บทที่ 12 พาเสือขาวไป (รีไรต์)
ลั่วฉิงเทียนดีใจได้ไม่นาน เสือขาวตรงหน้าก็พุ่งเข้าใส่ราวกับคลุ้มคลั่ง ดวงตาแดงก่ำฉายแววพิโรธ เธอรู้ทันทีว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีนัก จึงรีบหันหลังวิ่งสุดกำลัง มุ่งหน้าสู่เขาลิงที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
บริเวณที่ลิงอาศัยอยุ่นั้นสูงชันกว่าพื้นที่เสืออยู่ซึ่งเป็อุปสรรคต่อการเคลื่อนที่ของเสือขาว หากเธอเข้าไปถึงเขตนั้นได้ก็จะใช้สภาพเแวดล้อมเป็เกราะกำบัง และหาโอกาสเหมาะในการจัดการเสือขาวด้วยธนูและลูกศร
ความคิดแล่นฉิวพร้อมกับเร่งฝีเท้าจนแทบจะทะลุขีดจำกัด เสียงคำรามกึกก้องดังไล่หลัง เสือขาวยังคงไล่ตามมาติด ๆ แม้จะาเ็ แต่ความเร็วยังคงน่ากลัว
ลั่วฉิงเทียนยังไม่ทันถึงพื้นที่ของลิงเสือขาวก็กระโจนเข้ามาขวางหน้า ดวงตาเบิกโพลง อ้าปากกว้าง พร้อมที่จะขย้ำเธอเป็ชิ้นๆ
ลั่วฉิงเทียนใ เธอกำลังจะหลบเข้าไปในพื้นที่ ทันใดนั้นก็มีร่างสีขาวพุ่งออกมาจากด้านข้าง พุ่งตรงไปยังเสือขาวที่อยู่ตรงหน้า เมื่อลั่วฉิงเทียนมองเห็นชัดเจน ก็พบว่าสิ่งที่พุ่งเข้าใส่เสือขาวก็คือเสือขาวอีกตัวหนึ่งของูเาแห่งนี้
เพียงแต่ว่ารูปร่างของเสือขาวตัวนี้เล็กกว่าเสือขาวตัวก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งไปกว่านั้น บนร่างกายของเสือขาวตัวเล็กกว่าตัวนี้ยังเต็มไปด้วยาแ อีกทั้งท้องของมันยังป่องออกมาอย่างเห็นได้ชัด ดูเหมือนว่าในท้องกำลังอุ้มครรภ์เสือขาวตัวน้อยอยู่
ลั่วฉิงเทียนจำได้เสมอว่า เสือขาวของูเาแห่งนี้มีหนึ่งตัวผู้และหนึ่งตัวเมีย กล่าวคือ เสือแม่ตัวเล็กกว่าตัวนี้ก็คือภรรยาของเสือขาวตัวใหญ่ตัวนั้น แต่เมื่อมองดูเสือขาวสองตัวที่กัดกันอย่างเอาเป็เอาตายเช่นนี้ ก็ดูไม่เหมือนสามีภรรยากันเลยสักนิด
ไม่นานนัก เสือโคร่งตัวเมียที่ตัวเล็กกว่าก็เริ่มเสียท่า ส่วนเสือโคร่งตัวผู้ไม่รู้ว่ากัดเสือโคร่งตัวเมียไปแล้วกี่ครั้งแล้ว ตอนนี้เสือโคร่งตัวผู้ได้กดเสือโคร่งตัวเมียไว้ใต้ร่างและโจมตีอย่างบ้าคลั่ง
ในเวลานี้ ลั่วฉิงเทียนอยากจะวิ่งหนีไปจริง ๆ แต่เธอก็รู้ดีว่า หากครั้งนี้เธอวิ่งหนีไป ก็เท่ากับพลาดโอกาสเดียวที่จะฆ่าสัตว์ร้ายในอนาคตตัวนี้ ธนูและลูกศรปรากฏขึ้นในมือของลั่วฉิงเทียนอีกครั้ง ลูกศรสามดอกพุ่งเข้าใส่เสือขาวปักเข้าไปในร่างกายของเสือขาวอย่างไม่พลาดเป้าแม้แต่ดอกเดียว
