ณ ภัตตาคารบัวสวรรค์ ชั้นสอง ห้องพักของยูหมิง มีชายหนุ่มสวมสูทดํานอนอยู่บนเตียงเหม่อมองขึ้นไปบนเพดานที่ว่างเปล่าอยู่ เขาคนนี้ก็คือยูหมิง !
เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้ หลังจากที่ยูหมิงได้กลายเป็นนายแบบของชุดสูทสุดธรรมดา เขาก็ได้รับมันกลับมาโดยเป็นค่าตอบแทนนั่นเอง
ในตอนนี้เขากําลังคิดอยู่ว่าพรุ่งนี้จะทําอย่างไรกับภัตตาคารบัวสวรรค์ดี
ที่เขาต้องมานั่งคิดนอนคิดแบบนี้ก็เป็นเพราะคนของที่นี่ไม่เชื่อมั่นในตัวผู้สุดยอดอย่างเขา
แค่ให้เขาแสดงฝีมือออกมาเดี๋ยวก็มีลูกค้ามาให้เองแหละ จําเป็นต้องคิดแผนให้รกสมองด้วยเหรอ ?
ในเมื่อพวกเขาตั้งใจวางแผนกันนักกันหนา เขาก็จะทําในแบบของตัวเอง เพราะอย่างน้อยเขาก็เป็นเชฟของภัตตาคารบัวสวรรค์แห่งนี้แล้ว เขาจึงต้องการทําอะไรให้มันมั่ง
เพราะถ้าเกิดร้านนี้เกิดเจ๊งขึ้นมาโดยไม่มีลูกค้า เขาคงรู้สึกแย่เอามากๆที่ไม่ได้ช่วยร้านนี้จากหายนะเอาไว้
แน่นอนว่าที่เขาต้องการช่วยเหลือร้านนี้มันไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนดีอะไรหรอก แต่ที่เขาช่วยก็เพราะเขายังคงมีสถานะเป็นเชฟของที่นี่อยู่ !
“ ดี งั้นเอาตามนี้แล้วกัน ” หลังจากที่นอนคิดมาถึงหนึ่งชั่วโมงเต็ม ยูหมิงก็ตัดสินได้ว่าจะทําอย่างไร
จริงๆแล้วแผนที่เขาจะทําเขาคิดมันออกอยู่นานแล้วล่ะ แต่ร้านนี้มันไม่ใช่ร้านของเขา เขาเลยไม่อยากทําแผนที่ว่าจนกว่าจะได้รับอนุญาต
อย่างไรก็ตามดูๆแล้วเขาคงไม่ได้รับอนุญาตให้ทําแผนที่ว่าหรอก ดังนั้นเขาจึงต้องยืดอกตัดสินใจลงมืออนุญาตให้ตัวเอง !
ถึงร้านนี้จะไม่ใช่ร้านของเขาแล้วมันจะทําไม ?
แค่ถึงวันพรุ่งนี้เดี๋ยวทุกคนก็จะรู้เองว่าเขาอะสุดยอดแค่ไหน !
เมื่อคิดเสร็จยูหมิงก็เด้งตัวออกจากเตียงพร้อมลุกขึ้นยืนเปิดประตูออกจากห้องไปในทันที
…
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ฮั่นเสี่ยวยืนอยู่หน้าห้องของยูหมิงและกําลังเคาะประตูเรียก “ น้องชายยู พี่สาวมีเรื่องจะคุยด้วย ! ”
เธอรอซักพักก็ยังไม่มีวี่แววการตอบกลับ เธอจึงตะโกนเรียกพร้อมเคาะประตูไปอีกครั้ง “ น้องชายยู เธออยู่ไหม ? ”
ทว่ามันก็ยังคงไร้เสียงใดๆตอบกลับมาเช่นเดิม
“ น้องชายยูถ้าไม่ตอบพี่จะเปิดประตูเข้าไปแล้วนะ ! ” ฮั่นเสี่ยวเริ่มหมดความอดทน ใบหน้าของเธอแดงกรํ่าด้วยความหงุดหงิด
เธอเคาะประตูและเรียกเสียงดังขนาดนี้ทําไมอีกฝ่ายถึงยังไม่ออกมาอีก แม้กระทั่งเสียงตอบซักคําก็ยังไม่มี
เธอเป็นสาวสวยนะ สาวสวยน่ะเข้าใจไหม ? แล้วทําไมเขาถึงปล่อยให้เธอคุยคนเดียวกับประตูอยู่แบบนี้ !
หรือว่าบางทีเขาจะไม่อยู่ ?
