ตระกูลนี้ ผียังหลอน
ตอน พรหมลิขิต
ชายหนุ่มรุ่นใหญ่คนนึงกำลังถือไม้เทาสำหรับคนตาบอดเดินอยู่ข้างถนน เค้าสวมชุดสูทสีเทาราคาแพงและสวมแว่นตากันแดดอีนหนาเตอะ ถึงจะดูมีอายุแต่ก็ดูหล่อเหลามีสเน่ห์แบบพระเอกหนังฝรั่ง
ขณะกำลังยืนรอข้ามทางม้าลายหนุ่มใหญ่ก็หวนคิดไปถึงคืนวันที่เค้ากับเมียรักอยู่ด้วยกันสองต่อสอง
ทว่าอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับทำให้ชายหนุ่มคนนี้ต้องเสียเมียรักไปตลอดกาล แถมตาของเค้าก็บอดลง ถึงกระนั้นเค้าก็รวยมาก จ่ายเงินรักษาดวงตาอยู่จวนใกล้จะมองเห็น
แต่ทว่ายิ่งใกล้จะหายดีเค้าก็ยิ่งอยากตายตามเมียรักไปทุกขณะเพราะไม่อยากจะมองเห็นโลกใบนี้ที่ไม่มีเธอคนนั้นอีกแล้ว
"ล้าหลั่นหล่าลั้นรวย" เด็กชายชั้นป.หนึ่งเดินร้องเพลงมากับเด็กหญิงชั้นป.สอง ทั้งคู่สะพายเป้นักเรียนอันใหญ่จนหลังแอ่น
"โตขึ้นมาน้องอยากเป็อาราย" เจมส์บอนเอ่ยถามน้องสาวสองจุก
"อยากเป็มัจฉาชีพที่เก่งๆ" สโนวไวท์ตอบ
"นั่นมันมิจฉาชีพ แต่ก็ไม่เลวเลยแฮะ" พี่ชายตอบน้องสาว
"แล้วพี่อยากเป็หยัง" เด็กสาวผมเปียถามพี่ชายขณะทั้งคู่เดินมาจวนจะถึงทางม้าลาย
"อยากเป็แฮกเกอร์ที่รวยๆ" เจมส์บอนตอบน้องและจับมือน้อยดึงมาชิดกายรอจูงข้ามถนน
ตี๊ด! ๆ ๆ เสียงสัญญาณไฟข้ามถนนในเมืองใหญ่ดังขึ้น ทว่าหนุ่มหล่อยังคงยืนนิ่งในสภาพน้ำปริ่มอยู่ใต้แว่นดำ
"คุณลุงตาบอดเหรอคะ" สโนวไวท์เงยหน้าถามชายสูทเทาที่สูงสง่า
"ส่งมือมาครับ เราพาข้ามเอง" เจมส์บอนเอ่ยแล้ววิ่งอ้อมมายืนอีกข้าง เค้าจับมือซ้ายหนุ่มใหญ่ขณะที่น้องสาวจับมือขวาและพากันจูงคุณลุงแว่นดำเดินข้ามถนน
"ลุงต้องอยู่ให้ได้นะครับ ถึงโลกนี้มันจะโหดร้ายแต่ก็ต้องอยู่ให้รอดแบบพวกเรานะ" เด็กชายเอ่ยบอกคุณลุง
"ใช่ค่ะ ถึงพวกเราจะเป็เด็กแต่ก็รู้ดีว่าโลกนี้มันอยู่ยาก เราตัวเล็กขนาดนี้ยังต้องทำงานเลยนะคะ" เด็กสาวกล่าวกุมหลังมือหนุ่มใหญ่ด้วยมือน้อยสองข้าง
ดวงตาที่เลอะน้ำแห่งความโศกเศร้าของชายหนุ่มกลับมีแววตาที่อิ่มเอมในชั่วขณะ ใบหน้าที่ดูไร้ิญญากลับมีรอยยิ้มมุมปากแม้เสี้ยววินาที
"หนูๆทำงานอะไรกันล่ะลูก" หนุ่มหล่อรุ่นพ่อก้มหน้าถามเด็กๆ
