เช้าวันถัดมา
ซูจินหลิงตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนของตนเองนางกระพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับสายตาให้รับกับแสงแดดในยามเช้า จากนั้นจึงเห็นว่ามี่เอ๋อร์กำลังเดินเข้ามาพร้อมกับอ่างล้างหน้าในมือ
“คุณหนูตื่นแล้วหรือเ้าคะ”
หลังจากที่ตื่นเต็มตาความทรงจำของซูจินหลิงก็ปะเดปะดังเข้ามาไม่ขาดสายและเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงชมบุปผาที่จวนท่านกั๋วกงเมื่อคืนนางพลันเบิกตาค้างด้วยความตื่นตระหนก
“มะ...มี่เอ๋อร์แผนการเมื่อคืนนี้เป็อย่างไรบ้างวันนี้ท่านกั๋วกงเดินทางมาเจรจาเื่การหมั้นหมายของข้ากับคุณชายกงแล้วใช่หรือไม่”
ในชาติก่อน หลังจากที่นางตกน้ำและได้กงจวินช่วยเอาไว้เช้าวันถัดมาท่านกั๋วกงบิดาของกงจวินก็เดินทางมาที่จวนสกุลซูเพื่อพูดคุยเื่หมั้นหมายของนางกับกงจวินทันที
กงจวินในยามนั้นปฏิเสธการหมั้นหมายกับนางหัวชนฝาแต่เป็เพราะนางเอาชื่อเสียงของตนเองมาเอ่ยอ้าง เขาจึงต้องยอมรับโดยไม่อาจคัดค้านสิ่งใดได้เลย
“คุณหนู แผนการของท่านเมื่อคืน...”
“แผนการของข้าเป็อย่างไร สำเร็จหรือไม่สำเร็จ?”
ซูจินหลิงอยากรู้คำตอบใจจะขาดอยู่แล้ว ว่าเมื่อคืนกงจวินได้ช่วยนางเอาไว้หรือไม่ทว่ามี่เอ๋อร์กลับอึกอัก ไม่ยอมบอกนางเสียที
“แผนการของคุณหนู...เอ่อ”
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนสีหน้าของมี่เอ๋อร์ก็เผยความเศร้าสลดออกมา
“รีบพูดมาสิ อย่ามัวแต่อ้ำอึ้งอยู่ได้”
เมื่อเห็นว่าคุณหนูกำลังจ้องนางตาเขม็ง มี่เอ๋อร์ก็ไม่กล้าอึกอักอีกต่อไปอย่างไรนางก็ต้องบอกความจริงให้คุณหนูได้รับรู้ แม้เื่นี้จะทำให้คุณหนูเสียใจสักเพียงใดก็ตาม
“แผนการของคุณหนู…ล้มเหลวเ้าค่ะ”
“ล้มเหลว!”
“ใช่เ้าค่ะ ล้มเหลว…”
เดิมทีมี่เอ๋อร์คิดว่าคุณหนูของนางจะต้องเสียใจจนต้องหลั่งน้ำตาออกมาแน่ๆเพราะคุณหนูของนางปักใจรักคุณชายกงจวินมานานแล้ว และเมื่อครึ่งปีก่อนคุณหนูก็ได้คิดเตรียมการเพื่อแผนการนี้โดยเฉพาะแต่ใครจะไปคาดคิด ว่าแผนการที่เตรียมมาอย่างดิบดีจะล้มเหลวไม่เป็ท่าเสียแบบนี้
ทว่ามี่เอ๋อร์กลับคาดเดาผิด นอกจากคุณหนูของนางจะไม่ร้องไห้ฟูมฟายแล้วคุณหนูยังะโโลดเต้นด้วยความดีใจที่แผนการนั้นล้มเหลว
“ดีจริง ดีจริงๆ ์ให้โอกาสข้าแล้ว ข้าไม่ต้องหมั้นหมายกับบุรุษไร้ใจผู้นั้นแล้ว”
“คุณหนู เหตุใดถึงไม่เสียใจเลยเ้าคะ?”
“ถ้าข้าได้หมั้นหมายกับคุณชายกง นั่นแหละข้าถึงจะเสียใจ”
“???” มี่เอ๋อร์รู้สึกมึนงงยิ่งนักคุณหนูของนางรักคุณชายกงเสียขนาดนั้น แล้วเหตุใดถึงได้เอ่ยวาจาเช่นนี้ออกมา
“ถ้าหากคุณชายกงไม่ได้ะโน้ำลงไปช่วยข้าแล้วใครกันที่เป็คนช่วยข้าขึ้นมา” ซูจินหลิงเอ่ยถามด้วยความสงสัยเพราะก่อนที่สติจะดับวูบไป นางจำได้ว่าเห็นร่างของบุรุษผู้หนึ่งแหวกว่ายเข้ามาช่วยหากเขาไม่ใช่กงจวิน แล้วเขาเป็ใคร???
