“ที่ท่านรู้สึกเช่นนี้เพราะยังขาดเครื่องปรุงอย่างหนึ่ง จึงยังััไม่ถึงรสชาติที่แท้จริงของแกงกระเพาะปลานี้ ขอข้าลงมือจัดการให้ดีหรือไม่”
ไม่รอช้าคนเสนอตัวก็เดินเข้าไปด้านข้างโต๊ะนั้น เถ้าแก่หลี่ที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกถอยหลังให้พื้นที่แก่นางอย่างมึนงง มองเด็กสาวยื่นมือไปทางไหเหล้าด้วยท่าทีคล่องแคล่วเป็ธรรมชาติ ตำแหน่งกึ่งกลางไหมีป้ายสีแดงแปะอักษรเอาไว้ว่า
เหล้าเส้าซิง’
ไม่ทันให้ผู้ใดได้ทันตั้งตัว เด็กสาวชุดเหลืองก็คว้าจับไหเทเหล้าลงไปในหม้อไฟที่กำลังเดือดปุดๆ ทันใด ถ่านใต้หม้อไฟส่งเสียงเปรี๊ยะปร๊ะ น้ำสีอำพันไหลเป็สายลงกระทบน้ำแกงที่มีอยู่เดิมราวน้ำตกต้องแสงสายัณห์ นางใช้ตะเกียบคลุกเคล้าน้ำแกงให้เข้ากัน ผ่านไปชั่วครู่กลิ่นหอมของเหล้าเส้าซิงคลุกเคล้าต้มกระเพาะปลาค่อยอ้อยอิ่งโชยระเรื่อยต้องนาสิก เรียกน้ำย่อยให้บุรุษทั้งสองได้เป็อย่างดี
เถ้าแก่หลี่พลันได้สติ หันไปมองดรุณีน้อยแปลกหน้าอย่างไม่พอใจ เหล้ามิใช่เครื่องปรุงไหนเลยเอามาเทใส่อาหารสุ่มสี่สุ่มห้าเช่นนี้ได้ ขณะตั้งท่าจะเอ่ยว่ากล่าว เด็กสาวก็หันไปเอ่ยกับชายร่างสูงที่กำลังนั่งอึ้งมองการกระทำของนางเสียก่อน สุ้มเสียงใสดุจกระดิ่งต้องลมเอ่ยเร่งรัดอยู่ในที
“ท่านลองชิมดู เช่นนี้ดีขึ้นหรือไม่”
ใบหน้าซึ่งมีรอยแผลเป็บริเวณแก้มขวาและเคราดำรอบคางเลิกคิ้วมองนางอย่างสนใจ ชายหนุ่มทำตามที่อีกฝ่ายบอกอย่างใคร่รู้เช่นกันว่ารสชาติจะเป็เช่นไร พลันนั้นเมื่อคำแรกเข้าปาก เขาก็เบิกตากว้างอย่างเหลือเชื่อ
กระเพาะปลาก็มีรสชาติเช่นนี้ได้ด้วยหรือ ทั้งยังดับกลิ่นคาวไปจนหมด เป็รสชาติเปี่ยมเอกลักษณ์ที่เขาไม่เคยกินมาก่อน ใบหน้าบากเงยหน้ามองดรุณีน้อยชุดเหลืองอย่างทึ่งๆ
เถ้าแก่หลี่ผู้ตีความไปว่ารสชาติคงจะแย่เหลือประมาณจึงรีบกล่าวแก้ต่างขออภัย
“คุณชาย ขออภัยด้วย นางไม่ใช่...”
ชายหนุ่มเอ่ยตัดบท “รสชาติดีนัก ข้าไม่เคยลิ้มรสเช่นนี้มาก่อน เป็เพราะเหล้าที่เ้าเทลงไปรึ”
เถ้าแก่หลี่ยืนปากอ้าตาค้าง
จ้าวเซียนอินยิ้มน้อยๆ “ใช่แล้ว เหล้าเส้าซิงเป็เหล้าเหลืองที่หมักมาจากเมล็ดข้าว ยิ่งหมักนานยิ่งส่งกลิ่นหอม ดับกลิ่นคาวได้ดี เมื่อนำมาปรุงอาหารยิ่งให้รสกลมกล่อม เหมาะแก่การปรุงแกงยิ่งนัก”
เมื่อนางมาถึงมิตินี้ ก็พบว่าสิ่งแวดล้อมหลายๆ อย่างรวมถึงชื่อเมืองบางส่วนมีความคล้ายคลึงกับจีนโบราณที่นางรู้จักอยู่บ้าง แต่ก็มิใช่ไปเสียทั้งหมด โดยเฉพาะเครื่องปรุงอาหารที่คนยุคนี้ใช้กัน นางสังเกตว่าพวกเขาจะใช้เครื่องปรุงที่หมักจากเนื้อสัตว์เป็หลัก เช่น น้ำปลา น้ำมันหอย และมีเต้าเจี้ยวเผ็ดที่หมักจากถั่วปากอ้าแล้ว แต่เครื่องปรุงที่หมักจากถั่วเหลืองอย่างซีอิ๊วและเต้าเจี้ยวถั่วเหลืองกลับยังไม่มี การใช้สุราในการทำอาหารยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ชายหนุ่มหันไปหาเถ้าแก่หลี่ พยักพเยิดไปทางดรุณีชุดเหลือง “แม่ครัวของพวกเ้ารึ”
เถ้าแก่หลี่ปะหลับปะเหลือก “เอ่อ ไม่ ไม่ใช่”
เซียนอินยิ้มบาง “ยามนี้อาจไม่ใช่ แต่ว่า...ข้ามาเพื่อสมัครเป็แม่ครัวของที่นี่”
หลังจากจัดการปัญหาเฉพาะหน้าให้เถ้าแก่หลี่ได้แล้ว ชายหนุ่มหน้าบากผู้กินอาหารจนอิ่มหนำก็เดินจากไปอย่างอารมณ์ดี เถ้าแก่หลี่จึงมีท่าทีที่ดีต่อเด็กสาวนางนี้ไม่น้อย เอ่ยถาม “เ้ามาสมัครเป็แม่ครัวรึ”
เด็กสาวพยักหน้า “ใช่แล้ว ข้ามีนามว่าจ้าวเซียนอิน ข้าเห็นด้านหน้าร้านติดป้ายรับสมัครคนครัว จึงมาเพื่อสมัครเป็คนครัวของร้านท่าน”
เถ้าแก่หลี่มองร่างเล็กของเซียนอินอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าใดนักว่านางจะมีแรงพอทำงานในครัวได้ แค่ถือตะหลิวก็หนักมือมากแล้ว หากเด็กสาวต้องผัดกับข้าวทั้งวันเกรงว่าจะยกแขนไม่ขึ้นเอากระมัง
แต่เห็นแก่ที่นางช่วยคลี่คลายปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อครู่ไปได้ ทั้งยังช่วยเปิดหูเปิดตาเขาเื่เหล้าก็ยังสามารถนำมาใช้ปรุงอาหารได้เช่นกัน จึงตกปากรับคำรับนางไว้
“เช่นนั้นเ้ามาลองงานดูก่อน เป็ผู้ช่วยให้พ่อครัวจางและแม่ครัวเฝิงก็แล้วกัน”
เด็กสาวค้อมตัวลง “ขอบคุณเถ้าแก่ที่เมตตาให้โอกาสเ้าค่ะ”
ซือมิ่ง : รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ ด้วยรักจากไรท์