ตอนที่ 100 ออกเดินทางอีกครั้ง
“ใช่! แต่ก็อย่างที่บอกไปนั่นแหละ ไม่มีหลักฐานยืนยัน แถมยังเป็นการโยงส่งเดชอีก พลังหรือรายละเอียดอะไรก็ไม่มี” ผู้พันลาลันตายิ้มตอบ
“ไม่เป็นไรครับ อย่างน้อยผมก็พอมีแนวทางขึ้นมาบ้าง ขอบคุณนะครับ” นิทานยิ้มน้อย ๆ ขอบคุณ
หากให้เขาหาเองคงไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาเท่าใด ยิ่งข้อมูลที่ผู้พันลาลันตาเล่าให้เขาฟังนั้นล้วนมีแต่การเชื่อมโยงส่งเดชจากความเห็นอันหลากหลายของผู้เชี่ยวชาญ ย่อมยากหากจะให้เขาเชื่อมโยงด้วยตนเอง
“ถ้านายยังอยากหาข้อมูลอยู่ อารยธรรมโบราณพวกนั้นอยู่ในเขตแดนของพวกรูเบียสน่ะ ในขุนเขาและพฤกษาทางตะวันออกเฉียงใต้ของอาณาจักรไฟกัลป์” ผู้พันลาลันตานึกทวนความทรงจำเล็กน้อย
“ตะวันออกเฉียงใต้ ใกล้กับทางจักรวรรดิมาลาไคมั้ยครับ หรือลึกลงไปติดทะเลมากกว่า” นิทานนึกภาพแผนที่คร่าว ๆ ในหัว
มหาทวีปนั้นมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล หากในอดีตเคยปรากฏยอดคนท่านหนึ่งที่ออกเดินทางและสามารถวาดแผนที่โดยรวมได้ จากที่ยอดคนท่านนั้นบรรยายไว้ มหาทวีปแห่งนี้มีลักษณะคล้ายเกือกม้าคว่ำ
ตรงกลางและรายล้อมคือผืนน้ำอันกว้างใหญ่ที่แบ่งออกเป็นทะเลเหนือและใต้ หากเขตแดนหลักที่โจรสลัดยึดครองคือผืนน้ำภายในเกือกม้าและทางด้านล่างเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนบริเวณนอกมักเป็นที่ที่ยากต่อการสำรวจ บริเวณโดยรอบที่ไม่ห่างไปนักก็ยังคงมีโจรสลัดสัญจรอยู่บ้าง มีแม่น้ำหลายสายที่ไหลตัดผ่านมหาทวีป หลายสายในนั้นก็กว้างใหญ่จนคนจำนวนมากหลงคิดไปว่ามันคือมหาสมุทร แม่น้ำเหล่านี้คือขุมพลังหลักในการเดินทางของเหล่าโจรสลัดเพื่อติดต่อและลอบค้าขายกับประเทศต่าง ๆ
ราชอาณาจักรไฟกัลป์นั้นอยู่ทางตะวันออก ค่อนข้างเยื้องมาตรงกลาง เขตแดนของอาณาจักรติดกับทั้งผืนทะเลตรงกลางและหุบเหวแห่งผู้บิดเบี้ยวที่ตัดแบ่งกึ่งกลางระหว่างตะวันออกและตกของมหาทวีป ชายขอบระหว่างหุบเหวและอาณาจักรไฟกัลป์คือเมืองศิลาลัย บ้านเกิดของนิทาน จะพูดว่านิทานเป็นคนที่เกิดแทบจะตรงกลางของมหาทวีปเลยก็ไม่ผิด
ติดกันทางด้านขวาของอาณาจักรไฟกัลป์คือจักรวรรดิมาลาไค จักรวรรดิที่นับถือพลังและความแข็งแกร่งเป็นที่สุด เป็นอาณาจักรที่แม้จะมีไมตรีกับอาณาจักรไฟกัลป์ แต่เพราะนโยบายและรูปแบบการปกครองที่จักรพรรดิสั่งการทุกสิ่ง ทำให้หลาย ๆ อย่างมักมีกระทบกระทั่งกันตลอดหน้าประวัติศาสตร์ หากก็ไม่เคยมีความขัดแย้งใหญ่โตใด ๆ
