บทที่ 3
"ถ้าเสด็จแม่อยากกลับวังเมื่อใด ก็สามารถกลับมาได้เลยนะพ่ะย่ะค่ะ" หลงอันจวิ้นเอ่ยบอก
"ไม่หรอก นี่คงจะเป็ครั้งสุดท้ายที่เราจะได้พบกันอีก อันจวิ้น ในฐานะแม่ สิ่งที่แม่ทำในตอนนี้ก็เพื่อเ้า ในตอนนี้เ้าอาจจะคิดว่าแม่ไม่รักเ้า แต่จริง ๆ แล้วที่แม่ทำทุกอย่างก็เพราะว่ารักเ้า และนี่คงจะเป็ครั้งสุดท้ายที่เราได้พูดคุยกันในฐานะแม่ลูก
ฝ่าาเองก็โตจนปกครองแคว้นได้แล้ว ถ้าแม่ยังอยู่ ฝ่าาจะทำหน้าที่ฮ่องเต้ที่ดีได้อย่างไร ให้แม่ไปเถอะนะ และคนของเ้าที่ส่งมาดูแลแม่ไม่ขอรับไว้ เพราะแค่มีองครักษ์ของเสด็จพ่อของฝ่าาก็พอแล้ว
ส่วนในฐานะฮองไทเฮา แม่ยอมถอยให้กับฝ่าาแล้ว สิ่งหนึ่งที่แม่อยากขอก็คือ แม่อยากขอให้ฝ่าาตั้งสติให้ดี อย่าใช้อารมณ์ ฝ่าาเลือกใช้คนเก่ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะไว้ใจเขาได้ทุกอย่าง อำนาจเป็สิ่งที่น่ากลัวในเมื่อฝ่าาเลือกเส้นทางนี้ แม่ก็อยากให้ฝ่าากุมอำนาจทั้งหมดที่มีอยู่เอาไว้ให้แน่น" จางชิงหลินพูดเตือนเป็ครั้งสุดท้าย นี่คงจะเป็ครั้งสุดท้ายแล้วจริง ๆ ที่จะได้พูดคุยกันแบบนี้
"พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะเป็ฮ่องเต้ที่ดี" หลงอันจวิ้นตอบรับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
"ดี ฝ่าาก็กลับเข้าไปในวังเถอะ ไม่ต้องห่วงแม่" จางชิงหลินพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม นางเดินออกจากประตูวังไปด้วยรอยยิ้ม โดยไม่หันกลับมามองด้านหลังเลยแม้แต่น้อย
"ฮองไทเฮา เราจะไปที่ไหนกันก่อนหรือพ่ะย่ะค่ะ หรือจะไปที่ตำหนักรับรองของฮองไทเฮาที่อยู่นอกวังก่อน" เว่ยฉู่องครักษ์ที่เมื่อก่อนทำงานกับหลงอันจวิ้น แต่ตอนนี้เขาได้ย้ายกลับมาดูแลจางชิงหลินแล้ว
"เว่ยฉู่ ข้าไม่ใช่ฮองไทเฮาแล้ว ตอนนี้ข้าเป็เพียงหญิงหม้ายสามีตายเท่านั้น ตำหนักอะไรนั่นมันก็ไม่ใช่ของข้า และสถานที่ที่เราจะไปตอนนี้ก็คือสุสานของท่านพี่" จางชิงหลินยิ้มให้กับเว่ยฉู่ที่ดูเหมือนจะลืมตัวไป
"ข้าน้อยขออภัยขอรับนายหญิง สงสัยอยู่ในวังหลวงนานเกินไป เราต้องเดินทางไกล ถ้าอย่างนั้นกระหม่อมจะให้คนไปหาโรงเตี๊ยม หารถม้าและเสบียงไว้สำหรับเดินทางนะขอรับ" เว่ยฉู่บอก แม้การออกจากวังของจางชิงหลินดูเหมือนว่าจะถูกจัดเตรียมเอาไว้แล้ว แต่มันก็แค่ในวังเท่านั้น เพราะเื่นอกวังยังไม่มีการเตรียมตัวอะไรเลย แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร
