ตอนที่ 15 ท่านหัวหน้า (1)
เยี่ยสุยจดจ้องเยี่ยซวี่พลางครุ่นคิด ‘ดูท่าทางแล้ว พี่หญิงจะไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย เมื่อไตร่ตรองให้ดีแล้วยังมีเวลาเหลืออีกครึ่งเดือน พี่หญิงคาดเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ จะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์’
นอกจากนี้ เยี่ยสุยเองก็ไม่อาจล่วงรู้เช่นกันว่า เหตุใดหมอหลวงในวังจึงมองออกว่าพี่หญิงตั้งครรภ์
สายตาของเยี่ยสุยจดจ่อมากเสียจนคนปกติทั่วไปก็จับสังเกตได้ นับประสาอะไรกับคนสายตาเฉียบคมอย่างเยี่ยซวี่ นางจึงถามด้วยรอยยิ้มว่า “อาหนิง เ้ามองท้องข้าตลอด คิดอะไรอยู่หรือ”
เยี่ยสุยหัวเราะพลางเอ่ยตอบ “ข้าสงสัยว่าเมื่อไรพี่หญิงจะให้กำเนิดหลานชายตัวน้อยแก่ข้ากันนะ พี่หญิงอยู่ในวังมากว่าสี่ปีแล้ว จะตั้งครรภ์เมื่อไรกัน”
เมื่อชาติก่อน ขณะที่ในวังมีการเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ พี่หญิงได้กินปูและดื่มสุรา ส่งผลให้เกิดอาการไม่สบายตัวเป็อย่างมาก วันต่อมาเมื่อหมอหลวงตรวจชีพจรจึงพบว่าพี่หญิงตั้งครรภ์
เมื่อพี่หญิงพบว่าตนเองตั้งครรภ์ นี่ไม่ใช่เหตุการณ์น่ายินดีแต่เป็หายนะ หลังจากพี่หญิงตั้งครรภ์ ก็ถูกลอบสังหารอย่างต่อเนื่อง ในวังมีวิธีการสกปรกสารพัดที่ไม่อาจป้องกันได้ แม้ว่าพี่หญิงจะปกป้องทารกในครรภ์เอาไว้ได้ แต่ร่างกายก็อ่อนแอมาก ส่งผลให้ทารกในครรภ์บกพร่องแต่กำเนิด เมื่อเกิดมาจึงตัวเล็กกว่าทารกปกติมาก
ชาตินี้นางจะไม่ยอมทนเห็นพี่หญิงต้องทนทุกข์กับหายนะเ่าั้อีก!
เมื่อได้ยินคำพูดของนาง เยี่ยซวี่ยอดลูบท้องแ่เบาของตนเองไม่ได้ ตั้งครรภ์อย่างนั้นหรือ...จู่ๆ นางก็นึกขึ้นมาได้ว่าก่อนหน้านี้ฮ่องเต้มาค้างที่ตำหนักหลินหฺวา หรือว่าบางที...
จากนั้นนางก็ส่ายหน้าและหัวเราะกับตัวเอง ระดูของนางอีกครึ่งเดือนถึงจะครบกำหนด การจะตั้งครรภ์ไม่ตั้งครรภ์ มาคิดตอนนี้ก็ยังเร็วเกินไป
ไม่คิดว่าเยี่ยสุยกลับยืนยัน “พี่หญิง ข้ารู้สึกอยู่เสมอว่าหลานชายตัวน้อยอยู่ข้างในแล้ว พี่หญิงควรใส่ใจให้มากจะดีกว่า ข้าเคยได้ยินพี่หญิงฮุ่ยพูดว่าไทเฮาทรงเป็คนพระทัยกว้าง ถ้าพี่หญิงมีเื่อะไร ก็ไปทูลขอคำปรึกษาจากพระนางได้”
สิ่งนี้ทำให้เยี่ยซวี่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ในความทรงจำของนาง อาหนิงเป็คนที่แทบจะไม่ค่อยคิดการณ์ไกลมากนัก ตอนนี้กลับพูดจาเช่นนี้ ดูเหมือนจะรู้ความมากกว่าแต่ก่อน นับว่าเยี่ยสุยเติบโตขึ้นมากจริงๆ!
เถาซื่อพยักหน้าอย่างพึงพอใจและเอ่ยขึ้นว่า “หลังจากอาหนิงถึงวัยปักปิ่น ข้าสอนนางหลายอย่าง ตอนนี้คงจะรู้ความแล้ว ซวี่เอ๋อร์ ตัวเ้าต้องรู้ร่างกายของตัวเองดี อาหนิงพูดไม่ผิด ไม่ว่าสิ่งใดต้องระมัดระวังให้ถี่ถ้วนไว้เข้าใจไหม”
เยี่ยซวี่ตอบรับอย่างจริงจัง อดไม่ได้ที่จะเกิดความคาดหวังและรู้สึกถึงสัญญาณเตือนภัยภายในใจ ว่ากันว่าเด็กจะมีลางสังหรณ์ ถ้าสิ่งที่อาหนิงพูดเป็ความจริงล่ะ
“พี่หญิง ข้าเคยได้ยินว่าคนที่กำลังตั้งครรภ์กินปูไม่ได้ พี่หญิงต้องคอยระวังนะ!” เยี่ยสุยพูดต่อ
การเตือนถึงขั้นนี้ก็เพียงพอแล้ว นางรู้ว่าพี่หญิงมีความสุขุมและเฉลียวฉลาดกว่านาง เมื่อใจพี่หญิงมีสัญญาณเตือนแล้ว ก็จะต้องเตรียมการทุกอย่างไว้แน่นอน
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็ถึงเวลาที่เถาซื่อและคนอื่นๆ ต้องออกจากวัง จำต้องลาจากกันอย่างไม่เต็มใจ ยามเยี่ยสุยต้องออกจากตำหนักหลินหฺวา ใจเธอรู้สึกหนักอึ้ง
ไม่คิดว่าระหว่างทางเดินออกจากวัง พวกนางจะพบคนคนหนึ่งเข้า
คนที่พวกนางพบคือผู้บัญชาการวังอิ้น หน่วยสืบราชการลับ
ผู้บัญชาการวังสวมชุดคำรามอสรพิษสีแดง ที่เอวไม่ได้พกดาบ รูปงามราวกับเทพเซียน ใบหน้าของเขายังคงเฉยเมยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ข่มสะกดไอสังหารอันน่าสะพรึงไว้ ด้านหลังยังมีถีฉีหน่วยสืบราชการลับติดตามมาอีกจำนวนหนึ่ง
ใช่แล้ว ผู้บัญชาการวังไม่เพียงแต่รับผิดชอบหน่วยสืบราชการลับ แต่ยังเป็มหาขันทีเรืองอำนาจครอบงำราชสำนัก แน่นอนว่ามีอำนาจเต็มที่ในการเข้าออกพระราชวัง เขามาปรากฏตัวที่นี่ตอนนี้ก็เป็เื่ปกติ
แต่เยี่ยสุยคิดไม่ถึงว่าจะได้เจอเขาอีกครั้งเร็วขนาดนี้ ผู้บัญชาการวังมีตำแหน่งและอำนาจสูงส่ง หายากที่คนทั่วไปจะได้เห็นเขา ชาติก่อนนางยังเคยพบเขาเพียงไม่กี่ครั้ง แทบจะไม่เรียกว่าได้พบด้วยซ้ำ
เป็ไปได้อย่างไรที่ตอนนี้จะบังเอิญขนาดนี้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าผู้บัญชาการวังคงจะไม่ค่อยประทับใจในตัวนางนัก...