เมื่อเทียบกับใครๆแล้ว เซียวหยวนิช่างเป็บุรุษที่ดีเลิศจริงๆ!
ซูเจียวเจียวยิ่งมองเท่าไรก็ยิ่งรู้สึกพึงพอใจหัวใจเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข
หลังจากซักผ้าเสร็จเซียวหยวนิก็พักผ่อนครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับไปทำงานต่อ
ส่วนซูเจียวเจียวก็จัดการเก็บกวาดบ้านเรือนต่อเธอเริ่มต้นด้วยการกวาดขยะในลานบ้านให้สะอาด สิ่งของที่กองสุมอยู่ในมุมห้องหากไม่มีประโยชน์ก็ทิ้งไป หากมีประโยชน์ก็เก็บไว้ใช้ต่อ
หลังจากการทำความสะอาดและจัดระเบียบครั้งใหญ่ลานบ้านก็พลันสะอาดตา เป็ระเบียบเรียบร้อยแม้แต่พื้นที่ก็ดูเหมือนจะกว้างขวางขึ้นมาก
เมื่อจัดลานบ้านเสร็จซูเจียวเจียวก็เข้าไปเก็บกวาดบ้านต่อ เริ่มั้แ่ห้องครัว ห้องโถงและห้องนอนทั้งสองห้อง
ซูเจียวเจียวเก็บข้าวของที่ยังไม่จำเป็ต้องใช้ไว้ในห้องเล็กๆเพื่อใช้เป็ห้องเก็บของชั่วคราว
ส่วนห้องที่เธอและเซียวหยวนิอยู่ด้วยกันก็จัดเป็ห้องนอนเสื้อผ้าที่วางระเกะระกะก็ถูกพับเก็บอย่างเป็ระเบียบในตู้เสื้อผ้าเล็กๆตรงปลายเตียง ผ้าห่มก็ถูกพับเรียบร้อย จากนั้นเธอก็จัดโต๊ะข้างหน้าต่างซึ่งต่อไปจะใช้เป็โต๊ะเขียนหนังสือ
แต่โต๊ะตัวนั้นเก่ามากแม้เธอจะเช็ดทำความสะอาดอย่างดีแล้ว ก็ยังคงเห็นร่องรอยขรุขระอยู่บ้าง
ซูเจียวเจียวหยิบเสื้อผ้าเก่าที่ไม่ใช้แล้วมาตัดเป็ผ้าปูโต๊ะขนาดเท่ากับโต๊ะพอดีแล้วนำหนังสือของเธอจำนวนหนึ่งมาวางเรียงกันบนโต๊ะอย่างเป็ระเบียบ
ซูเจียวเจียวเหลือบไปเห็นแจกันดอกไม้เล็กๆเก่าๆ ใบหนึ่งตรงมุมกำแพง แม้จะเต็มไปด้วยฝุ่นและรูปทรงก็ล้าสมัยแต่โดยรวมแล้วก็ยังดูดี
เธอจึงหยิบแจกันขึ้นมาล้างทำความสะอาดอย่างพิถีพิถันแล้วออกไปเก็บดอกไม้ป่ากลับมาปักไว้ในแจกัน
เมื่อมองดูโต๊ะเขียนหนังสือข้างหน้าต่างรอยยิ้มพึงพอใจก็ผุดขึ้นบนใบหน้าเธออย่างอดไม่ได้
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จซูเจียวเจียวก็รู้สึกเมื่อยจนแทบจะยืนไม่ตรงเธอเพิ่งสังเกตว่าดวงอาทิตย์คล้อยไปมากแล้ว คงจะเป็เวลาเที่ยงเธอจึงรีบไปเตรียมอาหารกลางวัน
เมื่อเซียวหยวนิกลับถึงบ้านเขาก็พบว่าบ้านของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงลานบ้านถูกจัดเก็บอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยสะอาดสะอ้านผิดกับตอนที่เขาอยู่คนเดียวราวฟ้ากับเหว
กลิ่นหอมของอาหารลอยมาจากห้องครัวเซียวหยวนิจึงรีบเดินเข้าไปในครัว เห็นซูเจียวเจียวกำลังง่วนอยู่หน้าเตาไฟ
เตาไฟโต๊ะในครัว และชั้นวางไม้ในครัวล้วนถูกเช็ดล้างจนสะอาดแม้แต่ฟืนที่วางอยู่ข้างเตาไฟก็ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็ระเบียบ
ซูเจียวเจียวได้ยินเสียงก็รู้ว่าเป็เขากลับมาจึงหันมายิ้มให้ แล้วชวนให้เขาไปล้างมือแล้วมานั่งกินข้าว
เซียวหยวนิเดินไปล้างมืออย่างงุนงงรู้สึกราวกับกำลังล่องลอยอยู่บนปุยเมฆแห่งความสุข
มีผู้หญิงอยู่ในบ้านแล้วชีวิตเปลี่ยนไปเลยจริงๆ!