"งานพวกเรามันสีเทาน่ะฮะ"
"ใช่ค่ะ ลุงอย่ารู้เลย"
"เหอะ! ๆ ๆ เอางี้ อยากทำงานสีขาวไหมล่ะ" หนุ่มใหญ่คลำมือหาหัวเด็กๆและลูบผมเบาๆขณะเอ่ยถาม
"เราไม่สนว่าเทาขาวฮะ"
"เราสนที่จำนวนเงินค่ะ"
"งั้นมาอ่านหนังสือให้ลุงฟังนะ ที่อยู่ตามนามบัตรนี้เลย ลุงให้ชั่วโมงละห้าร้อย สองคนก็พันพอดี" หนุ่มใหญ่ตอบและล้วงนามบัตรออกมายื่น
"เข้! พันนึงเลยเหรอลุง" เจมส์บอนตาโต
"โอเคค่ะ เริ่มงานพรุ่งนี้เลยนะคะ วันหยุดพอดี" สโนว์ไวท์รีบดึงนามบัตรมาใส่กระโปรง
บ๊ายบายลุง! เด็กๆทั้งสองจับมือกันวิ่งตามฟุตบาท จากย่านคนรวยไปถึงย่านตึกสลัมก็หลายกิโลเมตร หนุ่มใหญ่ค่อยๆเดินมายังคฤหาสน์หรูและทิ้งถุงยานอนหลับลงในถังขยะ
"วันนี้คงยังไม่ควรตาย รอฟังเด็กๆอ่านหนังสือนิยายของเราให้จบก่อนดีกว่า"
หนุ่มหล่อเอ่ยขณะเอนหลังนอนพิงโซฟาหรู เค้าคือนักเขียนชื่อดังที่รวยล้นฟ้านั่นเอง
รุ่งเช้าวันต่อมา
กริ๊ง! ๆ ๆ เด็กชายหญิงปั่นจักรยานคนละคันมาถึงหน้าคฤหาสน์หรูก็เงยหน้าตัวแข็งทื่อ
"ใช่ที่นี่แน่เหรอสโนว์" พี่ชายลงมายืนมองคฤหาสน์ทรงตะวันตกที่สูงราวกับปราสาท
"ใช่สิ บ้านเลขที่นี้ไง ไม่ผิดแน่ๆ" น้องสาวเอ่ยและลงมาเดินจูงจักรยานเพราะไม่กล้าปั่นลัดสนามหญ้าเขียว
"คุณลุงฮะ คุณลุงคะ" เด็กๆเดินดุ่มๆเข้ามาในห้องโถงเพราะประตูหน้าบ้านเปิดรออยู่แล้ว
"อ้าวว่าไง มาแต่เช้าเลย" หนุ่มใหญ่ในชุดนอนลุกยืนและทักเด็กๆ ในมือมีหนังสือนิยายแฟนตาซีที่เค้าแต่งจนมีชื่อเสียง
"อ่านหนังสือเล่มนั้นเหรอฮะ" เจมส์บอนเอ่ยแล้วเดินมารับหนังสือเล่มใหญ่ก่อนจะลงนั่งบนโซฟาข้างๆลุง
เค้าเริ่มอ่านหนังสือนิยายขณะน้องสาวกำลังเดินสำรวจตู้โชว์ที่มีแต่ของเก่าแก่ราคาแพง ทั้งถ้วยชามแจกัน มีทั้งสร้อยแหวนและของเก่าๆอีกมากมายเต็มไปหมด
คุณลุงหน้าหล่อนั่งจิบกาแฟและอมยิ้มขณะฟังนิยายของตัวเอง รสชาติวันวานที่เคยสุขชื่นทำให้กระชุ่มกระชวยและหัวใจพองโต
ขณะนั้นเค้ายังตัวคนเดียวและเริ่มเขียนหนังสือนิยายเื่แรกด้วยไฟแห่งฝันที่ลุกโชน
ฮ้าว! เจมส์บอนนั่งหาวขณะอ่านหนังสือได้เกือบครึ่งเล่ม สโนว์ไวท์จึงมานั่งแทนที่และอ่านต่อ
