จ้วงคังพอทราบว่าผลการสอบของเด็กคนนั้นได้อันดับที่หนึ่ง เขาก็รู้สึกดีใจแปลก ๆ ด้วยเขาเองรู้สึกว่าคุ้นหน้าเด็กน้อยคนนั้นแต่แรก แต่เขาไม่รู้ว่าเหตุใดจึงได้คุ้นหน้าคุ้นตาเขานัก แต่ด้วยยังมีงานที่ต้องทำอยู่เื่หาผู้บงการ เขาจึงต้องเก็บความสงสัยเอาไว้เสียก่อน แล้วไปที่ห้องขังซึ่งทหารพาอาจารย์ที่ทุจริตไปสอบสวนเพิ่มเติม
คนของเขารายงานทันทีที่เขาเข้าไปถึงห้องขังว่า อาจารย์ได้รับสินบนจากอดีตองค์หญิงเหอหลิงลี่ที่สั่งให้เขาทำเช่นนี้ เขาเองก็ไม่รู้ว่าเหตุใดนางจึงมุ่งเป้าที่จะทำลายเด็กคนนั้นเช่นกัน
จ้วงคังพอทราบว่าเป็นางก็ได้แต่ถอนหายใจยาว เขารู้ดีว่าฝ่าาเหนื่อยพระทัยกับน้องสาวคนนี้มานานมากแล้ว ทั้งตัวเขาเองยังมีเื่บาดหมางกับหลานสาวของฝ่าาั้แ่ครั้งนั้น เขายังคงจำได้ดีถึงสิ่งที่นางทำให้เขาต้องทำบาปทำกรรมกับเด็กสาวผู้ไร้เดียงสาคนนั้นจนถึงทุกวันนี้
หลังจากตั้งสติกลับมาจากเื่ราวเก่า ๆ ได้แล้ว จ้วงคังก็สั่งปลดอาจารย์ให้ออกจากราชการทันที พร้อมยึดทรัพย์สินเข้าคลังหลวง เขาจะเข้าไปรายงานเื่นี้กับฝ่าาทีหลัง ว่าจะลงโทษเหอหลิงลี่ต่อไปอย่างไร
ทหารที่ได้รับคำสั่งก็พากันออกไปยังจวนของอาจารย์คนนี้เพื่อยึดทรัพย์ตามคำสั่งท่านแม่ทัพใหญ่ พวกเขาไม่จำเป็ต้องใช้เอกสารใดในการทำงาน เนื่องด้วยทุกคนรู้ดีว่าคนของแม่ทัพใหญ่ได้รับอนุญาตเป็พิเศษจากฮ่องเต้ให้จัดการเื่ราวเสียก่อนแล้วค่อยรายงานทีหลังมาหลายปีแล้ว และทุกครั้งคนที่แม่ทัพใหญ่จัดการนั้นล้วนแล้วแต่มีความผิดจริงทั้งสิ้น ทำให้ชาวเมืองต่างสรรเสริญความเที่ยงตรงของแม่ทัพใหญ่ผู้นี้ไม่น้อย
เหอหลิงลี่ได้รับรายงานว่าแผนการของนางล้มเหลวก็เขวี้ยงสิ่งของในเรือนจนเละเทะไปหมด นางเพิ่งถูกปลดเป็สามัญชน แล้วครั้งนี้แผนการยังถูกแม่ทัพใหญ่ผู้ที่เป็ดั่งเสี้ยนหนามของนางจับได้อีก นางไม่รู้ว่านางกับเขาเริ่มต่อสู้กันั้แ่เมื่อใด เพียงแต่ทุกครั้งที่นางวางแผนใส่คนอื่นที่ขวางทางนางและสามีของนาง นางมักถูกเขาจับได้แทบทุกครั้ง จนทำให้เสด็จพี่ของนางเลิกโปรดปรานนางมานานจนกระทั่งบัดนี้
