“อ้าวบังเอิญจัง”เสียงหวานใสเสียงหนึ่งดังขึ้น
มะยมหันไปตามเสียงก่อนจะพบว่าเ้าของเสียงนั้นคือรินเพื่อนมหาลัยและเ้านายของเธอ“สวัสดีจ๊ะริน บังเอิญจังเลย”
“ใช่บังเอิญจังว่าแต่มะยมมากับใครน่ะ”
“อ๋อนี่ธารินแฟนมะยมเองเกือบลืมงานแต่งเราอีกสามเดือน นี่การ์ดเชิญจ๊ะ”มะยมยิ้มก่อนจะเอาการ์ดเชิญแต่งงานให้กับริน มะยมที่ไม่ได้มองรอยยิ้มแห้งของรินที่รับการ์ดเชิญไปเพราะเ้าตัวมัวแต่ก้มมองของในกระเป๋า
“มะยมจะไม่แนะนำเพื่อนให้ผมรู้จักหน่อยเหรอครับ”ธารินโพล่งออกมา
“ใช่ๆเกือบลืม” มะยมเงยหน้าขึ้นจากกระเป๋า “ธารินคะ นี่รินเพื่อนแล้วก็เ้านายมะยมส่วนรินนี่ธารินแฟนมะยมเอง” มะยมมองทั้งสองทักทายก่อนจะจับมือกัน “สวัสดีครับผมธาริน” ธารินยื่นมือออกไปจับมือกับริน
“สวัสดีค่ะฉันริน” รินจับมือกับธาริน “ไม่ทราบว่าทั้งสองคนคบกันนานหรือยังคะ”
“เราคบกันมาประมาณสิบปีแล้วครับ”
“อ๋อยินดีด้วยนะคะที่จะมีข่าวดี” ขณะที่ทั้งสองพูดโต้ตอบกันทั้งสองไม่ได้ปล่อยมือออกจากกันแต่อย่างใดจนมะยมแอบไม่พอใจนิดหน่อยที่ทั้งสองจับมือกันนานเกินไปแต่จะให้เธอไปจับมือของทั้งสองแยกออกจากกันมันก็ยังไงอยู่เพราะคนหนึ่งก็แฟนอีกคนก็เป็ทั้งเพื่อนทั้งเ้านาย ชักจะจับมือกันนานไปแล้วนะถามตอบจำเป็ต้องจับมือกันแบบนั้นไหม
“เอ่อเดียวเราสองคนต้องไปซื้อของอย่างอื่นอีกต้องขอตัวก่อนนะริน” มะยมทนไม่ไหวที่เห็นทั้งสองคนยิ้มหัวเราะด้วยกันขณะจับมือกันไม่ปล่อยนั่นแฟนเธอนะทำไมเหมือนเธอเป็ส่วนเกินล่ะ
“เอ่องั้นเราขอตัวก่อนนะ” รินสะดุ้งไปนิดหน่อยก่อนจะปล่อยมือธารินไปอย่างเสียดายก่อนจะหันหลังเดินจากไป
“มะยมทำไมคุณเสียมารยาทอย่างงั้นละครับ”ธารินหันมาดุมะยมอย่างไม่พอใจ
“เสียมารยาท”มะยมทำเสียงสูงอย่างอดน้อยใจไม่ได้ “ฉันเสียมารยาทตรงไหนคะ เราต้องไปซื้อของต่ออีกจริงๆนี่คะ ที่สำคัญทำไมคุณต้องจับมือเพื่อนมะยมนานขนาดนั้นด้วย” มะยมกล่าวโทษ
“ผมเปล่าสักหน่อย”ธารินชักสีหน้า ก่อนจะถอนหายใจแล้วจับมือมะยมขึ้นมาปลอบ“คุณอย่าคิดมากสิไม่มีอะไรหลอกก็แค่ทักทายธรรมดาเท่านั้นเอง ที่ผมไม่ปล่อยมือก่อนเพราะมือของเพื่อนคุณเย็นมากต่างหากแล้วอีกอย่างถ้าผมปล่อยมือก่อนไม่เท่ากับเสียมารยาทเหรอเขาเป็เ้านายคุณด้วยผมไม่อยากให้คุณมีปัญหา”
“แต่ก็ไม่จำเป็ต้องจับมือกันนานขนาดนี้นี่ค่ะอีกอย่างมันเกี่ยวอะไรกับที่มือเขาเย็นแล้วคุณต้องจับไว้” มะยมเถียงอย่างไม่เข้าใจถึงเธอจะซื่อบื่อแต่เธอไม่ได้โง่ที่จะไม่รู้ว่าแบบนี้มันไม่ปกติ
