— 7 วันต่อมา —
“พระสนมไม่ได้ความเลยพ่ะย่ะค่ะ คนของเราพยายามโน้มน้าวฝ่าาให้คิดทบทวน แต่พระองค์ก็ไม่ทรงเชื่อ ปักใจในหลักฐานเท็จแล้ว”
พระสนมนิ่งเงียบกอดลูกน้อย และเอามือรูปเบาๆ “เฉียวเฟิงลูกแม่ เ้าได้ยินไหมพ่อของเ้าใจร้ายกับพวกเรา แม่ลูกยิ่งนัก”
เฉียวเฟิงอยู่กับพระสนมซึ่งเป็มารดามาซักระยะเข้าใจสถานะการณ์ตอนนี้ดี การกุมอำนาจต่างๆ ในวังนั้นไม่ง่าย ต่างคนต่างมีคนของตัวเอง พร้อมจ้องตัดกำลังซึ่งกันและกัน พระาาซึ่งเป็คนกลางก็พยายามวางตัว ไม่อยากจะเอนเอียงไปทางฝ่ายใด แต่เมื่อเหตุการณ์องค์ชายใหญ่เสียชีวิตเกิดขึ้น ความสงบที่มีก็หายไป พระองค์ทรงเป็คนใจร้อนและแม้มีความสามารถ แต่เมื่อไร้สติสิ่งต่างๆ ที่ทำ ก็มีช่องโหว่และไม่รอบครอบ โดยเฉพาะเมื่อปรักใจเชื่อแล้ว
“เฉียวเฟิงลูกรัก แม่จำต้องผิดต่อเ้า แต่ก็เพื่อคนในตระกูลเรามากมาย เ้าต้องอดทนหน่อยนะ” น้ำตาของนางนองหน้าราวกับว่าตัดสินใจทำสิ่งสำคัญได้แล้ว แม้เฉียวเฟิงจะไม่รู้ว่าคือสิ่งใด แต่ก็รู้ว่าชะตาชีวิตของตนกำลังจะเริ่มต้นแล้ว
“พระสนมขนมขององค์ชายเตรียมเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ขันทีและนางกำนันในตำหนักพระมเหสีที่เราเลี้ยงไว้เตรียมใจกันเรียบร้อยแล้วสินะ”
“พ่ะย่ะค่ะ พวกเขาพร้อมยอมตายเพื่อพระสนมและตระกูลจ้าวเพื่อแทนคุณ”
“ดีมาก” พระสนมพูดพลางยกมือบอกคนสนิทให้ออกไป ก่อนอุ้มลูกน้อยขึ้นมาแนบกายน้ำตาหลั่งริน “เฟิงน้อยครั้งนี้แม่ต้องทำเพื่อตระกูล ลูกได้โปรดอภัยให้แม่ใจร้ายคนนี้ด้วยนะ” และในไม่ช้า นางก็ค่อยๆ หยิบขนมขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทาดวงตาของนางมีน้ำตาไหลอย่างไม่อาจห้ามได้ “เฟิงน้อยขนมนี้แม่สั่งทำเพื่อเ้า ในนั้นมีสิ่งที่ไม่ดีอยู่เ้าอาจจะต้องเ็ปมาก ถ้าเ้าเจ็บ เ้าก็ร้องออกมาดังๆ นะลูก”
เฉียวเฟิงที่รู้ความในใจก็สงสารผู้เป็แม่ไม่น้อย สุดท้ายตัวมันก็ตัดสินใจอ้าปากรับขนมหวาน กินเข้าไปก่อนเอื้อมมือไปที่ใบหน้าของมารดาััอย่างแ่เบา “ข้าไม่โทษท่าน ท่านแม่” พูดจบก็ส่งเสียงร้องดังลั่นพระราชวัง สร้างความตื่นตระหนกไปทั่ว แม้นี้จะเป็เสียงเด็กน้อยแต่ก็แฝงไปด้วยอำนาจเหนือคน
