ตอนที่ 8
สมุนไพรที่เปลี่ยนไป
สถานที่นี้คือใต้ต้นไม้ใหญ่ริมทะเลสาบ พื้นที่โดยรอบมีต้นไม้ขนาดเล็กและต้นหญ้าสูงขึ้นปกคลุมบังสายตาจากคนนอกได้ดี เฉินฟงนั่งลงใต้ต้นไม้ ไม่รอช้าชายหนุ่มเปิดหีบหยิบดอกแก้วอินทนิลขึ้นมา
ใช่แล้ว…เขากำลังหลอมยา !!!
นี่ไม่ใช่สิ่งที่เฉินฟงอยากทำเท่าไหร่นักแต่เขาไม่มีทางเลือกเพราะราคายาในท้องตลาดแพงเกินไปสำหรับเขาการเลือกซื้อสมุนไพรแล้วทำการหลอมเองจึงประหยัดที่สุด แต่ก็เสียเวลาและกำลังที่สุดเช่นกัน
หากเฉินฟงบอกคนอื่นว่าเขากำลังจะหลอมยาคงมีแต่คนหาว่าเขาบ้าไปแล้ว เพราะศาสตร์การหลอมยาเป็ศาสตร์ระดับสูงแขนงหนึ่งของจอมยุทธ์ ไม่ใช่ผู้เป็จอมยุทธ์ทุกคนจะหลอมยาได้ และไม่ใช่ผู้หลอมทุกคนจะทำได้ดี ยิ่งกว่านั้นระดับพลังมีผลต่อการหลอมมาก คนส่วนใหญ่สามารถหลอมยาได้จะต้องอยู่ในระดับเจี่ยงจิงขึ้นไป พวกเขาจะต้องััตันเถียนให้ได้ซะก่อนจึงมีพลังมากพอใช้พลังิชี่เป็เชื้อเพลิงในการหลอมยา และเท่าที่เฉินฟงรู้มาที่นี่ขขผู้หลอมยาจะหลอมผ่านเตาหลอมเท่านั้น !
และนั้นแตกต่างจากศาสตร์ที่เฉินฟงจะใช้…
ชายหนุ่มรวบรวมสมาธิเมื่อหยิบดอกแก้วอินทนิลมาแล้วก็ใช้พลังิชี่ทำให้ดอกไม้ลอยขึ้นระดับสายตา แขนสองข้างยกขึ้นวาดลวดลายแปลกตาไม่นานจึงเกิดรัศมีบางจางสีเขียวเป็รูปวงกลมวาดทับดอกแก้วอินทนิล ดอกไม้สีม่วงที่อยู่ภายใต้รัศมีวงกลมสั่นไหวเบา ๆ เมื่อเฉินฟงส่งพลังงานบริสุทธิ์ของคลื่นิชี่เข้าไปในวงหลอม ชายหนุ่มสะบัดมือวาดรัศมีพลังอีกครั้งปรากฏเป็รูปสามเหลี่ยมสีทองประกายเขียวทาบทับรัศมีวงกลมเดิมพร้อมหยิบสมุนไพรธรรมดาอีกสองชนิดใส่เข้าไปในวงหลอม
ทันทีที่ทั้งหมดัักันโดยมีคลื่นิชี่ของเฉินฟงคอยควบคุม ดอกแก้วอินทนิลเริ่มปล่อยละอองสีเขียวอมม่วงออกจากตัว ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏเม็ดเหงื่อไหลตามกรอบหน้า แม้จะดูง่ายดายแต่ในความเป็จริงเคล็ดวิชาการหลอมนี้เป็สิ่งที่ควบคุมได้ยากมาก มันคือการใช้วงหลอมคลื่นิชี่เเทนเตาหลอม ใช้คลื่นิชี่แทนไฟในการหลอมด้วยวิธีนี้เตาหลอมจึงกลายเป็สิ่งไม่จำเป็ แถมวิธีนี้ยังรักษาประสิทธิภาพของยาหรือเสริมสรรพคุณของยาได้มากยิ่งขึ้น
มันเป็วิธีการหลอมยาที่สืบทอดมาจากตระกูลฝั่งมารดาของเขา !!
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ดอกแก้วอินทนิลในวงหลอมกลายเป็ละอองสีเขียวอมม่วงจนเกือบทั้งดอกแล้ว เฉินฟงส่งพลังิชี่เข้าไปอีกใน่ท้ายดวงตาชายหนุ่มมุ่งมั่นกับการหลอมเบื้องหน้า
เมื่อดอกแก้วอินทนิลกลายเป็ละอองจนหมดชายหนุ่มขยับมือในท่าใหม่ กวาดมือเป็วงกว้างแล้วชี้นิ้วชี้กับนิ้วกลางสองนิ้วไปทางวงหลอมรัศมีพลังสีเขียวสว่างพุ่งจากนิ้วชี้และนิ้วกลางโอบล้อมละอองดอกไม้และสมุนไพร ขั้นตอนนี้คือการบีบอัดวัตถุดิบเข้าด้วยกันเขาจะต้องควบคุมทั้งคลื่นพลัง ความร้อนและระยะเวลาให้พอดีไม่อย่างนั้นสิ่งที่ทำมาก่อนหน้าจะหายกลายเป็อากาศ !
