แม้ว่าเขาจะคาดเดาว่าคนที่อยู่เื้ัต้องเป็คนจากเมืองหลวงส่งมาแน่แต่ก็เป็เพียงการคาดเดาที่ไร้หลักฐานและพยาน ...หนทางแก้แค้นยังอีกยาวไกล
จ้าวห่าวหลินค้ำไม้เท้าไปทางหลังบ้านเพื่อจัดการธุระส่วนตัวสายตาของเขามองไปยังห้องส้วมแบบชนบทแล้วก็อดถอนหายใจไม่ได้นึกถึงส้วมแบบไฟฟ้าที่แสนทันสมัยในโลกก่อน
ห้องส้วมของชาวบ้านชนบทเหมือนกันหมดเป็เพิงนอกบ้านใช้กิ่งไม้ก่อสร้าง ด้านข้างมัดฟางข้าวเพื่อเอาไว้ใช้บดบังเล็กน้อยด้านในมีหนึ่งหลุมและกระดานไม้สองชิ้นเพียงเท่านี้ก็ถือว่าเป็ห้องส้วมแล้ว
ชายหนุ่มกลั้นหายใจรีบจัดการธุระรีบออกให้ไวที่สุด
ลานหลังบ้านแห่งนี้เป็ที่ไว้ปลูกผักสมุนไพรมีโอ่งน้ำนอกบ้านสำหรับใช้รดน้ำผักสมุนไพรจัดวางไว้เขาเดินไปตักน้ำมาล้างมือพรางมองสำรวจเรือนหลังนี้อย่างละเอียดไปด้วย
เลยหลังบ้านเป็รั้วไม้โอนเอนกันเอาไว้มองเลยผ่านไปเป็พื้นที่ป่าเขาดูเหมือนว่าบ้านหลังนี้จะตั้งอยู่บริเวิณตีนเขา ทำให้มองเห็นเทือกเขาเขียวขจีและกลิ่นอายชื้นจากพื้นดินโชยออกมา
ตัวบ้านค่อนข้างเก่าทรุดโทรมตามกาลเวลาราวกับไม่มีคนอยู่มานานผนังสีขาวเทามีจุดดำลายพร้อยเล็กน้อย หลังคาเป็ดินผสมฟางมุงด้วยฟางทับอีกที...คิ้วเข้มขมวด หลังคาแบบนี้ไม่ค่อยแข็งแรงนักหากเทียบกับกระเบื้องหากมีฝนตกหนักหรือหิมะทับถมคงยากจะเลี่ยงไม่ให้หลังคาถล่มลงมาได้
ตัวบ้านเองก็ดูขาดการซ่อมแซมมานานหลายปีไม่ต้องพูดถึงหิมะตอนหน้าหนาวแต่ฝนใบไม้ร่วงที่กำลังจะถึงไม่ช้าบ้านหลังนี้คงไม่แคล้วมีน้ำรั่วซึมจนไม่อาจอยู่ได้ถึงอย่างนั้นบ้านหลังนี้ก็นับว่าสร้างได้ดี ตัวคานบ้านยังแข็งแรงดีเพียงแค่ปรับปรุงเล็กน้อยก็ใช้ได้
ยิ่งสำรวจบ้านหลังนี้มากเท่าไรความสงสัยของเขาก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