ทางด้านล่างของอาณาจักรไฟกัลป์คือขุนเขาและพฤกษา ขุนเขาและพฤกษาเขตแดนทอดยาวไกลกินพื้นที่ส่วนล่างของมหาทวีปทางตะวันออกทั้งหมด ภายในนั้นคือเขตแดนของทั้งเผ่ารูเบียสและเผ่าซือบาส สองเผ่าที่เป็นอริกันมาตลอดหลายพันปี เนื่องจากขุนเขาและพฤกษาติดกับทั้งเขตแดนของไฟกัลป์และมาลาไคทำให้ทั้งสองเผ่าและสองประเทศติดต่อกันเป็นปกติ
เมืองท่าข้างสมุทรที่เป็นเป้าหมายสองสัปดาห์นี้ของเขาตั้งอยู่บริเวณทิศใต้ของอาณาจักรไฟกัลป์ ติดกับชายทะเลและเข้าใกล้ขุนเขาและพฤกษา
“ไม่แน่ใจแฮะ นายต้องลองสืบหาเอาเอง ฉันว่าพวกเผ่ารูเบียสกับเผ่าซือบาสน่าจะมีข้อมูลที่ละเอียดกว่านี้นะ” เธอส่ายหน้า จะอย่างไรเธอก็ไม่ใช่นักประวัติศาสตร์ขนานแท้ ข้อมูลจึงตกหล่นและไม่ชัดเจน
“เผ่าซือบาสกับเผ่ารูเบียส…” นิทานนึกภาพของอริยะจากทั้งสองเผ่าที่เขาเคยเห็นในงานประมูล
ชายวัยกลางคนที่มีนัยน์ตาสีแดงสดไร้ตาขาว เขาไม่ก็คมเขี้ยวอันแข็งแกร่งที่งอกขึ้นมาจากศอกและหน้าตาดุดันก้าวร้าว
ชายวัยกลางคนที่มีปีกสีขาวบริสุทธิ์ 6คู่บนแผ่นหลัง ดวงหน้างดงามและรัศมีที่ให้ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์
เพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกก็ทำให้นิทานรู้สึกว่าทั้งสองคือขั้วตรงข้ามของกันและกันแล้ว
“ถ้าคิดจะไปจริง ฉันแนะนำให้ติดต่อผ่านกลุ่มการค้าฟางนะ กลุ่มการค้าฟางน่าจะมีสัมพันธไมตรีกับเผ่าซือบาสที่สุดแล้ว” ผู้พันลาลันตาแนะนำอีกเล็กน้อย
“ขอบคุณครับ” นิทานพยักหน้ารับ เขาบันทึกเรื่องสำคัญ ๆ ไว้ครบถ้วนแล้ว ทั้งเรื่องประวัติศาสตร์ เทพอสูรทั้งหลาย ลักษณะของการปลุกพลังและเผ่าซือบาส
“แล้วนี่นายเตรียมตัวออกเดินทางรึยัง ทางใต้ร้อนนะ ลมทะเลอีก ระวังเรื่องหวัดหน้าร้อนด้วยล่ะ” ผู้พันลาลันตาปัดมือเล็กน้อย เก็บข้าวของทั้งหลายในห้อง
“ไม่มีที่ไหนร้อนกว่าที่นี่แล้วล่ะครับ เมืองอะไรแดดเผาตลอดทั้งปี” นิทานบ่นน้อย ๆ เขาเริ่มทำความสะอาดข่ายอาคมที่ถูกผู้พันลาลันตาวาดเอาไว้รอบห้อง
“ตั๋วล่ะ ซื้อรึยัง ไกลนะรอบนี้ อย่าลืมผ้าห่มกับหมอนละ เดียวหนาวเหมือนคราวมานะ” ผู้พันลาลันตาเตือน
“ว่าจะไปซื้อตั๋วอยู่ครับ รอให้คีตาเรียบร้อยก่อน แล้วก็ไหน ๆ ก็มีเงินนิดหน่อยแล้ว ว่าจะขอนั่งสบาย ๆ หน่อย อยากให้คีตาได้นอนเหยียดขาด้วยครับ”
“อ้าว ไม่ขี้งกละนี่ ไอ้ฉันเห็นนายกินข้าวที่โรงอาหารแทบทุกวันก็นึกว่าเป็นหนี้เลยเก็บเงิน” ผู้พันลาลันตาหัวเราะ
“เอ้า ก็ตอนมันไม่มีก็คือไม่มีนี่ครับ ต้องเก็บไว้บ้างสิครับ” นิทานหัวเราะตาม
ทั้งสองคุยกันเรื่อยเปื่อยระหว่างเก็บของ เมื่อเรียบร้อยแล้วจึงเดินออกจากห้องซ้อมด้วยกัน ผู้พันลาลันตายังมีงานที่ต้องทำอีกมาก เธอจึงเพียงเดินมาส่งนิทานถึงหน้าหน่วยพิทักษ์เมืองเท่านั้น ก่อนแยกย้ายไปเธอยังโยนผ้าห่มกับขนมจำนวนหนึ่งให้นิทานติดไว้ด้วย
