ตอนที่ 38 ชัยชนะอย่างฉิวเฉียด
มุมด้านตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่บ้านเฟยอวิ๋นเรียงรายไปด้วยบ้านเก่าที่ชำรุดทรุดโทรมไม่ได้รับการซ่อมแซมมานานหลายปีครั้นหลินสวินกวาดตามองไปรอบๆ เขาก็รู้ทันทีว่าตัวเองจนมุมและไม่มีทางให้ถอยอีกแล้วตรงหน้าของเขา ผู้พิทักษ์สามคนกำลังตีวงสามมุมประชิดเข้ามา สีหน้าของพวกเขาบิดเบี้ยว นัยน์ตาลุกโชนไปด้วยความเกลียดชังและอาฆาตแค้นด้านหลังของเขาคือเหลียนหรูเฟิงที่รออยู่พร้อมกระบี่ด้ามยาวในมือดูท่าหลินสวินจะหมดโอกาสหนีเสียแล้วแต่พวกเขากลับต้องแปลกใจ เพราะหลินสวินไม่มีทีท่าตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขากลับคลี่ยิ้มจางๆ ที่มุมปาก นัยน์ตาเย็นชาประดุจน้ำแข็งเขารู้ตั้งแต่ก่อนจะเปิดฉากต่อสู้แล้วว่าคงไม่ชนะง่ายๆ เขารู้สึกโล่งอกด้วยซ้ำที่ถูกพวกเหลียนหรูเฟิงกับผู้พิทักษ์ที่เหลือล้อม แทนที่จะเป็นชายชราเคราแพะท่าทางอันตรายผู้นั้นเหลียนหรูเฟิงแค่นหัวเราะอย่างดุดัน “ไอ้เด็กนรก ทำไมไม่รีบวิ่งหนีไปเสียล่ะ”หลินสวินแสยะยิ้ม เขาแตะปลายเท้าลงกับพื้นแล้วกลับหลังหัน ดีดตัวพุ่งเข้าใส่เหลียนหรูเฟิง หันหลังให้ศัตรูทั้งสามผู้พิทักษ์ทั้งสามคนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลิงโลดควงอาวุธพุ่งเข้าใส่หลินสวินทันที โดยมีผู้พิทักษ์ที่ถือขวานสั้นเป็นคนนำบุกวินาทีต่อมาเขากลับต้องตะลึงลานยามที่หลินสวินผู้ซึ่งควรจะดีดตัวไปข้างหน้ากลับหยุดชะงักในบัดดล ก่อนค้อมหลังลงเพื่อดีดตัวออกหมุนรอบทิศทางกลางอากาศกริชกรีดนภาฟาดออกเป็นรูปครึ่งวงกลมในคราเดียวกันจากระยะไกล จะเห็นว่าหลินสวินและกริชเล่มนั้นผสานกันเป็นหนึ่ง ควงสว่านดุจลูกข่างกลางเวหา คมกริชเหวี่ยงรอบก่อให้เกิดพายุหมุนนี่คือท่วงท่าปั่นหมุนของเพลงดาบหกอักษรการควงกริชจนก่อให้เกิดพายุหมุนขึ้นได้นั้นนับว่าร้ายกาจและไร้เทียมทานนักฉัวะ!แขนทั้งสองข้างของผู้พิทักษ์คนนั้นขาดสะบั้น เขาไม่อาจทรงตัวได้อีกต่อไป ทั้งร่างโถมเข้าใส่พายุหมุนคมมีดที่ตวัดตัดหัวเขาขาดฉับลงทันที!แขนคู่นั้นและศีรษะของเขากระเด็นคว้างกลางอากาศ โลหิตพุ่งสาดกระจายไปทุกแห่งหน ชวนให้สะอิดสะเอียนยิ่งนักผู้พิทักษ์อีกสองคนผงะถอยไปคนละก้าว มองภาพตรงหน้าอย่างสิ้นหวัง ต่างกลัวจนหัวหด รีบหาทางหลบแต่โดยเร็วทว่าพวกเขาประมาทหลินสวินเกินไป เด็กหนุ่มควงกริชตามไล่บี้พวกเขาต่อ“ไอ้เด็กเวร!”