ไม่เพียงตัวบ้านเครื่องเรือนเองก็ดูเหมือนจะเก่าทรุดโทรมไม่แพ้กัน บางชิ้นราวกับไม่ถูกใช้งานมานานขาโต๊ะไม่มั่นคงจวนจะพัง การตกแต่งเรือนเองก็เรียบง่าย มีเพียงของใช้จำเป็ไม่กี่ชิ้น
ถึงจะอยู่ด้วยกันไม่นานแต่เขารู้ดีว่าภรรยาของเขาไม่ใช่คนยากจนไม่ว่าจะเสื้อผ้าและอาหารการกินมีสิ่งใดบ้างที่ไม่ใช่ของดีเพียงแค่ชุดที่นางซื้อให้เขาใหม่สี่ตัว ก็เป็เสื้อผ้าฝ้ายละเอียดชั้นดีถึงจะไม่ได้ดีกว่าผ้าต่วนที่เขาสวมก่อนหน้านี้แต่ก็ถือว่าเป็ผ้าที่มีราคาไม่น้อยแต่นางสามารถซื้อให้เขาได้โดยไม่แม้จะกะพริบตาด้วยซ้ำ
เช่นนั้นคาดเดาได้อย่างเดียวคือบ้านหลังนี้เป็ที่พักชั่วคราวของนาง
หากรวมไปกับเงื่อนไขที่นางยื่นกับเขาเขาไม่ใช่คนโง่ตัวเขาเอง้าประโยชน์ในความสามารถทางวิชาแพทย์ของนางตัวนางเองก็หมายจะใช้ประโยชน์จากอำนาจของเขาเช่นกัน
ผู้หญิงคนนั้นฉลาดแม้ว่าจะไม่รู้ว่าเขาเป็ใครแต่เพียงมองเสื้อผ้าและหยกติดตัวของเขาก็คาดเดาได้ว่าเขาต้องมีอำนาจพอตัวได้แล้ว
ดูเหมือนที่มาของภรรยาคนนี้ของเขาจะไม่ธรรมดาอย่างที่คิดจริงๆ
.......
ปัง!
บานประตูกระแทกเปิดออกเผยให้เห็นร่างสองร่างปรากฏเลือนราง
“ได้ข่าวว่าพวกเ้ากำลังตามหาข้า”
เสียงหวานดังขึ้นพร้อมการปรากฏตัวของหญิงสาวสองคนคนหนึ่งรูปร่างบอบบางตัวเล็กสวมชุดสีขาวหิมะคลุมด้วยผ้าคลุมสีแดงสดขนจิ้งจอก บนใบหน้าสวมหน้ากากจิ้งจอกเผยให้เห็นเพียงริมฝีปากอิงเถายั่วยวนด้านข้างเป็หญิงสาวร่างท้วมในชุดดำ
ทุกคนในห้องหันไปมองพวกนางพร้อมกัน
“หมอปีศาจ!”
หลี่เจี่ยหลิงไม่ยี่หระต่อเสียงของคนเ่าั้ที่ะโนางมองไปยังหญิงสาวบนเตียงใหญ่และชายหนุ่มในชุดหรูข้างเตียงที่กำลังกุมมือของหญิงสาวแน่นราวกับหญิงสาวบนเตียงสามารถหายไปได้ทุกเมื่อหากเขาไม่จับไว้แน่นพอ
เหล่าผู้คุ้มกันมองหน้ากันเลิกลั่กเดินมาคุมเชิงชี้กระบี่มาทางทั้งสองคนแม้ว่าพวกนางจะคล้ายกับหมอปีศาจที่เล่าลือ แต่หมอปีศาจดังัเห็นหางไม่เห็นหัว
นางบอกว่าเป็หมอปีศาจก็คือหมอปีศาจหรือ?