“คุณอย่าเป็แบบนี้สิเอาไว้เราคุยกันต่อที่บ้านนะที่นี่อายเขา”ธารินประนีประนอมหลังเห็นคนมองมาทางพวกเขาสองคน
“ก็ได้ค่ะ”มะยมตอบรับอย่างไม่ค่อยพอใจนัก เธอแค่ไม่อยากให้เขาอายก็เท่านั้นเพราะเธอรู้ว่าผู้ชายของเธอรักหน้าตายิ่งกว่าอะไร
ที่บ้าน
“เอาละค่ะไหนคุณอธิบายมาสิคะ” มะยมกอดอกมองหน้าแฟนหนุ่ม
“อะไรกันนี่คุณยังไม่ลืมอีกเหรอผมบอกแล้วไงว่าไม่มีอะไรก็แค่ทักทายกันธรรมดา”ธารินชักสีหน้าใส่มะยมอย่างไม่พอใจที่เธอจับผิดเขา
“ธารินคุณไม่เคยเป็แบบนี้เวลาเจอเพื่อนฉันคนอื่นคุณก็ไม่เคยจะจับมือพวกเธอไม่ปล่อยแบบนี้”มะยมมองตาชายหนุ่มอย่าง้าคำตอบ
“คุณอย่าเป็แบบนี้สิมันไม่มีอะไรจริงๆ”ธารินหลบตาก่อนจะเดินเข้าไปกอดมะยมไว้ “เชื่อผมสิว่าไม่มีอะไรจริงๆเรากำลังจะแต่งงานกันไงครับ เอาอย่างนี้ผมสัญญาว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก”
มะยมนิ่งไป“คุณแน่ใจนะคะ”
“ผมแน่ใจครับ”ชายหนุ่มตอบ
มะยมใจอ่อนกับธารินตลอดอยู่แล้วพวกเธอสองคนคบกันมาั้แ่มัธยมปลายจนกระทั่งไปเรียนเป็นายร้อยหน่วยปฏิบัติการจู่โจมพิเศษด้วยกัน แต่เนื่องมาจากตอนฝึกปฏิบัติเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับดวงตาข้างซ้ายของมะยมทำให้ตาข้างซ้ายของเธอมองเห็นไม่ชัดเมื่อจบออกมาเธอจึงไม่ได้รับการบรรจุในตำแหน่งหน่วยจู่โจมพิเศษเธอได้แต่ต้องไปทำงานด้านอื่นแทน พอดีกับที่รินกำลังจะเปิดบริษัทวิจัยสารเคมีชีวะภาพก็เลยชวนเธอไปทำงานด้วยกันเพราะฉะนั้นตอนนี้เธอจึงทำงานเป็หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยให้กับบริษัทของรินถึงจะตำแหน่งไม่สูงแต่ก็มีความสำคัญเพราะเธอสามารถเข้าออกได้ทั้งตึกโดยที่ไม่ต้องสแกนม่านตาอีกทั้งเงินเดือนก็สูงใช้ได้ เธอทำงานนี้มาั้แ่เรียนจบ
อันที่จริงเธอยังติดใจสงสัยแต่เป็เพราะการเป็แฟนกันก็ต้องไว้ใจกันอย่างที่แม่เคยสอนไว้เธอจึงจะยกโทษให้เขาในครั้งนี้แต่ถ้ามีอีกหน เธอคงต้องจัดการให้รู้เื่กันไปข้างหนึ่งเพราะอย่างไรซะพวกเธอสองคนก็กำลังจะแต่งงานกันการที่คนรักกันแต่งงานไปแล้วมีความเคลือบแคลงสงสัยกันคงไม่ใช่เื่ดีเพราะนั่นอาจนำมาซึ่งปัญหาต่างๆตามมามากมายในภายหลัง ไม่ใช่เธอไม่ไว้ใจทั้งคู่ แต่ในส่วนเล็กๆภายในใจมันรู้สึกไม่สบายใจก็เท่านั้น
วันงานแสดงความยินดี
มะยมกับธารินมาถึงงานเลี้ยงประมาณ่หัวค่ำเนื่องจากทั้งสองคนต้องนั่งเครื่องจากเมืองAมายังเมืองCบวกกับสภาพอากาศที่ไม่ค่อยดีทำให้เครื่องบินดีเลย์แทนที่พวกเธอจะได้ไปพักที่โรงแรมก่อนกลับต้องรีบบึ่งมางานแทนเสียนี่