เหลียนหรูเฟิงเร่งรุดเข้าหาหลินสวิน ใบหน้าบูดเบี้ยว ลมหายใจกระชั้น กระบี่ยาวในมือฟาดฟันอากาศรุนแรงดั่งเพลิงโหม และรวดเร็วดั่งสายฟ้าแม้แต่เขาเองก็คาดไม่ถึงว่าหลินสวินจะหันกลับไปเล่นงานผู้พิทักษ์ที่เหลือโดยไม่ทันให้ตั้งตัว!ยุทธวิธีเบี่ยงเบนความสนใจเช่นนั้นไม่ได้พิเศษสำหรับเขานัก แต่การที่หลินสวินสามารถสังหารหนึ่งในผู้พิทักษ์ของเขาลงได้ ด้วยการฟาดกริชเพียงครั้งเดียวในการโจมตีระยะใกล้โดยที่เขาก็เข้าไปช่วยไม่ทัน นั่นต่างหากที่ทำให้เขาต้องตะลึงครั้นเห็นผู้พิทักษ์อีกสองคนที่เหลือกำลังตกอยู่ในอันตราย เขาทนเก็บความเดือดดาลไว้ไม่อยู่อีกต่อไป กระบี่สีดำของเขาหวีดหวิวแหวกอากาศประหนึ่งอสรพิษพุ่งออกจากรัง หมายฟาดเข้ากลางแผ่นหลังของหลินสวิน แรงเฉือนนั้นสมบูรณ์แบบและไร้ความปราณี หากหลินสวินยังอยากมีชีวิตรอด มีทางเดียวคือต้องเบี่ยงหลบและรามือจากการโจมตีผู้พิทักษ์ทั้งสองคนนั้นแต่ที่ทำให้เหลียนหรูเฟิงคาดไม่ถึงก็คือหลินสวินดูราวกับไม่ได้ตระหนักถึงการโจมตีของเขาเลยสักนิด ซ้ำยังไม่รามือหรือหยุดไล่ล่าผู้พิทักษ์หนึ่งในสองคนนั้นเสียด้วยรนหาที่ตาย!เหลียนหรูเฟิงชักเหลิงและฉวยโอกาสนี้ทุ่มแรงฟันลงไปกลางหลังของหลินสวินเคร้ง!กระบี่ยาวของเขาไม่พลาดเป้า แต่เสียงของมันกลับดังก้องเหนือความคาดหมาย ราวกับฟันลงบนเกราะเหล็กเสียมากกว่า หาได้ดื่มเลือดอีกฝ่ายแม้เพียงหยดไม่เวรแล้ว! มันสวมเกราะกำบังอยู่!เหลียนหรูเฟิงใจหายวาบ ใบหน้าเขาคร่ำเคร่งขึ้นมาฉับพลันตอนนั้นเองที่หลินสวินได้รับแรงส่งจากคมกระบี่ของเหลียนหรูเฟิง และพุ่งเข้าใส่เป้าหมายราวหัวกระสุน เขากวัดแกว่งกริชคู่ใจใส่ผู้พิทักษ์คนนั้นอย่างว่องไว ไวเสียจนมองเห็นเป็นเพียงกระแสน้ำตกสีครามเขียวคล้ำไหลพราก ผู้พิทักษ์ตรงหน้าเขาถูกฟันหัวกุดหลุดกระเด็นเลือดกระฉูดพุ่งสูงขึ้นฟ้า ก่อนที่ร่างไร้ศีรษะจะล้มพับลงกับดินสีหน้าของหลินสวินซีดเผือด แทบจะกระอักเลือดออกมา ทว่าเขายังไม่ถึงกับสิ้นสภาพ เด็กหนุ่มกระเดือกเลือดที่สำรอกขึ้นมาถึงลำคอลงไป ก่อนพุ่งเข้าหาผู้พิทักษ์คนสุดท้ายที่ยังเหลือรอดอยู่ผู้พิทักษ์คนนั้นแหกปากลั่นขวัญกระเจิง วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไม่สนใจคำสั่งที่ได้รับมาทั้งหลินสวินและเหลียนหรูเฟิงต่างผงะไปครั้นเห็นเขาเปิดแน่บเหนือความคาดหมายเช่นนั้น