เพราะความทุกข์ทรมานครั้งนี้ช่างน่าอนาถเกินจะทนรับได้ซูเจี๋ยนจึงไม่ได้คุยกับอันอี่เจ๋ออีกเลยตลอดทาง
ตรงกันข้ามอันอี่เจ๋อกลับสงบนิ่งเยือกเย็นไม่รู้สึกรู้สาไปตลอดทาง หลังจากมาถึงโรงพยาบาลแล้วอีกฝ่ายก็โอบเอวยกเขาอุ้มลงจากรถอีกครั้งจากนั้นก็เข็นรถเข็นพามาส่งที่ห้องผู้ป่วยทั้งยังเรียกคุณหมอมาสอบถามเป็พิเศษถึงเื่เวลาที่ซูเจี๋ยนจะได้ออกจากโรงพยาบาล
ผลการวินิจฉัยของคุณหมอก็คือการผ่าตัดของซูเจี๋ยนสำเร็จไปด้วยดี การฟื้นตัวก็เป็ไปได้ดี อีกไม่กี่วันก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านได้เลย
ซูเจี๋ยนเริ่มตื่นตระหนกขึ้นมาเล็กน้อย
พูดตามตรง แม้เขาจะไม่ชอบอยู่โรงพยาบาลเลยสักนิดแต่จะอย่างไรเขาก็เต็มใจจะอยู่ที่นี่มากกว่ากลับไปอยู่ในเรือนหอกับอันอี่เจ๋อสองต่อสองเป็ไหนๆหากเขาอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อยก็ยังมีคุณพยาบาลหน้าตาดีผู้มีจิตใจอ่อนโยนคอยเฝ้าอยู่ด้วย! นี่เขาขอไม่กลับไปได้ไหม?
ดังนั้นซูเจี๋ยนจึงขบคิดอย่างหนักหาวิธีที่จะทำให้อยู่โรงพยาบาลต่อไปได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่มีความกล้าจะหักขาตัวเองข้างที่ใส่เฝือกอยู่นั้นซ้ำอีกจริงๆ จึงได้แต่รอวันที่หมอจะให้ออกจากโรงพยาบาลมาถึงอย่างกระวนกระวาย
อันอี่เจ๋อนับว่าเป็คนที่เอาใจใส่ในทุกรายละเอียดจริงๆเขาส่งชุดเสื้อผ้าและรองเท้าที่เหมาะสมมาให้ซูเจี๋ยนเป็พิเศษทว่ายามที่ซูเจี๋ยนได้มองเห็นชุดเสื้อผ้าผู้หญิงที่พับไว้อย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยเ่าั้ก็แทบอยากจะให้ตัวเองแข็งตายไปเสียเดี๋ยวนั้นเลย
แม่-เถอะเขาขอใส่ชุดผู้ป่วยชุดนี้กลับบ้านเลยได้ไหม? เขาไม่อยากใส่เสื้อผ้าผู้หญิง!
อย่างไรก็ตามซูเจี๋ยนรู้แก่ใจดีว่าเื่นี้ย่อมเป็ไปไม่ได้ร่างกายนี้ของเขาไม่เพียงแต่เป็หญิงสาวเต็มตัวคนหนึ่ง แต่ยังเป็ถึงเรือนร่างสาวงามชั้นเลิศหากใส่เสื้อผ้าสตรีตรงหน้านี้แล้ว ก็รังแต่จะดึงดูดสายตาผู้คนเสียจนแทบลืมหายใจคนที่รู้สึกผิดปกติก็มีแต่เขาเองคนเดียวเท่านั้น
ดังนั้นซูเจี๋ยนจึงได้แต่เริ่มสวมเสื้อผ้าด้วยอารมณ์อึดอัดขัดข้องอันแสนซับซ้อนทว่าไม่ช้า ปัญหาก็มาเยือนอีกครั้งกางเกงชั้นในลายลูกไม้นี่เขายังพอกล้ำกลืนฝืนใส่ลงไปได้แต่เ้ายกทรงในตำนานนี่เขาจะจัดการกับมันอย่างไรดี? ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเคยเห็นแต่พวกท่านชายผู้ห้าวหาญที่เอามือปลดตะขอยกทรงของสาวงามในคลิป 18+เท่านั้น ไม่เคยคิดเื่สวมใส่มาก่อน! แล้วนี่....เขาจะใส่มันเข้าไปได้ยังไง?
ซูเจี๋ยนรู้สึกคล้ายต้องฝืนกลืนเืที่กระอักออกมาเต็มปากกลับลงไปขณะที่ทำการศึกษาชิ้นผ้าในมืออยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดก็สวมยกทรงเข้าไปจนได้หลังจากนั้นก็เป็ชุดกระโปรงยาวของผู้หญิงซูเจี๋ยนสวมมันลงไปอย่างราบรื่นด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก : เฮอะ!ป๊ะป๋าคนนี้แม้แต่ยกทรงก็ยังใส่ไปแล้วกะอีแค่ชุดกระโปรงยังจะนับเป็อะไรได้!