ขั้นตอนนี้ใช้เวลาไม่นานในที่สุดเบื้องหน้าเฉินฟงเริ่มปรากฏเม็ดยาขนาดเล็กภายในวงหลอมและก่อนที่ขั้นตอนสุดท้ายจะเสร็จสิ้น ดวงตาคมหรี่เข้าหากันเพ่งมองใจกลางเม็ดยาที่เหมือนมีบางอย่างเคลื่อนที่อยู่ภายใน เมื่อเเน่ใจมุมปากชายหนุ่มยกยิ้มเบา ๆ สองมือตวัดเปลี่ยนกระบวนท่าวงหลอมขนาดใหญ่หดเล็กลงพร้อมกับลอยมาอยู่เหนือฝ่ามือของเฉินฟง คลื่นพลังยังคงส่งเข้าวงหลอมอย่างต่อเนื่องจนในที่สุดวงหลอมสีทองได้ะเิออกเป็ไอสีทองปนเขียวเข้าคลุมเม็ดยาด้านในจนในที่สุดจากสีเขียวอ่อนก็กลายเป็เขียวเข้มกระจ่างปกคลุมเม็ดยาจนมิด
มุมปากชายหนุ่มขยับกว้างขึ้นเเม้หยาดเหงื่อจะหยดไหลลงพื้นแต่เขาไม่ได้สนใจตอนนี้เฉินฟงกำลังยินดีกับการหลอมที่สำเร็จ
ในที่สุดไอสีเขียวที่ปกคลุมเม็ดยาก็แตกกระจายออกเผยให้เห็นเม็ดยาสีม่วงอ่อนแวววาวขนาดไม่ใหญ่ตัวเม็ดยาแผ่รัศมีสีทองจาง ๆ โดยรอบ นอกจากนั้นหากมองดี ๆ จะเห็นว่าใจกลางเม็ดยามีเหมือนคลื่นพลังสีเขียวลอยวงไปมาอยู่ด้านใน
เม็ดยาลอยตกสู่มือของเฉินฟงชายหนุ่มยิ้มกว้าง ในที่สุดเขาก็หลอมยาขยายเส้นลมปราณที่มีคุณสมบัติแฝงสำเร็จ !!!
หากยาทั่วไปว่าหลอมยากแล้วยาที่มีคุณสมบัติแฝงถือว่าหลอมยากกว่าปกติถึง 10 เท่า !! และแน่นอนว่าราคาก็ขยับพุ่งขึ้นจากปกติเป็ 10 เท่าเช่นกัน !
เฉินฟงหายใจแรงเล็กน้อย ด้วยระดับพลังิชี่ที่แสนต่ำต่อยของเขาตอนนี้การหลอมยาระดับนี้ได้ถือว่าเป็ไปไม่ได้ด้วยซ้ำจึงไม่แปลกที่มันจะกินพลังงานและทำให้อ่อนล้า
แต่หากคนอื่นมาเห็นฉากนี้แม้แต่นักหลอมเองคงแทบกระอักเืช้ำในเพราะสิ่งที่เฉินฟงทำได้มันเกินขอบเขตจิตนาการของพวกเขาด้วยซ้ำ !
ในความเป็จริงศาสตร์การหลอมยาเป็ศาสตร์แรกที่เฉินฟงเรียนรู้ เขาเรียนรู้การหลอมยาและหลอมยาเม็ดเเรกได้ั้แ่อยู่ระดับลี่จิงขั้น 1 ด้วยซ้ำ !