“คนที่มาช่วยคุณหนูคือ...”
“…”
“ท่านแม่ทัพเซียวเ้าค่ะ”
“แม่ทัพเซียว...”
หลังจากที่ได้ยินคำตอบของมี่เอ๋อร์ ซูจินหลิงจึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเพราะนางรู้สึกคุ้นกับชื่อนี้เหลือเกินนางคลับคล้ายคลับคลาเหมือนว่าชาติก่อนนางเคยได้ยินชื่อนี้มาจากที่ไหนสักแห่งแม่ทัพเซียว เซียว...
“เซียวเหวินอวี่ใช่หรือไม่!!!”
“ใช่เ้าค่ะ เป็เขาที่ช่วยคุณหนูเอาไว้”
ยามที่ได้ยินว่าคนที่ช่วยตนเอาไว้เป็ใคร หัวใจของซูจินหลิงพลันเต้นแรงขึ้นจนยากจะควบคุมเหตุใดบุรุษผู้นั้นถึงมาช่วยนางแทนที่จะเป็กงจวิน มีอะไรผิดพลาดอย่างนั้นหรือ
“แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน เ้าพอจะรู้หรือไม่”
“รู้เ้าค่ะตอนนี้แม่ทัพเซียวกำลังสนทนากับท่านเ้ากรมอยู่ที่เรือนรับรอง”
ซูจินหลิงได้ยินมี่เอ๋อร์เอ่ยบอกเช่นนั้นนางก็รีบลุกพรวดพราดออกไปทันที หากจำไม่ผิด เซียวเหวินอวี่ คืออดีตคู่หมั้นของนางที่นางเพิ่งส่งหนังสือถอนหมั้นไปให้เมื่อครึ่งปีก่อนมิใช่หรือ!!!
*
*
ในขณะที่กำลังเดินทางไปยังเรือนรับรองเพื่อพบเจอกับเซียวเหวินอวี่ซูจินหลิงก็พยายามนึกทบทวนถึงชีวิตในชาติก่อนของตนเอง
นางกับเซียวเหวินอวี่มีพันธะหมั้นหมายกันมาั้แ่ครั้งยังเยาว์เนื่องด้วยบิดาของนางกับเขาเป็สหายสนิทกันแต่เป็เพราะนางในยามนั้นหลงรักกงจวินจนหัวปักหัวปำและไม่อยากไปลำบากที่ชายแดนหากแต่งงานกับเขานางจึงได้ปฏิเสธการหมั้นหมายกับเขาไปเมื่อครึ่งปีก่อนและพยายามหาทางหมั้นหมายกับกงจวินแทน
ที่สำคัญนางยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตาของเซียวเหวินอวี่มาก่อนเพราะนางบ่ายเบี่ยงไม่ยอมพบเจอเขามาโดยตลอดและคิดว่าเขาคงเป็พวกป่าเถื่อนชอบใช้กำลัง ไม่เหมือนกับกงจวินที่เป็บัณฑิตดูมีความรู้อีกทั้งยังมีฐานะสูงส่งเป็ถึงบุตรชายของท่านกั๋วกง ความคิดของนางในชาติก่อนไม่ว่าอย่างไรเซียวเหวินอวี่ก็ไม่มีทางเทียบกับกงจวินได้อย่างแน่นอน
แต่เมื่อนางเดินทางมาถึงเรือนรับรองและได้พบกับบุรุษที่กำลังนั่งสนทนาอยู่กับบิดาความคิดในตอนนั้นของนางช่างดูโง่เขลายิ่งนัก
“หลิงเอ๋อร์ เ้ามาแล้วหรือ”
ซูจินหลิงไม่ได้สนใจคำถามของบิดาเลยสักนิดเดียวเพราะสายตาของนางมัวแต่จับจ้องอยู่ที่ร่างของบุรุษผู้หนึ่งซึ่งคาดว่าน่าจะเป็เซียวเหวินอวี่อดีตคู่หมั้นของนาง
“ท่านคือ…” ซูจินหลิงหลงลืมมารยาทไปชั่วขณะกระทั่งเดินเข้าไปใกล้กับเซียวเหวินอวี่ แล้วจับจ้องดวงหน้าของเขาไม่วางตาเพราะนอกจากเซียวเหวินอวี่จะมิใช่คนที่ดูป่าเถื่อนหากแต่เขายังเป็ชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่ง