ใช่ว่านางจะไม่อยากสังหารแม่ทัพใหญ่คนนั้นเสียเมื่อไหร่ แต่เป็เพียงว่าคนของนางไร้ความสามารถ ส่งไปกี่คนต่อกี่คนก็ต่างต้องตกตายไปเสียทั้งหมด บางคนก็าเ็สาหัสหรือพิการไปก็ไม่น้อย นางเองจากที่เคยมีคนในสังกัดมากมาย ทุกวันนี้ก็ร่อยหรอลงเหลือเพียงไม่ถึงหนึ่งร้อยคนแล้ว สามีนางเองก็ไม่เคยช่วยเหลือสิ่งใด มีเพียงนางคอยส่งเสริมเขาและกำจัดคู่แข่งของเขามาตลอด
ยิ่งตอนนี้นางกลายเป็สามัญชน สามีของนางกลับไม่ค่อยมาพบหน้านางเสียด้วยซ้ำ ั้แ่ฮูหยินผู้เฒ่าตายไปเมื่อปีก่อน เขาก็เ็ากับนางไม่น้อยเช่นกัน หากนางไม่ทำสิ่งใดให้เขา เขาก็จะไม่เข้ามาพบนางที่เรือน นางเองก็จนใจที่จะคอยเขาแล้ว ทุกวันนี้นางก็คบชู้กับบรรดาองครักษ์ของนางเพียงเพื่อความสุขชั่วครั้งชั่วคราวของนางโดยไม่ให้เขารู้เท่านั้น
เื่ดูแลจวนก็เป็ฮูหยินรองที่จัดการมาตลอด นางที่เป็ฮูหยินเอกจึงไม่ต้องทำสิ่งใด เพียงรอรับเบี้ยหวัดรายเดือนที่นางขอสามีเอาไว้แต่แรกเพื่อเลี้ยงดูคนของนางเท่านั้น
ด้านเสนาบดีกรมอาญาผู้เป็สามีเองก็ไม่กล้าทำเกินไปกับอดีตองค์หญิงของเขา ด้วยเขารู้ดีเช่นกันว่านางมีคนที่ภักดีต่อนางไม่น้อย หากเกิดสิ่งใดขึ้นกับนาง จวนของเขาคงวุ่นวายเป็แน่ ทุกวันนี้เขาได้แต่คอยเอาใจฮูหยินรองและช่วยนางเื่การค้าขายกับขุนนางคนอื่น ๆ อย่างไรนางก็เป็คนหาเงินมาเลี้ยงดูจวนของเขาแต่แรก เขาเองก็ให้เกียรตินางไม่น้อย
บุตรชายของเขาทั้งสองคนก็เข้ารับราชการกันเมื่อหลายปีก่อน จึงพอจะทำให้เขาโล่งใจได้บ้าง บุตรสาวคนอื่น ๆ ต่างออกเรือนเพื่อส่งเสริมหน้าที่ของเขาเช่นกัน เหลือเพียงบุตรอนุที่อายุยังน้อยอีกหนึ่งคนที่ยังไม่ออกเรือน เขาเองยังหาคู่แต่งงานเพื่อส่งเสริมเขายังไม่ได้ เขาจึงไม่รีบร้อนที่จะให้นางแต่งงานออกไป
จ้วงคังที่ส่งคนออกไปยึดทรัพย์สินของอาจารย์ที่ก่อเื่แล้ว เขาขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้และเล่าเื่ราวทุกอย่างั้แ่แรกเริ่มจนจบ เขายังบอกบทลงโทษที่เขาสั่งคนไปจัดการให้ฝ่าาฟังด้วย ฮ่องเต้พึงพอใจกับการทำงานของจ้วงคังมาตลอด ที่เขาเชื่อใจจ้วงคังก็เพราะเมื่อหลายปีก่อน จ้วงคังเล่าถึงความเป็มาของเขาตามตรง และสาบานว่าจะไม่ทำร้ายคนในแคว้น ฮ่องเต้จึงยิ่งสนิทสนมกับจ้วงคังมากดั่งพี่น้อง