เฉินฟงนึกถึงเื่ราวในวัยเด็ก เพราะเส้นทางวัยเด็กไม่ได้ราบรื่นหากมารดาไม่ได้สอนศาสตร์การหลอมยาและรักษาพิษให้ เขาคงไม่อาจรักษาชีวิตของตัวเองมาได้จนถึงตอนนี้
อย่างน้อยฝีมือยังไม่ตก…
ชายหนุ่มยิ้มในใจ แม้จะสามารถหลอมยาที่มีคุณภาพดีมากเกินคนทั่วไปจะทำได้ แต่ถ้าเฉินฟงตัดสินใจหลอมยาจากสมุนไพรทั้งหมดที่เขาซื้อมา แน่นอนว่ามันจะกินพลังงานเเละเวลาจนสองวันที่เหลืออยู่นี้เขาไม่อาจฝึกฝนเพื่อเลื่อนระดับพลังิชี่ได้
เฉินฟงเก็บยาลงในขวดไม้ที่เตรียมไว้ก่อนจะเริ่มต้นหลอมยาเม็ดใหม่อีกครั้ง
เวลาผ่านไปจากบ่ายจนเย็น จนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าร่างสูงของเฉินฟงยังคงนั่งอยู่ที่เดิมเบื้องหน้าก็ยังคงเป็วงหลอมสีทองเช่นเดิม แต่ใบหน้าหล่อเหลาในตอนนี้เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ผิวสีขาวซีดลงกว่าเดิมอีกหลายเท่า เขาหลอมยามาทั้งวันไม่ได้พักนี่เกือบจะถึงขีดจำกัดของร่างกายในตอนนี้แล้ว
เมื่อวงหลอมสิ้นสุดลงเฉินฟงเก็บเม็ดยาสีม่วงลงขวดไม้ร่างสูงหอบหายใจค่อนข้างเเรง
“วันนี้คงต้องพอเเค่นี้ก่อน หากข้ายังหลอมต่อไปเกรงว่าแม้จะหลอมได้ก็จะได้ยาที่ไร้คุณภาพแทน” เฉินฟงเก็บสมุนไพรที่เหลือครึ่งหนึ่งไว้ในแหวนเก้าจันทรา
สมุนไพรพวกนี้ราคาไม่ได้สูงไม่น่ามีผู้ใด้าปล้งชิงมัน เนื่องจากสูตรยาของเฉินฟงเป็สูตรที่แปลกประหลาดเขาใช้สมุนไพรธรรมดาที่ไม่นิยมนำมาหลอมยา ทั้งดอกแก้วอินทนิลที่หลอมได้ยาขยายเส้นลมปราณ หญ้าหนวดพยัคฆ์หลอมได้ยาสมานแผล หญ้าหยดน้ำค้างที่หลอมได้ยาฟื้นฟูพลัง
หากมีผู้ใดรับรู้ว่าเฉินฟงใช้สมุนไพรธรรมดาเหล่านี้สร้างยาที่มีคุณภาพสูงและมีคุณสมบัติแฝงได้พวกเขาคงตกตะลึงและนึกว่าเป็เพียงความฝันแน่นอน
เฉินฟงมองขวดยาทั้งสามขวดของตน พร้อมเก็บเข้าอกเสื้อของตนเอง เขาต้องกลับที่พักแล้ว หากซูหยุนไม่เห็นเขากลับไปอีกฝ่ายอาจจะนึกว่ามีอันตรายเกิดขึ้นกับเฉินฟงได้
ใช้เวลาราวครึ่งชั่วยามเฉินฟงก็กลับมายังที่พักของตน ชายหนุ่มพบเจอซูหยุนนั่งอยู่ใกล้ ๆ ทางเข้าโรงเตี๊ยม ทันทีที่ผู้สูงวัยเห็นเฉินฟงก็รีบเข้ามาหาด้วยสีหน้าห่วงใยทันที
“เ้าหายไปไหนมา ข้ากลัวว่าจะเกิดอันตรายกับเ้าคิดว่าหากไม่กลับในหนึ่งชั่วยามคงต้องรวบรวมคนออกตามหาเ้าแล้ว !”
เฉินฟงส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้อีกฝ่ายขณะเดียวกันในใจเขาก็รู้สึกดีขึ้นมาที่อีกฝ่ายเป็ห่วงเขาเช่นนี้
“ขออภัยท่านลุงด้วยที่ข้าทำให้เป็ห่วง ข้าไม่เคยเข้าเมืองใหญ่มาก่อนจึงเดินหลงทาง”
เฉินฟงโป้ปด จะให้เขาบอกว่าเขากลับช้าเพราะหลอมยาอยู่นะหรือ ซูหยุนนึกว่าเขาเสียสติไปแล้วแน่ ๆ
“เอาเถอะ ๆ เ้ากลับมาก็ดีแล้ว รีบไปพักผ่อนดีกว่า พรุ่งนี้จะได้ฟื้นฟูพลังให้เต็มที่สำหรับเตรียมตัวในการทดสอบ”
“ขอรับท่านลุง”
เฉินฟงกล่าวลาซูหยุนชายหนุ่มเดินขึ้นไปในห้องนอนของตนเอง เขาเห็นรุ่นเยาว์อีกสองคนอยู่ภายในห้องแล้วทั้งสองเลือกมุมห้องคนละมุมในการฝึกฝนพลังิชี่ ท่าทางของแต่ละคนขยันขันเเข็งมาก ใช่ว่าเฉินฟงไม่อยากฝึกพลังิชี่บ้างแต่เพราะการหลอมยาหลายสิบเม็ดทำให้เขาล้าพอสมควร จะใช้ยาฟื้นฟูพลังของตัวเองเพื่อการนี้ก็น่าเ็ปเกินไป ยาพวกนั้นเขา้าเก็บไว้ใช้ยามจำเป็ !
เมื่อคิดได้ดังนั้นเฉินฟงจึงเดินตรงไปยังเตียงนอนเขาล้มตังลงนอนทันทีไม่นานก็เข้าสู่ห้วงนินทรา
เช้าวันใหม่มาถึงเฉินฟงออกจากโรงเตี๊ยมแต่เช้าชายหนุ่มบอกลาซูหยุนว่าเขาจะไปฝึกฝนพลังิชี่ที่อื่น แต่ในความเป็จริงเขามุ่งหน้าไปยังป่าทางทิศใต้เช่นเดิม ชายหนุ่มเรียกหีบสมุนไพรออกมาจากแหวนเก้าจันทราแล้วเริ่มลงมือหลอมยาต่ออีกครั้ง วันนี้เขาจะต้องหลอมยาให้เสร็จ !