หลังกินข้าวเที่ยงเสร็จเซียวหยวนิก็รับหน้าที่ล้างจานชามตามปกติซูเจียวเจียวไม่เคยแย่งงานนี้กับเขาเลย เพราะคราบน้ำมันนั้นทำลายผิวจริงๆ!
ซูเจียวเจียวเห็นว่ายังอีกนานกว่าจะถึงเวลาทำงาน่บ่ายจึงให้เซียวหยวนิเข้าไปนอนพักผ่อนในห้อง
เมื่อเซียวหยวนิเข้าไปในห้องเขาก็พบว่าห้องก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเช่นกันเสื้อผ้าถูกพับเก็บอย่างเป็ระเบียบในตู้เสื้อผ้าบนโต๊ะข้างหน้าต่างมีหนังสือเล่มหนาหลายเล่มวางซ้อนกันอยู่และบนโต๊ะยังมีแจกันดอกไม้เล็กๆ ที่กำลังเบ่งบานอย่างสดใส แสงแดดส่องกระทบลงมาชวนให้อบอุ่นใจเป็อย่างยิ่ง
หัวใจของเซียวหยวนิพลันอ่อนโยนลงอย่างมากมายก่อนที่จะแต่งงานกับเจียวเจียว เขาเคยคิดถึงความเป็ไปได้หลายอย่างแต่ไม่เคยคิดถึงความเป็ไปได้แบบนี้มาก่อนเลย!
เจียวเจียวจัดบ้านของพวกเขาให้สะอาดเรียบร้อยและอบอุ่นถึงเพียงนี้!
ราวกับว่าจู่ๆก็มีแสงสว่างสาดส่องเข้ามา ส่องลึกเข้าไปในจิตใจของเขา
ซูเจียวเจียวเดินเข้ามาในห้องก็เห็นเขายืนนิ่งอยู่ จึงกล่าวว่า “ฉันเห็นว่าห้องมันรกมากเลยจัดการเก็บกวาดนิดหน่อย ของที่ไม่จำเป็ ฉันเอาไปไว้ในห้องเล็กๆ ข้างๆ นะคะคุณคงไม่โกรธที่ฉันย้ายของของคุณใช่ไหม?”
“จะเป็ไปได้ยังไง!”
เซียวหยวนิรีบส่ายหน้าเขามองซูเจียวเจียวด้วยสายตาที่ลุกโชน แล้วรวบตัวเธอเข้ามากอด“เจียวเจียว มีคุณอยู่ด้วย ช่างดีเหลือเกิน!”
ซูเจียวเจียวหัวเราะเบาๆพลางตบมือเขาเบาๆ “ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเข้างานคุณรีบนอนพักผ่อนเถอะค่ะ”
หลังจากเซียวหยวนิหลับไปแล้วซูเจียวเจียวก็ค่อยๆ ปิดประตูรั้วบ้านอย่างเงียบเชียบแล้วสะพายกระเป๋าใบเล็กสีเขียวทหารขึ้นรถประจำทางเพื่อเข้าเมือง
ในรถประจำทางเหลือที่นั่งว่างอยู่สองที่ซูเจียวเจียวเพิ่งจะนั่งลง ก็เห็นร่างที่คุ้นเคยนอกหน้าต่าง
ร่างนั้นคือโจวเม่ยที่เพิ่งจะทะเลาะกับเธอไปเมื่อวานโจวเม่ยไม่เห็นซูเจียวเจียว เธอยังคงเดินตามผู้ชายข้างหน้าและพูดอะไรบางอย่างแต่ผู้ชายคนนั้นกลับดึงตัวออกห่างอย่างไม่พอใจแล้วก้าวขึ้นรถประจำทางไปอย่างรวดเร็ว
โจวเม่ยโกรธจนกระทืบเท้าสายตาของเธอมองตามชายคนนั้นไปที่ที่นั่ง และเห็นซูเจียวเจียวนั่งอยู่ข้างๆ เขาทันใดนั้นสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปความอับอายและความโกรธเคืองพลันปรากฏบนใบหน้าของเธอ
ฮั่วเจี้ยนจงหลีกเลี่ยงเธอมากขนาดนี้แต่กลับมานั่งร่วมทางกับซูเจียวเจียว หรือว่าพวกเขานัดกันไว้แล้ว?
ไม่แปลกใจเลยที่ฮั่วเจี้ยนจงจะไม่สนใจเธอ!
ทั้งหมดเป็เพราะซูเจียวเจียวนางจิ้งจอกหน้าไม่อายคนนี้นี่เอง!