ทว่าเด็กสาวี้เีมองตัวหนังสือที่ติดกันเป็พืด เธอนึกว่าคุณลุงมองไม่เห็นจึงไม่เคยอ่านหนังสือเล่มนี้ ดังนั้นจึงปิดหนังสือแล้วนึกนิยายด้นสดต่อจากหน้าที่ลุงเขียนออกมาเล่าเป็ฉากๆ
"เหอะ! ๆ สนุกดีนะ" ลุงผู้ใจดีกลับไม่ว่าที่เด็กน้อยนึกยำนิยายของเค้าไปเรื่อย
"สนุกใช่ไหมคะ หนูอ่านต่อเลยนะ" สโนว์ไวท์เอ่ย
ทว่าพี่ชายตัวดีกลับเดินไปเปิดตู้โชว์และทำปากขมุบขมิบ "ตอนแรกก็สงสารลุง แต่ลุงก็รวยขนาดนี้ ถึงตายไปก็ยังใช้ไม่หมด ผมขอจิ๊กไปขายนิดนึงนะ
พี่ชายตัวน้อยเลือกหยิบของมีค่าชิ้นเล็กๆเช่นแหวนและก้อนเพชรก้อนพลอยหลากสีใส่กระเป๋ากางเกง
เมื่อสาวน้อยคู่อ่านนิยายไม่ทันจบคุณลุงก็หลับคอพับไปกับโซฟา ทั้งคู่จึงปั่นจักรยานกลับบ้านโดยที่ไม่ทันได้ค่าจ้างเพราะไม่อยากปลุกคุณลุง หวังจะมาเอาเงินในวันพรุ่งนี้เพราะต้องมาอ่านหนังสือทุกวันอยู่ดี
เช้าวันต่อมา
ขณะเดินคลำฝาผนังห้องนอนเพื่อจะเดินลงห้องโถง จู่ๆแสงไฟตรงหน้าหนุ่มใหญ่ก็สว่างว่าบจนแสบตา
เมื่อดึงแว่นดำออกก็พบว่าตัวเองกำลังกลับมามองเห็นอีกครั้ง ภาพที่พร่ามัวและเลือนลางค่อยๆชัดเจนขึ้นมาทุกขณะ
หนุ่มใหญ่ลงมานั่งบนโซฟาและกอดหนังสือตัวเอง เปิดอ่านมันอีกครั้งด้วยสายตาที่มองเห็น
"คุณลุงครับ เรามาแล้วค่ะ" เด็กชายหญิงจอดรถจักรยานตรงน้ำพุแล้ววิ่งเข้ามาในบ้าน หนุ่มใหญ่รีบหยิบแว่นตาดำกลับมาสวม
"อ่านต่อเลยนะครับ" เจมส์บอนลงมานั่งข้างและหยิบหนังสือบนตักลุงไปเปิดอ่าน
ชู่วส์! ๆ สโนว์ไวท์เอานิ้วชี้จุ๊ที่ปากแล้วกวักมือเรียกคุณแม่ที่แอบตามมาด้วย
หนุ่มใหญ่ใชั่วครู่เมื่อเห็นอดีตนางแบบที่คุ้นตา กระนั้นเค้ายังคงแกล้งตาบอดและมองสำรวจเด็กชายหญิงทั้งสองคนอย่างอยากรู้อยากเห็น
"หนูกวาดบ้านให้นะคะ" สโนว์ไวท์เอ่ยและหยิบไม้กวาดมากวาดพื้นขณะที่คุณแม่ย่องๆเข้ามายืนหน้าตู้โชว์
หนุ่มใหญ่แอบมองสาวสวยในชุดเดรสสีขาวล้วนในทุกอิริยาบท ถึงคิดว่าเธอกำลังจะขโมยของแต่เค้าก็หาได้ใยดีกับสมบัติพวกนั้น
ผิดคาดเมื่อสาวสวยล้วงเอาแหวนและก้อนเพชรพลอยจากชุดเดรสออกมาวางเรียงคืนไว้ที่เดิมในตู้ หล่อนกลั้นหายใจและหยิบของวางไห้เบาที่สุด