เวลาผ่านไปจนเข้าสู่่เย็น ในที่สุดการหลอมยาทั้งสามชนิดของเฉินฟงก็สิ้นสุดลง ชายหนุ่มเก็บยาฟื้นฟูพลังเม็ดสุดท้ายลงขวดไม้ เขาถอนหายใจเบา ๆ ตอนนี้เฉินฟงมียาขยายเส้นลมปราณระดับกลางที่มีคุณสมบัติแฝงในการลดอาการาเ็ของเส้นลมปราณ 15 เม็ด ยาสมานแผลระดับกลาง 10 เม็ด และยาฟื้นฟูพลังระดับกลาง 7 เม็ด
ระดับคุณภาพของยาถูกแบ่งออกเป็ ยาระดับต่ำ ยาระดับกลาง ยาระดับสูง ยาระดับฟ้า ยาระดับเซียน ยาระดับตำนาน ! ซึ่งยาระดับตำนานถือเป็ยาที่ไม่อาจประเมินค่าได้มันมีค่ามากยิ่งกว่าแคว้นแคว้นนึงเสียอีก ว่ากันว่ามันสามารถชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นคืนได้ !
ร่างสูงลุกขึ้นยืนเขาเก็บขวดยาทั้งหมดใส่ในแหวนเก้าจันทรา ไม่นานก็ทะยานตัวออกจากเขตป่า สถานที่ที่เฉินฟงจะไปไม่ใช่โรงเตี๊ยมที่พักแต่ชายหนุ่มมายังโรงประมูลประจำเมืองเเทน ในเมืองใหญ่ทุกเมืองมักมีโรงประมูลอยู่สองถึงสามแห่ง มันเป็สถานที่จับจ่ายสิ่งของหายากและไม่อาจประเมินราคาปกติได้ ด้านหน้าโรงประมูลถูกเขียนด้วยปายขนาดใหญ่ว่า ‘โรงประมูลหลิวหยวน’ มีเวรยามควบคุมแ่าเฉินฟงเพียงก้าวเท้าเข้าเขตโรงประมูลก็ถูกขัดขวางด้วยชายร่างกำยำสองคน
“เ้ามาทำอะไร”
หนึ่งในสองคนนั้นเอ่ยขึ้นพร้อมกับกวาดตามองเฉินฟงั้แ่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเหยียดหยาม แต่นั้นไม่ได้ทำให้เฉินฟงประหม่า เขาเข้าใจดีว่าคนส่วนใหญ่ที่มาโรงประมูลมักเป็คนมีฐานะ การแต่งตัวจึงดูหรูหรา ไม่ใช่ชุดผ้าฝ้ายธรรมดาเก่า ๆ เช่นที่ตนใส่อยู่ และผู้ที่จะมาขายของประมูลส่วนใหญ่ก็มักเป็จอมยุทธ์ระดับลี่จิงขั้น 6 ขึ้นไป เมื่อพิจราณาจากสองข้อนี้จึงไม่แปลกที่ผู้คุ้มกันโรงประมูลทั้งสองคนจะมองเฉินฟงด้วยสายตาเหยียดหยาม
“พี่ชาย ข้ามาขายของประมูล มันเป็ยาลดอาการาเ็ของเส้นลมปราณระดับกลางและยาสมานแผลระดับกลาง”
เฉินฟงหยิบขวดยาออกมาให้ชายทั้งสองคนดู หนึ่งในนั้นพยักหน้าให้และชี้ไปยังประตูเล็กด้านข้างเเทน เพราะสินค้าของเฉินฟงไม่ได้มีความน่าสนใจขนาดนั้น ยาระดับกลางแม้จะหายากแต่ก็ไม่ใช่สิ่งน่าสนใจสำหรับโรงประมูลเท่าไหร่ แต่ของพวกนี้บางอย่างโรงประมูลจะรับไว้เพื่อนำออกมาประมูลขั้นเวลาสำหรับงานประมูลใหญ่ประจำเดือน หรือนำออกมาประมูลในงานประมูลเล็กประจำสัปดาห์
เฉินฟงกล่าวขอบคุณชายหนุ่มเดินอ้อมไปยังประตูเล็ก ประตูข้างมีไว้สำหรับให้ผู้มาขายของประมูลติดต่อกับผู้ดูแลด้านในแน่นอนหากของประมูลน่าสนใจและผู้ขายเป็คนมีหน้ามีตาหรือเป็จอมยุทธ์ระดับสูง ชายสองคนนั้นไม่มีทางชี้ให้เข้าโรงประมูลทางนี้แน่นอน