“ที่รักผมอยากไปเข้าห้องน้ำคุณไปหาน้ำมลก่อนได้เลยนะ” ธารินกระซิบข้างหูมะยม
“ได้ค่ะแต่คุณอย่าไปนานนักนะ” มะยมยังพูดไม่ทันจบธารินก็เดินออกไปทันที
หญิงสาวมองหาเพื่อนสนิทอย่างรวดเร็วก่อนจะเจอเพื่อนของเธอยืนโบกมือเรียก หยอยๆ อยู่ข้างบาร์ขนมเค้ก
“สวัสดีจ๊ะเพื่อนรักมาสะสายเลยนะ”น้ำมลยิ้มล้อเพื่อนสาวก่อนจะขมวดคิ้ว “แฟนแกไปไหนล่ะเมื่อก่อนเห็นตัวติดกันทำไมวันนี้พ่อคนขี้หวงกล้าปล่อยให้เธออยู่คนเดียวเสียล่ะ”
“เขาไปห้องน้ำน่ะอ่ะนี่ของขวัญของฉันกับธาริน” มะยมยื่นกล่องของขวัญให้เพื่อน“ว่าแต่ทำไมเ้าของงานมายืนอยู่คนเดียวตรงนี้ล่ะ”
“ฉันก็มายืนรอเธอน่ะสิถามได้ตรงนั้นมีแต่พวกหน้าซื่อตาใสหาแต่ผลประโยชน์เข้าตัวฉันไม่อยากยุ่งด้วยน่ะสิ”น้ำมลบ่นขมุบขมิบ “ว่าก็ว่าเถอะงานแต่งไปถึงไหนแล้ว ไหนๆแฟนแกก็มาแล้วก็อย่าลืมไปตัดชุดอะไรให้เรียบร้อยนะ มันใกล้วันงานเข้าไปทุกทีแล้ว”
“จ้าๆฉันก็ว่าจะหาเวลาชวนธารินไปอยู่เหมือนกัน” มะยมยิ้มรับบางๆ พล่างขมวดคิ้ว“นี่น้ำมลฉันถามอะไรหน่อยซิ ถ้าเกิดว่าแบบสมมุตินะว่าคนที่เธอคบอยู่ อยู่ๆก็มักจะนอนละเมอเรียกชื่อใครก็ไม่รู้ออกมาอยู่เรื่อยเวลาอยู่กับเราก็ชอบใจลอยไม่รู้ลอยไปไหน ของที่เราเคยทำให้ถูกใจอยู่ๆก็ไม่ถูกใจขึ้นมาแบบนี้เธอจะทำยังไงเหรอ”
น้ำมลขมวดคิ้วมองหน้าเพื่อนมะยมเป็เพื่อนเธอั้แ่มัธยมต้นเลยก็ว่าได้ เพื่อนคนนี้ค่อนข้างซื่อบื่อแต่ความรู้สึกเร็วมากเกี่ยวกับความรู้สึกของคนรอบตัวที่มาถามคำถามแบบนี้กับเธอแสดงว่าธารินจะต้องทำอะไรสักอย่างให้มะยมสงสัยแน่นอน“ทำไมตาธารินมันนอกใจเธอเหรอ” น้ำมลโพล่งออกมาอย่างสงสัย
“เปล่าหรอก”หญิงสาวกล่าวตอบแบบไม่เต็มเสียง “ฉันแค่รู้สึกแปลกๆน่ะเขาดูเหม่อลอยเวลาอยู่กับฉันเหมือนกำลังคิดเื่อื่นอยู่หรือบางทีกับข้าวที่ฉันเคยทำแล้วเขาชอบอยู่ๆ ก็บอกว่าเบื่อในบางครั้งที่ฉันถามอะไรไปก็ดูเหมือนเขาไม่ค่อยอยากตอบ เดียวนี้โทรศัพท์ของเขาก็ไม่ยอมให้ฉันจับแล้วขนาดน้ำหอมที่ฉันใช้ที่เขาเป็คนซื้อให้อยู่ๆ ก็บอกให้ฉันเปลี่ยน ถ้าไม่ใช่ว่าเขาอยู่กับฉันตลอดฉันต้องคิดว่าเขาแอบไปมีคนอื่นมาแน่นอนเลย”มะยมถอนหายใจเธอรู้สึกเหมือนเธอเป็คนงี่เง่าที่เอาแต่ระแวงแฟนตัวเองแต่เธอแค่รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเหมือนกับว่ามีบางอย่างกดทับเธออยู่อย่างไรอย่างนั้น