นิทานรับผ้าห่มผืนใหญ่มา เขามองมันแล้วก็ยิ้มน้อย ๆ ดูเหมือนเธอจะเคยได้ยินเรื่องที่บนหลังนกยักษ์ 8ปีกหนาวแค่ไหน
บอกแล้วแท้ ๆ ว่าจะซื้อตั๋วสมบัติทอง นิทานบ่นน้อย ๆ หากเขาก็ยังพับเก็บผ้าห่มนั้นด้วยรอยยิ้ม
ก่อนมุ่งหน้าเข้าสู่ท่าเดินทางของกลุ่มการค้าเชียนเป่าเขายังไม่ลืมแวะร้านสมบัติวิเศษซื้อยันต์แปลงกายติดเอาไว้ เขาใช้อันหนึ่งในทันทีในจุดปลอดคน เปลี่ยนรูปร่างของตนเป็นผู้หญิงรูปร่างบึกบึนกำยำในขณะที่คีตากลายร่างเป็นพยัคฆ์ตัวใหญ่สีส้มอ่อน
เขามองร่างกายของตนอย่างตื่นเต้น เขาไม่เคยมีประสบการณ์แปลงกายมาก่อน
รูปร่างนี้เคลื่อนไหวยากแฮะ ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย นิทานพึมพำ ร่างผู้หญิงยามนี้สูงและบึกบึนกว่าร่างจริงของเขา
คีตาสำรวจร่างกายของมันอย่างงง ๆ หากมันก็ดูจะมีความสุขดีเมื่อเห็นหางของมันยาวและเรียวขึ้น
เมื่อเคลื่อนไหวร่างกายจนชินและเปลี่ยนเครื่องแต่งกายแล้วทั้งสองจึงมุ่งหน้าออกจากเมือง เมื่อเขาเห็นประตูเมืองและคนจำนวนมากที่ต่อแถว เขารู้สึกเหมือนตนได้วนกลับมายังตอนที่เขาย้ายเข้านครรัตนะใหม่ ๆ ทางเดินทางเดิมและบรรยากาศเดิม ๆ
บริเวณนอกเมืองที่เป็นที่พักผ่อนของนกยักษ์ 8ปีก นิทานที่ซื้อตั๋วสมบัติทองเรียบร้อยแล้วจึงได้เดินมาต่อแถว คราวนี้เขาไม่ได้พกสัมภาระมากมายอะไร มีเพียงร่มหนึ่งคันที่เขาเดินกางมาตลอดทางเท่านั้น คีตาก็ดูจะชินกับการเดินเคียงข้างเขาภายใต้ร่มขึ้นแล้ว ที่เปลี่ยนมีเพียงแค่สีของร่มปกปักหทัยที่ได้รับการปลอมแปลง
เมื่อนกยักษ์ตัวหนึ่งแล่นลงมาจอด สตรีในชุดทะมัดทะแมงผู้หนึ่งก็ลุกขึ้นจากที่นั่งบริเวณคอนก เธอเปล่งเสียงดังเริ่มการจัดแถวเช่นเคย
"ท่านผู้โดยสารทุกท่านรบกวนต่อแถวอย่างเป็นระเบียบ ให้ผู้สูงวัยและเด็กเล็กขึ้นก่อน ตามด้วยผู้โดยสารตั๋วสมบัติทอง ตั๋วสมบัติเงิน และตั๋วสมบัติทองแดงตามลำดับค่ะ"
เสียงอันคุ้นเคยเรียกสายตาของนิทานให้มองไปยังกัปตันสตรีคนนั้น นิทานหัวเราะน้อย ๆ เมื่อเขาเห็นว่ากัปตันคนนั้นคือคนคุ้นหน้า
อย่างกับย้อนศรทางเดินเลยจริง ๆ แฮะ นิทานหัวเราะเล็กน้อย กัปตันเมฆายังคงเป็นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง หากจะว่ากันจริง ๆ เขาก็พึ่งย้ายมาได้เพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรกับสิ่งรอบตัวมากก็คงไม่ได้
เขารู้สึกอบอุ่นในอกน้อย ๆ เมื่อครั้งเขาเดินทางมาเขาแทบไม่รู้จักใครเลย เพียงโชคดีพบกับฟาง หมิงระหว่างทางมาเท่านั้น ที่พักก็ไม่มี งานก็ยังไม่ได้ทำ ได้เพียงไปขอเข้าพบผู้พันลาลันตา