เฉินฟงไม่ได้คิดมากเพราะเขารับรู้กฏพวกนี้ดี ชายหนุ่มเดินเข้ามาด้านในซึ่งมีโต๊ะยาวตั้งอยู่ ด้านหลังโต๊ะยาวเป็ชายวัยกลางคนที่มีหนวดสีขาวกำลังดีดลูกคิดก้มหน้าก้มตาอยู่กับกองกระดาษบนโต๊ะ
“ข้ามาขายของประมูล”
เฉินฟงเอ่ยทักก่อน ชายหนวดขาวไม่เพียงไม่เงยหน้าขึ้นมองยังชี้ไปยังพื้นที่ว่าง ๆ บนโต๊ะให้เฉินฟงนำของออกมาวาง ชายหนุ่มทำตามนั้นเขานำขวดยาออกมาสองขวด ขวดแรกใส่ยาขยายเส้นลมปราณระดับกลางที่มีคุณสมบัติแฝงไว้ทั้งหมด 5 เม็ด อีกขวดใส่ยาสมานแผลระดับกลางที่มีคุณสมบัติแฝง 3 เม็ด
เฉินฟงเลือกนำออกมาขายไม่เยอะ เขายังไม่รู้ราคาประมูลแน่ชัดว่าแต่ละเม็ดจะได้ราคาเท่าไหร่จึงนำออกมาเท่านี้ก่อน อีกอย่างหากมีเยอะเกินไปก็เป็ที่น่าสงสัยได้ เขาขายยาเพื่อ้าเหรียญทองมาเป็ค่าใช้จ่ายในการบ่มเพาะพลัง แต่ก็ไม่ได้้าทำธุรกิจขายยาจริงจังขนาดนั้น
“มันคือยาอะไร”
เมื่อใช้เวลารออย่างใจเย็นครู่ใหญ่ชายหนวดขาวก็เปิดปากเอ่ยถามขึ้นมา
“ในนี้มียาขยายเส้นลมปราณระดับกลางที่มีคุณสมบัติแฝงอยู่ 5 เม็ด และยาสมานแผลระดับกลางที่มีคุณสมบัติแฝงอีก 3 เม็ด ท่านคิดราคาเริ่มประมูลเท่าไหร่หรือ”
เมื่อได้ยินคำว่าคุณสมบัติแฝง นิ้วมือที่กำลังดีดลูกคิดของชายหนวดขาวหยุดชะงักทันที เขาเงยหน้าขึ้นจ้องเฉินฟงด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ และมองไปยังขวดยาสองขวดด้วยสายตาไม่มั่นใจ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มั่นใจในสินค้าเฉินฟงจึงหยิบขวดยาทั้งสองแล้วเทเม็ดยาทั้งสิบใส่ชามหยกที่วางอยู่ข้าง ๆ
เมื่อเม็ดยากระทบจานหยกก่อให้เกิดเสียงกระทบกรุ๊งกริ๊งน่าฟัง แต่นั้นไม่ได้หยุดสายตาชายหนวดขาวเท่ากับรัศมีสีทองที่โอบล้อมเม็ดยาทั้งสิบ ! เพราะมันคือสัญลักษณ์ของยาที่มีคุณสมบัติแฝง !
“มัน…มันมีคุณสมบัติแฝงจริงด้วย !”
ชายหนวดขาวดูตื่นเต้นสายตาเป็ประกายไม่อยากจะเชื่อเมื่อมองเม็ดยา เฉินฟงไม่ได้สนใจท่าทีนั้นเขายังคงย้ำคำถามของตนเองต่อไป
“ท่านให้ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่หรือ”
เหมือนชายหนวดขาวจะเพิ่งได้สติ สายตาที่มองเฉินฟงมีความประหลาดใจฉายชัดออกมา
“อ่า มันเกินความสามารถข้าที่จะตีราคา เ้าช่วยรอตรงนี้ซักครู่ได้หรือไม่ข้าจะไปตามคนที่เหมาะสมมาให้” เฉินฟงพยักหน้ารับ ไม่นานชายหนวดขาวที่จากไปก็กลับมาพร้อมกับใครอีกคน ชายคนนั้นมีผมสีน้ำตาลรูปร่างไม่สูงมากหน้าตาสะอาดสะอ้านวัยประมาณสี่สิบปี สวมชุดสีน้ำเงินหรูหรากระจายกลิ่นอายของจอมยุทธ์ระดับเจี่ยนจิงขั้น 5 ออกมาจาง ๆ เขาชำเหลือกมองเม็ดยาทั้งสิบด้วยสายตาเป็ประกายก่อนจะหันมาหาเฉินฟงพร้อมรอยยิ้ม
”ข้าชื่อจ้าวอี้ เป็หัวหน้าดูแลการรับซื้อของหอประมูล เ้าเป็เ้าของยาทั้งหมดนี่หรือ”
