชายะโเรียก ก็โถมเข้าใส่อ้อมกอดเขาด้วยดวงตาแดงก่ำแล้วร้องไห้อีกครั้ง
โหลวอีหรานประคองผู้าุโม่อมาถึงด้านข้างกู้อู๋เหยียนแล้วเอ่ยด้วยความซาบซึ้งใจ “เสี่ยวเหยียน เมื่อครู่ขอบคุณนะ”
“ไม่ต้องเกรงใจครับ”
เสิ่นซีโหลวอุ้มเสิ่นเชี่ยนเชี่ยนเดินเข้ามา เขามองกู้อู๋เหยียนที่กำลังสนทนากับแม่ตนเองอย่างสนิทสนมแล้วเหม่อลอยไปเล็กน้อย ชายหนุ่มคนนี้ในตอนนี้ แม้จะหน้าตาเหมือนกับคนที่เขาพบในสวนดอกไม้หลังโรงแรมซิงลี่ แต่ความรู้สึกที่แผ่ออกมากลับแตกต่างกันมาก
โหลวอีหรานเห็นเขาเดินเข้ามาก็เอ่ยปาก “ซีโหลว ยังไม่รีบเข้ามาขอบคุณเสี่ยวเหยียนอีก...”
เสิ่นซีโหลวได้ยินแม่ของเขาเรียก ก็เดินเข้าไปยังบริเวณที่พวกเขาสามคนยืนอยู่ แล้ววางเสิ่นเชี่ยนเชี่ยนลง มองชายตรงหน้าอย่างเคร่งขรึมพลางเอ่ย “ขอบคุณครับ...”
กู้อู๋เหยียนเห็นเขามีท่าทางเคร่งขรึมจริงจังก็ยิ้มกระเซ้า “ต่อไปอยู่ให้ห่างจากน้ำหน่อยนะ ว่ายน้ำไม่เป็ก็อย่ารนหาที่ตาย ไม่ใช่ว่าทุกครั้งจะดวงดีขนาดนี้ได้หรอก!!!”
‘ฮะ? ฮะ? ฮะ?’ คำพูดนี้ ไม่นึกเลยว่าจะทำให้เขาเถียงไม่ออก...
เพียงแต่เขาในตอนนี้มั่นใจมากว่าคนที่อยู่ตรงหน้านี้ คือผู้ชายที่ข่มขู่ตนเองคนนั้น
ไม่คิดเลยว่าคนคนนี้ยังมีสองหน้า แสดงได้เก่งจริงๆ เก่งกว่านักแสดงอย่างเขาซะอีก
ม่อเฉิงอู่มองคนทั้งคู่ที่ไม่ยอมอ่อนข้อให้กันแล้วเอ่ยปากพูด “เสี่ยวเหยียน หลานพาซีโหลวไปห้องของหลาน เปลี่ยนชุดที่เปียกออกซะ พวกหลานทั้งคู่ส่วนสูงไล่เลี่ยกัน...เสื้อผ้าของหลาน เขาก็คงสวมได้เหมือนกัน...”
กู้อู๋เหยียนเก็บสายตา กล่าวด้วยรอยยิ้มเรียบเฉย “ตกลงครับ คุณตา...”
เมื่อมองภาพที่เสิ่นซีโหลวพูดจาแยกเขี้ยวกางเล็บกับกู้อู๋เหยียนซึ่งเดินไปตามทางของตัวเองอย่างใจเย็น โหลวอีหรานกับม่อเฉิงอู่ก็สบตายิ้มให้กันด้วยความจนใจ