หลังจากลำบากลำบนกับการใส่ชุดจนหยาดเหงื่อผุดซึมไปถึงขนคิ้วแล้วในที่สุดซูเจี๋ยนก็ยอมให้อันอี่เจ๋อที่รออยู่ด้านนอกเข้ามาหาได้จากนั้นก็เอ่ยขึ้นอย่างยอมรับชะตากรรม : “ฉันพร้อมแล้วไปกันเถอะ!”
อันอี่เจ๋อปรายตามองเขา “ทรงผมเธอ”
“อ๋า?” ซูเจี๋ยนก้มลงมองตามสายตาอีกฝ่ายถึงตอนนี้จึงเพิ่งตระหนักได้ว่าเส้นผมยาวเหยียดของตัวเองพันกันยุ่งเหยิงไปหมดพลันถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง หันไปหยิบหวีที่อยู่บนโต๊ะข้างเตียงมาหวีลงไปบนเส้นผมแบบรีบๆไม่คิดว่าจะรู้สึกเจ็บมากจนต้องสูดปากอุทานออกมา
เห็นอันอี่เจ๋อหันมามองเขาอีกครั้งซูเจี๋ยนก็รู้สึกอับอายขึ้นมาบ้าง อันที่จริงเส้นผมของร่างนี้สวยงามมากทั้งดำขลับทั้งนุ่มสลวยเงางาม คุณภาพผมก็ดีมากๆ อย่างไรก็ตามซูเจี๋ยนใช้ชีวิตในฐานะผู้ชายคนหนึ่งมาเกือบสามสิบปีเต็มไม่เคยต้องหวีผมยาวขนาดนี้มาก่อน ดังนั้นทุกครั้งที่เขาสางหวีลงไปเส้นผมก็รังแต่จะยิ่งยุ่งเหยิงติดพันกันมากขึ้น แถมตัวเขาเองก็ไม่รู้จริงๆว่าจะต้องจัดการกับเส้นผมพวกนี้ยังไง ดังนั้นจึงได้แต่ออกแรงหวีให้หนักมือขึ้นจนเส้นผมกระจุกนั้นหลุดออกมาจากหนังศีรษะเื่จะจัดทรงผมอะไรพวกนั้นยิ่งเลิกคิดฝันไปได้เลย
เดิมทีซูเจี๋ยนคิดไว้ว่าหลังพักฟื้นเสร็จก็จะไปตัดผมทันทียิ่งตัดให้สั้นเท่าไหร่ก็ยิ่งดี แต่หลังจากคุยกันคุณพยาบาล ถึงได้รู้ว่าทรงผมสั้นๆของผู้หญิงถึงกับดูแลจัดทรงได้ยากยิ่งขึ้นไปอีก ความคิดนี้จึงถูกล้มเลิกไปในพริบตาถึงอย่างไร หากเปรียบเทียบกับทรงผมสั้นที่ต้องใส่ครีมนั่นนี่วุ่นวายแถมต้องคอยไดร์ผมหรือไม่ก็ดัดเข้าให้เข้าทรงพอมานึกถึงว่าทรงผมยาวสลวยนี้เพียงต้องผ่านการแปรงผมอย่างนุ่มนวลหลายๆครั้งเท่านั้น วิธีการนี้ก็กลายเป็เรียบง่ายอย่างไม่น่าเชื่ออีกทั้งใบหน้าเรียวเล็กของซูเจี๋ยนคนงามยังเหมาะกับผมทรงนี้อย่างมากเส้นผมยาวที่ทิ้งตัวลงมาปรกบ่า ดูแล้วทั้งอ่อนโยนนุ่มนวล ทั้งงดงามมีเสน่ห์
ผู้หญิงที่สะสวยไปทั้งตัวขนาดนี้กลับแต่งให้เ้าอันอี่เจ๋อไปเสียแล้ว!ซูเจี๋ยนจ้องมองกระจก รู้สึกขมขื่นชิงชังขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
ได้ยินเสียงเขาทอดถอนใจอย่างปวดร้าวอันอี่เจ๋อก็จ้องมองเขา เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
ซูเจี๋ยนแอบค่อนแคะอยู่ในใจ : มองอะไรไม่ทราบ! ถ้าสักวันคุณชายใหญ่อันอย่างนายต้องมาอยู่ในร่างหญิงสาวแบบนี้บ้างฉันว่านายก็ไม่ได้ดีไปกว่าฉันหรอก!
……………………………….