"เอาตามที่เ้าว่าเถอะ" จางชิงหลินตอบ
"ถ้าอย่างนั้นเราไปหาโรงเตี๊ยมกันก่อนเถอะเ้าค่ะ" หนิงเฟิงคนสนิทพูดขึ้น
"นายหญิง ที่จริงเราไม่ต้องไปหาโรงเตี๊ยมให้เสียเวลานะขอรับ นายหญิงลืมไปแล้วหรือว่าเมื่อก่อนนายท่านและนายหญิงมีกิจการร้านค้าอะไรบ้าง เรายังมีโรงเตี๊ยมอยู่นะขอรับ นายท่านและนายหญิงให้ข้าน้อยเป็คนช่วยดูแลกิจการทั้งหมดแทน
เชิญนายหญิงไปโรงเตี๊ยมก่อนเถอะขอรับ ส่วนเื่ที่เหลือข้าน้อยจัดการได้ รับรองว่าพรุ่งนี้สิ่งที่นายหญิง้าครบแน่นอน" หลี่หานที่แม้จะเป็องครักษ์เหมือนกัน แต่เพราะเขามีความสามารถด้านการค้า จึงได้รับความไว้วางใจให้ดูแลเื่การค้าทั้งหมดที่หลงเจิ้นอี้และจางชิงหลินมีให้กับเขาช่วยดูแล
และดูเหมือนว่าเวลาสิบกว่าปีนี้จะทำให้จางชิงหลินลืมไปแล้วว่าก่อนที่นางจะเข้าไปอยู่ในวังหลวงมีกิจการอะไรบ้าง เพราะหลี่หานไว้ใจได้ เมื่อก่อนอะไรที่ควรจะได้ก็ยังได้เหมือนเดิมและตลอดที่ผ่านมามีแต่จะเพิ่มขึ้น ทำให้จางชิงหลินคุ้นชินจนไม่รู้สึกว่ามีอะไรเปลี่ยนไป
"ข้าลืมไปเลยนะ นี่ข้ายังคิดอยู่เลยว่าออกมาจะทำอะไรหรือจะกลับไปทำการค้าเหมือนเดิม เพราะถ้าให้ข้าอยู่เฉย ๆ คงจะเบื่อแย่" จางชิงหลินพูดออกมา นางลืมไปแล้วจริง ๆ และข้าวของมีค่าทรัพย์สมบัติทุกอย่างที่นางได้รับจากการได้เป็ฮองเฮาและฮองไทเฮา นางทิ้งไว้ที่วังหลวงทั้งหมด ส่วนของมีค่าที่ติดตัวออกมาก็เป็เพียงของที่นางเคยนำเข้าไปเท่านั้น
"นั่นก็รีบนำทางเถอะหลี่หาน นายหญิงจะได้พัก เพราะพรุ่งนี้จะต้องเดินทางกันต่อ" เว่ยฉู่บอก เขาเองก็ลืมไปเหมือนกัน เพราะั้แ่อดีตฮ่องเต้จากไปพวกเขาแทบจะกลับไปใช้ชีวิตอย่างอดีตไม่ได้เลย
"เชิญขอรับนายหญิง" หลี่หานผายมือให้จางชิงหลินเดินนำไป
"นายหญิงตอนนี้รถม้าอาจจะดูเก่าไปหน่อย แต่ข้าน้อยรับรองว่าจะปรับปรุงจนใหม่เอี่ยมแน่นอน" เว่ยฉู่บอก นี่เป็รถม้าที่ถึงแม้จะดูเก่า แต่รถม้าคันนี้เคยเป็รถม้าที่จางชิงหลินเคยใช้มาก่อน
"ไม่ต้องหรอก ข้าชอบแบบนี้ เ้าดูนี่สิหนิงเฟิง นี่เป็ลายที่ท่านพี่แกะสลักเอง เขารู้ว่าข้าชอบดอกกล้วยไม้ ท่านพี่เลยแกะสลักดอกกล้วยไม้ให้ข้าได้มอง สวยมากเลยใช่ไหม" จางชิงหลินพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม มือของนางค่อย ๆ ลูบลายแกะสลักรูปดอกกล้วยไม้ที่หลงเจิ้นอี้เป็คนแกะสลักให้นางกับมือ
"เ้าค่ะ สวยมากจริง ๆ นายหญิงมองพู่นี่สิเ้าคะ นี่ก็เป็พู่ที่นายท่านเลือกให้กับนายหญิง" หนิงเฟิงพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้พูดออกมา แม้ใบหน้าของนางจะมีรอยยิ้มก็ตาม
"เว่ยฉู่ รถม้าคันนี้นอกจากดูแลให้ใช้ได้ ส่วนเื่อื่น ๆ ข้าอยากให้มันเหมือนเดิม" จางชิงหลินบอกกับเว่ยฉู่ นางอยากเก็บรถม้าเอาไว้เป็ความทรงจำ
"ขอรับ ถ้าอย่างนั้นนายหญิงขึ้นรถม้าเถอะขอรับ นายหญิงจะได้ไปพักผ่อน ตอนนี้แดดเริ่มแรงขึ้น" เว่ยฉู่เตือน
"นั่นสินะ ผู้คนเริ่มออกมาใช้ชีวิตแล้ว เดี๋ยวถ้าคนมาเห็นจะเอาเื่นี้ไปพูดได้ เราไปกันเถอะ" จางชิงหลินพูดออกมา แม้นางจะออกจากวังั้แ่ฟ้ายังไม่สางแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าฟ้าจะสว่างเร็วกว่าปกติทำให้ผู้คนเริ่มจะออกมาใช้ชีวิตของตัวเองแล้ว
"นายหญิง ้าเรียกพบหลงจู๊หรือไม่ขอรับ ถ้านายหญิง้าข้าน้อยจะไปเรียกมาให้" หลี่หานถามขึ้นหลังจากที่หาห้องพักได้แล้ว โรงเตี๊ยมเฉินอี้แห่งนี้ถือได้ว่าเป็โรงเตี๊ยมอันดับหนึ่งของแคว้นเฟิงหลงเลยทีเดียว มีอยู่ทั่วแคว้นเฟิงหลงเลยทีเดียว
"ไม่ต้องหรอก ข้าขอดูบัญชีหน่อยก็แล้วกัน ตลอดหลายปีทรัพย์สินทุกอย่างถูกเก็บไว้ที่เดิมใช่หรือไม่" จางชิงหลินถาม ถึงแม้นางจะหลงลืมไปแล้วว่าเมื่อก่อนนางมีกิจการอะไรบ้าง แต่ทรัพย์สมบัติเงินทองที่นางและสามีหาเอาไว้ถูกเก็บเอาไว้อย่างดีในสถานที่ที่มีแต่คนสนิทเท่านั้นที่รู้
"ใช่ขอรับ มีการคุ้มกันเข้มงวด รายได้ทั้งหมดตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมาข้าน้อยนำไปไว้ที่นั่น และนี่รายได้ทั้งหมดขอรับ ส่วนนี่เป็บัญชีนายหญิงตรวจสอบได้เลย" หลี่หานผายมือไปที่กองบัญชีที่เขานำมาด้วย
"ไม่ต้องหรอก เ้าทำหน้าที่ของเ้าดีแล้ว ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วมอบเงินร้อยตำลึงทองให้กับคนของเราทุกคนเป็รางวัลสำหรับการทำงานที่ดี คนที่มีตำแหน่งสูงขึ้นมาเ้าตัดสินใจได้เลยว่าจะมอบให้เท่าไหร่แต่อย่างต่ำร้อยตำลึงทอง" จางชิงหลินพูดออกมาอย่างใจกว้าง การตอบแทนคนคนของตัวเองด้วยเงินทองเหล่านี้ถือว่าเล็กน้อยมากสำหรับนาง
"ขอบคุณนายหญิง" คนที่อยู่ในห้องต่างคุกเข่าขอบคุณทันทีเงินหนึ่งร้อยตำลึงทองเชียว บางคนชีวิตทั้งชีวิตไม่รู้ว่าจะหาได้มากมายเท่านี้หรือไม่
"ลุกขึ้นเถอะ จริงสิหลี่หาน เขาหย่งอันหนิงที่ฝังศพท่านพี่ แถวนั้นมีหมู่บ้านด้วยใช่หรือไม่ ตอนที่ข้าได้อ่านรายงานเหมือนจะมีผู้คนอพยพไปอยู่แถวนั้นจนสร้างเป็หมู่บ้านขึ้นมาได้"
"มีขอรับ ไม่ใช่เป็แค่หมู่บ้านเล็ก ๆ นะขอรับแต่กลายเป็เมืองเจิ้นหนิงที่มีผู้คนอพยพเข้ามามากมาย แต่ถึงจะมีคนมาอพยพมาอยู่แต่เพราะอยู่ใกล้เขาหย่งอันหนิงทำให้คนเมืองอื่น ๆ ไม่อยากสมาคมกับเมืองเจิ้นหนิงสักเท่าไหร่ขอรับ ทำให้ผู้คนในเมืองลำบากอยู่มาก คนที่ร่ำรวยก็ร่ำรวยกันไปเลย ส่วนคนที่ยากจนก็ยากจนขอรับ" หลี่หานรายงาน
"เ้าเมืองที่อยู่ที่นั่นดูแลอย่างไร ทำไมถึงเกิดเื่แบบนี้ได้" จางชิงหลินที่ได้ยินดังนี้ก็ไม่พอใจ เพราะเมื่อก่อนถ้านางจำไม่ผิดูเาหย่งอันหนิงนั้น ยังไม่มีหมู่บ้านอะไรเลยเป็พื้นที่ว่างเปล่าขนาดใหญ่ เพราะการเดินทางลำบาก
เพราะอย่างนั้นหลงเจิ้นอี้เลยเลือกสถานที่ตรงนั้นเป็สุสาน แม้จะไกลจากเมืองหลวง เขาก็เลือกที่นั่น เพราะบรรยากาศที่สงบ ที่จริงถ้าตอนนั้นไม่ได้มีาเกิดขึ้น ูเาหย่งอันหนิงแห่งนี้จะไม่ใช่เป็สุสาน แต่จะเป็บ้านของพวกเขา
"เพราะอยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงทำให้พวกข้าราชการเกียจคร้านขอรับ ก่อนที่ข้าน้อยจะลาออก ดูเหมือนว่าเ้าเมืองเพิ่งส่งฎีกามาขอให้ช่วยเื่เสบียงขอรับ" เว่ยฉู่รายงานเพราะเขาได้ยินผ่านหูมา
"แล้วคนที่สั่งให้ไปเฝ้าสุสานท่านพี่ล่ะ พวกเขาเป็อย่างไร คงไม่ใช่ว่าปล่อยปละละเลยหรอกนะ" จางชิงหลินพูดออกมาด้วยความไม่พอใจ นี่คือสิ่งที่นางกลัว เพราะอยู่ไกลเลยทำให้พวกเขาย่ามใจ เพราะองครักษ์และคนที่ติดตามหลงเจิ้นอี้มาอยู่ที่วังหลวงหมด เพราะคำสั่งทำให้ไม่มีคนสนิทอยู่เฝ้าที่สุสานเลย ส่วนคนที่มีอยู่แม้ทหารและขันทีพวกนั้นจะเป็คนของหลงเจิ้นอี้แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะไว้ใจได้มากแค่ไหน
"ข้าจะส่งคนไปดูขอรับ ถ้าพวกเขากล้าละเลย โทษที่พวกเขาจะได้รับก็คือความตาย" เว่ยฉู่ประกาศกร้าวออกมาด้วยความไม่พอใจเช่นเดียวกัน คนที่เลือกที่ไปเฝ้าสุสานนั้นไม่ได้มีการบังคับอะไร พวกเขาอยากไปเฝ้าสุสานด้วยความเต็มใจ และสิ่งตอบแทนก็ไม่ใช่น้อย ๆ เลย
"ไม่ต้อง ข้าอยากไปเห็นด้วยตาตัวเอง ถ้าคนพวกนั้นกล้าละเลย ข้าจะไม่ไว้ชีวิตไว้สักคน" แววตาของจางชิงหลินประกายกร้าว เื่ของหลงเจิ้นอี้เป็เื่ที่สำคัญกับนางที่สุด และที่ผ่านมาคำรายงานที่ทหารและขันทีส่งเข้าไปบอกว่าเรียบร้อยดีทุกอย่าง นางถึงได้วางใจ นางได้แต่หวังว่าทุกอย่างจะไม่ใช่อย่างที่นางคิดก็แล้วกัน