ตอนนี้หล่อนก็แต่งงานกับเซียวหยวนิแล้วยังไม่รู้จักสงบเสงี่ยม กลับมาอ่อยฮั่วเจี้ยนจงอีก!
ซูเจียวเจียวมองฮั่วเจี้ยนจงที่นั่งลงบนที่นั่งว่างข้างๆเธอ
ตอนนี้เองฮั่วเจี้ยนจงเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเป็ซูเจียวเจียวเขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันสายตากลับไป สายตาของเขาแฝงไปด้วยความดูถูกวูบหนึ่ง
เขาได้ยินมาว่าซูเจียวเจียวแต่งงานแล้วเมื่อคืนก่อน เธอแต่งงานกับชาวไร่ในหมู่บ้าน หึเป็อย่างที่คิดจริงๆ แต่งงานแล้ว สองวันนี้ก็เลยไม่ไปทำงานนี่เอง
เพราะความี้เีถึงกับไม่ลังเลที่จะแต่งงานออกไปแบบนี้ ช่างน่ารังเกียจที่สุด
ซูเจียวเจียวอ่านความดูถูกในสายตาเขาออกและรู้ตัวว่าไม่ควรชวนเขาคุย
ฮั่วเจี้ยนจงเป็หนึ่งในกลุ่มยุวชนที่ถูกส่งมาพร้อมกับพวกเธอว่ากันว่าภูมิหลังของเขามิใช่ธรรมดา เป็ชาวจิงเฉิง สืบเชื้อสายชนชั้นนำมาหลายรุ่นทั้งมารดายังมาจากตระกูลผู้มีการศึกษา อีกทั้งยังเรียนเก่ง รูปร่างสูงสง่าคล่องแคล่วว่องไว แม้เขาจะทำงานไม่ได้แต้มคะแนนงานมากเท่าเซียวหยวนิที่ได้วันละสิบกว่าแต้มแต่เขาก็ยังได้วันละแปดแต้ม ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยหรือลำบากและไม่เคยเกียจคร้านหรือหลีกเลี่ยงงานเลย
และครอบครัวของฮั่วเจี้ยนจงจะส่งอาหารเสื้อผ้า เงิน และบัตรแลกของต่างๆ มาให้เขาทุกเดือนดังนั้นเขาจึงไม่เคยขาดแคลนสิ่งของและเป็คนที่มีความเป็อยู่ดีที่สุดในบ้านพักยุวชน
ในขณะที่คนอื่นๆต้องอดทนกินขนมปังแข็งๆ ทุกวันแทบจะไม่ได้เห็นเนื้อสัตว์เลยเป็เวลาหนึ่งหรือสองเดือนด้วยซ้ำแต่ฮั่วเจี้ยนจงกลับมักจะได้กินเนื้อสัตว์บ่อยๆ
ในชาติที่แล้วเธอเคยพยายามให้ท่าฮั่วเจี้ยนจง หวังฉกฉวยผลประโยชน์จากเขาหวังจะหลอกให้เขาช่วยทำงาน แต่ฮั่วเจี้ยนจงไม่เคยหลงกลดูเหมือนเขาจะมองทะลุความคิดของเธอได้ดังนั้นในเวลาต่อมาเธอจึงแทบไม่มีความเกี่ยวข้องกับฮั่วเจี้ยนจงอีก
ไม่แปลกใจเลยที่ตอนนี้เขามองเธอด้วยสายตาไม่เป็มิตร
ซูเจียวเจียวเกาจมูกเล็กน้อยด้วยความรู้สึกอึดอัดชาติที่แล้วเธอนี่มันบ้าจริงๆ!
ทันใดนั้นซูเจียวเจียวก็เห็นโจวเม่ยนอกหน้าต่างรถยังไม่ไปไหนสายตาจ้องเขม็งมาที่เธอราวกับว่าตนแย่งอะไรของไปสีหน้าแสดงความโกรธแค้นอย่างสุดซึ้ง
เห็นดังนั้นซูเจียวเจียวก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา เธอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยยิ้มอย่างมีเลศนัยมองโจวเม่ย
โจวเม่ยหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธรู้สึกอับอายที่ความคิดของตนเองถูกมองจนทะลุ เธอเม้มปากจ้องซูเจียวเจียวอย่างอาฆาต แล้ววิ่งหนีไป
หลังจากรถโดยสารโยกเยกไปหนึ่งชั่วโมงก็มาถึงตัวอำเภอในที่สุด
เมื่อฮั่วเจี้ยนจงลงจากรถเขาก็พบว่าซูเจียวเจียวเดินตามเขามา คิ้วของเขาอดไม่ได้ที่จะขมวดเล็กน้อยดวงตาฉายแววไม่พอใจอย่างรวดเร็ว