เฉินฟงพยักหน้ารับ สายตาแปลกใจถูกส่งออกมาจากจ้าวอี้ แน่นอนเขาสงสัยว่ายามีค่ามากมายเหล่านี้มาอยู่กับชายหนุ่มที่มีพลังต่ำต่อยผู้นี้ได้อย่างไร ตัดเื่คนตรงหน้าเป็ผู้หลอมออกไปได้เลยทั้งระดับพลังและความน่าจะเป็เห็นได้ชัดว่าไม่มีทาง
ต้องเข้าใจว่ายาที่มีคุณสมบัติเเฝงนั้นหายากยิ่ง มันมีค่ามากแม้จะเป็ระดับต่ำ แต่นี่เป็ถึงระดับกลางและยังมีถึง 7 เม็ด ! แม้ที่นี่จะเป็หอประมูลขนาดใหญ่แต่ยาที่มีคุณสมบัติแฝงก็ไม่ใช่สิ่งที่หาได้ง่าย ๆ ด้วยตัวตนของนักหลอมที่หายากแล้ว นักหลอมที่สามารถทำให้ยามีคุณสมบัติเเฝงได้ยิ่งหายากกว่าเพราะนอกจากพลังแล้ว ความเชี่ยวชาญรวมถึงการเข้าใจศาสตร์การหลอมยาอย่างถ่องเเท้ถือเป็สิ่งที่ยากยิ่ง
“หนุ่มน้อยเ้าคงรู้ว่ายาทั้งหมดนี่มีค่ามากแค่ไหน ข้าขอถามเ้าได้หรือไม่ว่าเ้าได้ยาเหล่านี้มาอย่างไร” เฉินฟงไม่แปลกใจในทำถาม เขาตอบด้วยท่าทีไหลลื่นปกติ
“มันเป็มรดกตกทอดของตระกูลข้า หากไม่ใช่เพราะข้าจำเป็ต้องใช่เหรียญทอง ข้าคงไม่นำมรดกของตระกูลมาขายเช่นนี้” จ้าวอี้พยักหน้ารับไม่ถามสิ่งใดต่อแม้จะไม่ปักใจในสิ่งที่เฉินฟงพูดทั้งหมดก็ตามที
”ข้าขอทราบนามของเ้าได้หรือไม่ดูแล้วเ้าน่าจะไม่ใช่คนในเมืองฉางชุน”
“ข้าชื่อเฉินฟง !” จ้าวอี้พยักหน้ารับ เมื่อลองทบทวนดูแล้วว่าในเมืองฉางชุนไม่มีตระกูลเฉินที่ร่ำรวยพอจะมียาทั้งเจ็ดเม็ดเป็มรดกได้เขาจึงสรุปเอาว่าเฉินฟงเป็อีกหนึ่งในรุ่นเยาว์ที่เดินทางมาร่วมสมัครเข้าศึกษาที่สำนักศึกษาเทียนเป่า
“ท่านจะรับยาทั้งหมดหรือไม่” เฉินฟงถามย้ำอีกครั้ง จ้าวอี้รีบคลี่ยิ้มพร้อมเชิญเฉินฟงเข้าไปยังห้องรับรองด้านใน มันเป็ห้องรับรองที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา มีไว้สำหรับพูดคุยรับรองกับเเขกพิเศษ เห็นได้ชัดเจนถึงคุณค่าของยาที่มีคุณสมบัติแฝงว่ามันมีความหายากเพียงไร เฉินฟงจึงถูกต้อนรับอย่างดีจากหัวหน้าประจำโรงประมูลเช่นนี้
“แน่นอนว่าทางโรงประมูลจะรับเม็ดยาทั้งหมดของเ้าไว้ ! และราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่เม็ดละหนึ่งหมื่นห้าพันเหรียญทอง ท่านเห็นเป็เช่นไรบ้างคุณชายเฉิน” จ้าวอี้กล่าวแทนตัวเฉินฟงด้วยคำที่แสดงถึงการให้เกียรติมากขึ้น แม้เขาจะเป็จอมยุทธ์ระดับเจี่ยนจิงแต่ด้วยหน้าที่การค้าจึงไม่ติดขั้ดยามเรียกขานจอมยุทธ์ระดับต่ำกว่าว่าคุณชาย
เมื่อได้ฟังราคาเริ่มต้นที่จ้าวอี้เสนอเฉินฟงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ โดยปกติราคายาระดับกลางตามท้องตลอดจะอยู่ที่เม็ดละสองพันถึงสี่พันเหรียญทอง เพราะฉะนั้นราคายาที่มีคุณสมบัติแฝงจะสูงไปอีกหลายเท่าตัวจากราคาปกติถือว่าเป็สิ่งที่สมควร นอกจากนี้ราคานี้ยังเป็เพียงราคาเริ่มต้นการประมูลเท่านั้น !