ร่างกายของเขาดูสูงใหญ่กำยำประกายตามุ่งมั่นบดบังความห้าวหาญไว้ไม่มิด แม้ใบหน้าจะคร้ามแดดไปสักหน่อยแต่ก็ไม่ทำให้รัศมีของความหล่อเหลาลดน้อยลง ไหนจะสันกรามคมชัดคิ้วทรงกระบี่องอาจผึ่งผาย ดวงตาทั้งสองข้างหยักโค้งเล็กน้อยแลดูสง่างามทรงภูมิไม่ว่าจะมองอย่างไรเซียวเหวินอวี่ก็คือเทพบุตรชัดๆ
ซูจินหลิงรู้สึกว่าตนเองโง่เขลามากที่ชาติก่อนไปคว้าเอาเศษสวะอย่างกงจวินมาเป็คู่หมั้นแทน
“อาการของเ้าดีขึ้นแล้วหรือ”
เซียวเหวินอวี่ทำตัวไม่ถูกอยู่เล็กน้อยเมื่อซูจินหลิงเอาแต่จับจ้องมองเขาไม่วางตา เขาจึงได้เอ่ยถามว่านางเป็อย่างไรบ้างเพื่อไม่ให้สถานการณ์ในตอนนี้ดูน่ากระอักกระอ่วนจนเกินไป
ยามที่ซูจินหลิงได้ยินคำถามที่ดูราวกับห่วงใยของบุรุษตรงหน้าหัวใจของนางพลันเต้นสั่นไหวรุนแรงไม่เป็จังหวะ ในตอนนั้น นางก็ตั้งมั่นเอาไว้ในใจไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นชาตินี้นางจะแต่งเป็ภรรยาของเซียวเหวินอวี่ให้ได้ แม้ว่านางจะถอนหมั้นกับเขาไปแล้วก็ตาม...
“อาการของข้าดีขึ้นแล้วเ้าค่ะเพราะได้ท่านพี่เซียวช่วยเอาไว้แท้ๆ” แม้จะเพิ่งเคยพบหน้ากันครั้งแรกทว่าซูจินหลิงกลับเอ่ยเรียกอีกฝ่ายได้อย่างสนิทสนมอีกทั้งยังส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มไปให้กระทั่งคนตาบอดก็ยังมองออกว่านางพึงใจในตัวเขา
ทว่าเซียวเหวินอวี่ในตอนนี้ยังรู้สึกขุ่นเคืองใจไม่หายที่นางส่งหนังสือถอนหมั้นไปให้กับเขาเมื่อครึ่งปีก่อนดังนั้นเขาจึงไม่คิดจะรับไมตรีที่นางกำลังหยิบยื่นมาให้
“ข้าเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะช่วยเ้าหรอกแต่เป็เพราะตอนนั้นดื่มสุราหนักเกินไปหน่อยเลยเมาตกน้ำ”
มะ…เมาตกน้ำ!
ซูจินหลิงได้ยินเซียวเหวินอวี่เอ่ยบอกเช่นนั้นก็ถึงกับหน้าเหวอเพราะนางคิดว่าที่เขาะโลงไปช่วยนางเพราะเขายังมีใจให้นางแต่เป็เพราะเขาเมาตกน้ำถึงได้ลากนางขึ้นมาด้วยอย่างนั้นหรือ!
แต่ไม่ว่าเขาจะช่วยนางเพราะสาเหตุอันใดอย่างไรนางกับเขาก็ััเนื้อตัวกันมาก่อนแล้ว จะให้นางปล่อยเื่นี้ผ่านไปง่ายๆได้อย่างไร
นางต้องนำมาใช้ประโยชน์สิ...
“แต่อย่างไรท่านพี่เซียวก็ช่วยข้าเอาไว้แล้วอีกทั้งพวกเรายัง...”
“ท่านลุง ข้าขอตัวกลับก่อนนะขอรับ ประเดี๋ยวจะเดินทางกลับชายแดนไม่ทัน”
เซียวเหวินอวี่เอ่ยจบ เขาก็เร่งรุดออกไปทันทีซูจินหลิงที่คิดจะเจรจาเื่การหมั้นหมายกับเขาใหม่อีกครั้งก็ได้แต่ทำแก้มป่องด้วยความไม่พอใจ แต่กระนั้นก็ยังวิ่งไล่ตามเขาออกไปอยู่ดี