หลังจากผ่านการทดสอบ เขาจึงได้งานทำพร้อมกับที่พัก งานที่เขาทำแม้จะเหนื่อยอยู่บ้างแต่ก็สนุกดี เขาได้ช่วยคนมากมาย เพื่อนร่วมหน่วยก็นิสัยดีกันทั้งนั้น ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกลำบากใจแต่อย่างใด
การทำงานได้สอนสิ่งต่าง ๆ มากมายให้แก่เขา เขาได้ต่อสู้กับคนร้ายต่าง ๆ นานา ได้รับรู้ว่าผู้เรียนรู้หลายคนนั้นแข็งแกร่งแค่ไหน แต่จะให้พูดถึงสิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คงเป็นการที่ผู้พันลาลันตาลากเขาไปงานเลี้ยงของราชวงศ์ในครั้งนั้น
งานเลี้ยงครั้งนั้นทำให้เขาได้พบกับเพื่อนสนิทคนสำคัญของเขา องค์หญิงไพลิน อัคนี ไฟกัลป์ องค์หญิงที่ 4 แห่งอาณาจักรไฟกัลป์ นอกจากนั้นยังได้มีสัมพันธ์กับระดับสูงของอาณาจักร ถูกลากเข้าไปพัวพันกับการเมืองภายในอย่างเต็มตัวและอื่น ๆ
แม้แรก ๆ เขาจะเกร็งอยู่บ้าง แต่พอรู้จักกันเข้าจริง ๆ ถึงได้รู้ว่าเธอเป็นคนสบาย ๆ แค่ไหน และความสามารถในการตีสนิทของเธอก็ทำให้นิทานเปิดใจได้จริง ๆ แม้จะเป็นเช่นนั้นแต่นิทานกลับรู้ตัวดีว่าเหตุผลที่เขาเปิดใจเป็นเพราะเขานับถือในความสามารถและความรู้สึกที่ว่าเธอคล้ายคลึงกับเขา
นิทานผ่านช่วงเวลาที่หนักหนาสาหัสมา เขาจึงรู้ดีว่าคนที่ยังศรัทธาในตัวเองแม้จะมืดมนเพียงใดนั้นน่ายกย่องเพียงไหน และนั่นคือเหตุผลหลัก ๆ ที่เขานับถือความสามารถของเธอ รวมถึงยินดีสนับสนุนเธอในการเป็นผู้ประคองบัลลังก์
ก็จริงอยู่ที่การที่เขาถูกลากไปพัวพันกับเรื่องยุ่งยากมากมายก็เพราะเธอ แต่ลึก ๆ แล้วนิทานก็เป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น การที่ตนได้สนับสนุนเพื่อนของตนขึ้นสู่ตำแหน่งใหญ่โตและมอบความสุขให้คนมากมาย จะบอกว่าเขาทำไปด้วยจิตใจดีเพียงอย่างเดียวก็คงจะโกหก ผลประโยชน์ที่ตามมามากมายก็เป็นอีกเหตุผลสำคัญ
ถึงผลประโยชน์จะสำคัญ แต่ตัวเขาก็ยังนับถือน้ำใจเป็นหลักอยู่ดี ไม่เช่นนั้นเขาคงเลือกตอบรับตอนที่อารากะชักชวนแล้ว สำหรับเขาแล้ว เขาขอสนุกกับเพื่อนพร้อมกับทำอะไรที่มันน่าสนใจดีกว่าเข้าร่วมกับใครก็ไม่รู้เพราะคำว่าผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว
นิทานยิ้มน้อย ๆ ในขณะที่นกยักษ์ 8ปีกขึ้นบิน เสียงกึกก้องของกัปตันเมฆาดังขึ้นอีกครั้งเรื่องจุดหมายการบินและการกล่าวขอบคุณตามระเบียบของกลุ่มการค้าเชียนเป่า
เขาเหม่อมองนครรัตนะอันกว้างใหญ่เบื้องล่าง เมืองที่เขาอยู่มานานหลายเดือน เหมือนคีตาจะรับรู้ เพราะมันที่เหยียดตัวเตรียมนอนกลับเงยหน้าขึ้นมองลงไปที่นครรัตนะเช่นกัน
นิทานยิ้มน้อย ๆ พลางหยิบหวีอันโปรดของคีตาออกมาแปรงขนมัน
ไม่กี่เดือนเอง ผ่านอะไรมาเยอะเลยนะ นิทานอมยิ้ม