“นายท่านจะเชื่อนางไม่ได้เด็ดขาดขอรับ! หากนางรักษาแล้วฮูหยินแย่ลงจะทำอย่างไร”
“นายท่านพวกเราไม่อาจเชื่อได้ว่านางเป็หมอปีศาจตัวจริง ข้าคิดว่าเราควรทดสอบนางก่อน”
หลี่เจี่ยหลิงไม่แม้แต่เอ่ยขัดหรือปรามพวกเขาเพียงปรายตามองไปทางเตียงใหญ่นิ่งเหมือนหญิงสาวบนเตียงเองก็รับรู้สายตาของนางได้เช่นกันพวกนางสองคนประสานสายตากันนิ่งครู่หนึ่ง
“ท่านพี่ให้นางรักษาข้าเถอะ ถึงอย่างไรข้าก็อยู่ไม่พ้นคืนนี้”
“เ้าจะไม่เป็อะไรพี่สัญญาว่าจะรักษาเ้าให้ได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตามขอเพียงเ้ายังอยู่ข้ายินดีทำทุกทางเพื่อรักษาเ้าให้หาย”
เสียงอ่อนโยนนี้มีไว้สำหรับหญิงสาวอันเป็ที่รักเท่านั้น
“จะรักษาหรือไม่รักษาเพียงแค่บอกมา” หลี่เจี่ยหลิงเอ่ยขัดบรรยากาศหวานซึ้งเบื้องหน้าไม่ใช่ว่านางใจร้ายหรอกนะ แต่ว่าหากไม่รีบช่วยต่อให้เป็นางผู้หญิงคนนี้ก็จะไม่รอดแน่นอน
“รักษาท่านหมอปีศาจไม่ว่าจะ้าอะไรข้ายินดีทุกอย่างขอรับ”
ไม่ว่าหญิงสาวตรงหน้าจะใช้หมอปีศาจในตำนานจริงหรือไม่แต่ใน่เวลานี้เขาไม่อาจเลือกมากได้อีก เขามองจ้องหญิงสาวตรงหน้าแน่วแน่
หลี่เจี่ยหลิงพยักหน้า“เช่นนั้นก็ไสหัวออกไป” น้ำเสียงหวานนุ่มนวลเอ่ยขึ้นมาอย่างเรียบง่าย
ชุนเชียงยิ้มกว้าง“คุณหนูของข้ารับปากช่วยพวกท่านแล้ว ตอนนี้พวกท่านก็ออกไปได้แล้วคุณหนูของข้าต้องใช้สมาธิในการรักษากฎข้อหนึ่งของคุณหนูคือห้ามใครอยู่ในห้องระหว่างที่คุณหนูทำการักษาเด็ดขาด”
“เอ่อ...”ชายคนนั้นอึกอักเขาไม่อยากจากภรรยาไปเท่าไรนัก
“อยากอยู่ข้าไป ข้าอยู่ เ้าไป” เสียงไม่สบอารมณ์ดังขึ้นอีกรอบ
“ท่านพี่...”เสียงอ่อนหวานเอ่ยเรียกพร้อมพยักหน้าแ่เบา
“พี่จะรอเ้าอยู่ข้างนอกหากมีอะไรเ้าเรียกพี่นะ” พูดจบเขาก็ไม่รีบล่าช้ารีบพาทุกคนในห้องถอยออกไป
ชุนเชียงมองหน้าหลี่เจี่ยหลิงก่อนจะออกไปข้างนอกพร้อมกับทุกคนยืนขวางหน้าประตู
ทุกคนที่อยู่นอกห้องได้แต่ชะเง้อคอมองไปทางประตูด้วยความกระวนกระวายกันทั้งสิ้นไม่มีเสียงใดเล็ดลอดผ่านออกมาจากภายในห้องแม้แต่น้อยแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครกล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
พวกเขาได้ยินกันว่าหมอปีศาจผู้นี้คือลูกศิษย์เพียงคนเดียวของหมอปีศาจเฒ่าแต่ถึงอย่างนั้นฝีมือการรักษาแทบจะเรียกได้ว่าสีครามเกิดจากสีน้ำเงินแต่กลับเด่นกว่าสีน้ำเงิน[1]
แต่นิสัยของนางเรียกได้ว่าถอดแบบจากอาจารย์ราวกับคนเดียวกันนางมีกฎข้อห้ามหลายข้อ และไม่อาจขัดได้