มือที่อุ้มลูกน้อยของพระสนมสั่นเทา นางก็เป็คนหนึ่งที่ถือเป็คนเ้าสติปัญญา จะไม่รู้ได้อย่างไรตอนนี้เกิดอะไรขึ้น ลูกน้อยของตนนี้ไม่ใช่เด็กธรรมดาที่แค่เรียนรู้ไว แต่ลูกรักคนนี้กับรู้ความั้แ่เยาว์ ทำให้ตอนนี้หัวใจของจ้าวลู่ซือพลันสั่นไหว ร่างแทบจะสิ้นสติตรงนี้
…นั่นเพราะหากลูกน้อยไม่รู้ความ นางยังโทษตัวเองที่ทำผิดบาปให้ลูกต้องเ็ปและแบกรับเื่นี้ไว้คนเดียวได้ หากเกิดอะไรขึ้นอย่างน้อยๆ วันหน้า ลูกน้อยก็ไม่รู้ว่าแม่คนนี้ใจดำทมิฬอะไร แต่ตอนนี้ลูกน้อยรู้ความ แถมยังเลือกกลืนขนมที่แฝงยาพิษด้วยตัวเอง ความผิดบาปในใจของจ้าวลู่ซือที่ต้องเป็แม่ใจร้ายต่อหน้าลูกรัก ทำหัวใจของนางแทบเกินทนไหว นี้ไม่ใช่ความรู้สึกที่นางคิดจะแบกรับ น้ำตานางอาบะโเสียงดัง “!!!เฟิงน้อยคายมันออกมา คายมันออกมา” เสียงของพระสนมะโดังลั่นห้องไม่หยุด พร้อมน้ำตาอาบหน้า หัวใจสับสนเกินบรรยาย
.
.
.
— ณ พระตำหนักกลาง —
“เสียงอะไรนะ ทำไมถึงมีเสียงเด็กร้องไห้ดังมาถึงที่นี้ได้” พระาาประหลาดใจ
“เดี๋ยวกระหม่อมจะรีบไปตรวจสอบพ่ะย่ะค่ะ” มหาขันทีรับคำก่อนรีบไปตรวจสอบ
.
.
.
— ครู่หนึ่งผ่านไป —
“ฝ่าาเกิดเื่ใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ” มหาขันทีรีบวิ่งด้วยความเร็วไม่สำรวมกิริยาเหมือนเช่นเคย
“เื่อะไร”
“องค์ชา..ย.. องค์ชายแปดถูกคนวางยาพิษตอนนี้กำลังร้องเ็ปอยู่พ่ะย่ะค่ะ ส่วนพระสนมเอกจ้าวลู่ซือตอนนี้ก็เป็ลมร้องไห้จนสิ้นสติ”
พระาาได้ยินดังนั้นก็ทรงโกรธจัด องค์ชายน้อยแม้ไม่นับว่าเป็ที่โปรดปานที่สุด แต่ก็เป็ลูกที่พระองค์รักมากเป็พิเศษ วาดฝัน คาดหวังให้เป็จอมคน เพราะเอกลักษณ์ที่ลูกน้อยเป็คนหัวไวและไม่เคยร้องไห้ จึงถูกใจพระาาอย่างยิ่ง “ปัง…..” พระาาทุบโต๊ะศิลาป่นคามือ แสดงถึงพลังฝีมือและอารมณ์โมโหถึงขีดสุด ก่อนจะพุงตัวออกไป
หลังจากร้องไห้ส่งเสียงอยู่สักพัก เฉียวเฟิงก็หยุดร้องปิดปากแน่นิ่ง ฝืนทนกับพิษที่กระจายไปทั่ว แม้นี่จะเป็พิษสังหารที่ได้ทำการเจือจางไปมาก เพราะพระสนมแท้จริงก็ไม่ปรารถนาฆ่าลูกน้อย หากถึงมือหมอทันทุกอย่างย่อมมีทางแก้ ไม่ช้าพระาาก็มาถึง เห็นภาพบาดใจพระสนมกอดลูกน้อยเป็ลม ทารกมีเืออกเจ็ดทวารตัวสั่นเทา แม้ตอนนี้...แม้จะหยุดร้องไห้แล้ว แต่ภาพที่เห็นก็ทำให้พระองค์ทรงโกรธเกรี้ยวเป็ที่สุด ยิ่งเห็นลูกของตัวเองกล้าหาญอดทน พระองค์ก็ยิ่งโกรธเพราะเห็นคุณค่าในตัวบุตรชายคนนี้มากขึ้น