เด็กชายอ่านหนังสือตามต้นฉบับเป๊ะๆ คุณลุงก็ไม่สนใจจะฟังเพราะมัวแต่มองสาวสวยที่งามทั้งเรือนร่าง กริยาท่าทางและจิตใจ
เมื่อเธอเก็บของเข้าที่เเล้วยังเอาไม้กวาดมาปัดฝุ่นตามตู้โดยไม่ส่งเสียงให้เ้าของบ้านรู้ว่ามีตัวเองอยู่ในบ้านอีกคน
ลูกสาวไปนั่งอ่านหนังสือต่อจากพี่ชายที่ออกมาถูบ้านต่อจากน้อง พอครบชั่วโมงคุณลุงก็จ่ายเงินแบงค์พันสองใบ เด็กๆวิ่งออกมายืนหน้าบ้านและเงยหน้ามองน้ำพุ
ลุงแอบเดินย่องตามหลังแม่เด็กๆที่ออกมายืนท้าวสะเอวดุลูกๆ เค้าแอบฟังเจนนี่สอนลูกชายและลูกสาวโดยยืนเกาะที่หน้าต่าง
"เราจะหลอกแต่คนชั่ว กับคนดีเราไม่ทำ ยิ่งเป็คนพิการแบบนี้เรายิ่งไม่ควรเอาอะไรจากเค้า เข้าใจไหม"
"ครับ ค่ะ" เด็กๆเอ่ยตอบแล้วก้มหน้าหงอย
"ผมไม่ได้พิการนะครับ ผมหายดีแล้ว" จู่ๆหนุ่มใหญ่ก็เดินออกมาแสดงตัว
เย้ย! สาวสวยถึงกับใร้องลั่นหน้าเหวอ
"อ้าว ลุงก็รู้ว่าเราขโมยแล้วดิ ทำไมไม่ด่า" เจมส์บอนยกสองมือพนมไหว้ปิดหน้าปิดตาตัวเอง
"งั้นคุณลุงก็รู้ว่าหนูแต่งนิยายเอาเองน่ะสิคะ อุ๊ยขอโทษหลายๆเลยค่ะ"
สโนว์ไวท์โค้งคำนับลุงหัวแทบจะโขกพื้น
"ไม่เป็ไรเด็กๆ ไม่เป็ไรเลย" หนุ่มหล่อตอบแล้วหันมามองสตรีร่างบางในชุดเดรสขาว
"เจนนี่ จำผมได้ไหม"
"ห๊ะ! คุณ โจเซฟรึ" คุณแม่ลูกสองเอ่ยและเดินมายืนเงยหน้ามองหนุ่มลูกครึ่งไทยอังกฤษ
เพี๊ยะ! หล่อนฟาดหลังมือหวดใบหน้าหล่อเหลาจนสะบัดหันข้าง
เย้ย! ลูกๆใจนหน้าเหวอ ขณะที่หนุ่มหล่อยังคงนิ่งสงบ
"นายทิ้งฉันไปทำไม นายเป็รักแรกของฉันนะ" เจนนี่เอ่ยตะคอกใส่อดีตแฟนหนุ่มสมัยที่เธอยังเรียนอยู่มัธยมอินเตอร์
"เอาแล้ว" เจมส์บอนตาโตหูผึ่ง
"ผมขอโทษ พ่อผมเสียเลยต้องบินไปอยู่กับแม่ที่อังกฤษ"
หนุ่มหล่อเอ่ยขณะก้มมองร่างเพรียวบางที่กำลังยืนสะอึกสะอื้นเพราะกลั้นเสียงร้องไห้ขณะที่น้ำตาร่วงกราวลงบนพื้น
เค้าดึงเจนนี่ไปสวมกอดแล้วให้เธอซบหน้าแอบร้องไห้บนหน้าอกล่ำกว้างอย่างแ่เบาไร้ซุ่มเสียง
"รู้สึกเหมือนเราเป็ส่วนเกินเลย ว่าไหมพี่" สโนว์ไวท์
"เอ่อ นั่นสิ งั้นเราไปใช้เงินใช้ทองกันดีกว่าป่ะ" เจมส์บอนเอ่ยแล้วคว้าจักรยานปั่นนำหน้าน้องสาวไปร้านไอศกรีม