สำหรับในวงการแพทย์คำพูดของนางเป็ประกาศิตเสียยิ่งกว่าพระราชโองการฮ่องเต้ไม่มีใครกล้าล่วงเกินนางโดยเฉพาะคนที่กำลัง้าความช่วยเหลือของนางเช่นพวกเขาในตอนนี้
ผ่านไปหนึ่งชั่วยามก็มีเสียงเรียกจากหญิงสาวในห้องชุนเชียงยิ้มหวานให้นายท่านที่กำลังเดินวนไปมา“คุณหนูเชิญท่านเข้าไปข้างในเ้าค่ะ”
“ดีดียิ่ง” ชายหนุ่มพยักหน้างึก ๆ รีบวิ่งผ่านประตูเข้าไปข้างในชุนเชียงปิดประตูตามหลังอีกครั้ง
ทันทีที่เขาเข้าไปภายในห้องก็เห็นว่าใบหน้าที่เคยซีดเซียวของภรรยาเริ่มมีเืฝาดลมหายใจที่เคยแ่เบาก็มั่นคงแล้วเขาหัวเราะดีใจอย่างห้ามไม่อยู่
“ฮูหยิน!”ชายหนุ่มถลาเข้าไปคุกเข่าข้างเตียงอีกครั้ง กุมมือบางเอาไว้
หลี่เจี่ยหลิงนั่งดื่มน้ำชาที่โต๊ะอีกด้านมองทั้งสองคนนิ่งราวกับคนไม่มีตัวตนรอจนกระทั่งชายหนุ่มรู้สึกตัวอีกทีรีบถลาเข้ามาคุกเข่าต่อหน้านาง
“ขอบพระคุณท่านหมอปีศาจยิ่งนักขอบพระคุณขอรับ”
หลี่เจี่ยหลิงโบกมือไม่ใส่ใจโน้มตัวลงไปหาเขา “ได้ยินมาว่าเ้าเป็พ่อค้าหยกที่เชี่ยวชาญด้านหยกอย่างมาก”นางพูดจบก็โยนหยกชิ้นหนึ่งส่งให้เขา“เช่นนั้นบอกข้าสิว่าหยกชิ้นนี้เคยเป็ของใคร?”
ชายหนุ่มพลิกดูแผ่นหยกในมือไปมาคิ้วของเขาขมวดดูเหมือนว่าหยกพกชิ้นนี้จะพิเศษอย่างมากแต่เขาไม่รู้จัก
“ขออภัยขอรับท่านหมอข้าน้อยด้อยปัญญาไม่อาจทราบได้ว่าหยกชิ้นนี้เป็หยกใดเอ่อ...แต่ว่าข้าน้อยได้ยินว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนมีผู้เชี่ยวชาญหยกคนหนึ่งเดินทางมาจากเมืองเยี่ยนเป่ยชื่อว่ากู่ฮวนเดินทางมาเมืองฉางขอรับ บางทีเขาอาจจะรู้”
กู่ฮวน?
หลี่เจี่ยหลิงเรียกแผ่นกระดาษออกมาขีดๆ เขียนเทียบยายัดวางไว้ ลุกขึ้นคว้าแผ่นหยกคืนกลับมา
“หนึ่งหมื่นตำลึงสำหรับค่ารักษา”พูดจบนางก็ไม่แม้แต่เปิดโอกาสให้ต่อรอง เดินออกจากห้องไปทันที คนที่เข้ามาแทนคือชุนเชียงที่เดินยิ้มหน้าบานเข้ามา
หนึ่งหมื่นตำลึง!
ชายหนุ่มแทบหัวใจสลายเหตุใดท่านไม่ปล้นบ้านข้าไปเลยเล่า?
เขาเคยได้ยินว่าหมอปีศาจชอบขูดรีดจนสิ้นเนื้อประดาตัวก็ไม่นึกว่าจะขนาดนี้
ชุนเชียงเห็นนายท่านยังคงนั่งเหม่อซื่อบื้ออยู่ที่เดิมก็สะกิดบ่าเขา“ข้าขอไก่ตัวผู้นอกบ้านเ้าไปด้วยได้หรือไม่?”
ชายหนุ่มพยักหน้าทั้งน้ำตาพร้อมกับล้วงเอาตั๋วเงินหมื่นตำลึงออกมายื่นส่งให้รู้ตัวอีกทีทั้งสองสาวก็หายไปราวกับสายลมแล้ว
“ข้าไม่ได้ให้เ้ารับเงินหมื่นตำลึงกลับมาหรอกหรือ”หลี่เจี่ยหลิงมองไปยังไก่ตัวผู้ในมือหญิงสาวเป็เชิงถาม
ชุนเชียงชูไก่ตัวอ้วนกลมท่าทางพออกพอใจ“เงินของเ้ากินเลยไม่ได้ แต่ไก่นี่กินเลยได้ดูมันสิเนื้อทั้งแน่นทั้งอ้วนกลมเพียงนี้เ้าว่าหากข้าทิ้งมันไว้ที่นี่จะไม่เสียของหรอกหรือ?”
