“ผลตรวจ DNA เป็อย่างที่หลานคิดไว้ไม่ผิด เหวินหลางไม่ใช่น้องชายของหลาน พวกเธอไม่เกี่ยวข้องกัน” ฝานเสิ่นวางผลตรวจ DNA ไว้บนโต๊ะทำงานของเกาจิ้งหยวน
“พ่อของเขาก็คงจะเป็เหวินหรงจุนนั่นล่ะครับ มันจะเป็คนอื่นไปได้ยังไง เื่นี้ผมไม่แปลกใจเลย”
“หลานจะทำยังไงกับผลตรวจนี้”
“เหวินหย่าซินคิดที่จะเอาเด็กมาขอแบ่งมรดกของคุณพ่อ ปล่อยให้เธอฝันไปเถอะครับ เพราะผมไม่ยอมให้เป็อย่างนั้นแน่” เกาจิ้งหยวนอ่านผลตรวจอย่างไม่ค่อยใส่ใจ
“เหวินหย่าซินกับเหวินหรงจุนนี่ก็โง่เหมือนกันนะครับคุณอา โลกทุกวันนี้มันไปไกลถึงไหนแล้ว พวกเขายังคิดว่าเราไม่มีทางตรวจสอบความสัมพันธ์พวกนี้ได้อีกหรือครับ อีกอย่างก็ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่มีประสบการณ์ด้านนี้เลย ตอนเหวินหรงก็ทีหนึ่งแล้ว ทำไมพวกเขายังไม่จำกันอีก” หลิวตงเป่าพูดขึ้น
“คงเพราะความโลภมันบังตานั่นล่ะ แต่ก็ดี ในเมื่อพวกเขาไม่ทันระวังตัว พวกเราก็ทำงานง่ายขึ้น” ฝานเสิ่นพูดต่อ “ถ้าไม่ได้สองพี่น้องแซ่อ้ายแอบเอาแปรงสีฟันของเหวินหลางออกมาให้ พวกเราต้องทำงานลำบากกว่านี้แน่นอน”
“แต่ค่าจ้างของพวกเธอก็แพงไปหน่อยนะครับคุณอา ตั้งหนึ่งล้าน” หลิวตงเป่าพูดอย่างเสียดาย
“นายไม่ต้องเสียดายหรอก ข้อมูลพวกนี้ก็ถือว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปแล้ว อีกอย่างฉันคิดว่าอ้ายฉือกับอ้ายฉิงยังจะทำประโยชน์ให้เราได้อีกเยอะ” เกาจิ้งหยวนบอกกับเพื่อน
“กรี๊ดดดดดด ไม่...ไม่นะ มันจะเป็อย่างนี้ไม่ได้” เหวินหย่าซินกรีดร้องลั่นบ้านจนเหวินหลางที่เพิ่งกลับจากโรงเรียนอนุบาลยืนตัวแข็งอยู่หน้าประตูด้วยความใ
“เป็อะไรของคุณ ดูซิลูกใหมดแล้ว” เหวินหรงจุนรีบเข้าไปอุ้มเหวินหลางขึ้นจากพื้นและตบหลังปลอบใจลูกชาย
“มาพาเสี่ยวหลางไปอาบน้ำก่อน เสร็จแล้วก็ให้เขาเล่นอยู่ในห้อง รอจนได้เวลาอาหารเย็นแล้วค่อยพาเขาออกมา” เหวินหย่าซินบอกกับแม่บ้าน ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชาย“เสี่ยวหลางเด็กดีของคุณแม่ ไปอาบน้ำแล้วเล่นอยู่ในห้องก่อนนะครับลูก พอถึงเวลาอาหารเย็นแล้วแม่จะไปตามนะครับ วันนี้แม่ทำของโปรดของลูกทั้งนั้นเลย”
เหวินหรงจุนปล่อยเหวินหลางให้เดินไปกับแม่บ้าน ก่อนที่จะหันมาพูดกับภรรยาอย่างไม่ค่อยพอใจ “บอกมาซิว่าคุณเป็อะไร มีเื่อะไรถึงได้ร้องเสียงดังลั่นบ้านขนาดนี้ คุณรู้ไหมว่าลูกใขนาดไหน ถ้าขืนคุณยังเป็อย่างนี้อยู่อีก ผมจะไม่ปล่อยลูกไว้กับคุณคนเดียวแล้วนะ”