“โฮกกกก!” เสือตัวผู้คำรามอย่างเดือดดาล มันละทิ้งเสือตัวเมียที่อยู่เบื้องล่าง พุ่งเข้าใส่ลั่วฉิงเทียนอีกครั้ง ลั่วฉิงเทียนะโขึ้นไปบนเนินเขาที่อยู่ด้านหลัง เธอขึ้นไปยืนบนชานผาหลบการจู่โจมของเสือตัวผู้ได้อย่างหวุดหวิด
ลั่วฉิงเทียนหยิบธนูขึ้นมาอีกครั้ง แล้วยิงออกไปสามดอกในขณะที่เสือตัวผู้พุ่งตัวขึ้นมาบนชานผา มันก็ชนเข้ากับลูกธนูที่ลั่วฉิงเทียนยิงออกมาพอดี
ลูกธนูพุ่งเจาะเข้าไปในดวงตาของเสือโคร่งสีขาว มันคำรามโหยหวนด้วยความเ็ป ก่อนจะร่วงลงไปกองอยู่บนพื้น ไม่นานเสือโคร่งตัวเมียลุกขึ้นยืนอย่างโซเซ ในขณะที่เสือโคร่งตัวผู้ตกลงมา มันก็พุ่งเข้าใส่ กัดและตะปบเสือโคร่งสีขาวอย่างไม่ปรานี
เสือสีขาวตาบอดคลุ้มคลั่ง มันเริ่มโจมตีทุกอย่างที่เข้ามาใกล้ ไม่ว่าจะเป็การกัดหรือการพุ่งชน ลั่วฉิงเทียนยืนอยู่บนที่สูง เธออยากจะยิงธนูออกไปอีกสักดอก
แต่ทว่า เสือทั้งสองตัวต่างก็เคลื่อนไหวไปมา ทำให้เธอไม่สามารถเล็งเป้าได้ ลั่วฉิงเทียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบมีดออกมาเล่มหนึ่ง เธอะโลงจากชานผา มุ่งหน้าไปยังเสือโคร่งทั้งสองตัว
ตอนนี้การต่อสู้ของเสือทั้งสองกำลังถึงจุดสิ้นสุด นี่เป็โอกาสที่ดีที่สุดที่เธอจะลงมือ เสือขาวทั้งสองตัวรู้สึกถึงการมาของลั่วฉิงเทียน แต่ดูเหมือนพวกมันไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย เสือขาวตัวเมียยังคงกัดคอเสือขาวตัวผู้แน่นไม่ยอมปล่อย
ลั่วฉิงเทียนฉวยโอกาสนี้ วิ่งเข้าไปใกล้แล้วฟันเข้าที่คอของเสือขาวตัวผู้อย่างแรง เสือร้องลั่นด้วยความเ็ป ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง
มันกางกงเล็บเล็บตะปบไปรอบด้าน เล็บแหลมคมกรีดผ่านร่างของเสือตัวเมียจนเกิดาแฉกรรจ์ที่ท้อง เสือตัวเมียค่อย ๆ หมดแรง ลั่วฉิงเทียนพลาดท่า โดนหางของเสือตัวผู้ฟาดกระเด็น
ลั่วฉิงเทียนมองดูเสือขาวตัวเมียล้มลง เธอพยายามทรงตัวลุกขึ้นยืน เมื่อไม่มีเสือตัวเมียขัดขวาง ลั่วฉิงเทียนจึงยิงธนูออกไปอีกครั้ง ลูกศรนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่เสือขาวตัวผู้ ร่างกายของมันเต็มไปด้วยลูกศร ราวกับเม่น
เืไหลนองพื้น เสือขาวตัวผู้ทนพิษาแไม่ไหว ล้มลงกับพื้นอย่างแรง ลั่วฉิงเทียนยืนหอบหายใจอยู่ไม่ไกล เธอไม่กล้าเข้าใกล้มัน ได้แต่มองดูอยู่ห่าง ๆ
เมื่อแน่ใจว่าเสือตัวผู้ไม่ขยับเขยื้อนอีกแล้ว ลั่วฉิงเทียนจึงวิ่งไปหาเสือขาวตัวเมีย ลมหายใจของมันแ่เบา ลั่วฉิงเทียนรู้ดีว่าสัตว์อสูรร้ายพวกนี้อันตรายมาก แต่เธอก็อดคิดไม่ได้ว่า อย่างน้อยเสือขาวตัวเมียก็ช่วยเธอเอาไว้