หากเ้าไม่เอากลับมานายท่านก็คงเอามันไปตุ๋นบำรุงฮูหยินอยู่ดี มีแต่เ้าตะกละนี่แหละที่ไม่รู้เื่
ทั้งสองใช้วิชาตัวเบาหลบผู้คนไปเปลี่ยนชุดธรรมดาเสร็จแล้วชุนเชียงก็ผิวปากเรียกม้าของพวกนางกลับมาม้าทั้งสองตัวถูกเลี้ยงอยู่ข้างกายพวกนางั้แ่เด็กพวกมันเชื่องมากถึงจะปล่อยเข้าป่าไปแล้ว หากเรียกกลับมาพวกมันก็จะกลับมา
ระหว่างทางหลี่เจี่ยหลิงก็ได้ยินเสียงร้องเพลงอะไรสักอย่างที่เกี่ยวกับ‘ก่ต้ม’ แว่วมาจากชุนเชียง นางได้แต่ถอนหายใจส่ายหน้าทำเหมือนว่าอยู่กับนางไม่เคยกินอิ่มนอนอุ่นไปได้
อาการของห่าวหลินฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่นางคาดเล็กน้อยเมื่อเช้าก็สามารถลุกจากเตียงลงมาเดินได้แล้ว อีกไม่กี่วันาแคงสมานกันจนหายดี
ตอนนี้เหลือเพียงแค่จัดการพิษปริศนาที่อยู่ในร่างของเขาไม่รู้ทำไมแต่นางรู้สึกว่าพิษนี้ช่างทำให้นางรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกเหมือนว่านางเคยรู้จักแต่ไม่รู้จัก
พิษหลอมรวมเข้ากับกายเนื้อของจ้าวห่าวหลินแทบจะเป็หนึ่งเดียวกันอย่างน้อยก็น่าจะสิบปี แสดงว่าคนเ่าั้วางยาพิษเขาั้แ่ตอนเขาแค่อายุห้าขวบ
แม้ว่าห่าวหลินจะบอกนางว่ามาจากครอบครัวใหญ่แต่ก็ไม่ได้บอกว่ามาจากตระกูลไหน ครอบครัวไหนกันที่อำมหิตขนาดวางยาพิษเด็กตัวเล็กๆ ได้ อีกทั้งยังเลือกใช้พิษร้ายแรงถึงชีวิตที่ไม่เคยมีมาก่อนเช่นนี้
เพราะรู้ว่าตัวตนของชายหนุ่มจะต้องไม่ธรรมดานางจึงยื่นข้อตกลงและตัดสินใจรักษาเขาแทนที่จะโยนศพไปหลังเขาตอนนี้เขา้ารักษาชีวิตส่วนนางเองก็้าอำนาจที่มากพอ
หลี่เจี่ยหลิงหยิบหยกพกออกมาดูอีกครั้ง
นาง้าอำนาจมากพอที่จะรู้ว่าเ้าของหยกพกชิ้นนี้เป็ใคร?และเกิดอะไรขึ้นกับท่านแม่กันแน่?
ไม่รู้ทำไมแต่นางมักรู้สึกว่าห่าวหลินจะนำทางให้นางไปเจอคำตอบที่นาง้าได้
หลี่เจี่ยหลิงจมอยู่กับความคิดตัวเองรู้ตัวอีกทีม้าของพวกนางก็เคลื่อนตัวใกล้ถึงทางเข้าหมู่บ้านหนิวเจียแล้ว
ชุนเชียงหันกลับมามองหลี่เจี่ยหลิงจมอยู่ในห้องความคิดนางแย้มยิ้มหัวเราะคิกคักไม่ต้องเดานางก็รู้ว่าหญิงสาวกำลังคิดถึงสามีใหม่ป้ายแดงแน่นอน
“ฮูหยินท่านกำลังคิดถึงท่านเขยอยู่อย่างนั้นเหรอ?” น้ำเสียงเต็มไปด้วยการหยอกล้อชัดเจนจนหลี่เจี่ยหลิงหลุดจากภวังค์มาถลึงตาใส่
“ท่านเหม่อลอยคิดถึงท่านเขยจนจะชนทางเข้าหมู่บ้านอยู่แล้ว”ชุนเชียงหัวเราะอารมณ์ดี “ร่างกายของท่านเขยดีขึ้นมากแล้วบำรุงอีกสักหน่อยก็แข็งแรงแน่นอน”
พร้อมใช้งานแน่นอนไม่ต้องห่วง
แววตาหลี่เจี่ยหลิงเข้มขึ้น“บางทีข้าก็คิดว่าที่เ้าหมกมุ่นเื่นี้เพราะอยากมีสามีใช่หรือไม่?”