เหวินหย่าซินโยนเอกสารลงบนโต๊ะอย่างแรง “คุณดูก่อนสิคะว่านี่มันคืออะไร เอกสารพวกนี้มันคืออะไร ก็ไหนคุณบอกว่าคุณป้องกันเสี่ยวหลางเต็มที่แล้ว แต่สุดท้ายมันก็ยังมีคนส่งเอกสารพวกนี้มาให้ฉัน คุณช่วยบอกฉันทีสิว่าฉันควรที่จะทำยังไงต่อไป คุณบอกฉันทีว่าฉันควรจะโมโหไหม”
“เป็ไปไม่ได้ ใครส่งเอกสารพวกนี้มา แล้วเขามาเอาตัวอย่าง DNA ของลูกชายเราไปได้ยังไง” เหวินหรงจุนมองผลตรวจ DNA ในมืออย่างใ
“ไม่ต้องบอกก็รู้ค่ะว่าใครส่งมา คุณดูผลตรวจสิคะ ความสัมพันธ์ของเกาจิ้งหยวนกับเสี่ยวหลางไม่ตรงกัน แล้วคุณดูจดหมายที่ไอ้เด็กกำพร้านั่นเขียนมา เขาบอกว่าถ้าฉันยังคิดที่จะเอาเสี่ยวหลางไปขอแบ่งสมบัติของเกาหยาง เขาจะเอาผลตรวจพวกนี้ไปเผยแพร่กับสื่อให้หมด เขาจะทำมันให้หนักกว่าคราวก่อนที่เกาหยางทำอีกหลายเท่า อาจุน ฉันไม่อยากให้เป็อย่างนั้น ฉันสงสารลูก” เหวินหย่าซินพูดขึ้นอย่างกังวล เธอยังจำได้ดีหลังจากที่เกาหยางเสียชีวิต ทนายฝานเผยแพร่ผลตรวจ DNA ของเหวินหรงต่อสื่อทุกแขนงว่าเหวินหรงไม่ใช่ลูกสาวของประธานเกาหยาง ตอนนั้นเหวินหรงเสียใจและรับไม่ได้กับเื่นี้มาก อีกทั้งทุกวันนี้ข้อมูลพวกนั้นยังถูกเอามาใช้โจมตีเธอกับเหวินหรงอยู่อย่างไม่สามารถที่จะลบมันออกไปจากสังคมออนไลน์ได้เลย
“ถ้าอย่างนั้นเราก็คงทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ เราต้องยอมถอยให้กับเกาจิ้งหยวนสักก้าว แต่ก็เอาเถอะ ตอนนี้เรายังมีหุ้นในบริษัทอยู่อีกเยอะ ผมจะหาวิธีกว้านซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นรายย่อยคนอื่นมาไว้ในมืออีกก็แล้วกัน ยังไงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารจะต้องมีคุณเข้าไปนั่งอยู่ในนั้นด้วย จากนั้นเราค่อยหาทางแย่งเอาหุ้นทั้งหมดของมันมาเป็ของเราให้ได้ ผมไม่เชื่อหรอกว่าไอ้เด็กเมื่อวานซืนนั่นมันจะเอาชนะเราสองคนได้” เหวินหรงจุนพูดอย่างมั่นใจ
“ฉันคิดว่ามันคงไม่ง่ายที่เราจะกว้านซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นรายย่อยพวกนั้นมา แต่ถ้าเราให้ราคาหุ้นพวกเขาสูงพอ พวกเขาอาจจะยอมขายหุ้นให้เรา” เหวินหย่าซินเสนอ
“ปล่อยให้เป็หน้าที่ของผมเอง เื่เงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับเรา” เหวินหรงจุนพูดเสียงเข้ม “ในเมื่อเกาจิ้งหยวนกล้าเอาชื่อเสียงของเสี่ยวหลางมาขู่เรา ผมก็โต้กลับด้วยวิธีเดียวกันบ้าง อันดับแรกเราต้องทำลายภาพลักษณ์ของเขาให้ได้เสียก่อน เื่อื่นหลังจากนั้นเราค่อยมาคิดกันทีหลัง”