เพราะต่างก็ไม่คิดว่าเป็นถึงผู้พิทักษ์จะขี้ขลาดได้ถึงเพียงนี้“เหลือเจ้าเป็นคนสุดท้ายแล้ว”หลินสวินอ้าปากหอบ จดจ้องไปยังเหลียนหรูเฟิงจนถึงตอนนี้ เขาสูญเสียพลังวิญญาณไปมากโข หากไม่ได้น้ำเชื่อมวิญญาณคอยหล่อเลี้ยงไว้ เห็นทีคงล้มพับไปไหนต่อไหนแล้วอย่างไรก็ดีระดับปราณเขายังเพิ่งบรรลุขั้นที่สามของระดับกำลังภายในเท่านั้น พลังวิญญาณของเขาย่อมมีขีดจำกัด ไม่ว่ามันจะบริสุทธิ์และเปี่ยมพลังสักเพียงใดก็ตามมิหนำซ้ำกระบี่เมื่อครู่ของเหลียนหรูเฟิงยังทำให้หลินสวินบาดเจ็บภายในไม่น้อย ภายใต้สถานการณ์พวกนี้ แม้แต่เหลียนหรูเฟิงยังไม่อยากเชื่อว่าเด็กหนุ่มยังยืนสู้ได้ไหวอยู่หากเป็นคนอื่นหรือแม้แต่ตัวเขาเอง คงไม่รอดมาจนถึงป่านนี้แน่คนตรงหน้าเขาเป็นเพียงเด็กผู้ชายที่ถือกริชอาบเลือดไว้ในมือ ทว่าจิตสังหารกลับพลุ่งพล่านเป็นไปได้อย่างไรที่เด็กน้อยผู้บรรลุเพียงขั้นที่สามของระดับกำลังภายในจะฝึกตนสำเร็จถึงเพียงนี้เหลียนหรูเฟิงคิดไม่ตก แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือหลินสวินเสียพลังวิญญาณไปเยอะมาก พายุลูกนี้สงบลงในที่สุด ทำให้เขาเบาใจลง“ข้าคนเดียวก็เกินพอที่จะสังหารเจ้าแล้ว”ความคิดมากมายถาโถมเข้ามาในหัวของเขา แต่นั่นหาได้หน่วงรั้งการเคลื่อนไหวของเขาไม่ เขาก้าวไปข้างหน้าแล้วฟันกระบี่ยาวใส่หลินสวินตั้งแต่เริ่มต่อสู้เขาเพิ่งใช้พลังวิญญาณไปไม่มาก ตอนนี้จึงเป็นฝ่ายได้เปรียบเมื่อเทียบกับหลินสวินที่สำคัญกว่าคือระดับปราณของเขาสูงกว่าของหลินสวินหนึ่งขั้นชายฉกรรจ์วาดกระบี่ด้วยพลังวิญญาณทั้งหมดที่เขามี จนทั้งด้ามเปล่งแสงเจิดจ้าเขาเกลียดหลินสวินนัก และไม่ให้โอกาสเด็กหนุ่มได้พักหายใจแม้แต่นิดในช่วงไม่กี่ลมหายใจ พวกเขาประดาบกันแล้วนับสิบครั้งสีหน้าของหลินสวินซีดลงเรื่อยๆ แต่นั่นหาได้ขัดขวางการเคลื่อนไหวของเขาไม่ แต่ละกระบวนท่ายังคงทรงพลังและรุนแรงไม่ต่างจากเคยแม้พลังวิญญาณของเขาจะถูกใช้ไปใกล้หมดแล้ว แต่กายเนื้อของเขายังคงมีพลังงานสะสมมากพอที่จะใช้กระบวนท่าพัวพันของเพลงดาบหกอักษรปัดทุกการโจมตีที่เข้ามากระบวนท่าพัวพันคือการโจมตีจากการตั้งรับกระบวนท่าพัวพันในเพลงดาบหกอักษรจะยืมแรงของอีกฝ่ายมาใช้ เรียกว่าเป็นการใช้สี่ตำลึงปาดพันชั่ง ใช้อ่อนต้านแข็งยามหลินสวินใช้กระบวนท่านี้ ร่างของเขาจะยืดหยุ่นราวหนอนไหม อ่อนยวบประหนึ่งสายฝนยามวสันตฤดูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพลันบิดพลิ้วเป็นเกลียวคลื่นในครู่ถัดมาสีหน้าของเหลียนหรูเฟิงคล้ำขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่สบอารมณ์นักครั้นรู้สึกว่าคู่ต่อสู้ของเขาหลบลื่นราวปลาไหล ทุกแรงที่ฟาดฟันลงไปคล้ายฟันใส่บึงโคลนนั่นมันวิชาอะไรกันหลายปีมานี้เขาเดินทางไปกลับระหว่างหมู่บ้านเฟยอวิ๋นกับเผ่าอาทิตย์มรกตตลอด และยังเคยไปเยือนเมืองตงหลินด้วย เคยพบกับผู้มีฝีมือและวิชายุทธ์ร้ายกาจมากมาย แต่หามีใครครอบครองวิชาดาบอันอัศจรรย์เหมือนของหลินสวินไม่ไม่ช้าเขาก็สังเกตเห็นว่าทั้งร่างของหลินสวินโชกไปด้วยเม็ดเหงื่อ สีหน้าเด็กหนุ่มซีดลงทุกขณะ ดูท่าจะรับมือต่อไปได้อีกไม่นาน‘หากจัดการมันสำเร็จ ข้าอาจจะชิงวิชาที่มันเรียนรู้มาได้ก็เป็นได้’เหลียนหรูเฟิงตาร้อนผ่าวและมุ่งมาดที่จะสังหารหลินสวินยิ่งขึ้นไปอีกเจ้าเด็กนี่มีที่มาลึกลับ อายุเพิ่งสิบสองสิบสามปี พลังต่อสู้กลับพัฒนาไกลเกินวัยไปมากโข ถ้าไม่สังหารมัน ต่อไปจะแข็งแกร่งขนาดไหนฟุ่บ!ทันใดนั้นเอง ทวนกระดูกขาวที่ทอประกายแสงดาวเจิดจ้าก็พุ่งแหวกอากาศตรงมาอะไรน่ะเหลียนหรูเฟิงนัยน์ตาหดรัด นั่นมันอะไรกันฉึก!ก่อนที่เขาจะทันได้หลบความเจ็บปวดก็แล่นลามมาจากกลางอก ความมืดเข้าปกคลุมนัยน์ตาของเขา ก่อนที่ชายฉกรรจ์จะสิ้นลมไปตลอดกาลเห็นดังนั้นหลินสวินก็ประหลาดใจในทีแรก ไม่นานเขาก็นึกขึ้นได้ จึงถอนหายใจเอาอากาศเสียออกมาพรืดยาว ร่างกายเอ่อล้นไปด้วยความอ่อนล้าจนพูดไม่ออกเขายังหลับไม่ได้ เด็กหนุ่มกัดปลายลิ้นแน่น หวังให้ความเจ็บนั้นทำให้เขายังตื่นตัวอยู่“พวกมันตายหมดแล้ว”เขาได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น แผ่วเบาและอ่อนหวานปานสายลมรื่นพัดโชยผ่าน“ทุกคนเลยเหรอ”รวมถึงชายชราเคราแพะผู้นั้นด้วยหรือ เขาไม่อยากจะเชื่อเลย“ใช่”ซย่าจื้อเงยหน้ามองใบหน้าซีดเซียวของหลินสวิน ขมวดคิ้วแล้วบอกเขาเสียงเข้ม “เจ้าต้องพัก”ว่าแล้วแม่นางน้อยก็คว้าชายเสื้อของหลินสวินไว้ ยกร่างเขาขึ้นและออกวิ่งไปตามทาง“อีกแล้วรึ...”