“เ้าไม่ต้องมาขู่ข้า”ชุนเชียงปัดมือไปมาอย่างไม่ใส่ใจ
“ข้ารู้แม้ว่าสุดท้ายท่านเขยจะยอมรับเป็สามีบำเรอของเ้าเพื่อผลประโยชน์แต่เ้าก็ปฏิเสธไม่ได้ใช่หรือไม่ว่าอย่างไรท่านเขยก็เป็สามีของเ้า”
“ข้ารู้”
แม้ว่าจะเป็การตัดสินใจแบบฉุกละหุกเขา้ารอดชีวิตและ้าถอนพิษ นาง้าอำนาจต่างฝ่ายต่างยอมรับผลประโยชน์ระหว่างกันทั้งสองฝ่าย
แต่ก็อดยอมรับไม่ได้จริงๆ ว่าชายผู้นั้นคือสามีของนางที่เคยมีค่ำคืนวสันต์ร่วมกัน ...นางเป็ของเขาแล้วและเขาก็ตกลงรับผิดชอบนางในฐานะภรรยา
เอาเถอะ...การแต่งงานไหนเลยจะไม่ใช่คำกล่าวของพ่อแม่ คำชักนำของแม่สื่อ[2]อย่างน้อยสามีคนนี้นางก็เป็คนเลือกเองอีกทั้งเพราะอะไรบางอย่างทำให้นางรู้สึกเชื่อใจเขาราวกับว่าครั้งหนึ่งนางเคยรู้จักเคยผูกพันธ์กันมาก่อน
นางเชื่อด้วยใจจริงว่าเขาจะไม่มีทางทอดทิ้งนางเด็ดขาด
...หวังว่าทางเลือกครั้งนี้จะถูกต้อง
ม้าของหลี่เจี่ยหลิงกับชุนเชียงเคลื่อนผ่านเข้าไปในหมู่บ้านโดยไม่ทันสังเกตุเห็นชายคนหนึ่งที่แอบซ่อนตัวอยุ่ตลอด
เฉินหยางใบหน้ามืดครึ้มนึกถึงคำพูดของชุนเชียงก่อนหน้านี้สามีบำเรอ?
อย่างนี้นี่เองเ้าหมอนั้นใช้ความขาวใช้ใบหน้าหล่อนั่นยั่วยวนหลอกลวงท่านหมอให้รับเป็สามีของนางนี่เองช่างอัปยศนัก
โถ่...ทำเป็เย่อหยิ่งที่ไหนได้ก็แค่พวกขายร่างกายเพื่อเกาะผู้หญิงกินนี่เองคอยดูเถอะว่าข้าจะทำอย่างไรกับเ้า
แววตาคู่นั้นฉายประกายชั่วร้ายชัดเจนในความมืดรอยยิ้มแสยะยิ้มกว้าง หากใครมาเห็นเขาตอนนี้ก็คงวิ่งหนีอย่างรวดเร็วเพราะนึกว่าเป็ผีต้นไม้เป็แน่
--------------------------------------
[1] สีครามเกิดจากสีน้ำเงินแต่กลับเด่นกว่าสีน้ำเงิน หมายถึงศิษย์ที่ได้รับการอบรมสั่งสอนจากครูแต่เก่งเกินครูเสียอีก
[2] คำกล่าวของพ่อแม่คำชักนำของแม่สื่อ คือสมัยโบราณการแต่งงานนั้นพ่อแม่เป็ผู้จัดหาแม่สื่อเป็ผู้แนะนำ