“ข้าตกลงขายยาทั้งเจ็ดให้กับโรงประมูล ท่านร่างสัญญามาได้เลย”
จ้าวอี้เดินออกไปซักครู่ใหญ่ก็กลับมาพร้อมหนังสือสัญญาในมือ เมื่อเห็นว่าโรงประมูลให้ราคาที่เป็ธรรมและหักค่าประมูลในราคาที่เหมาะสม คือหักสามส่วนจากราคาที่ถูกประมูลได้ ทำให้เฉินฟงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“คุณชายเฉิน ต้องแจ้งให้ท่านทราบก่อนว่าการประมูลครั้งต่อไปจะถูกจัดขึ้นในอีกสามวัน ถึงตอนนั้นเราจะนำยาเม็ดของท่านเข้าร่วมประมูล และนี่คือบัตรเชิญเข้าร่วมงานประมูลท่านสามารถใช้บัตรนี้ผ่านข้ามาในโซนที่นั่งด้านในได้”
“ขอบคุณหัวหน้าจ้าวมาก เมื่อถึงวันนั้นข้าจะมาอย่างแน่นอน” เฉินฟงเก็บหนังสือสัญญาและบัตรเชิญไว้ในอก จากนั้นจ้าวอี้เดินออกมาส่งเฉินฟงถึงหน้าประตูใหญ่ แน่นอนว่าตอนนี้เขาถือเป็แขกที่ได้รับเกียรติคนหนึ่งเเล้ว เพราะฉะนั้นเฉินฟงจึงไม่ได้เดินออกมาทางประตูเล็กเหมือนตอนแรกที่เข้าไป
“ให้คนติดตามเ้าหนุ่มนั้นไปดีหรือไม่หัวหน้าจ้าว” ชายหนวดขาวเอ่ยขึ้นด้านข้างจ้าวอี้
จ้าวอี้มองตามแผ่นหลังของชายหนุ่มร่างสูงผมสีเงินที่เดินจากออกไปแล้วส่ายศีรษะ
“ไม่ต้องหรอก ตัวตนของนักหลอมที่มีความสามารถสูงเพียงนั้นไม่ใช่สิ่งที่เราสมควรยั่วยุ หากอีกฝ่ายยังไม่คิดเปิดเผยตัวเราก็แทรงตามน้ำไปแบบนี้ก่อน ข้ามั่นใจว่าคุณชายเฉินจะกลับมาเสนอสินค้าประมูลให้เราอีกแน่” สำหรับจ้าวอี้แล้วยาระดับกลางที่มีคุณสมบัติแฝงแม้จะหายากแต่ไม่ถึงขั้นสร้างความสั่นะเืให้เขาได้ สิ่งที่เขาคาดหวังจากเฉินฟงคือนักหลอมที่อยู่เื้ัยาทั้ง 7 เม็ดนี้มากกว่า หากโรงประมูลสามารถมีสหายเช่นนั้นได้ย่อมเป็ผลดีต่อการค้าขายในอนาคต
หลังจากเดินวนเวียนในตลาดเขาซอกนู้นออกมุมนี้ทำทีเป็หาของกินในตลาดเกือบหนึ่งชั่วยาม เมื่อแน่ใจว่าไม่มีคนจากโรงประมูลแอบตามตนมาเฉินฟงจึงได้กลับไปยังป่าทางทิศใต้อีกครั้ง เขาไม่คิดว่าคำโกหกหน้าตายที่ตนพูดคนอย่างจ้าวอี้จะเชื่อมัน แต่การที่อีกฝ่ายไม่ส่งคนสะกดรอยตามเขามาแสดงให้เห็นถึงความจริงใจที่หัวหน้าผู้ดูแลการรับซื้อของโรงประมูลให้เกียรติ ‘นักหลอมปริศนา’ อยู่หลายส่วน เฉินฟงตัดสินใจใช้เวลาที่เหลือในการบ่มเพาะพลัง แน่นอนว่าเฉินฟงไม่ยินดีบ่มเพาะพลังในห้องของโรงเตี๊ยมที่มีรุ่นเยาว์ของตระกูลอยู่อีกสองคน
เฉินฟงนั่งขัดสมาธิเริ่มโคจรคลื่นิชี่ในร่างกายไปตามเส้นลมปราณที่ทะลวงไว้แล้ว และเริ่มดูดซับคลื่นิชี่จากธรรมชาติเข้าสู่ร่างกายเมื่อดูดซับได้ราวสองชั่วยามเฉินฟงรู้สึกเหมือนว่าเส้นลมปราณเส้นที่ 4 กำลังจะถูกเติมเต็มจนสมบูรณ์
แต่เฉินฟงไม่ยอมให้เป็เช่นนั้น !
ชายหนุ่มหยิบเม็ดยาสีม่วงที่มีประกายสีทองโอบล้อมเข้าปากทันทีหนึ่งเม็ด เมื่อกลืนยาลงคอความรู้สึกวูบวาบไหลผ่านจากลำคอลงไปยังช่องท้องของตนเเละกระจายออกไปทั่วร่างกาย ราวครึ่งชั่วยามจากใบหน้าสงบนิ่งเริ่มคิ้วขมวดมากขึ้น เเละเริ่มมีริ้วรอยของความเ็ปเผยออกมาทางสีหน้า
มันไม่ง่ายเลย !
เฉินฟงพยายามควบคุมกระเเสพลังจากยาขยายเส้นลมปราณไปยังเส้นลมปราณจุดที่ 4 ของตน เขากำลังทำในสิ่งที่เรียกว่าบ้า หากคนอื่นรู้ว่าเฉินฟงรวมกระเเสพลังของยาระดับกลางมาไว้ที่เส้นลมปราณเส้นเดียวพวกเขาคงหัวเราะเยาะชายหนุ่มแน่ว่า้าทำให้เส้นลมปราณนั้นเเตกหรือยังไง
โดยปกติฤทธิ์ของยาจะกระจายไปทั่วร่างกายแล้วค่อย ๆ แทรกซึมเข้าสู่เส้นลมปราณทีละน้อยเพื่อป้องกันความรุนแรงในการขยายเส้นล้มปราณที่มากเกินไปจนทำให้เส้นลมปราณได้รับความเสียหาย แต่สิ่งที่เฉิงฟงกำลังทำคือเขารวบรวมฤทธิ์ของยาทั้งหมดเพื่อทะลวงเส้นลมปราณเพียงจุดเดียวในครั้งเดียว ! นี่มันไม่ต่างกับการรนหาที่ตายหรอกหรือ ?