“ เป็นไงเป็นกัน ! ” ฮั่นเสี่ยวตัดสินใจเปิดประตูอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเธอมองเข้าไปในห้องและไม่พบใครเธอก็ต้องบ่นอุบอิบออกมา “ ให้ตายสิ ในเวลาดึกดื่นป่านนี้เขาออกไปเที่ยวเล่นที่ไหนกันเนี่ย อุส่าห์จะมาบอกแผนของวันพรุ่งนี้ซักหน่อย เห็นทีท่าเขายังไม่กลับมาแผนคงต้องถูกยกเลิกแน่ๆ ” หลังจากที่ประชุมเสร็จเธอก็ไปพักผ่อนและตั้งใจจะมาบอกแผนการที่ประชุมกันเสร็จให้ยูหมิงรู้ในตอนนี้ แต่เขากลับไม่อยู่ซะได้
บ้าจริง !
รู้งี้เธอเปิดประตูไปตั้งนานก็ดี !
แต่ที่เธอยังคงตะโกนเรียกยูหมิงอยู่นั้นมันเป็นเพราะเธอกลัวจะเข้าไปเห็นยูหมิงที่กําลังเปลือยกายอยู่ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงเธอคงรู้สึกอุจาดตาไม่ใช่น้อย
ถึงยูหมิงจะเป็นหนุ่มสุดหล่อ แต่เธอก็ไม่ได้ชอบมองอะไรของผู้ชายหรอกนะ นั่นแหละที่ทําให้เธอกลัวจะได้เห็นภาพที่อุจาดตา
ในเมื่อยูหมิงไม่อยู่ ฮั่นเสี่ยวจึงเลือกที่จะกลับไปหาหัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและเชฟเจิ้งฝานแทน เพราะเธอต้องไปรายงานว่ายูหมิงออกไปข้างนอก ไม่อย่างนั้นแล้วทั้งสองคนนั้นจะต้องไม่รู้เรื่องแน่ๆ
…
เวลานี้ท้องฟ้ามืดมิดจนสามารถมองเห็นแสงสว่างของดวงจันทร์ที่ส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้าได้ชัดเจน
ภายในตรอกมืดครึ้มแห่งหนึ่ง มีเสียงพูดคุยด้วยความเจ้าเล่ห์และหื่นกระหาย
หากสังเกตดีๆจะพบว่ามีแสงไฟสลัวๆกระพิบอยู่บ่อยครั้ง ท่ามกลางแสงไฟที่กระพริบมีหญิงสาวคนหนึ่งถูมล้อมรอบไปด้วยนักเลงห้าคน
ใบหน้าของพวกนักเลงต่างชั่วร้ายเป็นอย่างมาก พวกมันมองไปที่หน้าอกสุดสะบึมของหญิงสาวแล้วแสยะยิ้ม
“ น้องสาวนี่ก็ดึกดื่นมากแล้ว ทําไมไม่ไปเล่นสนุกกับพวกพี่ก่อนล่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าพวกพี่จะพาเธอไปส่งที่บ้านเอง ” ชายฉกรรจ์ที่ดูแข็งแกร่งที่สุดพูดขึ้นด้วยนํ้าเสียงชั่วร้ายที่ไม่ปิดบัง
“ พวกคุณอย่าเข้ามานะ ไม่งั้นฉันแจ้งตํารวจจริงๆด้วยนะ ” ร่างกายของหญิงสาวสั่นเทิ้มด้วยความตื่นตะหนก
เมื่อแสงไฟกระพริบอีกครั้ง ใบหน้าที่อยู่ภายใต้เงามืดของหญิงสาวก็แจ่มชัดขึ้น
ซินเสวี่ย เธอคือซินเสวี่ยนั่นเอง !
เหล่านักเลงทั้งสี่คนที่ล้อมรอบซินเสวี่ยอยู่ถึงกับหัวเราะด้วยนํ้าเสียงเย้ยหยัน
“ นังหนูจะโง่ก็โง่ให้มันน้อยๆหน่อย ป่านนี้แล้วเธอคิดรึว่าพวกเราจะยอมให้เธอแจ้งตํารวจได้ ? ”
“ สั่นอย่างนั้นจะไปทําอะไรได้ ? แม้แต่จับโทรศัพท์ขึ้นมา คงไม่มีปัญญาทําได้เลยด้วยซํ้า ! ”
“ ฮี่ๆ แม่สาวน้อยอย่าตื่นกลัวไปเลย มาสนุกกับพวกพี่ดีกว่า เดี๋ยวคืนนี้พวกพี่จะทําให้เธอสุขไปถึงสวรรค์ชั้นเจ็ดเลยล่ะ ! ”
“ เรียวขายาวๆแบบนี้อะพี่ชอบ ! ”
“ เฮ้ย พวกแกพอได้แล้วมัวแต่พูดอยู่ได้ จะพูดพรํ่าให้เสียเวลาไปทําเพื่อ ? รีบๆจับนังหนูนี่ได้แล้ว ” ลู่ซวนเริ่มรําคาญพวกลูกน้องของตัวเอง เขาขี้เกียจรอให้เสียเวลาอีกแล้ว
เพราะถ้าเกิดใครผ่านมาเห็นเขาอาจจะเสียโอกาสหมดสนุกไปได้ !