เมื่อหมอหลวงมาถึงก็รีบทำการรักษาทันที โดยใช้วิธีสกัดพิษออกผ่านทางเข็มอย่างช้าๆ แต่วิธีนี้ก็มีข้อเสียอย่างใหญ่หลวง
หนึ่ง ก็คือ ต้องทำอย่างต่อเนื่องห้ามใครรบกวน
สอง ผู้กระทำต้องเป็ผู้เชี่ยวชาญวิชาแพทย์ระดับสูงเท่านั้น
สาม ใช้เวลานานสามถึงสี่วันถึงพิษจะออกหมด หากทำผิดพลาดไม่ว่าจะขั้นตอนใด อาจจะกระทบถึงเส้นชีพจรได้ อย่างเบาเส้นชีพจรเสียหาย อย่างหนักพิการและเส้นชีพจรฉีกขาดไม่อาจรักษาได้อีก หมอหลวงกล่าวก่อนจะบอกถึงข้อดี
ข้อดีของวิธีนี้คือ ถ้าหากทำได้สมบูรณ์พิษก็จะถูกขจัดออกได้หมด นอกจากนั้นยังรักษาได้ แม้คนผู้นั้นจะเป็คนสุขภาพอ่อนแอ องค์ชายแปดยังเป็เด็กทารกไม่อาจกินยาแรง ไม่อาจฝืนขับพิษด้วยลมปราณโดยตรง วิธีนี้จึงนับว่าเหมาะสมและมีความเสี่ยงน้อยที่สุด พระาามองหน้าหมอหลวง รับคำก่อนจะกล่าวว่า ให้ทำให้ดีที่สุดและอนุญาตให้ทำการรักษาในทันที สีหน้าของพระาาเป็กังวลสุดขีด เพราะพึงเสียลูกชายคนโตไป ตอนนี้ยังมีลูกชายคนเล็กอีกคนหรือ หมอหลวงเห็นสีหน้าของพระาา รีบปิดตำหนักใช้เข็มเงินผูกด้ายหลายร้อยเล่มปักตามจุดชีพจร จากนั้นจึงถ่ายลมปราณเบาๆ แบบเฉพาะไปที่ปลายเข็มดูดพิษออกมาช้าๆ
เฉียวเฟิงตอนนี้เข้าใจเื่ราวทั้งหมด และรู้ว่าทุกอย่างต้องไม่เรียบง่ายเช่นนี้ เพราะจ้าวหมื่นมารไม่ได้ใช้ชีวิตในวัง และไม่รู้จักพ่อแม่ของตัวเองว่าเป็ใคร ‘เป็ไปได้ว่าเหตุการณ์นี้ต้องมีอะไรเกิดขึ้นอีก’ เฉียวเฟิงใช้ความคิดทบทวนและทันใดนั้น เสียงก้องกังวานในห้วงจิติญญาของตัวเองก็ดังขึ้น เป็เสียงของระบบสังหารเทพนั่นเอง
-[ ระบบป้องกันโฮสทำงาน ตรวจสอบพบเส้นชีพจรถูกกัดกร่อน เสนอให้เรียนรู้วิชาลับ “รักษาเส้นชีพจรจ้าวหมื่นมาร” ]-
‘ฮาฮา จ้าวหมื่นมารทิ้งของขวัญให้ไม่ธรรมดาจริงๆ ด้วยถึงขนาดเตรียมพร้อมยอดวิชาไว้ให้’ เฉียวเฟิงกำหนดจิต ยอมรับหลายเดือนมานี้ เฉียวเฟิงแม้จะเป็เด็กทารกก็จริง แต่ก็ไม่ได้อยู่เปล่าๆ ปี้ๆ มุ่งมั่นศึกษาวิชา และหัดเดินกำลังภายในภายใต้คำแนะนำของเศษเสี้ยวจิติญญาของเ้าหมื่นมารที่ทิ้งเอาไว้ เฉียวเฟิงคิดว่าจ้าวหมื่นมารทุ่มเทเพื่อเขาไม่น้อย เพราะเอารูปแบบเกมในโลกก่อนมาใช้ เพื่อให้เฉียวเฟิงเข้าใจได้ง่าย นอกจากนั้นยังมีสิ่งพิเศษที่ไม่เหมือนใครเอาไว้ให้ด้วย