ราวกับ้าะเิเส้นลมปราณของตนให้แตกกระจาย !
และนั้นคือสาเหตุของความเ็ปที่เเสดงออกมาทางสีหน้า ตอนนี้เฉินฟงรู้สึกราวกับมีอะไรบางอย่างกำลังฉีกกระชากอวัยวะภายในให้แหลกละเอียด มันเป็ความเ็ปที่มากกว่าการขยายเส้นลมปราณปกติถึงสิบเท่า ! เหมือนมีมดนับหมื่นกำลังกัดกินเส้นลมปราณของตนอยู่ ! เม็ดเหงื่อไหลจากใบหน้าสู่ลำตัว ใบหน้าของเฉินฟงเดี๋ยวขาวซีดเดี๋ยวแดงปลั่งสลับไปมาเหมือนคนที่ธาตุไฟกำลังจะเเตกซ่าน
เเม้ยาเม็ดนี้จะมีคุณสมบัติแฝงลดอาการาเ็จากการขยายเส้นลมปราณและยังช่วยปรับสมดุลของธาตุในร่างกายหากคนปกติกินเข้าไปจะไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ จากการขยายเส้นลมปราณเลยนอกจากนั้นธาตุในร่างกายยังถูกปรับสมดุลเหมือนกินยาหนึ่งเม็ดแต่ได้ 2 สรรพคุณ แต่นั้นก็ไม่อาจลดความเ็ปที่เฉินฟงกำลังเผชิญได้มากนัก
เวลาผ่านไปราวสามชั่วยามใบหน้าซีดขาวสลับแดงของเฉินฟงค่อย ๆ กลับมาเป็ปกติมากขึ้น ไอร้อนจากร่างกายบางจางลง สีหน้าเ็ปดูสงบนิ่งมากขึ้น นั้นเป็เพราะฤทธิ์ของยาขยายเส้นลมปราณได้ใกล้สิ้นสุดลงแล้ว
ผ่านไปอีกราวหนึ่งชั่วยามในที่สุดดวงตาสีน้ำตาลก็ลืมขึ้น ประกายตื่นเต้นปนดีใจวูบไหวในแววตานั้นเป็เพราะเส้นลมปราณของเขาถูกขยายให้กว้างมากขึ้นกว่าเดิม !
ตอนนี้เส้นลมปราณที่ 4 ของเฉินฟงได้รับการขยายมากกว่าเส้นลมปราณของคนปกติหนึ่งเท่า นั้นเป็สิ่งที่น่าเหลือเชื่อนักที่เขาสามารถทำได้โดยที่ลมปราณไม่แตกซ่าน !! ใช่เเล้วในขั้นตอนเมื่อซักครู่หากเกิดการผิดพลาดนั้นเเปลว่าทุกสิ่งที่เขาทำมาจะสูญเปล่ากลายเป็คนพิการโดยสมบูรณ์แบบ
แต่เฉินฟงรู้ หากอยากแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปเขาก็ไม่อาจใช้วิธีปกติในการฝึกฝนได้ เขาต้องยอมเสี่ยงกับความตาย !
“ไม่คาดคิดเลยสิ่งที่ข้าคิดจะถูกต้อง แต่น่าเสียดายนัก ขนาดใช้ยาระดับกลางที่มีคุณสมบัติแฝงยังไม่อาจทะลวงเส้นลมปราณได้อย่างสมบูรณ์ หากคาดการไม่ผิด เส้นลมปราณของข้ายังขยายต่อได้อีกถึง 2 เท่า !”
เฉินฟงมองเม็ดยาที่เหลือในมือด้วยความเ็ปเล็กน้อย
“กว่าจะทะลวงได้สมบูรณ์คงต้องใช้ยาอีกมาก ไม่อยากคาดคิดหากข้าไม่สามารถหลอมยาได้เองการหวังขยายเส้นลมปราณโดยวิธีปกติคงไกลเกินเอื้อมแล้ว”
เมื่อสงบใจได้แล้วเฉินฟงตัดสินใจหยุดการฝึกฝนในวันนี้ของเขาเอาไว้ก่อน การฝึกฝนที่อยู่กึ่งกลางระหว่างความเป็กับความตายนี้ทำให้ร่างกายเขาต้องพักผ่อน เวลาตอนนี้อีกไม่กี่ชั่วยามก็เช้าแล้วเขาควรกลับไปพักเพื่อเตรียมตัวสำหรับการเข้ารับการทดสอบเมื่อพระอาทิตย์ปรากฏ !!!