“ พวกคุณอย่าทําฉันเลยนะ ฉันขอร้องล่ะ ! ” ซินเสวี่ยสั่นด้วยความกลัว ถ้าเธอไม่ออกมากลางดึกแบบนี้เพื่อหาซื้ออะไรกินแล้วล่ะก็ เธอคงไม่ต้องมาเจออะไรแบบนี้ !
ส่วนที่เธอบอกว่าจะแจ้งตํารวจ เธอเพียงโกหกเท่านั้น ซึ่งตอนที่เธอออกมาเธอไม่ได้เอาโทรศัพท์ออกมาด้วย แล้วตอนนี้เธอจะไปเอาอะไรโทรแจ้งตํารวจล่ะ
ในตอนนี้เธอทําได้เพียงแค่หวัง หวังให้คนพวกนี้กลับตัวกลับใจแล้วปล่อยเธอไป
“ ก็ได้ลูกพี่ ! ” ลูกน้องของลู่ซวนทั้งสี่คนตอบรับคําสั่งอย่างพร้อมเพรียงกัน พวกเขาก็คิดเช่นเดียวกันว่าหากรอนานกว่านี้อาจจะมีคนผ่านมาเห็นได้ ซึ่งคนๆนั้นมันอาจจะจําหน้าของพวกเขาได้และเอาไปแจ้งตํารวจในที่สุด
ลูกน้องทั้งสี่คนของลู่ซวนเริ่มเคลื่อนไหวทันที พวกเขาเอาพวกเชือกออกมาและพุ่งเข้าไปประชิดตัวซินเสวี่ย
ซินเสวี่ยพยายามต่อต้านแต่เธอก็ต้องถูกพวกลูกน้องของลู่ซวนมัดเชือกเอาไว้ได้อยู่ดี
เธอในตอนนี้พยายามกรีดร้องให้ดังมากที่สุดเท่าที่จะทําได้ และภาวนาให้มีคนผ่านมาช่วยเหลือเธอจากสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ได้ทัน
“ เดินเล่นก็เสร็จแล้ว กลับไปนอนดีกว่า ” เสียงที่ดูเฉื่อยชาดังขึ้น ก่อนจะมีชายหนุ่มสวมชุดสูทสีดําเดินเข้ามาในตรอกที่มืดครึ้มนี้อย่างเชื่องช้า
“ มีคนมา ! ” เหล่าลูกน้องของลู่ซวนที่ได้ยินเสียงของอีกฝ่ายถึงกับผงะ พวกมันไม่คิดเลยว่าในเวลาแบบนี้จะมีคนเดินมาจริงๆ
“ พวกแกจะมัวมายืนเซ่ออยู่ทําไมล่ะ รีบแบกนังหนูนี่ไปก่อนที่มันจะเห็นหน้าพวกเราซะสิ ” ลู่ซวนสั่งการลูกน้องเสร็จก็พุ่งตัวไปที่ทางออกอีกฝั่งทันที
เหล่าลูกน้องของลู่ซวนไม่คิดจะรอช้า พวกเขารีบช่วยกันอุ้มตัวซินเสวี่ยเพื่อที่จะได้ไปให้เร็วขึ้น แต่ในเวลานั้นเองซินเสวี่ยที่ลืมตาอยู่พลันสังเกตเห็นได้ว่าชายหนุ่มในสูทสีดําเป็นใคร ใช่ เขาคือยูหมิงที่เพิ่งเจอกันไปในวันนี้ !
“ คุณ ! นี่ฉันซินเสวี่ยนะ ! มาช่วยฉันด้วย ! ” ซินเสวี่ยตะโกนออกไปด้วยเสียงดังที่สุดเท่าที่จะทําได้
“ เฮ้ย ! สองคนนี้มันรู้จักกัน ” ลู่ซวนที่อยู่ตรงทางออกรู้สึกตกใจที่ทั้งสองคนรู้จักกัน หากเป็นแบบนี้มีหวังเขาไม่สามารถพาตัวนังหนูนั่นไปสนุกได้แน่
“ พวกแกจะมัวรออะไรอยู่ล่ะ รีบไปจัดการมันก่อนที่มันจะเห็นหน้าซะสิ ! ” ลู่ซวนไม่มีทางเลือกอะไรนอกจากลองเสี่ยง ไม่งั้นเขาคงไม่ได้สนุกแน่ๆ ยิ่งนังหนูนั่นที่เป็นสาวสวยเขายิ่งไม่ต้องการพลาดเลยเด็ดขาด ตอนนี้สําหรับเขาแล้วถือว่าเป็นไงเป็นกัน
ยูหมิงที่เดินผ่านตรอกอยู่ดีๆก็ต้องขมวดคิ้ว เพราะในตอนนี้ได้มีคนสี่คนพุ่งเข้ามาทางเขาโดยมีเจตนาจะทําร้ายเขา
ใครก็ได้บอกเขาทีว่านี่มันเรื่องอะไร ?
ตอนนี้เขาจะกลับไปนอนนะเฟ้ย !
ทําไมถึงต้องมาเจอพวกตลกนี่ด้วย ?