“ฉันนึกอะไรออกแล้วล่ะค่ะ คุณลืมไปแล้วหรือคะว่าโจวซูเจินน่ะเป็ลูกของใคร” เหวินหย่าซินยิ้ม
“แล้วหล่อนเป็ลูกใคร”
“ตอนที่หรงหรงมาบอกฉันว่าเกาจิ้งหยวนมีคนรักอยู่แล้ว ฉันก็ให้คนไปสืบประวัติผู้หญิงคนนั้นทันที และมันก็เป็โชคดีของเรา โจวซูเจินเป็ลูกสาวคนเดียวของโจวซุนค่ะ” เหวินหย่าซินอธิบายเพิ่มเมื่อเห็นว่าเหวินหรงจุนยังนึกไม่ออก “โจวซุนก็คือผู้ชายที่คุณหามาจัดฉากว่าเขาเป็ชู้รักของกัวเยว่จินยังไงล่ะคะ”
ก่อนการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทจินหยางเพียงหนึ่งวัน ในสื่อสังคมออนไลน์ได้เปิดเผยความสัมพันธ์ของเกาจิ้งหยวนและโจวซูเจินว่าเป็คู่รักวัยเด็กที่ใครๆ ต่างก็พากันอิจฉา หลังจากนั้นก็มีการเผยแพร่ประวัติของโจวซูเจินตามออกมาอีก และโลกโซเชียลก็ร้อนระอุขึ้นมาอีกครั้งเมื่อพบว่าโจวซูเจินเป็ลูกสาวของผู้ชายที่มีข่าวว่าเป็ชู้รักของกัวเยว่จิน มารดาของคุณชายเกาจิ้งหยวน
ความคิดเห็นของสาธารณชนแบ่งออกเป็สองฝั่งทันที ฝั่งแรกคือการสนับสนุนคู่รักทั้งสองเพราะคิดว่าเื่ในอดีตยังไม่ผ่านการพิสูจน์ว่าเป็เื่หรือไม่ อีกทั้งไม่มีหลักฐานใดมารองรับกับข้อกล่าวหานี้ ส่วนฝั่งที่ไม่สนับสนุนก็มีการเขียนเื่ราวที่เกินจริงไปมาก ทั้งหมดโจมตีไปที่โจวซูเจิน
“ฉันยังคิดที่จะให้โอกาสพวกเขาเพราะฉันสงสารเด็ก แต่ดูท่าความรู้สึกของฉันคงส่งไปไม่ถึงพวกเขา ในเมื่อพวกเขากล้าที่จะเอาข้อมูลของฉันกับเจินเจินมาประจานอย่างนี้ ฉันก็จะไม่ใจดีกับพวกเขาเหมือนกัน” เกาจิ้งหยวนหันไปบอกหลิวตงเป่า “เผยแพร่ผลตรวจ DNA ของเหวินหรงกับเหวินหลางออกไปให้ครอบคลุมทุกช่องทาง รูปถ่ายของเหวินหย่าซินกับเหวินหรงจุนที่พ่อฉันเก็บไว้ก็ให้เผยแพร่ไปให้หมด บอกพี่เฉินว่าให้เผยแพร่ข้อมูลพวกนี้ผ่านเว็บต่างประเทศ จะได้ไม่มีใครสาวมาถึงตัวเรา”
“มีข่าวอย่างนี้ออกไป ผู้ถือหุ้นที่จะมาประชุมพรุ่งนี้ยังจะสนับสนุนเราอยู่ไหม” หลิวตงเป่าถามอย่างกังวล
“สนับสนุนสิ หุ้นในมือเรามีอยู่เกินครึ่ง ยังไงตำแหน่งประธานก็ต้องเป็ของฉันอยู่แล้ว นายคอยดูต่อไปว่าหุ้นที่อยู่ในมือเหวินหรงจุนทั้งหมดจะต้องตกมาเป็ของฉัน ส่วนวันนี้ฉันฝากงานทั้งหมดไว้กับนายก่อนนะ ฉันเป็ห่วงเจินเจิน ฉันขอไปดูเธอสักหน่อย ข่าวนี้มันแรงไปสำหรับเธอ”
“อืม...ไปเถอะ เดี๋ยวทางนี้ฉันดูให้เอง”