ลั่วฉิงเทียนตัดสินใจที่จะช่วยมัน เธอคิดว่าถ้าเสือตัวนี้รอดชีวิตได้ เธอก็สามารถเลี้ยงมันไว้ในพื้นที่ของเธอได้ ลั่วฉิงเทียนจำได้ว่าสัตว์กลายพันธุ์พวกนี้สามารถกลืนกินซึ่งกันและกันได้ เธอจึงเดินถือมีดไปข้าง ๆ เสือตัวผู้ ใช้มีดตัดเนื้อชิ้นเล็ก ๆ ออกมา แล้วเดินกลับไปหาเสือตัวเมีย
“กินนี่สิ แกอาจจะรอด” เสือตัวเมียแลบลิ้นเลียเนื้อเสือ แต่ไม่ได้กิน มันมองไปที่ท้องของตัวเอง แล้วดันท้องออกมาข้างหน้า จากนั้นมันก็แลบลิ้นเลียมือของลั่วฉิงเทียน ลั่วฉิงเทียนมองไปที่ท้องของเสือขาว เธอเห็นาแขนาดใหญ่ และท้องของมันยังคงขยับอยู่ตลอดเวลา
“แกหมายความว่าเธอกังวลเื่ลูกของแกหรอ” ราวกับมีแสงสว่างวาบขึ้นในดวงตาของเสือขาว
มันขยับหัวอีกครั้งแล้วแลบลิ้นเลียมือของลั่วฉิงเทียน พลังพิเศษของนักล่านั้น สามารถสร้างความสนิทสนมกับสัตว์และทำความเข้าใจความคิดของพวกมันได้
ลั่วฉิงเทียนเข้าใจความหมายของเสือขาวในทันที มันกำลังขอให้เธอผ่าร่างของมันเพื่อช่วยลูกของมันออกมา เพราะมันไม่มีแรงแม้แต่จะคลอดลูกแล้ว แววตาของลั่วฉิงเทียนสั่นไหว ดาบปรากฏขึ้นในมือของเธอ
“งั้นแกอดทนหน่อยนะ ฉันจะช่วยแกเอง!” ลั่วฉิงเทียนพูดจบ ก็ลงมือผ่าที่แผลบนท้องของเสือขาว แล้วช่วยมันทำคลอดลูกออกมา ลูกเสือขาวตัวน้อยที่ออกมาใหม่ ๆ นั้น ตัวเหี่ยวย่นไปทั้งตัวและยังลืมตาไม่ขึ้น
ลั่วฉิงเทียนวางลูกเสือขาวไว้ตรงหน้าแม่เสือ มันยื่นลิ้นออกมาเลียทำความสะอาดร่างกายของลูกน้อยอย่างอ่อนโยน จากนั้นมันก็คาบลูกเสือขาวไว้ในปาก ก่อนจะวางลงบนมือของลั่วฉิงเทียน ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความอ้อนวอน
“แกอยากให้ฉันพามันไปด้วยงั้นหรอ” เสือขาวยื่นลิ้นมาเลียมือของลั่วฉิงเทียน เธอถอนหายใจ
“ตกลง! ฉันสัญญา” จนถึงตอนนี้ ลั่วฉิงเทียนก็เข้าใจแล้วว่า ทำไมเสือขาวตัวเมียถึงได้มาช่วยเธอในตอนนั้น
าแบนตัวของมันส่วนใหญ่ไม่ใช่แผลใหม่ น่าจะเป็แผลที่เกิดขึ้นหลังจากฝนกรดกลายพันธุ์ เสือตัวผู้คงจะกัดมันทันทีที่เจอ เพื่อที่จะกลืนกินมัน
มันพยายามอย่างมากที่จะหนีไปที่เขาของลิง เพื่อปกป้องลูกในท้อง ส่วนเสือตัวผู้ก็ออกอาละวาดกินสัตว์อื่น ๆ ในสวนสัตว์ แม่เสือรู้ดีว่าไม่ช้าก็เร็วมันจะถูกเสือตัวผู้กิน
เมื่อเห็นว่าตัวเธอสามารถทำร้ายเสือได้ มันจึงเลือกที่จะช่วยเธอ สละชีวิตตัวเองเพื่อฆ่าเสือตัวผู้ ถึงแม้ตัวเองจะตายก็ไม่เป็ไร ขอแค่ลูกน้อยรอดชีวิตก็พอ ลั่วฉิงเทียนมองดูแม่เสือที่ไม่มีลมหายใจแล้วเอ่ยขึ้นว่า
“แกโชคดีแล้วล่ะ อย่างน้อยแกก็ได้พบกับฉัน แกตัดสินใจถูกแล้ว”