หลินสวินฝืนยิ้มขื่นออกมา รู้สึกเก้อเขินอยู่ชั่ววินาทีเท่านั้น เพราะวินาทีถัดมาเขาก็ผล็อยหลับไปเสียแล้ว เขาหมดแรงไปกับการต่อสู้มากเหลือเกินจนถึงตอนนี้ คณะของอู๋เฮิ่นสุ่ย เหลียนหรูเฟิงสิบหกคนต่างถูกสังหารสิ้นไปแล้วศพของพวกเขานอนเกลื่อนสะเปะสะปะอยู่ทั่วทั้งหมู่บ้าน เป็นภาพชวนสั่นสะท้านท่ามกลางแสงอัสดงสีแดงฉาน...หลินสวินฝันในความฝันของเขา เขาได้ยินเสียงเยียบเย็นอันคุ้นหูกล่าวขึ้น‘ผู้กล้า ประตูสวรรค์จะเปิดอีกครั้งในสามเดือนข้างหน้า บททดสอบที่สองคือการ ‘หลอมกาย’ เจ้ามีโอกาส 108 ครั้ง ถ้าไม่ผ่านการทดสอบ ห้องโถงมรรคาสวรรค์จะปิดตัวลงอีกครั้งเป็นเวลาหนึ่งพันปี...’‘สามเดือนนับจากที่ข้าเพิ่งบรรลุขั้นที่หนึ่งน่ะหรือ ดูเหมือนข้าจะเหลือเวลาไม่มากเสียแล้ว!’เขาลืมตาโพลงและตื่นจากความฝันในทันใดเขามองไปรอบห้องอันคุ้นตาและตรึกตรองอยู่เป็นเวลานาน ในที่สุดก็ส่ายศีรษะและเลือกที่จะหยุดคิดมากเสียก่อน เขายังพอมีเวลาให้เตรียมตัว คิดมากไปก็เปล่าประโยชน์เด็กหนุ่มลุกขึ้นจากเตียง ร่างกายยังอ่อนแรงแต่ไม่อ่อนล้าอีกต่อไปเวลาเดียวกันนั้นซย่าจื้อก็ผลักประตูเข้ามา ครั้นเห็นว่าหลินสวินตื่นแล้ว แม่นางน้อยก็หาได้มีทีท่าประหลาดใจไม่ กลับพูดเพียงแค่ว่า “ข้าหิวแล้ว”หลินสวินถึงกับเหวอไป เขาคิดว่าซย่าจื้อจะถามอาการของเขา ไม่คิดเลยว่าจะได้ยินประโยคให้เขาทำอะไรให้นางกินเด็กหนุ่มยักไหล่อย่างจนใจ “ข้าไปทำให้เดี๋ยวนี้แหละ”ก่อนจะถามขึ้นทันควัน “นี่ข้าหลับไปนานเท่าไหร่กัน”ซย่าจื้อตอบ “สี่วัน”หลินสวินจ้องแม่นางน้อยลูกตาเบิกกว้าง “แล้วสี่วันนี้เจ้าไม่ได้กินอะไรเลยรึ”นางพยักหน้าทำให้หลินสวินถึงกับเจ็บใจ นี่เขาปล่อยให้คนผู้มีคุณอยู่อดอยากปากแห้งถึงสี่วันเชียวหรือ คิดได้ดังนั้นเด็กหนุ่มก็พุ่งพรวดเข้าไปในครัวทันทีขณะที่เขากำลังง่วนอยู่กับการทำอาหาร เซียวเทียนเริ่นก็มาเยี่ยม ครั้นเห็นหลินสวินก็ทั้งประหลาดใจและปีติยินดี “หลินสวิน ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นเสียที!”“ท่านลุงเซียว มีปัญหาอันใดหรือ”หลินสวินถามอย่างเป็นกันเองคำถามเรื่อยเปื่อยของเขากลับทำให้เซียวเทียนเริ่นถึงกับพูดไม่ออก ไอ้การต่อสู้ที่เกิดขึ้นเมื่อสี่วันก่อนยังไม่นับเป็นปัญหาพออีกหรือ แล้วการที่เจ้าสลบไปถึงสี่วันมันไม่ใช่ปัญหาหรืออย่างไรกันเล่า!
TBC
เข้าไปพูดคุยกับผมได้ที่ FB Group : Battling Records of the Chosen One แปลไทย by Ming Guang นะครับ