ั้แ่ฮ่องเต้มีเขาเป็มือขวา การทำงานต่าง ๆ ของเขากลับยิ่งสะดวกสบายมากขึ้น เป็เพราะเหล่าขุนนางที่หวาดกลัวแม่ทัพใหญ่ผู้นี้จะมีหลักฐานเอาผิดพวกเขา ขุนนางเ่าั้จึงซ่อนหัวเก็บหางไว้เป็อย่างดีมาโดยตลอด ไม่มีใครกล้ากระทำการใดให้ขัดเคืองพระทัยฝ่าาเลยแม้แต่น้อย
ฮ่องเต้สอบถามความเห็นของจ้วงคังเื่การลงโทษน้องสาวของเขาเอง ด้วยเขาไม่รู้จะลงโทษนางอย่างไรดีแล้ว แถมครั้งนี้นางยังกล้าเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการคัดเลือกขุนนางของเขาอีก คนที่นางตั้งเป้ายังเป็คนที่ไท่ฝูปกป้องอยู่อีกต่างหาก หากเขาไม่ลงโทษนางในครั้งนี้ เขาคงไม่มีหน้าสู้ไท่ฝูอีกแน่
จ้วงคังเองก็ไม่คิดว่าเด็กคนนั้นจะมีไท่ฝูเป็ผู้สนับสนุน ไม่น่าแปลกใจเลยว่าเหตุใดเขาจึงได้เก่งกาจั้แ่อายุยังน้อยเช่นนี้ จ้วงคังลองเสนอบทลงโทษให้ฮ่องเต้ดูตามที่เขาคิดว่าน่าจะพอเป็ไปได้ว่า
“ฝ่าาไม่ลองให้นางไปสำนักสงฆ์แล้วคัดลอกพระคัมภีร์จนกว่าจะสำนึกผิดเล่าพะย่ะค่ะ หม่อมฉันคิดว่าบทลงโทษนี้น่าจะทำให้นางสงบลงได้ไม่มากก็น้อย”
“อืม ความคิดของเ้าไม่เลว เช่นนั้นข้าจะให้ขันทีร่างพระราชโองการสั่งให้นางไปยังสำนักสงฆ์ที่ห่างไกลหน่อยดีกว่า ข้ากลัวว่านางจะโกรธแค้นจนแอบส่งคนมาทำร้ายเ้าอีก”
“ขอบพระทัยฝ่าาที่เป็กังวล หม่อมฉันจะระวังตัวอย่างดีพะย่ะค่ะ”
ทั้งสองคนต่างพูดถึงขุนนางใหม่สามอันดับแรกอยู่พักใหญ่ ยิ่งฮ่องเต้ฟังว่าคนที่ไท่ฝูสนับสนุนดูหน่วยก้านไม่เลวจากปากสหายสนิทแล้วก็ยิ่งอยากให้ถึงวันสอบต่อหน้าเขาเร็ว ๆ เขาอยากรู้ว่าเด็กคนนี้เหมาะสมที่จะช่วยงานเขาเหมือนดั่งจ้วงคังหรือไม่
หลังจากพูดคุยกันอยู่เกือบสองชั่วยาม จ้วงคังก็ขอตัวออกจากพระราชวังไปดูว่าอาจารย์ทั้งหลายจัดการเื่ราวหลังจากเขาออกมาอย่างไรกันบ้าง ด้วยเขาเองกลัวว่านักเรียนที่สอบไม่ผ่านจะท้อแท้กันเสียก่อน หากเหล่าอาจารย์พูดคุยกับพวกเขาและให้กำลังใจในการกลับมาสอบในอีกสามปีให้หลังได้ ในแคว้นก็จะมีขุนนางดี ๆ อีกไม่น้อย