เขาได้ออกจากโรงพยาบาลไปพักฟื้นคนที่มารับเขาก็มีอันอี่เจ๋อเพียงคนเดียว
ซูเจี๋ยนไม่อาจห้ามความรู้สึกแปลกใจไว้ได้นอกจากอันอี่เจ๋อและพวกนักเรียนกับเพื่อนร่วมงานของซูเจี๋ยนแล้วตลอดเวลาที่เขาอยู่ในโรงพยาบาลก็ไม่มีคนอื่นมาเยี่ยมอีกเลยสำหรับครอบครัวของซูเจี๋ยนคนนี้ก็ยังพอเข้าใจได้ว่าอาจจะเป็เพราะอยู่ไกลกันเนื่องจากบ้านเกิดของเ้าของร่างไม่ได้อยู่ในเมือง S ก็คงเดินทางมาไม่สะดวกอย่างไรก็ตาม ซูเจี๋ยนจำได้ว่าครอบครัวของอันอี่เจ๋อนั้นเป็ถึงตระกูลดังที่มีสถานะใหญ่โตในเมืองS แต่ซูเจี๋ยนนอนอยู่ในโรงพยาบาลนานขนาดนี้ทำไมคนจากทางบ้านสามีถึงไม่เคยมาเยี่ยมเลยแม้แต่คนเดียวนี่เป็เพราะไม่รู้สถานการณ์ทางฝั่งนี้เลยหรือว่าเป็เพราะซูเจี๋ยนคนนี้คือลูกสะใภ้ที่พวกเขาไม่ยอมรับกันแน่?
ซูเจี๋ยนแอบเหล่มองอันอี่เจ๋อที่ขับรถอยู่ด้านข้างอย่างเงียบเชียบในใจก็คิดซอกแซกไปเรื่อยเปื่อยหรือว่านี่จะเป็เื่เกี่ยวกับบุญคุณความแค้นในตระกูลใหญ่อะไรจำพวกนั้น?
“อันแค่ก อี่เจ๋อ”
“อืม”
“ขอฉันถามคุณอีกซักสองสามอย่างเถอะนะ! คือว่า ตอนนี้พวกเราพักอยู่ที่ไหนกันเหรอ”
“ที่ซื่อจี้หวนหยู” [ผืนแผ่นดินแห่งยุคสมัย]
ซูเจี๋ยนไร้ถ้อยคำไปในบัดดล ซื่อจี้หวนหยู ....ต่อให้เอาเงินเดือนของตัวเขาคนเดิมทั้งปีมากองรวมกันก็ซื้อไม่ได้แม้แต่ตารางนิ้วเดียวของย่านที่ดินระดับไฮคลาสแบบนั้นด้วยซ้ำ!
“แหะแหะงั้น เอ่อ ถามเื่ส่วนตัวซักหน่อยแล้วกันนะ ตอนนี้คุณ แค่กๆต่อปีทำเงินได้เท่าไหร่ล่ะ”
“……”
“งั้นเปลี่ยนคำถามเถอะตอนนี้คุณทำงานอยู่บริษัทไหนเหรอ”
“CMI”
“.....ใช่ CMI ที่เดียวกับที่ฉันคิดรึเปล่า”
“ใช่”
ซูเจี๋ยนอับจนคำพูดไปอีกครั้ง CMI .....ตอนนั้นหลังจากเขาจบการศึกษาก็มุ่งหวังว่าจะได้เข้าไปทำงานที่บริษัทนั้นเป็แห่งแรกน่าเสียดายที่แม้แต่รอบสัมภาษณ์เขาก็ยังไม่อาจได้เข้าไปด้วยซ้ำถูกคัดออกเสียั้แ่รอบแรกแล้ว
“แล้ว...ทำงานในตำแหน่งอะไรเหรอ”
“ประธานกรรมการ”
ซูเจี๋ยนพลันเบิกตากลมกว้างด้วยความตกตะลึง
คล้ายจะรู้สึกได้ว่าสายตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่ออันอี่เจ๋อจึงชำเลืองมองเขา : “เป็อะไร?”
ซูเจี๋ยนถามขึ้นด้วยสีหน้าแข็งทื่อ : “ขอฉันถามอีกอย่าง ปีนี้คุณอายุเท่าไหร่”
“สามสิบ”
ความคิดในใจของซูเจี๋ยน : อ๋อเป็แบบนี้นี่เอง เ้านี่แก่กว่าฉันตั้งปีนึงเต็มๆดังนั้นจะมีช่องว่างกว้างขวางใหญ่โตแบบนี้ก็เป็เื่ปกติแหละน่า........ลั้ลลาลั้ลลาล๊า~ใช่ก็บ้าแล้ว!มีแต่ผีแม่ย่าเท่านั้นแหละที่เชื่อว่าการที่เ้านี่ได้เป็ประธานกรรมการบริษัท CMIั้แ่อายุสามสิบมันเป็เื่ปกติป๊ะป๋าคนนี้อายุอานามได้ยี่สิบเก้าแล้ว ยังเป็ได้แค่พนักงานไอทีกระจอกๆคนนึงเท่านั้นเอง! อ๊ากก!อยากคว่ำโต๊ะว้อยย! (╯°□°)╯︵ ┻━┻
------------------
แฟนเพจ‘Akanirawan’ https://bit.ly/3gBu94T
ได้รับลิขสิทธิ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย